โรงแรมแห่งนี้ยิ่งมีชั้นสูงเท่าไรก็ยิ่งมีการตบแต่งที่อลังการและหรูหรามากขึ้นเท่านั้นแต่ถึงกระนั้นก็มีห้องของชายผู้หนึ่งที่ถูกตบแต่งอย่างเรียบง่ายดูธรรมดาและบรรยากาศนั้นก็ให้ความรู้สึกถึงการรำลึกถึงอดีตอันหอมหวานตัวกำแพงถูกตกแต่งด้วยภาพแขวนของกลุ่มชายหญิงวัยเยาว์ที่ดูแล้วคงจะสนิทสนมกันพอควรเพราะภาพเ่าั้ถูกแขวนไว้แทบจะทุกที่บนกำแพง และแล้วแสงแดดยามรุ่งอรุณรอดผ่านม่านที่ปิดอยู่กระทบมาบนใบหน้าของชายหนุ่ม ทำให้เขาตื่นขึ้นด้วยอารมณ์ขุ่นมัวจากเตียงตัวโปรดดั่งบอกบังคับให้เขาไปเปิดม่านและเลื่อนบานกระจกออกรับกับสายลมที่พัดผ่านตัวเขาก่อนที่จะเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาแปลงฟันหน้ากระจกบานโต
"อรุณสวัสดิ์? ฉันมีชื่อว่า กฤตชัย หรือจะเรียกว่า กฤต ก็ได้..."
ปัจจุบันฉันก็อายุ 20 ปี ได้แล้ว ส่วนผมก็มีสีม่วงมาั้แ่เกิดต่างกับั์ตาสีดำสุดแสนธรรมดาแต่ที่แปลกหน่อยก็คือขอบตาที่เริ่มดำขึ้นจากงานที่ทำนี่แหละโอ้ใช่ยังไม่ได้บอกเลยนี่นะว่าโลกแห่งนี้น่ะ โลกที่ตัวฉันอาศัยอยู่ได้ชื่อว่าเป็โลกที่สุดแสนจะวิเศษนามนั้นคือ ยูโทเปีย ยังไงล่ะและทำไมมันถึงได้มีชื่ออย่างงั้นน่ะเหรอ? เพราะโลกใบนี้น่ะมีสิ่งที่เรียกว่า เวทมนตร์ อยู่ยังไงล่ะหรือจะพูดให้ถูก มานา แล้วมันคืออะไรอย่างงั้นเหรอ? งั้นขอเรียบเรียงคำพูดก่อนก็แล้วกัน...
มานา คือ มวลพลังงานที่เกิดขึ้นมาตามธรรมชาติโดยเริ่มแรกแล้วมันถือกำเนิดขึ้นมาพร้อม ๆ กับจุดเริ่มต้นของโลกใบนี้นี่แหละต่อมามนุษย์ก็ได้วิวัฒนาการอวัยวะพิเศษขึ้นมาโดยฉันจะเรียกมันด้วยชื่อง่าย ๆ ก็แล้วกัน ต่อมกักเก็บมานา และนั้นก็ก่อเกิดกลายเป็การเริ่มศึกษาและค้นคว้าการใช้งานพลังงานเหล่านี้จนกระทั่งมนุษย์เองก็ได้เริ่มควบคุมการใช้มานาในร่างกายผ่านต่อมที่ว่านั้นจนกลายเวทมนตร์ยังไงล่ะ และนั่นก็คือสิ่งที่ปราชญ์ท่านหนึ่งเคยพูดเอาไว้ แต่นั่นคือสิ่งที่ตลกที่สุดและส่วนที่น่าเศร้าที่สุดในเื่ราวของฉันเพราะว่า ฉันดันกลายเป็คนเดียวในโลกนี้ที่ไม่มีเ้าสิ่งที่ว่ามาน่ะสิ
แต่ก็นะมีเื่เสียก็ต้องมีเื่ดีการที่ฉันไม่มีอวัยวะที่ว่านั้นในร่างกายมันทำให้ฉันกลับกลายเป็ว่าได้รับพลังบางอย่างที่ไร้ที่มาซะอย่างงั้นเป็พลังที่มีแต่ฉันผู้เดียวเท่านั้นที่ใช้งานมันได้... โอ๊ะดูเหมือนฟันจะสะอาดแล้วแฮะ!
ส่วนที่ซึ่งตัวฉันเองอาศัยอยู่นี้มีชื่อว่า แอสโตรซ่า เป็อาณาจักรซึ่งอยู่ศูนย์กลางของทวีปแห่งนี้ที่มีชื่อว่า มัลติแลนด์ หรือในอีกชื่อหนึ่งก็คือ ดินแดนของเผ่ามนุษย์ อันเป็เกาะขนาดใหญ่ที่ถูกห้อมล้อมด้วยมหาสมุทรไกลสุดลูกหูลูกตา ส่วนเหตุผลที่ถูกเรียกว่าเป็ดินแดนของมนุษย์นั้นก็มาจากความห่างไกลกับทวีปอื่น ๆ ทำให้เผ่าพันธุ์อื่น ๆ ยากที่จะเดินทางมายังทวีปแห่งนี้แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเสียทีเดียวล่ะนะ เอาจริง ๆ ทวีปแห่งนี้มันก็มีอาณาจักรอื่น ๆ นอกเหนือ แอสโตรซ่า โดยแบ่งเป็อีกสามอาณาจักรนั่นก็คือ ฟรอสเทีย เมจิเกีย และสหัสเทพ แต่ฉันจะไม่อธิบายเกี่ยวกับทั้งสามก็แล้วกันเพราะในตอนนี้ฉันอยู่ที่ แอสโตรซ่า แห่งนี้แต่พอมนึก ๆ แล้วโลกแห่งนี้ก็มีสิ่งที่ชื่อว่า มอนสเตอร์ อยู่ด้วยนี่ เป็สิ่งมีชีวิตที่เป็อันตรายกับมนุษย์ไปจนถึงสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อีกต่างหาก ฉันก็ไม่ได้เจอพวกมันบ่อย ๆ หรอกเพราะงานของฉันมันทำให้ฉันไม่ได้ออกจากอาณาจักรเลยนี่สิ
แอสโตรซ่า นั้นได้ชื่อว่าเป็เมืองหลวงของนักผจญภัยและยังเป็อาณาจักรที่เปิดกว้างด้านการค้าขายมากที่สุด และสถานที่แห่งนี้นั้นก็มีตำนานการเล่าขานเกี่ยวกับทหารในชุดเกราะเหล็กสีเงินผู้ปกปิดหน้าตาด้วยหมวกเหล็กผู้มาพร้อมกับม้าคู่ใจคอยออกมาปกป้องประชาชนของตนและปราบปรามสิ่งชั่วร้ายเพื่อนำพาแสงสว่างด้วยดาบและนำมาซึ่งเกียรติยศต่อตนเองนามนั้นคือ อัศวิน พอฟังฉันพูดแล้วมันคงดูดีสุด ๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ แต่นะยิ่งเวลาผ่านไปทุกอย่างมันก็ไม่ได้เหมือนเดิมไปซะทุกอย่างเพราะหลายปีต่อมากฏของอัศวินก็ได้อ่อนลงรวมถึงการมองถึงศักยภาพของเกราะเหล็กเมื่อเทียบกับร่างกายของมนุษย์ที่ฝึกฝนจนร่างกายแข็งแกร่งและรวมถึงเกราะในปัจจุบันนั้นก็ได้มีการพัฒนาจนกระทั่งชุดที่สร้างมาจากใยของผ้าสามารถป้องกันและลดอาการาเ็ได้มากกว่าเสียอีกและอีกอย่างใครมันจะไปอยากใส่เกราะเหล็กที่หนักหลายกิโลตลอดเวลากันล่ะว่าไหมและด้วยสิ่งที่ฉันว่ามามันก็ได้ทำให้นิยามของคำว่า อัศวิน ได้เปลี่ยนจากวีรบุรุษในเทพนิยายกลายเป็เป็เพียงทหารผู้ซึ่งมีหน้าที่ปกป้องอาณาจักรนี้เพียงเท่านั้นและไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น ยกเว้นเสียกว่าผู้ที่ได้ชื่อว่า อัศวินศักดิ์สิทธิ์
อัศวินศักดิ์สิทธิ์ คืออัศวินที่จุดสูงสุดของเหล่าอัศวินด้วยกันเองในด้านความแข็งแกร่งที่เหนือจะเทียบได้ และการถูกแต่งตั้งให้เป็อัศวินศักดิ์สิทธิ์โดยองค์าาถือเป็เกียรติสูงสุดของเหล่าอัศวินซึ่งจะไม่ได้นำมาเพียงเงินทองเท่านั้นแต่ไปจนถึงชื่อเสียง แต่ผู้ที่ถูกแต่งตั้งเป็อัศวินศักดิ์สิทธิ์ปัจจุบันนี้ก็ถือว่าน้อยสุด ๆ ไอ้ที่ว่าน้อยนี่มันน้อยขนาดไหนอย่างงั้นเหรอ เออ เอิ่ม.. หกคน ใช่เพียงแค่นั้นนั่นแหละ เหนื่อยอธิบายและไปนอนต่อดีกว่า
เขาก็ได้กระเตงหิ้วผ้าขนหนูออกมาจากห้องน้ำและพยายามเช็ดผมด้วยผ้าอีกผืนหนึ่งในระหว่างนั้นเองเขาก็ได้นึกบางอย่างออก สิ่งที่ว่านั่นมันได้แล่นเข้ามาในหัวของเขาและเมื่อเป็เช่นนั้นเขาก็ได้หันหน้าไปมองวันในปฏิทินคว้านหาวันที่บนปฏิทินและโป๊ะเชะ มันคือวันที่เขาจะต้องไปประชุมั้แ่่สาย
"บ้าน่า... เวรเอ๊ยวันนี้เองหรอกเรอะ?!"
