ความตั้งใจแรกของหลี่เจินเป็เพียงจะก้าวเข้าไปหยิบผ้าคลุมที่วางพาดอยู่บนเก้าอี้ขึ้นมาห่มให้นาง ด้วยเกรงว่าอากาศยามราตรีจะทำให้ร่างบอบบางต้องสั่นสะท้านจากความเย็น ทว่าทันทีที่ยืนอยู่ใกล้ สายตากลับมิอาจละไปจากใบหน้างามละมุนนี้ได้แม้เพียงเสี้ยววินาที
มือใหญ่ที่ยกขึ้นค้างอยู่เหนือผืนผ้าคลุมพลันสั่นเล็กน้อย เขาไม่ยอมขยับลงเสียที ราวกับถูกพันธนาการไว้ด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่ไม่อาจอธิบาย ความรู้สึกแปลกประหลาดเอ่อล้นในอก ทั้งอุ่นร้อน ทั้งสั่นไหว กระแทกซ้ำราวกับคลื่นน้ำที่ไม่มีวันหยุด
ทุกวินาทีที่ผ่านไป ความปรารถนาลึก ๆ ที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนก็ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น ยิ่งมองก็ยิ่งหลงใหล ยิ่งใกล้ก็ยิ่งห้ามใจได้ยาก
ค่ำคืนที่ควรจะเงียบสงบ… กลับเต็มไปด้วยแรงสั่นะเืภายในใจ จนหลี่เจินไม่อาจแน่ใจได้อีกแล้วว่า เขาจะสามารถห้ามใจตนเองได้ถึงเมื่อใด
เขายืนนิ่งอยู่นาน ราวกับ้าจดจำภาพตรงหน้าไว้ให้ชัดเจนที่สุด
หญิงสาวในแสงตะเกียงนั้นมีเสน่ห์อันยากจะบรรยาย ทุกส่วนของนางล้วนกระตุ้นประสาทััและอารมณ์ของเขาอย่างร้ายกาจ
และแล้ว… ราวกับถูกแรงบางอย่างผลักดัน
หลี่เจินค่อย ๆ โน้มกายลงนั่งข้างม้านั่งไม้ เงียบงันเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของนางประสานกับเสียงหัวใจของตนเองที่เต้นรัวแทบทะลุอก
สายตาคมกริบไล่มองเรือนผมสีดำที่ปรกลงข้างแก้มเนียนละเอียดอย่างไม่ตั้งใจ เส้นผมนั้นบางเบาราวเส้นไหม พาดพิงผิวแก้มอ่อนละมุนเหมือนวาดภาพ
นิ้วมือใหญ่ค่อย ๆ ยื่นออกไป ปัดเส้นผมนั้นออกจากใบหน้าให้นางเบาเสียยิ่งกว่าไอลม ราวกับเกรงว่าััของเขาจะทำให้นางตื่น
ทว่าเพียงปลายนิ้วััผิวแก้ม…
ความนุ่มอุ่นดุจหยกเนื้อดีทำให้ปลายนิ้วเขาสั่นระริก อวิ๋นหนิงขยับตัวเล็กน้อยในห้วงหลับ ริมฝีปากแดงเรื่อเผยอครางเสียงแ่ คล้ายเสียงละเมอที่แทบจะไร้ถ้อยคำ
ทว่ากลับะเืถึงหัวใจเขาอย่างรุนแรง…
หลี่เจินนิ่งงัน ราวกับร่างถูกสะกดไว้
ความปรารถนาแ่บางที่ก่อตัวั้แ่แรกเห็น กำลังขยายแผดเผาในอกอย่างเงียบงัน
เขาเผลอไล้นิ้วจากแก้มอ่อนลงมาจรดปลายคาง ขยับเบา ๆ ตามสัญชาตญาณ ก่อนจะหยุดค้างเพราะรู้ตัวว่าข้ามเส้นบางบางมาไกลเกินควร
กลิ่นหอมจาง ๆ จากเรือนกายของนางลอยมาแตะปลายจมูก กลิ่นอ่อนหวานสะอาดบริสุทธิ์ราวกลิ่นบุปผายามฝนแรก หลี่เจินโน้มใบหน้าเข้าใกล้ สูดลมหายใจลึก ราวกับ้าจดจำกลิ่นนี้ไว้ให้ฝังแน่นในใจ
ปลายจมูกเฉียดแก้มเนียน ลมหายใจร้อนจากเขาสอดประสานกับลมหายใจสม่ำเสมอของนาง
เขาขยับเข้าใกล้… ใกล้เสียจนรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากริมฝีปากของอวิ๋นหนิงที่อยู่ตรงหน้า
หากเพียงเขาเอียงหน้าอีกนิด หากเพียงเขาปล่อยใจเพียงชั่ววูบเดียว…
เขาก็จะได้ลิ้มรสััต้องห้ามที่ดึงดูดเขาอย่างไม่อาจต้านทาน
แต่…
สติสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่ยังฝืนยื้อไว้ได้ในวินาทีนั้น
หลี่เจินขบกรามแน่น ถอนหายใจเฮือกยาวอย่างหนักหน่วง พยายามกลั้นแรงปรารถนาที่พลุ่งพล่านราวเปลวเพลิงที่ร้อนลุกลามขึ้นมาถึงอกและลำคอ เขากดเสียงต่ำในลำคออย่างทรมาน ก่อนจะค่อย ๆ ผละกายออกมา
ไม่ห่มผ้าให้นางดังที่ตั้งใจไว้ั้แ่แรก
ไม่ทิ้งอะไรไว้ นอกจากสายตาร้อนแรงที่ยังฝังอยู่บนกลีบปากบางคู่นั้น
ทว่า… แม้จะเดินจากมาแล้ว
ในอกของเขากลับร้อนรุ่มราวกับไฟเพลิงที่ไม่มีวันดับลงง่ายดายอีกต่อไป