หลังจากผ่านมาหลายเดือน ค่าความสัมพันธ์ระหว่างผมกับตัวร้ายก็เพิ่มมากขึ้นไม่น้อย แม้การแสดงออกของตัวร้ายจะไม่ได้เปลี่ยนไปนัก แต่แถบวัดค่าความสัมพันธ์จากระบบก็ไม่เคยโกหกผมสักครั้ง
[ค่าความสัมพันธ์ 70/100]
"วันนี้อยากทานอะไรเป็พิเศษไหมครับ" ผมถามขณะที่นั่งลงบนเบาะในรถข้างๆกับสามี ที่กำลังเช็คตารางงานของวันนี้
"แล้วแต่นาย" ตัวร้ายพูดเพียงเท่านั้นก่อนจะหันกลับไปสนใจงานในมือต่อ ผมไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เย็นนี้จะทำอะไรให้พ่อตัวร้ายกินดีนะ วันนี้อยากกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพสักหน่อย ไก่ตุ๋นสมุนไพรก็แล้วกัน
เหตุผลที่ผมนั่งรถคันเดียวกับคุณตัวร้ายวันนี้ ก็เพื่อจะไปทำงานพร้อมกัน ความจริงผมก็พักแค่อาทิตย์เดียวหลังจากแต่งงานนั่นแหละ หลังจากนั้นก็ค่อยๆเริ่มทำงาน ผมคงลืมบอกไปว่าเรียนจบมาทางออกแบบโดยตรง ่แรกๆ ก็ทำอยู่ที่บ้านไม่นานก็ไปบริษัทพร้อมกันกับตัวร้ายแทบทุกวัน อย่างวันนี้เป็ต้น
[ค่าความสัมพันธ์ 72/100]
ผมหันกลับไปมองตัวร้ายที่ยังนั่งนิ่งอยู่ท่าเดิม แต่ความประทับใจกลับเพิ่มขึ้นมาเสียอย่างนั้น เห็นทีพ่อตัวร้ายจะเป็พวกชอบหลอกตัวเอง ผมก็เห็นประจำแหละเวลาอยู่คนเดียวชอบทำหน้าเ้าเล่ห์ เหมือนว่าเห็นผมเป็เหยื่อความจริงคนแค่หลอกตัวเองไปวันๆ ว่าไม่ได้ชอบผม ความจริงแล้วที่ค่าความสัมพันธ์มาถึงขนาดนี้ได้แทบจะไม่ต้องทำอะไรด้วยซ้ำ
เป็เพราะความใส่ใจล้วนๆ แค่ตื่นมาเตรียมทุกอย่างไว้ให้ คอยถามไถ่ ให้ทั้งความสุขทางใจและทางกายกับตัวร้ายสักหน่อยแต้มก็เพิ่มขึ้นวันละหลายแต้มแล้ว พ่อตัวร้ายเป็คนจำพวกแข็งนอกอ่อนใน แต่เฉพาะกับคนที่จับจุดถูกอย่างผมเท่านั้นอ่ะนะ ส่วนเื่แผนก็ต้องคอยดูไปก่อนว่าจะทำยังไงบ้าง ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าถึงตอนนั้นจะกล้าลงมือจริงหรือเปล่า ถ้ากล้าทำจริงผมจะตีให้ช้ำเป็แผลใจไปอีกนานเลย
ไม่นานรถก็แล่นเข้าไปจอดที่จอดพิเศษของผู้บริหาร ผมและคุณสามีเดินเข้าไปข้างใน มีพนักงานยกมือไหว้ตลอดทาง เป็เื่ปกตินั่นแหละที่ทุกคนจะเคารพคนที่มีตำแหน่งสูงกว่า ส่วนผมก็พลอยได้รับอานิสงไปด้วยเพราะเป็เมียประธาน ผมไม่ทำตัวโง่โดยไม่ใช้อำนาจของตัวร้ายหรอกนะ ไม่ใช่คนดีขนาดนั้น ตราบใดที่ไม่มาหาเื่ผมก่อนผมก็จะไม่ไปยุ่ง
"สวัสดีครับคุณชายใหญ่"
กึก!