มือได้อ่อนปวกเปียกลงไปพร้อม ๆ กับผ้าขนหนูที่ได้ไหลลงจากเอวของเขา
"ตายแล้ว~ ไอ้การประชุมร่วมเสวนากับทูตของฝ่ายอาณาจักร บริโตนอส เฮ่อ.. หมดอารมณ์จะจอย"
(กฤตชัยถอดหายใจ)
"พูดตรง ๆ เลยนะ ว่าไอ้เื่ประชุมที่ว่าเนี่ยแม่งโคตรประหลาดเลยว่ะ อาณาจักรทางตะวันตกของทวีปแห่งนี้เนี่ยนะ ไม่ใช่ว่าเส้นทางตะวันตกถูกห้อมล้อมด้วยซากปรักหักพังที่มีอายุกว่า 300 ปี กั้นขวางไว้ไม่ใช่รึไงสงสัยต้องลองไปถามพริ้นส์สักหน่อยซะแล้วมั้ง? แต่คิดไปคิดมาช่างมันก็แล้วกัน... "
หลังจากพูดเสร็จเขาก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ระเบียงเดินตรงกลับไปที่เตียง เขาผ่านรูปภาพที่แขวนอยู่มากมายและหนึ่งในนั้นเป็รูปตัวเขาที่กำลังยืนกอดคอกับกลุ่มชายหญิงอย่างยิ้มแย้มส่วนอีกรูปเหมือนจะเป็รูปที่เขาขึ้นรับรางวัลรองชนะเลิศของการแข่งประลองทักษะการต่อสู้ของวิทยาลัยด้วยใบหน้าหงุดหงิดเพราะหญิงสาวผู้ได้รางวัลชนะเลิศกำลังยืนล้อเลียนเขาอยู่
"ลาก่อนวันประชุมอันปัญญานิ่มฉันปล่อยตัวปล่อยใจก่อนล่ะนะ"
ด้วยเหตุนั้นเขาจึงทิ้งตัวะโลงเตียงตัวโปรดก่อนที่จะเผลอปัดสายตาเผลอมองไปที่ภาพที่แขวนอยู่
"ฉันน่ะรู้สึกดีจริง ๆ ที่แม่นั่นชนะ... "
"ส่วนพวกแกก็ไม่ต้องห่วงฉันหรอกนะเพราะ... "
"เพราะในสักวันหนึ่งฉันก็อยากหวัง... "
(เขาได้ตะแคงข้างและหลับตาลง)
[หวังว่าสักวันหนึ่งพวกนายจะมาปลุกตัวฉันจากเตียงเหมือนกับมันเป็วันปกติ]
ในขณะที่เขากำลังจะปล่อยตัวปล่อยใจกลายเป็ส่วนหนึ่งกับเตียงนอนอันแสนนุ่มสบายก็ได้มีเสียงกริ่งหน้าห้องของเขาดังขึ้น
กริ๊ง
กริ๊ง
[ใครกันที่มันมากดกริ่งหน้าห้องฉันเนี่ยช่างหัวมันก็แล้วกัน]
[เพราะเดี๋ยวคงจะเลิกกดไปเอง]
กริ๊ง
กริ๊ง
กริ๊งงง
"บ้าเอ๊ยพ่อแม่ไม่สั่งสอนรึไง!!! ตบะแตกแล้วนะเว้ย!"
"เออ ๆ เดี๋ยวออกไปรอแป๊บ!"
เขาะโบอกคนภายนอกให้รอซักพักและลุกไปสวมชุดประจำตัวของเขาก่อนที่จะบรรจงติดเข็มกลัดรูปดาวแปดแฉกส่วนอีกมือก็ได้คว้าไปหยิบสมุดวาดเขียนและยึดติดมันไว้กับอุปกรณ์เวทมนตร์แม่เหล็กข้าง ๆ เข็มขัดเอวข้างซ้ายของเขา และเมื่อเขาใส่ชุดอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้วก็กำลังจะเดินออกไปเปิดประตูออกไป
"อ้อใช่ลืมไปซะสนิทเลย!"
เขาหันหลังกลับไปค้นของจากตู้เก็บของและหยิบเอากล่องปริศนาออกมาเหน็บกับเอวข้างขวาและเดินออกไปเปิดประตู
[ไหนดูสิใครมันมาเคาะประตูกัน]
"มีอะไรรึเปล่าคุณคนแปลกหน้า?" - กฤตชัย
"ท่าน คือ หนึ่งใน อัศวินศักดิ์สิทธิ์ ท่านกฤตชัย ฉายาศรัทธา สินะคะ!" - สาวสะพายธงปริศนา?
(เธอพูดด้วยความตื่นเต้นและแววตาเปล่งประกาย)
ผู้อื่นที่ไม่ใช่ อัศวินศักดิ์สิทธิ์ หรือยศต่ำกว่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์จะไม่สามารถเอ่ยนามจริงของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ได้โดยตรงเพราะจะถือว่าทำผิดกฎและต้องได้รับบทลงโทษแต่หากได้รับการยินยอมจากอัศวินศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้นก็จะถือเป็อันยกเว้น
"ก็ใช่อยู่หรอกแต่พวกเธอเป็ใครและ้าอะไรจากฉัน?" - กฤตชัย
"หากเธอทำอะไรล่วงเกินท่านผมก็ขอ..ขออภัยอย่างยิ่ง.. ครับ!... คือว่าเธอและผมเป็อัศวินที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของท่านพริ้นส์น่ะครับท่านศรัทธา" - หนุ่มแว่นปริศนา?
"ไม่เป็ไรหรอกไอ้เื่นั้นฉันไม่ได้ถือสาอะไรงั้นเราเข้าเื่เลยพริ้นส์ให้พวกเธอมาหาฉันทำไม" - กฤตชัย
"คือว่าท่านให้พวกผมมาส่งจดหมายฉบับนี้ให้ท่านน่ะครับ" - หนุ่มแว่นปริศนา?
(เขายื่นจดหมายมาให้ ศรัทธา อ่าน)
"จากพริ้นส์สุดสวยถึงพ่อหนุ่มกฤตหมายเหตุก็คือว่านะกฤตจังฉันเนี่ยรู้นะว่าเธอคงจะทำตัวี้เีเหมือนทุกทีและคงนอนต่อเป็แน่แท้ด้วยความที่ว่าเห็นเป็เพื่อนกันมานาน ฉันจึงส่งทั้งสองคนไปรับเธอมาที่วังกลางแต่หากว่าเธอไม่มาละก็นะ ฉันก็จะให้ทั้งสองคนอยู่กับเธอไปจนกว่าจะฤดูหนาวหน้าเลย ข้อบังคับนี้จะหมดไปก็ต่อเมื่อเธอเอาจดหมายฉบับนี้กลับมาให้ฉัน นะจ๊ะ~~* ...... " - พริ้นส์
(ต่อจากนั้นเนื้อความพริ้นส์ก็เขียนเื่เม้ามอยไปเรื่อยลงในจดหมาย)
[เอาจริงดิพริ้นส์เล่นไม้นี้เลยเรอะ!....] - กฤตชัย คิดในใจ
"เอิ่ม ดูเหมือนว่าจากจดหมายฉบับนี้แล้วพวกเธอคงจะต้องอยู่กับฉันไปจนกว่าจะเจอพริ้นส์ สินะ...อืม" - กฤตชัย
(แม้เขาจะไม่ค่อยพอใจแต่เมื่อแต่ั้แ่ครั้งแรกที่เขาได้อ่านก็ได้สะดุดตาเข้ากับรหัสะพิเศษลับที่เมื่อนำตัวอักษรมารวมกันแล้วจะได้คำว่า มาพบกับฉัน)
เขาไม่รู้หรอกว่าพริ้นส์้าพบหน้าเขาเพราะอะไรแต่ในตอนนี้สิ่งเดียวที่เขารู้ก็คือมีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นแล้วแน่ ๆ
[นี่มันรหัสลับงั้นเหรอ? ทำไมต้องเขียนอะไรอย่างนี้ด้วยกันนะ] - กฤตชัย คิดในใจ
"เอาล่ะพวกเธอชื่ออะไรกัน?" - กฤตชัย
เขาหันหน้าไปหาทั้งสองคนั์ตาของเขาก็ได้ไปสบตากับหญิงสาวที่ทำท่าตื่นเต้น เธอมีผมสีชมพูนีออนและภายใต้ผมสีชมพูก็มีไฮไลท์ผมขาวที่ซ้อนอยู่ภายใน ผมของเธอนั้นยาวจรดต้นคอพร้อมกับริมฝีปากสีชมพูอ่อนและจุดเด่นของเธอเลยก็คือั์ตาของเธอที่เด่นกว่าใคร ๆ เป็ดั่งขดหอยอันงดงาม ตรงข้ามกับร่างที่ดูเหมือนบอบบางแต่กลับรู้สึกได้เลยว่าภายใต้รูปร่างนั่นซ่อนความแข็งแกร่งไว้ภายใน และเมื่อเขาได้หันมาจ้องที่ตัวของเธอ ตัวเธอเองก็ได้จ้องกลับไปเข้าภายในั์ตาของเขารูม่านตาของเธอขยายใหญ่ขึ้นเพราะความตื่นเต้นและประหลาดใจที่เขาหันมาที่เธอมามองเธอและเมื่อเป็เช่นนั้นเธอก็จึงได้รีบแนะนำตัวด้วยความตื่นเต้น
"เริ่มจากหนูก่อน หนูชื่อ ด อ น ดอน กิโฆเต้ เป็อัศวินผู้ติดตามของท่านพริ้นส์ค่า!!" - ดอน
(เธอแนะนำตัวเองด้วยน้ำเสียงและท่าทางอันตื่นเต้น)
[จำเป็ต้องพูดชื่อตัวเองสองรอบเลยรึไง เธอคงจะเป็พวกมีพลังงานเต็มร้อยสินะเนี่ย? ตรงข้ามกับฉันเลยนะ~ แต่ว่าไปทำไฮไลท์สีผมซ้อนที่ไหนกันสวยชะมัด สงสัยต้องแอบหลอกถามระหว่างทางซะแล้วสิ แต่สิ่งที่สำคัญนั้นก็คืออาวุธ เออ..... เดี๋ยวนะไม่มี?! หรือว่าธงที่หิ้วอยู่หลังนั่นเป็อาวุธกันแน่นะ?!] - กฤตชัย คิดในใจ
