หลังจากปล่อยให้เย่วซินอยู่กับน้องชายอย่างที่ร่างบาง้า เฟยหลงก็ออกมานั่งที่ศาลากลางสระบัวกับอี้เฟย เพื่อฆ่าเวลารอรับร่างบางกลับ ตำหนักสองตำหนัก อยู่ใกล้กันเพียงแค่มีสระบัวคั่นกลางเท่านั้น ่นี้เขายังไม่มีงานใหญ่ที่ต้องสะสาง เพราะเพิ่งผ่านพ้น่วิวาห์มาส่วนงานหยิบย่อย เล็กๆ น้อยๆ มอบให้เป็หน้าที่องครักษ์หน้าตายกับซือจิ้นคอยดูแล หากเป็เื่ด่วนค่อยรายงานตน ตอนนี้องครักษ์ทั้งสองคงจะงานยุ่งมาก จนไม่มีเวลามาดูแลพวกเขา เฟยหลงบอกกับซิ่นเฉิงไว้ว่า หากทุกอย่างเข้าที่เข้าทางดีแล้วเขาจะจัดงานมงคลให้กับคนทั้งคู่ ซิ่นเฉิงเพียงแค่กระตุกยิ้มรับอย่างพอใจ สองพี่น้องเลยมีเวลาดูแลราชินีของตนได้อย่างเต็มที่
"อี้เฟยเ้าเล่นแรงไปรึเปล่า... ดูเย่วเอ๋อร์จะโกรธเ้าเอามากๆ ก็น้องชายเขาทั้งคนนี่"
ร่างสูงของพี่ชายเอ่ยขึ้น มือหนายกน้ำชาขึ้นมาดื่ม
"ข้าก็พยายามเบามือที่สุดแล้ว แต่ท่านพี่เมื่อคืนกว่าจะสำเร็จเล่นเอาเืตาแทบกระเด็น ข้าเกือบเสียทีเขาเข้าให้แล้ว ร้ายจริงๆ เลย เสี่ยวไป๋กล้าวางยาข้า แล้วก็นี่อีกท่านมองดูซิเขาซัดข้าซะตาปูดเลย"
แล้วเื่ราวสุดแสบก็ถูกถ่ายทอดให้คนเป็พี่ฟังคร่าวๆ
"ฮ่าๆๆ ร้ายจริงเชียวไม่เสียแรงที่เป็พี่น้องกัน ร้ายพอๆ กันเลย ช่างเหมาะสมกับเ้าที่สุดแล้วล่ะอี้เฟย
"แล้วท่านพี่กับพี่สะใภ้ล่ะ นึกแล้วยังเสียวสันหลังไม่หาย พี่สะใภ้ร้ายกาจนัก บีบคอข้าซะเกือบตาย"
"เย่วเอ๋อรใช้วิชาพรางกาย เพื่อจะหลบซ่อนข้า"
"วิชาของเผ่าหงส์ไฟนะหรือท่านพี่ ข้าเคยได้ยินมาบ้าง แต่มันอันตรายไม่ใช่เหรอ"
"มันก็ใช่ แต่เย่วเอ๋อร์แข็งแรงพอที่จะรับผลที่ตามมาได้"
"แล้วท่านพี่หาพี่สะใภ้เจอได้อย่างไร"
"หึ ก็เกือบจะแย่ เ้าเล่ห์กว่าที่คิดไว้อีก ไปแอบอยู่ในสระน้ำดีนะที่ข้าสังเกตเห็นความผิดปกติ "
เื่ราวถูกถ่ายทอดจากคนเป็พี่ให้คนเป็น้องฟังจนจบ
สองคนพี่น้องนั่งคุยกัน จนเฟยหลงที่นั่งรอเย่วซินเห็นว่ามันนานมากแล้ว ร่างบางยังไม่ออกมาเลยเข้าไปตามพร้อมกับอี้เฟย ที่เข้ามาดูอาการของราชินีตัวน้อยที่ยังคงหลับใหล ภาพที่ร่างสูงเห็นตอนไปถึงร่างบางนั่งเฝ้าน้องชายจนฟุบหลับลง เพราะร่างกายยังอ่อนเพลียอยู่มาก มือหนาโน้มตัวลงมาช้อนร่างบางของคนรักมาไว้ในอ้อมแขน
มุ่งหน้าสู่ตำหนักตนทันที แต่ก่อนที่จะไปเฟยหลงก็หันไปพูดกับหนิงเฟิ่งสัตว์เทพของร่างบาง ที่ดูจะเป็ห่วงนายของเขาอยู่มาก
"เ้าไม่ต้องห่วงเขาหรอก แค่เพียงอ่อนเพลียเลยหลับไป ข้าจะพาเขาไปพักผ่อน เดี๋ยวข้าจะให้นางกำนัลพาเ้าไปที่พัก ระหว่างนี้ข้าฝากเ้าดูแลเขาด้วย"
ร่างสูงหมายถึงสัตว์เทพอีกตนของหลิงซาน ที่ยังไม่สามารถกลายร่างเป็มนุษย์ได้ เพราะว่าคนที่จะตั้งชื่อรับขวัญๆ ให้ป่วยลุกไม่ขึ้น
"พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะดูแลเขาเองโปรดวางใจเถิด"
ร่างสูงพยักหน้ารับ ก่อนจะรุดหน้ากลับไปยังตำหนักตน หนิงเฟิ่งมองหงส์ฟ้าแสนงามที่บินลงมายืนจ้องเขาตาแป๋ว มือหนาเอื้อมไปลูบศีรษะเล็กอย่างเอ็นดู
"เ้ารอก่อน นายของเ้ายังไม่สามารถออกมาพบเ้าได้ในตอนนี้ ่นี้เ้าก็อยู่กับข้าไปก่อน"
เหมือนว่าเ้าหงส์ตากลมจะเข้าใจที่ร่างสูงพูด เอียงคอไปมามองหน้าอีกฝ่ายก่อนผงกหัวขึ้นลงเป็เชิงว่ารับรู้แล้ว สักพักนางกำนัลก็มาเชิญหนิงเฟิ่งไปยังที่พักอย่างนอบน้อม ถึงเขาจะเป็สัตว์แต่เป็ถึงสัตว์เทพที่อยู่เหนือสัตว์ทั้งปวง สามารถกลายร่างได้ อาจจะเหนือกว่าพวกมนุษย์ธรรมดาก็เป็ได้