ร่างสูงของสามีที่เดินอยู่ดีๆพลันหยุดฉับพลันจนผมที่เดินเพลินๆก็ต้องหยุดตาม ก่อนจะหันไปมองพ่อตัวร้ายอย่างสงสัย ทันเห็นแววตาไม่พอใจที่เผยออกมาแวบเดียวก่อนจะกลับไปเป็ปกติ
"อืม" พูดโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้าสักนิด ส่วนผมทำได้แค่เงียบฟังเท่านั้นแหละ
"คุณท่าน้าพบครับ" อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ โมโนโทนสิ้นดี
"อืม"
"คุณท่านจะรอพบคุณชาย ที่งานเลี้ยงเปิดตัวสินค้าชิ้นใหม่ในเครือของบริษัทครับ"
"อืม"
"ยินดีที่พบกันครับคุณหนูใหญ่" อีกฝ่ายเอ่ยทักผม
"ยินดีที่ได้พบครับ" ไม่ถามชื่อคุณให้สามีของผมขุ่นเคืองหรอกนะ อีกฝ่ายแค่ยิ้มบางๆกลับมาก่อนจะขอตัวกลับไปหาเ้านายของตัวเองต่อ ส่วนผมก็ถูกคุณสามีจูงมือให้เดินตามมาถึงที่ห้องทำงานของเ้าตัว
"มีอะไรหรือเปล่าครับ"
"ถาม"
"ครับ? "
"อยากรู้อะไรก็ถามมา"
"งานจัดวันไหนหรอครับ จัดที่ไหน แล้วเราต้องเตรียมชุดไหม" ผมรัวคำถามออกมาโดยแทบจะไม่เว้นช่องหายใจ ส่วนสามีก็ทำได้แค่มองผมตาปริบๆ เท่านั้นแหละครับ
"สาทร"
"จัดที่สาทรหรอครับ? " ผมกระพริบตาปริบๆ มองสามีที่มองผมด้วยสายตาเวทนา
"เดี๋ยวสาทรจัดการให้...เธออยู่เฉยๆ " ตีความได้ว่า เป็คนโง่อยู่เฉยๆ ก็พอ อย่าได้สร้างความวุ่นวายอีกเลย
"รับทราบ งั้นผมไปทำงานก่อนนะครับ เดี๋ยวโดนหักเงินเดือน" พอพูดจบก็สะบัดตูดออกไปจากห้อง ทิ้งให้สามียืนมองตามด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
ผมก้มหน้าลงนิดหน่อยก่อนจะยิ้มมุมปาก มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาทาบที่อก เพื่อปลอบหัวใจที่ปวดหนึบจากความรู้สึกของธนภัทร ไม่ต้องเสียใจไป ในฐานะที่คุณให้ผมยืมร่าง ผมจะไม่ยอมให้คุณจมอยู่กับความทุกข์นี้ตลอดไปแน่
[ค่าความสัมพันธ์ 75/100]
ไม่หรอก...บางทีให้แค่ความรู้สึกมันยังไม่พอ ไม่ใช่ทุกคนที่จะซื่อสัตย์ต่อหัวใจตัวเอง ราเชนก็คงเป็เช่นนั้น
ถ้าอยากให้เขารักหัวปักหัวปำ ก็ต้องให้บทเรียนกันบ้าง จะได้ไม่กล้าทำอีก
คนเราตอนที่มีของรักอยู่กับตัวก็จะมองข้ามมันไปได้ง่าย
ลองเสียของสิ่งนั้นไปสักหน่อยก็แล้วกันนะ...คุณสามี
ไม่ว่าคุณคิดจะทำอะไร ผมจะพยายามขยี้มันอย่างสุดความสามารถเชียวล่ะ
หลังจากวันที่ผู้ช่วยของพ่อสามีมาส่งข่าว ก็ผ่านมาสามวันแล้ว วันนี้ผมไม่ได้ไปทำงานพร้อมกันกับตัวร้าย เพราะมีนัดกับพี่ชายสุดที่รักอย่างคุณนายเอก ไปส่องความเป็ไปของคู่ตัวเอกบ้างดีกว่า ส่วนพ่อตัวร้ายอย่างสามีผมน่ะมีระบบติดตามตลอดเวลาอยู่แล้ว
ตอนแรกผมกับนายเอก ตั้งใจจะไปทานข้าวด้วยกันก่อน แล้วค่อยไปเที่ยวกันตามประสาพี่น้อง มีแค่ผมกับพี่ชายเท่านั้นแหละ ส่วนพวกสามีบ้างานทั้งสองคนก็ปล่อยให้จมกองงานตายไปเลย
ผมพูดตามความจริงนะ
ไม่ได้เอาความรู้สึกส่วนตัวมาเกี่ยวสักนิด
แต่ตอนนี้จะได้ไปจริงๆหรือเปล่านี่สิ
"คุณปล่อยก่อน...อื้อ!" ผมพูดยังไม่ทันจบ สามีที่วันนี้เปลี่ยนตัวเองเป็ปลาหมึก ก็ทั้งกอดทั้งจูบไม่ยอมปล่อย
"..."
"คุณเดี๋ยว...โอ๊ย!" ผมขอถอนคำพูดเป็หมาต่างหาก! กัดมาได้ คิดว่าตัวเองกัดเบามากมั้ง!