หลังจากฟังคำแนะนำตัวของ ดอน อย่างเสร็จสรรพแล้วเห็นดังนั้นเขาก็จึงหันหน้าไปหาฝั่งหนุ่มแว่นทรงสี่เหลี่ยมผู้ดูเรียบร้อย ผมของเขาเป็สีดำสนิทเหมือนกับตกลงไปใต้ก้นลึกของมหาสมุทรอันไร้ที่สิ้นสุดทั้งนี้ยังรวมไปถึงั์ตาของเขาที่ดูเหมือนกับมีห้วงอวกาศอยู่ภายในยังไงอย่างงั้น และการแต่งตัวที่ดูสุภาพแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความเป็แฟชั่นคงจะบ่งบอกได้ถึงความเป็คนจริงจังแต่ก็ยังคงเหลือความเป็ตัวของตัวเองอยู่ ดูเหมือนเขาจะสูงกว่ากฤตชัยไปเล็กน้อยนะ
"ส่วนผมมีชื่อ.. ชื่อว่า ซานโช่ ปานซ่า เรียกว่า ซาน ก็ได้ครับ! ผมเป็อัศวินผู้ติดตามของท่านพริ้นส์เช่นกันครับ" - ซานโช่
(เขาแนะนำตัวเองด้วยความสุภาพเรียบร้อยแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความประหม่าในเวลาเดียวกัน)
[ดูเหมือนหมอนี่จะเป็ประเภทหาพบได้ทั่วไปสินะแต่ก็ไม่ได้ติดอะไร แต่เดี๋ยวก่อนสินั่นคทาเวทงั้นเหรอหายากนะเนี่ยที่นักเวทจะมาเป็อัศวินจะว่าไปคทาเวทมนตร์จะยาวไปไหมอีกนิดก็จะเท่าคนถืออยู่แล้ว คิดไปคิดมาหน้าไอ้หมอนี่เหมือนคนของอาณาจักร เมจิเกีย จังเลยลูกครึ่งรึเปล่านะ] - กฤตชัย คิดในใจ
"เพื่อเป็การไม่ยากมากในการเรียกฉายาฉัน เอาเป็ว่าพวกเธอเรียกฉันว่า กฤต ก็พอแล้วกัน" - กฤตชัย
"ว้าว!?! ซาน ท่านศรัทธาเขาให้เราเรียกนามจริงด้วยอะ!! จะมีกี่ครั้งในชีวิตกันซาน! เอาเป็ว่าถ้าเป็การไม่เสียเวลาขอลายเซ็นด้วยค่าา~~" - ดอน
(เธอตื่นเต้นพร้อมทั้งหยิบเสื้อขาวตัวหนึ่งมาจากกระเป๋าอุปกรณ์ข้างเอวของเธอ)
"นี่...! ดอน เดี๋ยวสิ!! ผ.. มมขอกรร.. าบขอบคุณท่านที่ให้เกียรติพวกเราเอ่ยนามของท่านด้วยค..ร้าบ ถ้าท่านไม่คิดติดอะไรช่วยเซ็นที่เสื้อตัวนี้ผมด..ด้วยครับ!" - ซานโช่
(เขานั่งลงไปกราบพื้นแล้วจึงหยิบเสื้อออกมาทำท่าถวายให้ กฤต เซ็นลงมาบนเสื้อของเขา)
[พริ้นส์เอาอะไรมาให้ฉันดูแลกันเนี่ย! จบเื่นี้แล้วคงต้องคุยกันหน่อยแล้วซิ] - กฤตชัย คิดในใจ
"ไม่ต้องเกรงกันขนาดนั้นหรอกนะและก็เอาเป็ว่าเราไปกันเลยดีกว่า เพราะว่าฉัน้าพาพวกเธอกลับไปหาพริ้นส์ด้วย" - กฤตชัย
"คค.. ร้าบ! ท่าน กฤต" - ซานโช่
"ออกผจญภัย! ออกผจญภัย!! ~" - ดอน
ทั้งสามได้เดินทางออกจากโรงแรมจนมาถึงหน้าถนนหลักใจกลางศูนย์การค้าทุกสรรพสิ่งภายในอาณาจักรที่รวบรวมสินค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็เครื่องแต่งกาย , อาหาร , อาวุธ หรือ แม้กระทั่งอุปกรณ์เวทมนตร์ ฯลฯ อีกทั้งมันยังเป็แหล่งสร้างเม็ดเงินจำนวนมหาศาลของอาณาจักรและเป็แหล่งที่จะพบนักผจญภัยเดินไปมาหาอุปกรณ์ที่ตัวเองนั้น้าแต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่มีนักผจญภัยเดินพลุ่งพล่านไปมาเหตุเนื่องจากใจกลางย่านนี้มีการสร้างสมาคมนักผจญภัยขนาดใหญ่ที่อาจจะเรียกได้ว่ามีขนาดอาคารที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเลยก็ว่าได้อีกทั้งถัดไปจากสมาคมนักผจญภัยไปทางทิศใต้ของอาณาจักรที่ทั้งสามเดินออกมาก็จะเป็แหล่งของธุรกิจโรงแรมต่าง ๆ ไปกระจุกตัวกันจึงทำให้นักผจญภัยสามารถหาที่พักแรมได้ถึงแม้ว่า สมาคมนักผจญภัยจะมีที่พักในตัวแล้วก็ตาม พวกเขาเดินผ่านหน้าร้านค้ามากมาย ดอน เธอนั้นตาลุกวาวกับสิ่งของที่ขายอยู่บนแท่นโชว์หน้าร้านต่าง ๆ เธอพาซานโช่ชี้นั่นดูนี่ไปทั่วจนกฤตเกิดความสงสัยก็จึงได้ถามทั้งสอง
"นี่พวกเธอพึ่งมาเมืองนี้เป็ครั้งแรกงั้นเหรอ?" - กฤตชัย
(กฤตชัย เขาถามด้วยความสงสัย)
ซานโช่ ตอบคำถามของกฤตชัยด้วยความเขินอายส่วนดอนเธอก็มองดูร้านต่าง ๆ ไปด้วยขณะเดินตามไม่ห่างซานโช่
"คืออว่าพว.. วกผมพึ่งมายังเมืองแห่งนี้เมื่อเดือนก่อนนี้เองครับ พวกผมมาจากนอกตัวเมืองแต่มีความฝันที่จะเป็อัศวินศักดิ์สิทธิ์เลยตัดสินใจสมัครเข้ากองทัพของอาณาจักรมา โดยท่านพริ้นส์พอเธอเห็นเราครั้งแรกก็นำบรรจุเข้าคณะผู้ติดตามของเธอเลยน่ะครับ… " - ซานโช่
"แต่ส่วนใหญ่แล้วท่านพริ้นส์จะสั่งให้หนูกับซานโช่ออกนอกตัวเมืองไปจัดการกับโจรูเาบ้างลาดตระเวนยามค่ำบ้าง หรือบางทีก็พาพวกเราไปฝึกเลยล่ะค่า~" - ดอน
"แม้ว่ามันจะขัดกับคนอย่างฉันไปซะหน่อยเอางี้ไปเที่ยวเล่นซักที่เอาไหม?" - กฤตชัย
ทั้งคู่มองหน้ากันเองพร้อมทั้งหันกลับมาพยักหน้าด้วยความตื่นเต้นเป็สัญญาณอันเป็ตกลง ทั้งสามกลายเป็ว่าก็ได้มาอยู่หน้ากิลด์นักผจญภัยที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักร ทั้งคู่ได้เดินดูความสวยงามภายใต้อาคารขนาดั์ที่ตกแต่งอย่างโอ่อ่าและหรูหราทั้งมีการประดับตกแต่งด้วยรูปภาพความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 4 อาณาจักรที่ลงมติและลงนามในการสร้างสมาคมนักผจญภัยที่จะเป็เหมือนกับสะพานแห่งความปรองดองกันและด้วยองค์ประกอบการตกแต่งที่ประณีตที่ถูกสร้างโดยกลุ่มวิศวกรที่เก่งกาจและช่ำชองที่สุด โดยบรรยากาศในสถานที่แห่งนี้ก็เต็มไปด้วยหลากหลายอารมณ์ร่วมไปกับนักผจญภัยที่พลุ่งพล่านมากมาย
"ครึกครื้นจริง ๆ นะครับเนี่ย ที่นี่" - ซานโช่
"ซานโช่ ซานโช่ ชายในรูปนี้หน้าเหมือนนายมากเลยอะ ฮาๆ" - ดอน
(ดอน ชี้นิ้วไปยังภาพวาดบนกำแพง ภายในภาพวาดเป็รูปของชายผู้หนึ่งที่มีหน้าตาดั่งซานโช่แต่มีอายุมากกว่าโดยในรูปนั้นกำลังถูกกอดคอโดยผู้ชายอีกคนอยู่)
"อ้อ รูปของตาแก่นี่หว่า" - กฤตชัย
"ตาแก่เหรอครับ?" - ซานโช่
"เห็นไหมล่ะคนที่กำลังกอดคอกับคนที่พวกเธอชี้อยู่นั่นไงองค์าาของอาณาจักรแห่งนี้ ฉันชอบเรียกเขาว่าตาแก่" - กฤตชัย
(ทันใดนั้นซานโช่หน้าซีดเผือดราวกับศพ)
"ทา... ท่านกฤตชัยว่าอะไรนะครับ?" - ซานโช่
"นายไม่ต้องกลัวไปหรอกน่า ยกเว้นจะไปพูดต่อหน้าล่ะนะ..... " - กฤตชัย
(กฤตชัยได้อธิบายรูปภาพที่อยู่เบื้องหน้าต่อโดยไม่สนซานโช่ที่ทำท่าทำทางิญญาจะออกจากร่างอยู่ทนโท่)
"ส่วนชายที่กำลังกอดคออยู่นั่นก็คือตาแก่สมัยหนุ่ม ๆ ส่วนคนที่พวกเธอชี้กันถ้าจะไม่ผิดจะเป็องค์าาแห่งอาณาจักร เมจิเกีย นะชื่ออะไรกันจำไม่ได้ โซ อะไรสักอย่าง..... " - กฤตชัย
"โซซ่า!" - ดอน
"ไม่มีาาที่ไหนตั้งชื่อตัวว่า โซซ่า หรอกนะ" - กฤตชัย
"องค์าาโซโรม่อนที่ 3" - ซานโช่
"ใช่ ๆ องค์าาโซโรม่อนที่ 3.. " - กฤตชัย
ในระหว่างที่ทั้งสามกำลังจ้องไปที่รูปภาพดั่งกล่าวอยู่ทันใดนั้นเสียงะโเรียกก็ดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเขาปรากฏหญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนใบหน้าของเธอนั้นมีกระ และใส่แว่นทรงกลมหนาเตอะพร้อมสะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่ เธอเรียกกฤตชัยด้วยความสนิทสนม
"กฤต นั่นนายจริง ๆ ใช่ไหม!" - สาวแว่นทรงกลมปริศนา?