"เชิญท่านตามข้ามาทางนี้เถิดเ้าค่ะ"
เขาพยักหน้ารับแล้วเดินตามนางไป โดยมีเ้าหงส์ตากลมเดินตามมาด้วย แต่ยังไปไม่ถึงที่พักก็ต้องหยุดฝีเท้าลง ตามมาด้วยความใของเ้าหงส์ฟ้าแสนงาม
ที่บัดนี้วิ่งหนีร่างเล็กขององค์ชายน้อยแห่งอาณาจักรมารอย่างจ้าละหวั่น เมื่อองค์ชายน้อยร้องจะเอาเ้านกตัวนี้ จะเอา จะเอาไม่หยุดปาก ไล่ตะครุบหวังแค่ได้ััเส้นขนที่เงางาม จนคนเป็พี่ต้องจับตัวเอาไว้แน่น
"ท่านพี่ ข้าจะเอาเ้านกตัวนี้ ข้าอยากได้" องค์ชายน้อยกล่าวอย่างเอาแต่ใจ
"ไม่ได้" องค์ชายรองเลยปรามน้องชาย แต่มีหรือที่ร่างน้อยจะฟัง
"ท่านพี่ก็ข้าอยากได้นี่ ไปขอให้ข้าหน่อยนะ ใครเป็เ้าของมันน่ะ"
"คงไม่ได้หรอกพ่ะย่ะค่ะองค์ชายน้อย"
หนิงเฟิ่งพูดขึ้นสายตาคมจ้องเขม็งมายังร่างบาง ขององค์ชายน้อยเซียวหลาน
"ทำไม ก็ข้าจะเอา"
"เขาเป็หงส์ฟ้าคู่บารมีขององค์ราชินีน้อย มิมีผู้ใดบังคับเขาได้ นอกจากนายของเขาเท่านั้น"
"หึ หึ เป็เช่นไรล่ะ นกของเ้ากลายเป็หงส์ฟ้าคู่บารมีขององค์ราชินี เ้ายังจะดื้อรั้น จะเอาอีกหรือไม่ เซียวเอ๋อร์ "
พี่ชายว่าพลางหัวเราะร่างเล็กของน้องชาย ใบหน้าหวานงอง้ำบ่งบอกความไม่พอใจออกมา มือบางยังไม่วายเอื้อมไปหมายจะลูบเส้นขนเงางาม แต่ดันถูกเ้าตัวปฏิเสธโดยการจิกหมับเข้าที่มือเรียว แต่ก็ไม่แรงนัก ร่างเล็กใรีบชักมือกลับพร้อมกล่าวอย่างคาดโทษ
"ฝากไว้ก่อนเถิดเ้านกน่าเกลียด ข้าไม่อยากได้เ้าแล้ว ท่านพี่เราไปทางอื่นดีกว่า แบร่... ชิ"
กล่าวจบรีบลากมือพี่ชาย ก่อนไปก็ไม่วายหันมาแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เ้าหงส์ฟ้า ที่มองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ หนิงเฟิ่งมองตามร่างน้อย พลางส่ายหน้าแล้วหันมาพูดกับเ้าหงส์ตากลม
"ช่างซุกซนเสียจริง เ้าอย่าได้ใส่ใจเขาเลย กลับที่พักกันเถิด"
หงส์ทั้งคู่และนางกำนัลก็พากันกลับไปยังที่พักทันที
เหตุการณ์ทุกอย่าง ตกอยู่ในสายตาของาาเผ่าจิ้งจอกเงินทั้งหมด ปากหนายกยิ้มอย่างขบขันร่างน้อย ที่ถูกพี่ชายบ่นเสียจนหูชากับความซุกซนไม่เข้าเื่ เขาแอบเดินตามสองพี่น้องมาเรื่อยๆ จนสองคนนั้นหยุดคุยกับบุรุษคนหนึ่ง หากดูไม่ผิดก็น่าจะเป็าาเผ่าวิหคปักษา
"เ้านั่นยังไม่กลับดินแดนของตนเองหรอกหรือ จะมัวรั้งอยู่ไปทำไมกันนะ"
ร่างสูงไม่พอใจเป็อย่างมาก ที่เห็นร่างเล็กสองพี่น้องพูดคุยกับคนอื่นที่ไม่ใช่ตนเลยเดินเข้าไปทักทาย
"อะ-อ้าว... ท่านเหยียนเป่ย ท่านยังไม่กลับอาณาจักรตนเองอีกหรือ สงสัยจะมีเวลาว่างมากสินะ"
"แล้วเ้าล่ะ คงจะว่างมากเหมือนกัน ถึงได้มีเวลาสอดรู้สอดเห็นเื่ของผู้อื่นเขาได้"
"นี่เ้าด่าข้ารึ เ้านกผี"
"สำรวมกิริยาของท่านหน่อย ท่านหยางฟาน ไม่มีผู้ใดเคยสั่งเคยสอนเื่มารยาทหรอกหรือ"
"มีแต่ข้าใช้กับผู้อื่น ไม่ใช่นกผีอย่างเ้า"
"เ้า!! "
(นี่ซินะที่มาของคำว่าไม้แก่ดัดยากนิสัยแย่ๆ อย่างเ้า มันต้องเจอคนอย่างข้า)
"เรียกข้าทำไม"
"ไร้ประโยชน์" เหยียนเป่ยฟงตอบออกไปด้วยอาการนิ่งเฉยเหลือบมองหยางฟานแค่หางตาเท่านั้น
"เ้านะซิไร้ประโยชน์ เ้านกผี" หยางฟานหมั่นไส้กับความหยิ่งยโสของอีกฝ่ายเต็มทน
ร่างสูงคร้านจะทะเลาะด้วย จึงเอ่ยลาสองพี่น้องแห่งอาณาจักรมาร ก่อนไปยังหันมาส่งสายตาคาดโทษอีกฝ่ายเอาไว้