"ไม่ไป"
"แต่เราคุยกันแล้ว" เมื่อวันก่อนก็คุยเสียดิบดี เห็นดีเห็นงามไม่ขัดสักคำ
วันนี้ผมอุตส่าตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวั้แ่เช้าเชียวนะ
"..." เงียบใส่อีก!
"คุณก็ไปทำงาน"
"วันนี้หยุด" ไม่ -งไม่ได้หยุดวันนี้นะตัวร้าย ผมเป็เมียผมจำได้
"คุณไม่ได้หยุดวันนี้"
"..."
"คุณหยุดวันอาทิตย์"
"วันนี้" คิดว่าผมเถียงได้ไหมล่ะ เหอะ
"เฮ้อ...โอเค เดี๋ยวผมโทรไปบอกพี่ก่อน"
Rrrrr
พูดถึงก็โทรมาทันทีเชียว ตายยากเสียจริง
"ครับผม" ผมกดรับโทรศัพท์ของนายเอก โดยมีสายตาของสามีกดดันอยู่ข้างๆ
(พี่กำลังจะออกไปนะ)
"เอ่อ...พี่ครับ ผมคงไม่ได้ไปแล้วล่ะครับ"
(อ้าว ทำไมล่ะ ไหนน้องบอกจะไปเที่ยวด้วยกันไง)
"พอดี วันนี้ราเชนไม่สบาย..." ป่วยเป็โรคประสาทเรื้อรัง
(โอเค ถ้าอย่างนั้นน้องว่างเมื่อไหร่ก็โทรมานะ! พี่จะทิ้งทุกอย่างไปหาเราเลย!)
"ฮ่ะๆ โอเคครับ" ผมฟังนายเอกบ่นอีกสองสามประโยคก็วางสายไป
[ค่าความสัมพันธ์ 80/100]
สามี...นายมันใจง่าย
"ผมไม่ไปแล้ว" ผมพูดขึ้นเมื่อหันไปสบตากับสามีที่มองหน้าผมอยู่
"อืม"
"งั้น เดี๋ยวผมไปทำข้าวเช้าให้คุณทานดีกว่า"
"อือ" รับคำแล้วก็ปล่อยสักทีสิ
"คุณปล่อยผมก่อน"
"..."
"จะแปดโมงแล้วนะครับ"
"..." แม้ในใจผมจะตบเขาไปเป็สิบที แต่ภายนอกผมทำได้แค่ส่ายหัวเท่านั้นแหละ
"วันนี้อยากทานอะไร"
"ตามใจนาย"
"แกงจืดหมูสับดีไหมครับ" วันนี้อยากดื่มซุป
"อยากกินผัดผัก"
"ครับ" ผมจะผัดถั่วให้คุณกิน!
เื้ัที่น่าจะะเืใจ
คุณท่าน: อยากจะเห็นหน้าลูกสะใภ้ที่ฉันไม่ยอมรับเสียหน่อย หึ /วางแผน
ชายที่ไม่ถูกถามชื่อ: ช่างเป็คุณชายที่น่าสงสารจริงๆ ที่มาอยู่ท่ามกลางเื่วุ่นวายนี้ / ก้มหน้าแล้วถอนหายใจ
ธนภทัร: ขอบคุณที่มาจัดการเื่วุ่นวายแทนฉันนะ สู้ๆ นะ / ชูสองนิ้ว
ราเชน: เหยื่อของฉัน นอกจากฉันแล้วใครก็ห้ามแตะต้อง / ความจริงวันนี้ฉันอยากกินของเผ็ดสักเล็กน้อย
น้ำเหนือ: ผมจะตั้งใจให้มากๆ หน่อย / เผาพริก 10 เม็ด
ระบบ: อย่ามองคนที่ภายนอก เฮ้อ~ / จับตามองตัวร้ายทุกอิริยาบท
---------------------------------------
เื้ัที่น่าจะะเืใจ 2
นายเอก: ใจร้าย! ทำไมบทฉันมีเท่านี้เองล่ะ!
พระเอก: ใจเย็นๆนะที่รัก ผมยังไม่มีสักบท
น้ำเหนือ: นายมันใจง่าย / เมื่อไหร่ฉันจะได้เอาคืนสักที! รีบๆลงมือได้แล้ว!
ราเชน: ฉันไม่ได้เป็แบบนั้น / อยากกินปูผัดผงกะหรี่ด้วย
ระบบ: ไม่มีใครทำอะไรคุณได้ยกเว้นตัวคุณเอง / ส่องตัวร้ายพร้อมกับหยิบขนมเข้าปาก
ธนภัทร: ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น ผมเป็แค่คนดู