(กฤตชัยหันหน้ากลับไปตอบกลับหญิงสาวผู้นั้นอย่างเป็กันเองการสนทนาก็จึงเริ่มต้นขึ้น)
"ฟ้า เอาจริงดิ! ลมอะไรหอบมาเล่า" - กฤตชัย
"แหมพอดีมีงานด่วนที่นี่พอดีน่ะ" - ฟ้า
"คือ ท่านกฤต ครับ บุคคลท่านนี้เป็คนรู้จักของท่านหรือครับ? ... " - ซานโช่
"เพื่อนสมัยเด็กของฉันน่ะ เธอชื่อ ฟ้า เป็นักผจญภัย ระดับ 5 ดาว" - กฤตชัย
"ฟ้า นักผจญภัย 5 ดาว หนึ่งในสมาชิกกลุ่มผู้กล้าน่ะนะ!" - ดอน
"อีกทั้งยังเป็ทั้งยอดนักประดิษฐ์และช่างตัดชุดที่มีชื่อเสียงขนาดที่แม้แต่หาผู้ใดจับได้ยากคนนั้นน่ะเหรอ!?" - ซานโช่
กลุ่มผู้กล้า เปรียบได้กับจุดสูงสุดของนักผจญภัยเป็กลุ่มที่มีอำนาจมากที่สุดในเหล่านักผจญภัยด้วยกันเองพวกเขานั้นได้รวบรวมเหล่านักผจญภัยเก่งฉกาจมากมายเข้าร่วมกับพวกตนและเผชิญหน้ากับภารกิจสุดแสนเสี่ยงตายมากมายแต่ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คงการปราบมอนสเตอร์ที่ได้ชื่อว่า จอมมาร ลงได้สำเร็จนี่แหละ
"เขินเหมือนกันนะเนี่ย แหะ ๆ แต่ขอไม่เป็การเสียเวลาเดี๋ยวฉันขอจัดร้านขายของไปด้วยเลยละกัน" - ฟ้า
"แล้วก็ซานโช่ กับ ดอน ลองไปเดินดูรอบ ๆ นี้ได้เต็มที่เลยนะ เดี๋ยวฉันตามไป" - กฤตชัย
เธอพากฤตมาชมร้านที่เช่ามากฤตชัยเห็นดังนั้นก็จึงช่วยกันจัดร้านและคุยกันไปพลาง
"เออฟ้าขอถามได้ไหมว่าธุระที่ว่าคืออะไร?" - กฤตชัย
"ก็เกี่ยวกับเพื่อนของเธอไงเล่าจะเป็ใครได้คนคนเดียวที่สั่งชุดฉันมันแทบจะทุกสัปดาห์อะ" - ฟ้า
"อย่าบอกนะว่าเป็เ้าบ้าแมลงสาบเสพติดแฟชั่นถ้าจะพูดละก็พอเลยไม่อยากฟังเื่มัน" - กฤตชัย
"ใช่แล้วคุณพ่อนักฆ่าเหมือนหลุดมาจากละครทีวีนั่นไง~" - ฟ้า
"ละครทีวี? คล้าย ๆ กับ ละครเวทีรึเปล่านะ" - กฤตชัย
"อาาา~~ ขอโทษนะที่ทำให้คิดมาก ลืม ๆ มันไปเถอะ" - ฟ้า
"เอาจริง ๆ เธอก็พูดสิ่งที่ฉันไม่เข้าใจมาั้แ่เด็กแล้วนะ ก็ไม่ว่าจะเป็อุปกรณ์ติดต่อสื่อสารพกพาอะไรนั่นชื่ออะไรนะ?" - กฤตชัย
"ลืมไปเถอะนะฉันขอเลย~" - ฟ้า
[ขืนฉันอธิบายสิ่งต่าง ๆ ให้เขาฟังมันก็จะกลายเป็เื่เพ้อเจ้อไปน่ะสิแล้วก็สิ่งนั้นเขาเรียกว่า โทรศัพท์ จะ] - ฟ้า คิดในใจ
"จะอายทำไมเล่าก็ด้วยด้านที่ว่าของเธอนี้แหละที่ทำให้ฉันมองว่าเธอน่ารัก" - กฤตชัย
(ฟ้าเธอนั้นเขินไปชั่วขณะทำท่าลุกลี้ลุกลนก่อนจะเอาถาดมาบังใบหน้าของเธอเอาไว้)
"เออ อะ เออ.. " - ฟ้า
"ก็เป็มุมน่ารักสำหรับเพื่อนอย่างเธอล่ะนะ" - กฤตชัย
(ฟ้าทำหน้าจืดก่อนที่จะกลับมาในสภาพปกติโดยไว)
[เพื่อนงั้นเหรอก็จริงนะ ไอ้หมอนี่มันไม่มีเซนส์ด้านความรักเลยนี่หว่าอีกอย่างคิดอะไรเมื่อกี้นี้เราคิดว่าไอ้เด็กนี่จะจีบฉันรึไงคิดหน่อยสิตัวฉัน อายุถ้ารวมกับชาติก่อนด้วยแล้วก็38ปีแล้วนะ ฟ้า เอาเป็ว่าเปลี่ยนบทสนทนาดีกว่า] - ฟ้า คิดในใจ
"เอาจริง ๆ เขาก็ไม่ได้นิสัยแย่นะนายบู้บี้เขาอะ หรือเป็เพราะว่าตอนนั้นรึเปล่าน้า~ ที่ไปแพ้พนันเขาเข้าให้กันแน่" - ฟ้า
"ไม่เอาน่า หยุดเลยแค่ต้องฟังคำขี้โม้ของมันพร้อมทั้งหน้ายัยนั่นในที่ประชุมก็จะปวดหัวอยู่แล้ว" - กฤตชัย
"ผู้หญิงคนนั้นด้วยสินะ ก็นะเธอเป็ตัวตั้งตัวตีชอบทะเลาะกับนายเลยนี่เนอะวันนี้ก็อย่าไปนอนจมกองเท้าเธอแล้วกันนะ~" - ฟ้า
"ฉันนี่นะ! จะแพ้พูดไปได้...." - กฤตชัย
"กี่ครั้ง?" - ฟ้า
"ไม่เอาน่าฟ้า" - กฤตชัย
(เธอจ้องเขม็งกดดันให้กฤตชัยเปิดปากออกมาและกฤตชัยก็ได้ยอมแพ้ให้กับความพยายามของเธอ)
"6 ครั้ง... " - กฤตชัย
ระหว่างที่กำลังคุยกันอยู่ก็ได้มีเสียงโหวกเหวกโวยวายของนักผจญภัยหัวรุนแรงผู้มาพร้อมกับบรรยากาศภายในกลุ่มที่ชวนไม่น่าไปสุงสิงด้วยพวกเขากำลังขูดรีดเงินภารกิจจากพนักงานสาว พนักงานสาวตัวสั่นด้วยความกลัวจนไม่แม้แต่จะสามารถสู้หน้าได้ด้วยซ้ำเธอพยายามพูดด้วยเหตุผลกับสมาชิกชายหญิงภายในกลุ่มที่กำลังขู่เธออยู่แต่ก็ดูเหมือนจะไร้ผลนักผจญภัยมากหน้าหลายตาบริเวณนั้นก็ต่างหันมามองด้วยอารมณ์เบื่อหน่ายและหงุดหงิด บรรยากาศโดยรอบเริ่มคุกรุ่นและกดดันมากขึ้นมายิ่งกว่าเก่า
"ไอ้กร๊วกเอ๊ยคิดว่าเงินแค่นี้จะยาไส้พวกเราได้รึไงกันวะ" - เม็ก
"แม่สาวน้อยลองคิดตามฉันดูนะ เงินจำนวนเท่านี้แค่นำไปซื้อยารักษาก็เกินทนแล้วนะจ๊ะ เพราะก่อนหน้านี้พวกฉันก็ลำบากกันมาเหมือนกันกับไอ้พวกอัศวินทางอาณาจักร ฟรอสเทีย อะไรก็ไม่รู้อยู่ ดี ๆ ก็เข้าโจมตีเราเฉยเลย" - จิล
"แต่ทา.. ท่านค่ะ ภายในกระดาษก็น่าจะเขียนรายละเอียดไว้แล้วไม่ใช่เหรอค้า.... และก็ทางยารักษาทางสมาคมนักผจญภัยของเราก็สามารถขอเบิกได้นะคะ..... " - พนักงานสาว
"กล้ามาเถียงฉันงั้นเหรออีนี่เดี๋ยวแม่ก็คว้ามือตบเข้าให้หรอก! ฟังที่พูดไม่เข้าใจรึไง!!" - จิล
(ทันใดนั้นออร์คตัวใหญ่ก็ได้เดินมาจับไหล่ของทั้งสองคน)
"หลบไป เม็ก และ จิล คาร์กจัดการเอง" - คาร์ก
ปึง!!!
(เสียงกระดาษที่ถูกทุบจนยุบตัวลงไปกับเคาน์เตอร์จากแรงกระแทกได้สร้างเสียงที่ดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณเหล่ามากหน้าหลายตาทยอยหันไปมองเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยความใ)
"คือว่านะครับ ผมไม่อยากเสียมารยาทไปมากกว่านี้แล้วนะครับได้โปรดทำตามที่พวกเราสั่งด้วยครับ นั้นเอาเป็ว่าผมสาธิตอะไรหน่อยก็แล้วกันครับ" - คาร์ก
ขวับ-
(มือของออร์คตนนั้นได้คว้าคอของพนักงานสาวขึ้นกลางอากาศ)
"ถ้าผมทุ่มตัวคุณลงไปกับโต๊ะเคาน์เตอร์นี้ตัวคุณก็จะแตกละเอียดกลายเป็แตงโมไงล่ะครับ" - คาร์ก
(พนักงานสาวร้องลั่นเสียงด้วยความกลัวเมื่อนักดาบหนุ่มผู้เห็นเหตุการณ์ก็จึงทนไม่ได้กับการกระทำของกลุ่มนักผจญภัยก็ได้ลุกขึ้นจากโต๊ะรับรองเดินมาจะท้าสู้ในทันที)
"จะเกินไปและนะพวกสวะนี่ มึงชักจะทำเกินไปและมึงอะมาสู้กับกูดีกว่ามา-" - นักดาบหนุ่ม
ตุบ ตึง!!!