"ไว้เจอกัน รับรองเราได้เจอกันอีกแน่นอน เ้าหมาใน"
"ไม่มีทาง ข้าไม่มีสิ่งจำเป็ใดๆ ที่ต้องเสวนากับท่านอีกแล้ว ขอลาขาดเลยละกัน"
"หึ หึ ก็แล้วแต่ชะตาเถิด ไม่แน่สักวัน เราอาจมีโอกาสพบเจอกันอีกครั้งก็เป็ได้ เ้าหมาซื่อบื้อ"
ร่างสูงทิ้งท้ายเอาไว้ได้หนักหน่วงต่ออารมณ์ ของาาเผ่าจิ้งจอกพอดู เพราะมองเห็นใบหน้าที่มืดครึ้มของอีกฝ่าย
"หะ!! หมาซื่อบื้อ อ๊าก... ข้าไม่ยอม ไอ้นกผีข้าเป็ถึงจิ้งจอกเงิน มาเรียกข้าหมาซื่อบื้อได้อย่างไรกัน"
"หึ หึ หึ ข้าว่ามันเหมาะกับท่านดีนะ ท่านหยางฟาน"
ร่างเล็กขององค์ชายรองแห่งอาณาจักรมารหัวเราะหึในลำคอ เขาชักจะสนุกเสียแล้วกว่าจะกลับอาณาจักรของตน คงได้เห็นเื่สนุกๆ อีกมาก ดีพวกเขาจะได้ไม่เหงา หมาบ้า กับนกแสบ ก็ไม่เลวเหมือนกัน คงจะสนุกพิลึก
ตำหนักรับรอง
ร่างสูงของรัชทายาทแห่งอาณาจักรมาร กำลังคิดหาวิธีจะได้เจอร่างบางของเย่วซินอีกสักครั้ง ก่อนจะกลับอาณาจักรตน เขายอมรับว่าถูกใจร่างบางมาก ถึงแม้ว่าร่างบางจะมีเ้าของแล้ว จิตใจฝ่ายชั่วมันบอกว่าให้แย่งชิง แต่อีกใจฝ่ายดีก็บอกว่ามันไม่ควร แต่ร่างสูงเอนเอียงไปยังฝ่ายชั่วมากกว่าเพราะลึกๆ แล้วอยากได้ร่างงามมา อยากจะลักพาตัวอีกฝ่าย ไปซ่อนไว้ที่อาณาจักรของตนให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
"หรือเราจะลักพาตัวเขาไป แต่เ้าหมาบ้านั้นคงไม่ปล่อยไปง่ายๆ หรอก จะทำเช่นไรดี"
แผนการชั่วเริ่มจะผุดขึ้นในสมอง ถ้าหากเขาทำเช่นนี้ อาจจะหมายถึงการเปิดศึกกับเผ่าัเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นต้องคิดแผนการที่แยบยลกว่านี้ ถึงเผ่ามารจะไม่ได้ด้อยไปกว่าเผ่าัแต่หากเกิดการสู้รบขึ้นประชาชนจะต้องเดือดร้อน หากเลี่ยงได้ก็สมควรเลี่ยง
ตำหนักอี้เฟย
"ออกไปนะ พวกเ้าออกไปให้หมด! "
"แต่หม่อมฉัน"
"ออกไป!! "
เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากตำหนักของอี้เฟย ตอนนี้ในตำหนักกำลังชุลมุนวุ่นวายกันทั้งตำหนัก หลังจากที่ราชินีตัวน้อยลืมตาตื่นขึ้นมา ก็เอาแต่อาละวาดขว้างปาข้าวของ จนผู้ใดก็เข้าหน้าไม่ติดเดือดร้อนร่างสูงของพระสวามี ที่เป็ต้นเหตุในการป่วยไข้ครั้งนี้ เมื่อได้รับรายงานว่าร่างเล็กฟื้นแล้ว ร่างสูงก็รีบวางงานในมือทุกอย่างที่ตนรับผิดชอบ มุ่งตรงไปยังตำหนักตนทันที
อี้เฟยมองสภาพห้อง ที่กลาดเกลื่อนไปด้วยข้าวของ ที่ร่างเล็กขว้างกระจัดกระจาย มือบางหยิบจับอะไรได้ก็ขว้างมันออกไปด้วยความโกรธ ไม่สนว่ามันจะไปตกลงบนหัวใครบ้าง เขาโบกมือไล่นางกำนัลให้ออกไป พวกนางถอนหายใจอย่างโล่งอด ปกติร่างเล็กไม่เคยข่มเหงหรืออาละวาดใส่พวกนางอย่างนี้
"เสี่ยวไป๋เ้ารู้สึกตัวแล้ว... เป็เช่นไรบ้างยังเจ็บตรงไหนอยู่อีกหรือไม่"เสียงของร่างสูงเอ่ยออกมายังร่างเล็ก ก่อนที่ตัวเองจะมาถึงเสียอีกแต่แล้วอี้เฟยต้องรีบก้มหัว เพื่อหลบกล่องไม้ลายสวยงามขนาดเหมาะมือ ที่ร่างบางจงใจขว้างมาทางเขา
"มาทำไม ออกไปนะคนบ้า! ร่างเล็กตวาดแหวออกไปมองเขาตาขวาง
"เ้าเป็อะไรเสี่ยวไป๋ ใครทำอะไรให้เ้าไม่พอใจหรือไร"
ร่างสูงตรงไปยังร่างเล็กด้วยความเป็ห่วง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล หากแต่ร่างเล็กถอยหนีไปจนชิดผนังอีกด้าน ไม่ยอมให้ร่างสูงเข้าใกล้ อี้เฟยชะงักมองร่างบางตรงหน้าเขา"
"ยะ-อย่าเข้ามาใกล้ข้านะ ไม่อย่างนั้นข้าจะตีท่านให้ตายเลย"
ร่างสูงมองคนที่แหกปากบอกว่าจะตีเขาให้ตาย ทั้งๆ ที่ตนเองก็ถอยหนีเขาจนชิดผนัง เขาคิดว่าร่างเล็กคงจะหวาดกลัวเขาเข้าเสียแล้ว กับเหตุการณ์ในคืนวิวาห์ ที่ถูกเขาบังคับร่วมหอด้วยความไม่เต็มใจ ทีแรกเหมือนว่าจะยอมแล้ว แต่พอถึง่สำคัญกลับไม่ยอมเสียอย่างนั้น จะให้เขาทำอย่างไรละก็ต้องบังคับกันแบบนั้น จนอีกฝ่ายเจ็บป่วยขึ้นมาและมีสภาพอย่างที่เห็น
"เสี่ยวไป๋ เ้าใจเย็นๆ ก่อน เ้าไม่พอใจข้าเองหรอกหรือ"
"ยังจะมีหน้ามาถามข้าอีก ออกไปนะอย่าเข้ามาใกล้ข้า คนใจร้าย ฮึก คนโกหก ฮึก ฮือ... "
"เดี๋ยวนะ ข้าไปโกหกอะไรเ้าตอนไหน ข้าไม่เข้าใจเลย"
ร่างสูงทั้งงงและใที่อยู่ดีๆ ร่างเล็กก็กล่าวหาเขาและร้องไห้ออกมา เขาเอื้อมมือออกไป หวังจะรวบร่างเล็กเข้ามากอดหากแต่อีกฝ่ายไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ ถอยหนีท่าเดียว ทั้งๆ ที่ตนเองก็ยังไม่หายจากอาการาเ็ ที่ช่องทางหลังคงจะระบมอยู่ไม่น้อย ร่างเล็กนิ่วหน้าทุกครั้งที่ขยับกาย จนร่างสูงสังเกตเห็นและรับรู้ได้
"เ้ายังเจ็บ จะขยับตัวทำไม อยู่นิ่งๆ เสียบ้าง"
"ไม่ อย่ามายุ่งกับข้าออกไปให้พ้น ต่อไปอย่าได้เข้าใกล้ข้าอีก..คนโกหก"
"บอกข้ามาสิว่า ข้าไปโกหกอะไรเ้าตอนไหน"
ร่างสูงพยายามจะถามถึงสาเหตุที่ร่างเล็กกล่าวหาเขา และพยายามที่จะเข้ามาใกล้
แต่ก็ถูกคนตรงหน้าตวาดและอาละวาดขว้างปาข้าวของใส่ จนต้องยอมล่าถอยออกมาก่อน เดือดร้อนพี่ชายเขาอีกเมื่อน้องชายไปหาเขาถึงตำหนัก
ตำหนักเฟยหลง
"ท่านพี่ช่วยข้าด้วย"
"อะไรของเ้าอีกล่ะอี้เฟย"
ร่างสูงของพี่ชายเอ่ยปากถามออกมา เมื่อเห็นใบหน้าซึมๆ ของน้องชาย อี้เฟยอายุรึก็เท่ากับเขาแค่ห่างกันไม่ถึงชั่วยาม แต่อี้เฟยชอบทำตัวเหมือนไม่รู้จักโต มีเื่อะไรก็วิ่งแจ้นมาหาเขาอยู่ร่ำไป ทั้งที่จริงแล้วน้องชายเขาแข็งแกร่งและเฉลียวฉลาดพอตัว ทุกคนที่นี่ย่อมรู้ดีแม้ว่าเมื่อก่อนจะเ้าชู้ลื่นไหลไปเรื่อย แต่น้องชายเขาก็หยุดลงได้ เพราะความรักที่มีต่อราชินีตัวน้อยไป๋หลิงซานแต่เพียงผู้เดียว
"ก็เสี่ยวไป๋นะสิ หลังจากรู้สึกตัวขึ้นมา ก็อาละวาดไม่ยอมให้ข้าเข้าใกล้เลย ไล่ข้าทุกครั้งที่เห็นหน้าข้า ข้าจะทำเช่นไรดี ท่านพี่ข้ากังวลเหลือเกิน"
"มันก็สมควรแล้วมิใช่รึ หลิงซานยังเยาว์กว่าเ้านัก เ้ารุนแรงกับเขา จนเขาขลาดกลัวไม่ให้เ้าเข้าใกล้ มันก็ไม่แปลก หึ หึ มันสมควรแล้ว"
เฟยหลงไม่ได้เข้าข้างอี้เฟยเลย สิ่งที่อี้เฟยทำมันออกจะเกินไป แม้จะรู้ว่า ร่างเล็กไม่สามารถหลีกเลี่ยงอาการาเ็ไปได้ก็ตาม แต่หลิงซานยังเยาว์และอ่อนแอกว่าเย่วซินมาก ดูจากสภาพร่างกายของคนตัวเล็กที่เขาเห็น อี้เฟยคงจะลืมตัวเผลอรุนแรงกับร่างเล็กเป็แน่
"โถ่... ท่านพี่ก็อย่าซ้ำเติมข้านักเลย แค่นี้ข้าก็รู้สึกผิดมากแล้ว"
"สมน้ำหน้าเ้านัก น้องชายข้าเจ็บเสียจนจับไข้ เขาแค่ไล่เ้าออกไปแค่นี้มันยังน้อยไป หากเป็ข้า ข้าจะตัดไอ้นั่นของเ้าทิ้งซะ"
ร่างบางของเย่วซินที่นั่งฟังอยู่นาน ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้น ตอนนี้อาการเขาดีขึ้นมากแล้ว เพราะได้รับการดูแลเอาใจใส่จากผู้ที่เป็สวามีเป็อย่างดีมาตลอด
"อูย... พี่สะใภ้ก็อย่าใจร้ายกับข้านักเลย... ข้าสำนึกผิดแล้ว"