"ไม่สุภาพเลยนะครับ คาร์ก ไม่ชอบ" - คาร์ก
นักดาบหนุ่มพูดไม่ทันได้สิ้นเสียงก็ถูกคาร์กจับหน้ากระแทกลงกับพื้นอย่างจังจนตาเหลือกสลบเหมือดไป กลุ่มนักผจญภัยหัวรุนแรงต่างก็หัวเราะนักดาบหนุ่มอย่างสนุกสนานด้วยความน่าสมเพชในทันใดนั้นเสียงหัวเราะของดอนก็ได้ดังขึ้นเธอหลุดขำนักผจญภัยหนุ่มจนลงไปนอนกลิ้งไปมาบนพื้น เม็กเมื่อเห็นดังนั้นก็กลับกลายเป็ว่าไม่สบอารมณ์กับการหัวเราะของดอนเพราะว่าในตอนนี้ ณ สถานที่แห่งนี้มีเพียงกลุ่มของพวกเขาที่จะสามารถหัวเราะได้ และด้วยนิสัยชอบอวดเบ่งของเขาก็จึงได้ใช้ค้อนหงอนในมือฟาดไปที่ดอนอย่างสุดแรงแต่เธอกลับะโหมุนตัวหลบกลับมาในท่าพร้อมต่อสู้ได้อย่างสง่างามและไร้ซึ่งความกลัวต่อศัตรูตรงหน้าอย่างเปิดเผย
"ยัยหนูแกก็อยากจะเป็แบบไอ้โง่นี่มากใช่ไหมไอ้เวรเอ๊ย!" - เม็ก
"ใจเย็นนะ เม็ก นั่นอัศวินนะ!" - จิล
"อะไรกันเนี่ยมีคนขี้โมโหแถมยังน่ารำคาญอยู่แถวนี้ด้วยไม่คิดมาก่อนเลย" - ดอน
"อย่ามากวนประสาทฉันนะเว้ยไอ้บ้านี่! เดี๋ยวพ่อก็ฆ่าให้ซะหรอก!!" - เม็ก
(เม็กะโดังลั่นด้วยน้ำเสียงโกรธเคืองแต่ถึงกระนั้นท่าทีของดอนกลับไม่รู้สึกหวาดกลัวแต่กลับเอานิ้วมาอุดหูและฮัมเพลงด้วยอารมณ์สุนทรีย์ซะอย่างงั้น)
"ไม่เอาน่าเสียงดังจังเลยค่ะคุณลุง หนูไม่ชอบเลยขนาดแมลงหวี่ยังไม่ได้เสียงน่ารำคาญขนาดนี้เลยนะคะ?!" - ดอน
"หน็อยแน่ไอเด็กเหลือขอนี่คิดว่าแกเป็ใครกันวะมาท้าทายกลุ่มเขียวขจีของพวกเรา!!!" - เม็ก
หลังจากที่เม็กได้ลั่นวาจาพูดชื่อกลุ่มของพวกเขาออกไปความเงียบก็ได้ปกคลุมสถานที่แห่งนี้
"........ เขียวอะไรนะ ขออีกทีซิฟังผิดรึเปล่า?" - นักผจญภัยปริศนาหมายเลขหนึ่ง
"เขียวขจีโว้ย... " - เม็ก
"......... เซนส์การตั้งชื่อกลุ่มพวกนายเห่ยสิ้นดี" - นักผจญภัยปริศนาหมายเลขสอง
บรรยากาศเปลี่ยนไปทันใดหลังจากได้รับรู้ชื่อกลุ่มของนักผจญภัยหัวรุนแรงทุก ๆ คนตรงนั้นก็ต่างพากันหลุดขำออกมาจากเซนส์การตั้งชื่อที่ไม่ได้เื่
"ใครแม่งพูดเมื่อกี้วะโคตรฮาเลยแม่งเอ๊ยเกือบสำลักเอลตาย"
เอล คือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำจากมอลต์ซึ่งก็มาจากข้าวบาร์เลย์อีกทีส่วนรสชาติจะออกขม ๆ หวาน ๆ ผสมกันไป
"ส่วนข้าขี้เกือบเล็ดข้าเห็นด้วยจังหวะมันโคตรดีฮาๆๆ"
"ดูเหมือนทุกอย่างจะกลับมาครื้นเครงอีกครั้งแล้วสินะ"
"นั่นสินะนี่แหละคือบรรยากาศของสมาคมนักผจญภัยยังไงล่ะ"
บรรยากาศภายในสมาคมนักผจญภัยกลับมาเฮฮาครึกครื้นอีกครั้งหนึ่งตัดมาทางดอนที่กำลังกลั้นขำแทบไม่อยู่
"ทำไมชื่อมันเป็อย่างนั้นล่ะคะ~! โคตรไม่เหมาะกับหน้าเลย" - ดอน
(กฤตชัยที่หาเก้าอี้มานั่งดูเหตุการณ์กับฟ้าก็เกิดความคิดไปในทางเดียวกันกับดอนเช่นกัน)
[ไหงชื่อมันออกมาเป็อย่างนั้นกันเล่าแล้วกลุ่มมันเกี่ยวอะไรกับสีเขียว!? ดูเหมือนว่าบรรยากาศในสมาคมตอนนี้จะกลับมาครื้นเครงแล้วสินะ] - กฤตชัย คิดในใจ
(เม็กในตอนนี้โกรธจนเืขึ้นหน้าที่ดอนมาทำให้ชื่อมีเกียรติถูกดูิ่เหยียดหยามอย่างไม่เหลือสิ้นดี)
"แกนะแกดูถูกฉันได้แต่จะหยามเกียรติการตั้งชื่อกลุ่มของหัวหน้าเราไม่ได้!!!" - เม็ก
(เม็กวิ่งเข้ามาจะฟาดดอนด้วยค้อนหงอนอย่างไร้สติ)
ตึก!
ตึก!!
ตึก!!!
ดอนเธอยิ้มเริงร่าก่อนที่จะหยิบธงของเธอออกมาควงปัดแกว่งไปมาจนคล้ายกับการโบกธงประกาศศึกแต่แท้จริงแล้วมันคือท่าระบำธงต่างหากตราอาณาจักรแอสโตรซ่าบนธงปัดแกว่งไปมาอย่างสง่าผ่าเผย
"คุณลุงโกรธอะไรขนาดนั้นอะค้า~ ไม่เห็นเข้าใจเลย~" - ดอน
เม็กวิ่งะโทุบด้วยค้อนแต่เธอกับหลบได้อย่างง่ายดายและเอาเสาธงตีไปที่ก้นของเม็กทีหนึ่งก่อนที่ถีบส่งเขาออกห่างไปพร้อมทั้งสไลด์เท้าหันหลังกลับมาตั้งหลัก จิลเมื่อเห็นว่าเกิดการปะทะกันแล้วก็จึงร่ายเวทมนตร์เยือกแข็งเล็งไปที่เท้าของดอน แต่ทว่าก็ได้มีกลุ่มก้อนดินน้อยใหญ่พุ่งตรงมาใส่เธอจนต้องหยุดการร่ายไปและนั่นเป็ฝีมือของซานโช่เขาได้ร่ายเวทมนตร์ก้อนดินใส่จิลต่อเนื่องจนทำให้เธอไม่สามารถสนับสนุนใครได้คาร์กเมื่อเห็นดังนั้นก็จึงวางตัวพนักงานสาวลงและวิ่งเข้าจะสาวหมัดขวาตรงเข้าไปที่เบ้าหน้าของซานโช่ ดอนเห็นดังนั้นก็ได้บรรจงปาธงใส่หัวของ คาร์ก จนสลบไป
"อะไรกันไอ้หนุ่มแว่นนั่น คาร์ก! ยังมีสติอยู่รึเปล่า!!" - จิล
"เขาคงนอนยาวจนตื่นอีกทีก็ที่เรือนจำแล้วล่ะครับ และตัวผมในตอนนี้คงไม่อาจยอมให้พวกคุณทำอะไรตามใจชอบไปมากกว่านี้แล้วทั้งเข้าทำร้ายเ้าหน้าที่สมาคม ก่อความวุ่นวาย และ เข้าขัดขวางการจับกุมของอัศวิน ตามกฎหมายของอาณาจักรและกฎการรับรองความปลอดภัยโดยทั้งทางสมาคมนักผจญภัยแห่งสี่อาณาจักร ดังนั้นพวกคุณตระหนักรับรู้เตรียมตัวไปนอนเน่าในคุกได้เลย" - ซานโช่
"ขอให้มันดีเหมือนปากแกก็แล้วกัน ไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม!" - จิล
ซานโช่ตั้งท่าร่ายเวทมนตร์ประหลาดที่ทำให้คทาเวทมนตร์ของเขาเปลี่ยนรูปลักษณ์ในบัดดลรูปร่างของมันเล็กลงพร้อมทั้งพลังงานมานาที่ถูกดูดซับมากักเก็บไว้ภายในคทาแต่มานาส่วนที่เหลือที่ไม่สามารถดูดซับได้ต่อก็ได้ถูกควบแน่นจนกลายเป็วงแหวนวนรอบคทาของเขาซึ่งมีเพียงตัวเขาที่มองเห็นมัน แต่นั่นยังไม่ทั้งหมดซานโช่นำคทาของเขาเคาะลงกับพื้นสามครั้งบนมือของดอนก็ได้ปรากฏหอกที่มีปลายแหลมยาวติดกับตัวด้ามจับและหัวของมันนั้นมีลักษณะคล้ายกลับดาวห้าแฉกสีขาว และนามของหอกนี้นั่นก็คือ
"พร้อมเข้าทำการปราบปรามล่ะนะ!" - ดอน
ซานโช่ประสานการโจมตีเวทมนตร์สนับสนุนดอนได้อย่างไร้ที่ติและ ดอน ตัวเธอเองก็สามารถเคลื่อนไหวหลบการโจมตีและสวนมันกลับไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ แม้ว่า เม็ก และ จิล จะทุ่มแรงเพื่อจัดการกับหนุ่มสาวตรงหน้าเพียงใดแต่ก็กลับไร้ผลและในท้ายที่สุด ดอน และ ซานโช่ ก็ได้เผด็จศึกด้วยการโจมตีผสานใส่
"ดอน เตรียมตัวนะ 3 2 1!" - ซานโช่
"ก็มาดิค้าาาา~~~" - ดอน
ทันใดนั้นวงแหวนเวทมนตร์ขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นเหนือพื้นที่ซานโช่ยืนอยู่ในบันดลแสงจากวงแหวนสว่างขึ้นเด่นชัดและลมก็ได้ปลิวไสวพัดจนข้าวของแถวนั้นระเนระนาดผิดกับซานโช่ที่รู้สึกเงียบสงบราวกับว่าทุก ๆ อย่างได้หยุดนิ่งลงและในตอนนี้สิ่งเดียวที่เขารู้สึกนั้นก็คือกลุ่มก้อนของพลังงานมานาที่กำลังควบแน่นอยู่เหนือคทาของเขา
เวทมนตร์ คือ การจับกลุ่มกันของละอองพลังงานขนาดเล็กที่มีนามว่า มานา ซึ่งแท้จริงแล้วถูกสกัดมาจากธรรมชาติโดยจะมีธาตุหรือสภาพที่แตกต่างกันไปตามพื้นที่หรือสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นหลักการ การร่ายเวทมนตร์ นั่นก็คือ การจับกลุ่มกันของมานา ซึ่งมานาเหล่านี้หลังจากได้ทำรวมตัวกันจะอยู่สภาพที่เรียกกันว่า การควบแน่นพลังงาน โดยหลังจากอยู่ในสภาพดังกล่าวผู้ร่ายเวทมนตร์จะสามารถเปลี่ยนแปลงหรือดัดแปลงได้ตามใจนึก แต่ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถและองค์ความรู้ต่าง ๆ ของตัวผู้ใช้เอง ส่วนตัววงแหวนจะปรากฏขึ้นมาก็ต่อเมื่อผู้ร่ายเวทมนตร์จะใช้งานเวทมนตร์ที่เหนือกว่าขั้นพื้นฐานขึ้นไป โดยระดับเวทมนตร์ที่ถูกกำหนดไว้โดยสภาเวทมนตร์ของอาณาจักร เมจิเกีย มีดังนี้ 1.เอก หรือขั้นพื้นฐาน 2.ทวิ 3.ไตร 4.จัตตุ 5.เบญจ 6.ฉก
(ซานโช่ได้ค่อย ๆ บิดเปลี่ยนแปลงมันให้กลายเป็สายลมอย่างช้า ๆ และปลดปล่อยมันออกมา)
สายลมได้มารวมตัวกันจนเป็รูปร่างเหมือนกับลูกะุปืนใหญ่และปล่อยมันออกไปด้วยความรวดเร็วแต่ยังไม่พอเท่านั้นดอนเธอก็ได้ปาหอกด้วยความรุนแรงพร้อมกันกับะุอากาศจนกลายเป็ท่าผสานที่มีชื่อว่า
!!!หอกขาวทะยานฟ้า!!!