อี้เฟยหน้าสลดก้มหน้าสำนึกผิดอย่างที่ว่าไว้ เย่วซินมองอาการหูลู่หางตกของอีกฝ่าย ก็ไม่คิดที่จะซ้ำเติมคนตรงหน้าอีก
"พี่สะใภ้ช่วยข้าหน่อยนะ กล่อมเสี่ยวไป๋ให้เขายอมอภัยให้ข้า ข้าจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้เลย"
อี้เฟยส่งสายตาให้น่าสงสารที่สุดหวังให้พี่สะใภ้ตนใจอ่อน เย่วซินถอนหายใจออกมา
"ข้าจะลองพูดให้ แต่ไม่รับรองว่าผลออกมาจะเป็อย่างไร มันขึ้นอยู่กับตัวเ้าเองด้วย"
ร่างบางไม่ได้เต็มใจจะช่วยสักเท่าไร ปล่อยให้น้องชายเขาสั่งสอนเสียบ้างก็ดี แต่ถึงอย่างไรหลิงซานก็ตกไปเป็ของอีกฝ่ายอย่างสมบูรณ์แล้ว ก็ไม่อยากให้โกรธเคืองกันนานเกินไป
"แค่นี้ก็ดีมากแล้ว... ขอบคุณท่านมากพี่สะใภ้"
ใครว่าผู้หญิงมารยาเยอะ ผู้ชายอย่างอี้เฟยก็ไม่น้อยหน้าเลย เขายิ้มอย่างสมใจคิดถูกแล้วที่เข้าทางพี่สะใภ้ ถึงจะเสี่ยงตายไปเสียหน่อย แต่ผลที่ได้มามันเกินคาดจริงๆ มุมปากกระตุกยิ้มเ้าเล่ห์ออกมาความเ้าเล่ห์ ความร้ายกาจมันไม่ด้อยไปกว่าพี่ชายเลย
หลังจากนั้นเย่วซินก็มุ่งหน้าไปยังตำหนักของอี้เฟยที่น้องชายเขานอนพักผ่อน โดยมีหนิงเฟิ่งเเละเ้าหงส์ตากลมเดินตามไปไม่ห่าง เย่วซินรู้สึกเอ็นดูเ้าหงส์ตัวน้อยของน้องชายอย่างมาก
"หนิงเฟิ่ง เ้ารอข้าอยู่ที่นี่ข้าฝากดูแลเ้าตัวน้อยนี้ด้วย"
"พ่ะย่ะค่ะองค์ราชินี" ร่างสูงตอบ
"ต่อไปเ้าเรียกชื่อข้าเฉยๆ ไม่ต้องมากพิธีข้าไม่ชอบ"
"แต่... ท่านเป็นายข้า ข้าทำเช่นนั้นไม่ได้"
"นี่เป็คำสั่ง ข้าไม่เคยเห็นเ้าเป็ผู้อื่นเลย"
"แต่กระหม่อมว่าไม่ควร"
"ไม่มีแต่ เ้าเปรียบเหมือนสหายข้าเป็อีกคนในครอบครัวข้า เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ไป เ้ากับเ้าตัวน้อยถือว่าเป็ครอบครัวข้าอีกคน เ้าเข้าใจหรือไม่หนิงเฟิ่ง"
"พ่ะย่ะค่ะ เอ่อ... ขอรับท่านเย่วซิน"
ร่างบางยกยิ้มอย่างพอใจก่อนจะก้าวเข้าตำหนักไป หนิงเฟิ่งมองตามอย่างซาบซึ้งใจที่อีกฝ่ายก็ให้เกียรติเขาไม่น้อย ไม่ได้ข่มเหงอย่างที่คิดกลัวเอาไว้ตอนแรกต่อจากนี้ไป หากคนผู้นั้นคิดว่าเขาเป็ส่วนหนึ่งของครอบครัว เขาก็จะปกป้องครอบครัวนี้ให้ถึงที่สุด จะไม่ยอมให้ผู้ใดมาคิดร้ายหรือทำลายคนในครอบครัวเขาได้ รวมทั้งเ้าหงส์ฟ้าตัวน้อยนี่ด้วย
ซือจิ้นองครักษ์ของอี้เฟย เเละซิ่นเฉิงองครักษ์ของเฟยหลง เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ที่องค์ราชินีของตนพูดกับหนิงเฟิ่ง ก็รู้สึกชื่นชมเป็อย่างมาก
อาณาจักรัช่างโชคดีเหลือเกิน ที่ได้คนผู้นี้มาเป็ราชินีเคียงข้างัอย่างเฟยหลงนายของตน ความเมตตาที่ร่างบางมี มันหาได้ยาก และหาไม่ได้จากคนที่เป็จ้าวชีวิตของทุกคนที่นี่
หากจะเทียบกับเฟยหลงแล้ว อีกฝ่ายไม่ได้ใจดีอย่างที่แสดงให้ร่างบางใด้เห็น เขาอยู่เหนือคนทั่วไป ปกครองคนจำนวนมาก จึงต้องใจแข็งเด็ดขาดเพื่อให้ง่ายต่อการปกครอง
ซิ้นเฉิงกับซือจิ้น พวกเขาสองคนก็ยังคงรักกันเช่นดังเดิมไม่เปลี่ยน แม้ว่าซิ่นเฉิงจะพยายามขอร่างเล็กแต่งงานมาหลายครั้งแล้ว แต่เขาขอผัดเอาไว้ว่าจะยอมแต่งก็ต่อเมื่อ อี้เฟยและเฟยหลงเข้าพิธีมงคลเสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น และนี่ก็ถึงเวลาแล้วที่ซิ่นเฉิงจะทวงสัญญาจากคนรัก
"คราวนี้... เ้าจะยอมเข้าพิธีมงคลกับข้าได้หรือยัง ห้ามเ้าปฏิเสธข้าอีก คราวนี้ข้าไม่ยอมจริงๆ "
"คะ-คือ... ท่านจะรีบร้อนทำไมกัน ข้าไม่หนีท่านไปไหนเสียหน่อย"
"ไม่รู้ล่ะ ข้าให้ท่านแม่หาฤกษ์ไว้รอแล้ว เ้าคงจะบ่ายเบี่ยงข้าไม่ได้อีกแล้วล่ะซือจิ้น"
พูดพลางรวบร่างของคนรักเข้ามากอด ใบหน้าคมโน้มลงไปที่ใบหน้าหวาน ซึ่งตอนนี้มันแดงก่ำอย่างเขินอาย ปากหนายกยิ้มอย่างชอบใจ ก่อนจะค่อยๆ ฝังริมฝีปากลงบนแก้มนวล เป็เหตุให้ร่างเล็กในอ้อมกอดหยิกหมับเข้าให้แก้เขิน
"ฮ่า ๆ ๆ เ้านี่ช่างน่ารักน่าชังเสียจริง ข้าอยากร่วมหอกับเ้าเสียเดี๋ยวนี้เลย"
"ท่าน... พูดอะไรไม่อายปาก"
"จะอายไปทำไมกัน ก็ข้าพูดความจริงนี่"
"ข้าไม่พูดกับท่านแล้ว ท่านกลับไปเลยนะ"
ร่างสูงยอมกลับไปโดยดี ขืนยังอยู่มีหวังโดนร่างเล็กซัดเข้าให้อีก พลางหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ รอก่อนเถิด รออีกไม่นานหรอก ตอนนี้ท่านแม่ก็กำลังเริ่มจะเตรียมงานมาเรื่อยๆ ถึงเวลานั้นหากร่างเล็กยังจะบ่ายเบี่ยง เขานี่แหละจะบังคับให้อีกฝ่ายยอมเข้าพิธี ไม่ยอมให้หลีกเลี่ยงได้อีก นี่เขาก็ยอมอดทนรอร่างเล็กมานานมากพอแล้ว
ร่างเล็กของหลิงซาน ยิ้มดีใจออกมาทันทีที่เห็นหน้าพี่ชายก้าวเข้ามาในตำหนัก ก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความเป็ห่วง
"ท่านพี่ท่านเป็เช่นไรบ้าง แล้วคืนร่วมหอ เอ่อ... รอดพ้นหรือไม่"
ถามพี่ชายออกไป แต่ไม่กล้าสบตาพี่ชายเพราะอับอาย เย่วซินรับรู้ความรู้สึกของน้องชายดี เลยส่ายหน้าไปมาให้คนเป็น้องรับรู้ หลิงซานอึ้งพูดอะไรไม่ออก
"เ้าไม่ต้องอายข้าหรอก... ข้าก็... ไม่อาจหนีรอดเหมือนกัน เ้าดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่หลิงเอ๋อร์"
"ทะ-ท่านพี่ก็ไม่อาจหนีพ้นหรอกหรือ แล้วท่านาเ็ตรงไหนหรือเปล่า"
"ข้าน่ะไม่เป็ไรหรอก ไม่ได้าเ็มากนัก เขาอ่อนโยนกับข้ามาก ไม่ได้เป็หมาบ้าเหมือนเ้านั่นหรอก ว่าแต่เ้าเถิด"เขาเอื้อมมือมาลูบศีรษะน้องชายเบา
"ข้าดีขึ้นมากแล้ว"ร่างเล็กมีสีหน้าสลดลงมาก พี่ชายเลยเอ่ยกับน้องชาย
"เ้ากับข้า ถูกกำหนดให้ยืนเคียงข้างเขามาั้แ่ต้นแล้ว เพียงแต่พวกเราไม่ยอมรับมันเอง ดื้อด้านไปก็เหนื่อยเปล่า เฮ้อ... ก้มหน้ายอมรับมันซะ บางทีมันอาจไม่ได้เลวร้ายอะไรเลยก็ได้ เลิกกลัวเสียเถิด"
"แต่ข้า... ยังไม่อยากยอมรับ มันเร็วเกินไป"
"หึ หึ เ้ายังจะเหลืออะไรให้ปฏิเสธได้อีกล่ะหลิงเอ๋อร์ ในเมื่อเ้าถูกหมาบ้านั่นฟัดซะยับเยินขนาดนี้"
พี่ชายเอ่ยเย้าน้องชาย ก็เลยได้รับสายตามองค้อนมาวงใหญ่ พร้อมเอ่ยกับพี่ชายด้วยใบหน้าแดงก่ำ เย่วซินยกยิ้มขึ้นมาที่เห็นคนตรงหน้าอายเขา จนแดงไปหมดทั้งตัวแล้ว
"ท่านพี่... ก็ข้าสู้แรงเขาไม่ได้นี่" ร่างเล็กพูดเสียงเบาเพราะอับอายพี่ชาย
"เ้ารู้หรือไม่ ตอนที่ข้ามาเยี่ยมเ้า ข้าเห็นร่องรอยที่อยู่บนตัวเ้าเต็มไปหมด วันนั้นข้าโมโหจนลืมตัว เผลอบีบคอเ้านั่นเกือบตาย คิดแล้วแค้นนัก แต่ก็เอาเถิดเื่มันก็ผ่านไปแล้ว เ้าพักผ่อนเสียจะได้หายเร็วๆ หงส์ฟ้าตัวน้อยของเ้ารอให้เ้ารับขวัญเขาอยู่นะ"
"หงส์หรือ" ร่างเล็กทำหน้าสงสัย พี่ชายเลยคลายความข้องใจให้
"สัตว์เทพของเ้าไง ลืมไปแล้วหรือไร ตอนนี้หนิงเฟิ่งเป็คนดูแลเขาอยู่ เขารอเ้าอยู่นะรีบหายไวๆ ล่ะ แล้วอีกอย่าง เ้าเลิกโกรธเคืองอี้เฟยได้แล้ว เขาร้อนใจจนไม่เป็อันทำงาน
อย่างไรเสียเขาก็เป็สวามีของเ้าอย่างถูกต้อง เขาเป็อีกคนในครอบครัว เ้าก็อย่าใจแข็งกับเขาให้มากนัก"