ฟึบ ~ ตู้ม!!!!!!
ด้วยการโจมตีก่อนหน้าทำให้นักผจญภัยทั้งสามคนถูกผลักกระเด็นไปติดกำแพงหมดสติกันไปโดยปริยาย และหอกของดอนก็ได้หายไปพร้อมกับคทาของซานโช่ที่กลับมารูปร่างเดิม แม้การโจมตีจะรุนแรงเพียงใดแต่ระดับของ ปืนใหญ่อัดอากาศ เพียงแค่ระดับไตรเพียงเท่านั้นซึ่งมุ่งเน้นทำให้หมดสภาพการต่อสู้ซะมากกว่าทำให้าเ็
"เยี่ยม.... " - กฤตชัย
(กฤตชัยดีใจจนเผลอทำท่าทางและหลุดเสียงออกมาเลยทีเดียว)
"ใช่ไหม~ นายคงคิดแบบว่าฝีมือดีกว่าที่คิดอีกนะ ทำนอง นี้ใช่ไหม~~ เพราะฉันก็คิดเหมือนกัน" - ฟ้า
"ก็คงตามที่เธอคิดล่ะนะ" - กฤตชัย
[อะไรกัน พริ้นส์ ในหัวของฉันมีแต่เื่น่าประหลาดใจจากเธอไปหมดเลยนะ และคราวนี้ฉันคงจะมีคำถามเพิ่มเต็มหัวไปหมดจากสิ่งที่เธอ้าให้ฉันสื่อให้ออกอีกแล้วสินะ พริ้นส์ ทำไมเธอจึงให้ทั้งสองคนนี้อยู่กับฉันมาทำไมกัน? เพราะการส่งอัศวินมาลากฉันไปรวมถึงรหัสลับนั้นด้วยอาศัยอัศวินเพียงคนเดียวก็น่าจะเพียงพอแล้วนะ] - กฤตชัย คิดในใจ
"ใช้ได้เลยนะ เด็ก ๆ ของนาย" - ฟ้า
"ไม่ใช่เด็กของฉันสักหน่อยของ พริ้นส์ ต่างหาก อย่าลืมนะว่าฉันทำงานคนเดียวน่ะ" - กฤตชัย
"โถ่ พ่อหนุ่มแซดบอย ชอบทำงานคนเดียว~" - ฟ้า
"หยุดเลยนะ ฟ้า เธอก็น่าจะรู้เหตุผลที่ฉันต้องทำอย่างงี้เพราะอะไร" - กฤตชัย
"ฉันรู้ แต่ว่าบางทีนายควรปล่อยวางได้แล้วนะ เหตุการณ์เมื่อสองปีก่อนมันไม่ใช่ความผิดใครทั้งนั้นแหละ.... " - ฟ้า
"โทษทีนะ ฟ้า" - กฤตชัย
(หลังจากพูดจบเขาก็นิ่งเงียบไม่พูดจาอะไร)
(การต่อสู้ระหว่างกลุ่มของดอนและนักผจญภัยหัวรุนแรงดูเหมือนมีทีท่าจะจบลงจนกระทั่งออร์คตัวหนึ่งะโลงมาจากชั้นสองของอาคาร มันมาพร้อมกับบรรยากาศที่น่ากลัวและทรงพลังอย่างบอกไม่ถูก)
"นี่ฝีมือพวกแกรึ?" - ทอลกัล
"ก็ใช่แล้วจะทำไมเหรอครับ? หรือคุณลุงเป็เพื่อนของพวกเขา?" - ซานโช่
"เพื่อน? อย่าพูดอะไรให้ตลกอย่างนั้นเลยดีกว่าพวกมันเป็ลูกน้องฉันว่ะ" - ทอลกัล
"แล้วคุณจะมาล้างแค้นแทนพวกเขานั้นเหรอครับ?" - ซานโช่ ปานซ่า
"ก็แกพึ่งกระทืบน้องชายแท้ ๆ ของฉันไปนี่หว่า" - ทอลกัล
"คุณออร์คพูดสุภาพตัวเมื่อกี้สินะ มากันไม่หมดไม่สิ้นชักจะเบื่อเหมือนกันนะคะ" - ดอน
(ดอนทำหน้าเซ็งพร้อมกันกับกฤตชัยที่เมื่อเห็นออร์คตนนั้นก็จึงตัดสินใจถามฟ้าทันควัน)
"ใครกันล่ะนั่น?" - กฤตชัย
"เ้าหมอนั่นเหรอ? หน้าคุ้น ๆ แฮะ... อ๋อจำได้แล้วเขาชื่อทอลกัลเขาเป็นักผจญภัยระดับ 3 ดาวฉันได้ยินมาว่าปกติเขาทำภารกิจอยู่แถวอาณาจักรฟรอสเทียนะถ้าจำไม่ผิดส่วนสูง 234 เิเ น้ำหนัก... " - ฟ้า
"เฮ้ย หยุด ๆ สต็อปเลยนะ! แล้วเธอไปรู้ข้อมูลละเอียดยิบขนาดนั้นมาจากไหนเนี่ย???" - กฤตชัย
(กฤตชัยถามด้วยความสงสัยและประหลาดใจ)
"ก็แหมพวกฉันเห็นอย่างนี้ก็ต้องหาสมาชิกเข้ากลุ่มเพิ่มเหมือนกันนะ ก็เลยตัดสินใจจ้างคุณนักฆ่าไปสืบหาคนที่เข้าตาและพวกหน้าใหม่ที่ดูมีความสามารถแล้วก็เลยได้เห็นหน้าและชื่อของเขาจากรายงานรวมเล่มจากคุณนักฆ่าเขาน่ะ" - ฟ้า
"อืม... ต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอ?" - กฤตชัย
"อาจจะน้อยเกินไปด้วยซ้ำล่ะนะ!" - ฟ้า
(กฤตชัยเหงื่อแตก)
[จะว่ามันเสียของดีไหมนะ? แม่คุณก็เข้าใจอยู่ว่าตอนนี้รวยแล้วแต่ก็นะเ้านักฆ่าที่ว่าด้วยคุณพี่ไม่เลือกงานไม่ยากจนเกินไปไหม~ แต่เดี๋ยวนะนักฆ่าที่่นี้เธอน่าจะติดต่ออยู่คนเดียวนั่นก็คือเ้าแมลงสาบไม่ใช่เรอะ!] - กฤตชัย คิดในใจ
"แล้วไอ้ทอลกัลอะไรนี่แข็งแกร่งมากไหม" - กฤตชัย
"ก็อยู่ระดับเฉย ๆ ในหมู่พวกเข้าตาของฉันน่ะนะเพราะว่าเป็พวกใช้พละกำลังเป็ที่ตั้งน่ะ" - ฟ้า
"เธอนี่ขี้โม้ั้แ่เด็กเลยนะ" - กฤตชัย
"นายเองก็เหมือนกันแหละว่าแต่นายถามทำไมเหรอ?" - ฟ้า
"ก็ไม่พิเศษอะไรหรอกแค่แบบนาน ๆ ทีจะได้คลายสนิมกันบ้าง" - กฤตชัย
"พูดอย่างงั้นจะไปลงสนามเองรึไง" - ฟ้า
"ก็คงงั้นแหละ" - กฤตชัย
"ก็เพราะถ้าไม่สู้บ้างก็ไม่ได้โชว์ความน่าเกรงขามในฐานะอัศวินศักดิ์สิทธิ์ยังไงล่ะ" - กฤตชัย
"จ้า คุณพ่อขี้แอ็ค" - ฟ้า
"ดอน ซานโช่พอได้แล้วล่ะพวกเธอไปนั่งรอเถอะ" - กฤตชัย
"อะไรนะครับท่านกฤตชัย" - ซานโช่
"ไม่ต้องพูดท่านก็ได้ฉันก็บอกไปแล้วนี่ พวกเธอกลับไปนั่งดูเถอะเดี๋ยวต่อจากนี้ฉันจัดการเอง" - กฤตชัย
"อย่า! อย่า!! บอกนะว่าเราจะได้เห็นการต่อสู้ของท่านกฤตชัยน่ะซานโช่รีบไปนั่งกันเถอะ" - ดอน
(ดอนลากตัวซานโช่ไปนั่งเก้าอี้บริเวณนั้นที่ว่างอยู่ด้วยความตื่นเต้นเพราะเธอกำลังจะได้เห็นการต่อสู้ของอัศวินศักดิ์สิทธิ์แบบเป็ ๆ เธอมองไปที่กฤตชัยด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง)
"เออ ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นหรอกนะเพราะการต่อสู้ของฉันมันไม่ได้น่าตื่นเต้นขนาดนั้นหรอกออกจะน่าเบื่อด้วยซ้ำ" - กฤตชัย
(ดอนหงอนผมของเธอตกลงเล็กน้อยทำเหมือนกับว่าเป็หมาหงอยยังไงอย่างงั้นกฤตชัยเมื่อเห็นดังนั้นก็จึงหันหลังกลับไปพูดให้กำลังใจ ดอน)
"แต่ก็อย่าขาดความหวังไปนะ!" - กฤตชัย