ร่างบางสั่งสอนน้องชายตน ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร ก็มันเป็ความจริงจนเขาปฏิเสธไม่ได้
"ข้ารู้แล้ว... หนิงเฟิ่งคือใครข้าไม่เคยได้ยิน" น้องชายถามอย่างสงสัย
"ก็เขาเป็สัตว์เทพของข้าอย่างไรเล่า"
"เอ่อ... จริงๆ ด้วยข้าลืมไป"
ทั้งสองพี่น้องนั่งพูดคุยกันไปสักพัก เฟยหลงก็เข้ามารับตัวเย่วซินกลับตำหนัก เพราะร่างบางยังไม่แข็งแรงเท่าที่ควร ผลมาจากวิชาพรางกายที่เย่วซินใช้ มันส่งผลกระทบเอาไม่น้อย กว่าจะฟื้นตัวมาแข็งเเรงเหมือนปกติคงอีกหลายวัน
"เฮ้อ... สุดท้ายกูก็มีผัวแทนที่จะมีเมีย ์นะ์ ทำไมต้องแกล้งไอ้ซานคนหล่อด้วยครับ หล่อขนาดนี้มันต้องมีเมียดิ ฮือ... ไม่อยากมีผัวอ่ะ"
หลิงซานคร่ำครวญออกมา ถอนหายใจอย่างปลงตกก้มหน้ายอมรับกรรม แต่ก็ยอมรับนะ ถึงจะเป็ผู้ชายด้วยกันก็ให้ความสุขเขาได้มาก แต่มันต้องแลกกับความเ็ปเจียนตายนี่ซิ คิดแล้วชักกลัวขึ้นมา จะว่าเข็ดขยาดเลยก็ว่าได้ (สาบานเลย จะไม่ให้คนหื่นเข้าใกล้อีกเลย) กลางดึกในคืนที่อากาศหนาวเย็น ร่างบางของหลิงซานกำลังนอนหลับอย่างสบาย จนรู้สึกเหมือนว่ามีอะไรมาวุ่นวายกับร่างกายของตน จนเกิดความรำคาญ มือบางจึงปัดมันออกไป
แต่เพียงไม่นานก็กลับมาเหมือนเดิมอีก นานๆ เข้าก็รู้สึกถึงน้ำหนักที่กดทับลงมาบนตัวเขา จนร่างเล็กทนหลับต่อไปอีกไม่ไหวจึงฝืนลืมตาขึ้นมา ก็เห็นบางสิ่งกำลังคร่อมร่างกายตนเอาไว้สมองเบลอๆ ไม่สามารถนึกอะไรได้ดีไปกว่า.....
"ผะ-ผี... ผีอำข้าหรือนี่ ไม่ ๆ ๆ ออกไปนะเ้าผีลามก"
ใช่ผีตัวโตที่กำลังคร่อมเขาอยู่แสดงความลามกออกมา ด้วยการลูบคลำฟอนเฟ้นร่างกายเขาอยู่ เขาตั้งท่าจะะโเรียกนางกำนัล แต่ก็ถูกมือใหญ่ของเ้าผีลามกเอื้อมมาปิดปากเอาไว้เสียก่อน
"ชูว์... อย่าเสียงดังไป เ้าจะเรียกพวกนางมาดูพวกเรารึเสี่ยวไป๋"
ไม่ต้องให้พูดซ้ำก็จำเสียงได้ทันทีว่าเป็ผู้ใด
"อะ-อี้เฟย ท่านจะทำอะไรข้าออกไปนะ! "
บอกไปอย่างใกลัว เหตุการณ์ในคืนร่วมหอยังฝังใจเขาอยู่เลย ความเ็ปจนแทบขาดใจ มันทรมานเสียจนหายใจไม่ออก ร่องรอยและาแบนร่างกายยังไม่จางหาย เขายังหวาดกลัวกับััของร่างสูงอยู่มาก กายบางสั่นระริกเมื่อสติกลับคืนมาครบถ้วน ดวงตาสวยเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา มีเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาจากปากบาง ยิ่งพาให้ใจคนตัวโตรู้สึกหนักอึ้งได้แต่ก้มหน้าสำนึกผิดกับร่างเล็ก
"ข้าขอโทษ... ที่เป็ต้นเหตุให้เ้าเจ็บหนัก เ้าไม่ต้องกลัว ข้าจะไม่ทำอะไรเ้าตอนนี้หรอก เ้ายังไม่หายป่วยเลย"
"หาย หรือไม่หาย ฮึก ท่านก็อย่าได้มาแตะตัวข้าอีก ออกไป! "
ร่างเล็กดิ้นรน สะบัดจนหลุดออกจากอ้อมแขนของร่างสูง ที่รวบร่างตนเอาไว้แน่น ก่อนจะถอยหนีไปจนติดผนัง ร่างสูงนั่งมองเฉยๆ ไม่ได้วู่วามเข้าไป ก่อนจะเอ่ยถาม
"นอกจากเื่ที่ข้าทำเ้าเจ็บ ยังมีอะไรที่ข้าทำให้เ้าไม่พอใจอีกหรือ"
คนตัวเล็กไม่ตอบอีกฝ่ายตั้งท่าจะหนีท่าเดียว อี้เฟยเหลืออดกับอาการคนตรงหน้า จึงไม่ปล่อยให้หลิงซานถอยหนีอีกแล้ว มือใหญ่รวบเอาร่างเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมกอดตนจนได้ เขาเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาบนแก้มนวลอย่างเบามือ ถึงหลิงซานจะยังคงดิ้นหนีเขาไม่หยุด
"ปล่อยข้านะ ฮึก ไม่เอา ฮือ... ข้ากลัว ปล่อย บอกว่าให้ปล่อย"
"ชูว์... ใจเย็นๆ อย่ากลัวข้าเลย ข้าไม่ทำอะไรเ้าหรอก"
ร่างสูงพูดก่อนจะลูบศีรษะคนตัวเล็กเบาๆ อย่างปลอบใจ ความอ่อนโยนของคนตรงหน้า มันทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำอย่างน่าใ ความอบอุ่นที่ร่างสูงส่งมาให้ มันทำให้ใจเ้ากรรมอ่อนยวบลงมาก กายบางยอมอยู่นิ่งๆ ให้อีกฝ่ายโอบกอดเอาไว้ในอ้อมแขน หัวใจดวงน้อยเริ่มจะเปิดออกรับคนตรงหน้าทีละนิดๆ โดยที่ร่างเล็กเองไม่เคยรู้ตัว ว่าตนเองเริ่มจะใจอ่อนให้อีกฝ่ายเข้าแล้ว ร่างเล็กก็สงสัยกับอาการแปลกๆ แบบนี้ของตัวเองเหมือนกัน
"ไหน..ลองบอกข้ามาสิ ว่าเ้าไม่พอใจอะไรข้า หืม "
ฟอด
อี้เฟยกอดหลิงซานเอาไว้แน่น ก้มลงหอมแก้มนวลสูดเอาความหอมเข้าเต็มปอด ร่างเล็กใกลัวกับััของคนตรงหน้า
เลยผลักหน้าเขาออกเสียเต็มแรง ทำเอาคอของเขาแทบหัก อี้เฟยเลยยอมกอดเฉยๆ ไม่แสดงอาการหื่นออกมา ให้คนในอ้อมแขนใกลัวเขาไปมากกว่านี้ ในที่สุดคนที่บอกจะไม่ให้ร่างสูงเข้าใกล้ ก็ตกอยู่ในอ้อมกอดของคนหื่นอีกครั้ง
"ท่านผิดสัญญา ท่านรับปากกับข้าว่าจะไม่ทำให้ข้าเจ็บ แต่ท่านไม่รักษาคำพูด"
"ข้าขอโทษ ที่ผิดคำพูดกับเ้า"
"ข้าไม่ยกโทษให้หรอก ท่านหลอกให้ข้าเชื่อใจท่าน ให้ข้าคิดว่าการเอ่อ... ร่วมหอมมันไม่ได้หนักหนาขนาดนี้นี่"
หลิงซานพูดตะกุกตะกักไม่เต็มปากนัก ตอนนี้รู้สึกว่าใบหน้าตัวเองร้อนฉ่าเหมือนกำลังไหม้ ก็เื่น่าอายแบบนี้ใครมันจะกล้าพูดเต็มคำกันเล่า นี่เขาจำเป็ต้องพูดแม้ว่าจะอับอายอีกฝ่ายมากก็ตาม
อี้เฟยมองแก้มแดงปลั่งของหลิงซาน ก็คิดอยากกระชากเข้ามาจูบเสียให้หนำใจนัก แต่ต้องข่มใจเอาไว้ ไม่ควรแหวกหญ้าให้งูตื่น
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ นี่เ้าเชื่อหรือ โถ่เด็กน้อยเ้าชื่อคนง่ายเสียจริง เ้าคิดว่าร่างกายของเ้าที่ยัง... บริสุทธิ์ผุดผ่องขนาดนี้... ครั้งแรกมันจะหลีกหนีความเ็ปไปได้หรือ"
อี้เฟยพูดเน้นคำคำนั้นให้ร่างบางได้อายไปอีกตลบ บริสุทธิ์หรือเขายอมรับได้ไม่เต็มปากนัก เขาเคยนอนกับคนรักจนนับไม่ถ้วน แต่ก็เป็ผู้หญิงทั้งนั้น ทางหน้านั้นโชกโชน แต่ถ้าจะนับจากทางด้านหลังเขายังไม่เคย ถ้าเช่นนั้นก็คิดว่าตัวเองยังเวอร์จิ้นอยู่แล้วกัน
"นี่ท่านหลอกข้ามาั้แ่ต้นเลยหรือ!!
"วันนั้นนะข้าหลอกเ้า ให้เ้ากลัวน้อยลง แต่ถ้าเราทำกันบ่อยๆ เดี๋ยวมันก็ชินเอง ต่อไปเ้าก็จะได้ไม่ต้องกลัวเจ็บอีกแล้ว"
"อะ-ไอ้งูลามก ใครบอกว่าจะมีครั้งต่อไปกัน ครั้งเดียวข้าก็จะตายอยู่แล้ว อย่าหวังว่าจะมีครั้งต่อไปเลย"
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ ดูเ้าเขินซิมันน่า... กินยิ่งนัก ข้าชักอยากจะเปลี่ยนใจเสียแล้วซิ
"เปลี่ยนใจอะไรของท่าน อย่ามาพูดจาลามกแถวนี้นะ! "
ร่างเล็กทั้งอับอายทั้งโมโหต่อความหน้าด้านหน้าทนของร่างสูง ที่หัวเราะชอบอกชอบใจ
"เอาล่ะนอนได้แล้ว วันรุ่งขึ้นเ้าพอจะเดินไห
วหรือไม่ ถ้าหากพอไหวก็ออกไปรับขวัญเ้าหงส์ฟ้าของเ้าสักที เดินตามหนิงเฟิ่งต้อยๆ ข้าสงสารเขาน่ะ
"แล้วข้าจะตั้งชื่ออะไรให้เขาดี"
"ก็แล้วแต่เ้า เขาเป็ของเ้าแล้ว เ้าต้องเป็คนรับขวัญเขา"
ร่างสูงจับร่างเล็กนอนลง มือหนาดึงห่มผ้ามาคลุมให้คนตัวเล็ก ก่อนจะสวมกอดเอาไว้ในวงแขน ตาคมปิดลงอย่างโล่งใจที่ไม่ถูกอีกคนผลักไสอีก ต่างคนก็ต่างเข้าสู่ห้วงนิทราเพียงไม่นาน