(หงอนผมของเธอตั้งขึ้นมาอีกครั้งพร้อมทั้งดวงตาเปี่ยมไปด้วยความหวัง ส่วนฟ้าที่นั่งดูอยู่ไกล ๆ ก็แอบหลุดขำออกมาเลยทีเดียว)
[ไหงมันเหนื่อยอย่างงี้ล่ะเนี่ยยังไม่ได้สู้เลย] - กฤตชัย คิดในใจ
(กฤตชัยหันหน้ากลับไปหา ทอลกัล และเดินเข้าไปหาเขาอย่างช้า ๆ แบบชิว สุด ๆ)
เหล่าผู้คนต่างยืนและนั่งดูการต่อสู้กันอย่างใจจดใจจ่อและต่างซุบซิบและใที่หนึ่งในอัศวินศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่นี้แต่ว่ากลับไม่มีเลยใครเลยที่เคยเห็น กฤตชัย ได้ใช้พลังให้เห็น
"นี่ ซานโช่ ท่านกฤตชัย มีพลังอะไรงั้นเหรอ!!" - ดอน
"ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันถ้าพอเป็อัศวินศักดิ์สิทธิ์ท่านอื่น ๆ อย่างท่านพริ้นส์ก็จะเป็ดาบก็จึงสามารถเดาจากอาวุธได้แต่ว่าท่าน กฤตชัย น่ะ ทั้งข้อมูลในบันทึกและคำบอกเล่ามันน้อยสุด ๆ ไปเลยล่ะ" - ซานโช่
"โทษที ที่ทำให้รอนะ คุณทอลกัน.... " - กฤตชัย
[โอ้โห พอมายืนใกล้แบบนี้แล้วนี่มัน หน้าเบบี้บอดี้มัสเซิลนี่หว่า] - กฤตชัย คิดในใจ
"ข้าชื่อ ทอลกัล!" - ทอลกัล
"กฤต ไปล้อชื่อเค้าทำไมเนี่ยไม่มืออาชีพเลย~" - ฟ้า
(กฤตชัยหันหน้ากลับไปที่ฟ้าที่หัวเราะคิกคักด้วยสีหน้าหงุดหงิด)
[อันนี้ไม่ได้ตั้งใจล้อชื่อนะเฟ้ยตรูลืมชื่อของเขาเว้ยฟ้าาาา] - กฤตชัย คิดในใจ
"เอาล่ะข้าก็เริ่มจะหมดอารมณ์จะรอแล้วเรามา... " - ทอลกัล
(กฤตชัยชิงพูดก่อนที่ทอลกัลจะได้พูดซะอีก)
"งั้นเรามาสู้กันเลยไหม" - กฤตชัย
"กฤต ไปขัดบทพูดเขาทำไมเล่ายังพูดไม่จบประโยคเลย!" - ฟ้า
(กฤตชัยหันไปมองที่ฟ้าอีกครั้งพร้อมทำท่าฉุนเฉียว)
"เงียบไปเลย!" - กฤตชัย
"แกบอกใครให้เงียบนะ!!!" - ทอลกัล
ทันใดนั้นทอลกัลก็ได้ซัดหมัดขวาจะประเคนหน้าใส่กฤตชัยแต่ก็ถูกหยุดไว้ด้วยดาบประหลาดที่โผล่ขึ้นมารับการโจมตีกลางอากาศโดยออกมาจากม่านพลังงานสีทองล้อมรอบตัวกฤตชัย แต่ทันใดที่กฤตชัยถอยกลับมาตั้งหลักดาบเล่มนั้นก็กลับหายไปภายในพลังงานสีทอง
"เอาเป็ว่าฉันขอโทษกับเื่เมื่อกี้ด้วยแล้วกัน มาคราวนี้ฉันสู้แบบจริงจัง ๆ แล้วก็ได้" - กฤตชัย
"แกพูดจริง สินะ! เพราะข้าชักจะเหลืออดจากท่าทางของเ้าแล้วเหมือนกัน" - ทอลกัล
"ไม่เอานา คราวนี้น่ะพูดจริงไม่ทำท่าขี้เจ๊าะแล้ว นั้นฉันให้เกียรติเขามาก่อนได้เลยฉันจะตั้งรับนายด้วยไม่จำเป็ต้องััตัวให้ดู"
(ทันใดนั้นกฤตชัยก็ตั้งท่าจับไปที่สมุดวาดเขียนเก่า ๆ ข้างเอวของเขา)
"แม้ว่าจะพร้อมต่อสู้แล้วแต่ก็ยังมีความปากดีข้าขอยอมใจเลย!!!" - ทอลกัล
ทันใดนั้นทอลกัลก็วิ่งเข้ามาหาด้วยความรวดเร็วพร้อมทั้งกำลังจะเตะตัดไปที่ลำตัวของ กฤตชัย ตรง ๆ แต่ภายในไม่กี่วินาทีนั้นกฤตชัยเขาได้ชักสมุดวาดเขียนขึ้นมาบนมือได้สำเร็จพร้อมทั้งแสงสีทองก็ได้เปล่งประกายออกมาจะร่างของกฤตชัยไม่หยุดพร้อมทั้งลมที่พัดโชยออกมา
"เอาล่ะฉันจะแสดงให้เห็นเองว่าพลังของฉันน่ะนะ!" - กฤตชัย
ทันใดแสงสีทองที่สว่านโชก่ไปทั้งตัวของเขาก็ได้หายไปชั่วขณะเดียวกันกับที่ตัวเขาเองก็ได้เริ่มกล่าวคำขานออกมา
"พร้อมรึยัง ออร์ค ผู้ทระนงเอ๋ย" - กฤตชัย
ทันใดที่คำขานจบลงก็ได้ปรากฏชายเผ่าเอลฟ์ในรูปลักษณ์สวมชุดเกราะสีเงินเป็เงาอันเป็เอกลักษณ์เขาออกมาปัดป้องโจมตีของทอลกัลได้อย่างสบาย ๆ ทำให้ทอลกัลกระเด็นออกไป แต่ไม่ได้มีเพียงเซซิวเท่านั้นที่ถูกเรียกออกมาชายในผ้าคลุมดำก็ได้ถูกอัญเชิญมาพร้อม ๆ กัน
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ" - กฤตชัย
"เช่นกันครับ ท่านกฤต" - เซซิว
(เซซิวหันหน้าไปทักทายกฤตชัยก่อนที่จะตั้งหน้าตั้งตากับศัตรูตรงหน้า)
"ไอ้คนสิ้นหวังนี่มันกว่าจะเรียกออกมาก็ปาไปสองปีแล้วสินะ" - ชายผ้าคลุมดำปริศนา
(เขามองมาที่กฤตชัยด้วยสายตาเหยียดหยาม)
"ฉัน ไม่ได้จะเรียกนายออกมาด้วยซะหน่อย จิน!" - กฤตชัย
"แค่คำทักทายสักนิดก็ไม่มีแกคิดว่าฉันก็อยากจะออกมาดูหน้าแกเรอะทุเรศสิ้นดี" - จิน
"ว่าไงนะ จิน!!!" - กฤตชัย
(กฤตชัยโกรธพร้อมที่จะวางมวยกับจินในทันทีแต่เซซิวก็ได้พูดห้ามไว้เสียก่อน)
"พอเถอะครับ ท่าน จิน เื่อื่นเราเอาไว้ทีหลังนะครับ" - เซซิว
"เหอะฉันเห็นแก่ เซซิว นะ จะยอมกลับเข้าไปก่อนก็ได้" - จิน
(เซซิว ร่างของเขาได้สลายกลายเป็ละอองสีดำและหายไปในที่สุด)
"ท่านกฤตครับเรามารีบจัดการปัญหาข้างหน้ากันดีกว่านะครับ" - เซซิว
"ก็เอาสิ ถึงเวลาปิดม่านการแสดงแบบเร่งด่วนเลยละกัน" - กฤตชัย
ในจังหวะนั้นเองทอลกัลก็ได้วิ่งกลับมาพร้อมที่จะกระแทกกฤตชัยไปพร้อมกับประตูของสมาคมนักผจญภัย แต่ก็แสงสีทองประหลาดกลับโพยพุ่งออกจากดาบของเซซิวไม่หยุดจนการเป็รูปร่างเป็ดาบแสงขนาดั์อันทรงพลัง
"ท่านกฤตครับผมพร้อมแล้วครับ" - เซซิว
"งั้นเอาเลยละกัน" - กฤตชัย
เซซิวตั้งท่าแทงด้วยลำแสงสีทองขนาดใหญ่ใส่ทอลกัลเต็ม ๆ จนทำให้เขากระเด็นและหมดสติคาอากาศไปทั้งอย่างนั้น เหล่าผู้ชมทั้งชายหญิงต่างตกตะลึงกับความทรงพลังของเซซิวและการต่อสู้ก็ได้จบลง
[และนี่ก็คือ ปรากฏจินตนา ยังไงล่ะ...]
ปรากฏจินตนา คือพลังของเรามันคล้ายคลึงกับศาสตร์เวทมนตร์ในการอัญเชิญหรือเรียกภูติผู้พิทักษ์แต่ต่างกันที่พลังนี้ไม่ได้ใช้มานาในจ่ายเพื่อใช้ในการอัญเชิญแต่เป็พลังงานปริศนาที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของเราแม้เราจะไม่รู้ว่ามันคือพลังงานอะไรกันแน่แต่สิ่งที่เรารู้นั่นก็คือเราสามารถเรารู้ถึงมันได้และรู้ว่ามันจะหมดลงเมื่อไหร่ หืม? ถ้ามันหมดน่ะเหรอไม่มีปัญหาเลยเพราะดูเหมือนว่าพลังงานดังกล่าวมันจะผลิตมาจากร่างของเราเรื่อย ๆ เอาละอธิบายกันต่อสื่ออัญเชิญที่ถูกอัญเชิญออกด้วยพลังนี้จะถูกเรียกว่า ตัวตน
ตัวตนนั้นมีสติและจิตสำนึกคิดเป็ของตัวเองสามารถแยกแยะมิตรและศัตรูได้และส่วนมากจะสามารถพูดคุยกับเราได้แต่ถึงแม้พวกเขาจะสามารถนึกคิดได้ด้วยตัวเองแต่ก็จะไม่มีทางที่จะคิดทรยศและหักหลังหรือเป็ปรปักษ์มิหนำซ้ำยังเชื่อฟังคำสั่งและซื่อสัตย์ แต่พลังนี้เองก็มีเงื่อนไขในการใช้งานเช่นเดียวกันการที่จะใช้พลังในการเรียกตัวตนออกมาได้นั้นจำเป็จะต้องสร้างมันขึ้นมาซะก่อนและบันทึกลงบนสมุดวาดเขียนของเขาเพราะเหล่าตัวตนนั้นถูกสร้างขึ้นจากจินตนาการและความทรงจำของกฤตชัยดังนั้นจึงถูกลบและเลือนหายไปได้ในแง่ของรูปลักษณ์หรืออาจเกิดการบิดเบือนความสามารถให้ต่างไปจากเดิมที่ควรจะเป็และด้วยเหตุนั้นจึงจำเป็จะต้องวาดภาพของตัวตนเ่าั้ลงยังกระดาษพร้อมกับความสามารถกำกับ
"นายยังเจ๋งเหมือนเคยเลยนะ เซซิว ปิดงานได้ไวสุด ๆ" - กฤตชัย
"ผมพูดอะไรไม่ได้หรอกครับ พลังทั้งหมดนี้เป็ของท่านกฤตนี่ครับ แต่ว่า... " - เซซิว
"แต่อะไรเหรอ เซซิว?" - กฤตชัย
"ท่านกฤต ได้โปรดดูที่เวลาตอนนี้ด้วยครับ" - เซซิว
กฤตชัยหันหน้าอย่างรวดเร็วไปทางนาฬิกาของสมาคมนักผจญภัยก่อนที่จะเหงื่อแตกพลั่กและตัวสั่น
"สอง สองนาที ดอน ซานโช่ เราต้องรีบไปที่ปราสาทเดี๋ยวนี้เลย เวลาของเราจะหมดแล้ว!!" - กฤตชัย
"จริงด้วยนี่นา ไม่นะโดนท่านพริ้นส์ดุแน่ ๆ เลย" - ดอน
[ไม่ทันภายในสองนาทีแน่ ๆ ถ้ารีบวิ่งตรงดิ่งไปปราสาทจากที่สมาคมนักผจญภัย] - กฤตชัย คิดในใจ
กฤตชัยทำท่าร้อนรนจะพา ซานโช่ และ ดอน ออกจากสมาคมแต่ฟ้าก็ได้กวักมือเรียกให้เขาเข้ามาใกล้ ๆ และดูเสมือนว่าเธอจะให้บางสิ่งกับเขา
"ก็รู้อยู่แกตัวว่าไปไม่ทันแน่ ๆ แต่ไม่คิดจะขอความช่วยเหลือจากผู้ชำนาญการมือหนึ่งที่อยู่ตรงนี่เลยรึไง~?" - ฟ้า
"มีอะไรก็รีบ ๆ ว่ามาเถอะน่าา!" - กฤตชัย
"แบมือมาซิ" - ฟ้า
กฤตชัยได้ทำตามที่เธอบอกเธอก็จึงได้ยื่นขนนกประหลาดมายัดใส่ไว้บนฝ่ามือเขา ซานโช่เมื่อเห็นดังนั้นก็จึงได้เดินเข้ามาดูใกล้ ๆ ด้วยเช่นกัน
"ขนนก?!" - กฤตชัย
"อักขระเวทมนตร์คำสั่งสินะครับ" - ซานโช่
(ดอนรีบมุดมาดูขนนกในทันทีหลังจากซานโช่ได้พูดถึงมัน)
"อักขระเวทมนตร์คำสั่งอะไรกันล่ะนั่น" - กฤตชัย
"อักขระเวทมนตร์คำสั่งก็คือ..... " - ซานโช่
อักขระเวทมนตร์คำสั่ง เป็การใช้งานมานารูปแบบหนึ่งที่ถูกสร้างจากนักเวทผู้มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเวทมนตร์อุปกรณ์ในศักราชใหม่โดยถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรกด้วยความบังเอิญจากปราชญ์นามหนึ่งและแพร่หลายขึ้นในปี 270 ในฐานะเวทมนตร์แขนงหนึ่งที่มีประสิทธิภาพอย่างมากในการเสริมสมรรถภาพอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้มีลูกเล่นหรือแข็งแกร่งมากขึ้น ต่อมาในปี 367 ก็ได้มีการประยุกต์นำมาใช้ร่วมกับสิ่งของประจำวันมากขึ้นทำให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าแต่ก่อนที่จะนิยมใช้ในการเสริมความสามารถของอุปกรณ์ในการสู้รบเสียมากกว่า
"ถูกต้องตามนั้นจะ" - ฟ้า
กฤตชัยทำท่าอึ้งกับความรู้ของซานโช่ส่วนตัดไปฝั่งของดอนเธอนั้นก็ได้ไปสนใจสิ่งอื่นั้แ่ซานโช่เริ่มต้นอธิบายแล้ว
"อย่าทำหน้าอึ้งอย่างนั้นสินายจำไม่ได้รึไงว่าเื่นี้ก็สอนในวิทยาลัยนะ!" - ฟ้า
"พอดีฉันน่าจะหลับคาบนั้นละมั้ง?" - กฤตชัย
"ไม่ต้องทำมาเป็พูดเลยตัวเองไม่ใช่เรอะที่เชี่ยวชาญศาสตร์ที่ว่านั่นรองมาจากฉันเนี่ย!" - ฟ้า
"สงสัยลืมไปหมดแล้ว ฮ่าฮา... " - กฤตชัย
(กฤตชัยทำท่าทางไร้เดียงสาเกาหัวตัวเองไปพลางหัวเราะแห้ง ๆ)
"ฉันก็เริ่มสงสัยแล้วเหมือนกันว่านายได้รับแต่งตั้งเป็อัศวินศักดิ์สิทธิ์ได้ยังไง" - ฟ้า
"ฟ้า ขนนกนั่นราคาเท่าไหร่ว่ามาเลยดีกว่า" - กฤตชัย
เธอทำหน้าตายิ้มแย้มขึ้นมาหลังจากกฤตชัยถามเกี่ยวกับราคากับตน
"ฉันไม่คิดราคาก็แล้วกัน ก็ตามที่นายเห็นนั่นแหละวันนี้นายก็ช่วยฉันจัดร้านแถมยังให้ฉันได้ดูอะไรสนุก ๆ อีก และก็นายอาจจะได้ในสิ่งที่กำลังตามหากลับคืนมาก็ได้นะ" - ฟ้า
"พูดเป็เล่นของแบบนั้นมันหาง่ายซะที่ไหนเล่าและก็ขอบคุณนะฟ้า" - กฤตชัย
[เอ๊ะแต่ก่อนนะ ฉันว่าแล้วว่าลืมบางอย่างที่สำคัญไปเลย] - กฤตชัย คิดในใจ
(กฤตชัยเดินหันกลับไปยังกลุ่มนักผจญภัยหัวรุนแรงพร้อมทั้งเลื่อนสมุดวาดภาพไปหน้าอื่นและเขาก็ได้สร้างสรรค์อัศวินทั้งสองตนออกมา)
อัศวินทั้งสองมีนามว่า เขียว กับ แดง ลักษณะของ เขียว เขาคืออัศวินมรกตชุดเกราะทั่วทั้งตัวของเขาล้วนแล้วถูกประดับประดาด้วยมรกตล้วน เช่นเดียวกับ แดง ที่ร่างกายจะถูกประดับด้วยอัญมณีอย่างทับทิมจึงถูกเรียกว่าอัศวินทับทิม พวกเขาเป็สองอัศวินคู่หูที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและไร้ที่ติถึงแม้พวกเขาจะไม่สามารถสื่อสารด้วยการพูดได้ก็ตาม
"ว่าไงเ้าเขียว เ้าแดง ฉันมีงานให้พวกแกทำด้วยฝากจัดการเ้าพวกนี้ด้วยแล้วกันนะฉันไปล่ะ" - กฤตชัย
เขียว และ แดง ทำท่าทางตื่นเต้นและพร้อมด้วยแรงเต็มร้อยแต่ก็ทำท่าตื่นเต้นยินดีอยู่ไม่นานงานที่พวกเขาได้รับจากกฤตชัยนั่นก็คือการพาร่างทั้งสามแบกไปยังคุกกลางของอาณาจักรส่วนทาง กฤตชัย ดอน และ ซานโช่ ก็ได้วิ่งออกไปนอกสมาคมนักผจญภัยไปเป็ที่เรียบร้อยพร้อมกับใช้ขนนกอาคมในทันที ทำให้ทั้งเขียวและแดงเกิดความขุ่นเคืองขึ้นมาเพราะทั้งตนและคู่หูไม่เคยจะได้งานอะไรดี ๆ จากเ้านายผู้สร้างเลยแม้แต่ครั้งเดียวจึงเกิดความคิดที่อยากจะกระทืบกฤตชัยในใจ เมื่อกฤตชัยออกมานอกอาคารแล้วก็ให้ซานโช่ดูว่าขนนกชิ้นนี้มีอะไรสลักเอาไว้ซึ่งขนนกอาคมอันนี้มีถูกสลักอักขระเวทมนตร์เอาไว้นั่นก็คือ ทะยานฟ้า ความสามารถของมันคือการนำพาผู้ที่ใช้และสมาชิกที่กำลังปฏิสัมพันธ์ทางกายอยู่เวลานั้นพุ่งขี้นไปบนท้องฟ้าและถูกส่งไปยังสถานที่ที่ผู้ใช้้าที่จะไปโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้และสมาชิก ทั้งหมดจะถูกส่งผ่านอากาศด้วยความเร็วสูงพุ่งตรงไปยังเป้าหมายแทบจะในทันที เงื่อนไข สามารถใช้งานได้สามครั้งเท่านั้นและจะสูญสลายกลายเป็มานาตามธรรมชาติไปหากใช้งานครบเงื่อนไขที่ระบุไว้ ดอน และ ซานโช่ จับแขนของ กฤตชัย เอาไว้ทันใดนั้นขนนกก็ได้ทำงานส่งพวกเขาพุ่งขึ้นไปยังอากาศอย่างรวดเร็วขณะอยู่บนอากาศจึงทำให้กฤตชัยคิดได้บางอย่าง
[เดี๋ยวนะ ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ตอนลงจะทำยังไงล่ะเนี่ย?! อย่างน้อยซานโช่เป็นักเวทก็น่าจะพอมีเวทมนตร์ลดความเร็วลงบ้างล่ะน่า!] - กฤตชัย คิดในใจ
(กฤตชัย ได้หน้าไปหาทั้งคู่ก่อนที่จะทำหน้าสิ้นหวังขึ้นมา)
"ดอน ซานโช่......!" - กฤตชัย
"หนูไม่ไหวแล้วจะอ้วก... อุ้บ" - ดอน
(ดอนเธอดูเหมือนว่าจะเมาจนแทบจะอาเจียนออกมาแต่ก็พยายามฝืนสังขารอย่างเต็มความสามารถ)
"อ้ากกกกกก~" - ซานโช่
(ซานโช่ ร้องได้ซักเดี๋ยวเดียวก็หมดสติกลางสายลม)
[โอ..โอเค เราตายแน่] - กฤตชัย คิดในใจ
"พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกด้วยยย~" - กฤตชัย
(เขาะโออกมาเสียงหลงหายวับไปในอากาศ)
...
..…
…….
และเื่ราวการผจญภัยของพวกเราก็ได้เริ่มต้นขึ้น
###จบตอน###