รอยซ์นั้นฝึกตนเองให้รู้จักควบคุมอารมณ์มาเป็เวลานานปี ดังนั้น แม้ขณะนี้เขาจําต้องกล้ำกลืนความโกรธที่พลุ่งขึ้นมา จนลําคอปวดร้าวไว้อย่างสุดความสามารถ แต่สีหน้าก็มิได้แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย เขาเจ็บใจตนเองที่รับอินเจลแรมเข้ามาไว้ในกองทัพ นึกไม่ถึงว่าเขาจะมีทหารที่โง่เง่าอยู่ใต้บังคับบัญชาเช่นนี้
การที่เขามิได้กระทําการรุนแรงลงไป ก็เพราะยังมีชาวแซ็กซอนอีกคนหนึ่งยืนอยู่ในห้องโถงใหญ่แห่งนี้ด้วย และรอยซ์ไม่เคยตําหนิผู้ใต้บังคับบัญชาของตนต่อหน้าคนแปลกหน้ามาก่อน ครั้งนี้เขาจึงมิได้แสดงแม้แต่ความรู้สึกดังกล่าว
ฮิวจ์กระแอมขึ้นเบา ๆ และรอยซ์ก็หันหน้าไปมอง สายตาของอัศวินผู้เฒ่าบอกความเห็นใจในตัวเขาอย่างยิ่ง เมื่อเบือนหน้าไปมองทางอินเจลแรม ฮิวจ์ก็เอ่ยขึ้นว่า
“เ้าหนุ่ม เ้าน่ะไม่มีทางที่จะเข้าไปเอาตัวเธอออกมาจากสํานักนางชีได้หรอก พระเ้าจะทรงลงโทษเราอย่างหนัก ถ้าเราขืนกระทำสิ่งที่หยาบหยามต่อกฎแห่งพระเ้าอย่างนั้น”
“กฎของพระเ้า อะไรกันขอรับ” สีหน้าของอินเจลแรมในยามนี้เห็นได้ชัด ว่าเขาไม่รู้เื่ราวอะไรเลย ซึ่งทําให้ฮิวจ์อ่อนใจอย่างที่สุ
“ก็แปลว่า เวลานี้เธออยู่ในความคุ้มครองของศาสนจักรน่ะสิเ้าหนุ่ม เ้าน่ะให้ที่หลบภัยกับเธออย่างดีที่สุด รู้ไว้ด้วย”
อินเจลแรมเริ่มจะมองเห็น และพอจะเข้าใจแล้วว่า อะไรเป็อะไร มองเห็นว่าตนเองได้กระทําความผิดพลาดลงไปด้วยความโง่เขลาเบาปัญญา ซึ่งสร้างความตระหนกให้เกิดขึ้นอย่างเหลือจะกล่าว
“แต่เธอรับรองกับกระผม...”
“หุบปาก”
รอยซ์มิได้ขึ้นเสียงเลยแม้แต่น้อยเมื่อออกคำสั่งนั้น แต่มันก็ทําให้เจมส์ ชาวแซ็กซอนผู้ทรยศถึงกับสะดุ้งสุดตัว ยิ่งกว่านั้นเขาก็ยังเห็นแววแห่งความโกรธฉาบฉายอยู่ในดวงตาของขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่นั่นด้วย มันทําให้เขาต้องรีบถอยหลังออกมา อย่างน้อยเขาก็อยากให้ตนเองปลอดภัยไว้ก่อน
ดูเหมือนรอยซ์จะขบขันเสียด้วยซ้ำ เมื่อเห็นท่าทางหวั่นของชาวแซ็กซอนผู้นั้น
“เมื่อกี้เ้าเล่าเื่พี่น้องผู้ชายสองคนให้เราฟังแล้ว เอาละ...ตอนนี้ลองเล่าเื่พี่น้องสองสาวที่เป็คู่แฝดกันให้ข้าฟังหน่อยสิ เราได้รับรายงานมาว่าคนหนึ่งนั้นเป็แม่ชี แต่อีกคนหนึ่งเป็...”
เขาหยุดพูดลงทันที เมื่อเห็นชายชาวแซ็กซอนส่ายหน้าช้า ๆ
“ในครอบครัวนี้ไม่มีใครบวชเป็แม่ชีหรอกขอรับใต้เท้า มีแต่เลดี้นิโคล่าเพียงคนเดียวเท่านั้น...” เขารีบอธิบายต่อ เมื่อเห็นว่าคําตอบของตนสร้างผลกระทบให้เกิดขึ้นกับจิตใจ และความรู้สึกของขุนศึกนอร์มันอย่างไรบ้าง “เลดี้นิโคล่าน่ะเป็...”
“เรารู้แล้วเื่เลดี้นิโคล่าของเ้าน่ะ” รอยซ์พูดเสียงห้วนห้าว “เรารู้ว่าเธอต่อสู้อย่างเต็มที่ ตอนที่เราจะเข้ามายึดครองปราสาทแห่งนี้ ถูกต้องไหมล่ะ”
“ถูกต้องขอรับใต้เท้า...ถูกต้องทีเดียว” เจมส์ตอบเหมือนละเมอ
“ก็นั่นน่ะสิ...เพราะฉะนั้นตอนนี้ข้าถึงอยากรู้เื่เกี่ยวกับคู่แฝดของเธออีกคนหนึ่งไงล่ะ ถ้าเธอไม่ใช่แม่ชี เธอก็จะต้องเป็...”
แต่ชายชาวแซ็กซอนก็ยังบังอาจที่จะส่ายหน้าปฏิเสธเขาอยู่นั่นเอง เพียงแต่ครั้งนี้สีหน้าเจมส์มิได้บอกความหวาดกลัวในตัวเขาอีกต่อไปเท่านั้น
“คือยังงี้ขอรับใต้เท้า” เขาพูดด้วยเสียงแ่เบาเกือบจะเป็เสียงกระซิบ “ในครอบครัวนี้มีลูกสาวอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น เลดี้นิโคล่าไม่ได้มีคู่แฝดอย่างที่ใต้เท้าเข้าใจหรอกขอรับ”
ปฏิกิริยาที่รอยซ์แสดงออกเมื่อได้รับคําบอกเล่าจากเจมส์เกี่ยวกับเื่นี้ มันเป็ไปอย่างรวดเร็ว และน่าแปลกใจอย่างยิ่ง...
เขาแหงนหน้า เปล่งเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น หัวเราะจนหยาดน้ำตาขึ้นมาคลอคลองอยู่ในดวงตา แผนการอันชาญฉลาดของเลดี้นิโคล่าที่หลบหนีจากเงื้อมมือของเขาเข้าไปพํานักอยู่ในสํานักนางชี อันถือว่าเป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้ สร้างความมหัศจรรย์ใจให้บังเกิดกับเขายิ่งนัก
มันเท่ากับเป็การพิสูจน์ให้เห็นถึงสติปัญญาอันเลอเลิศของสตรีผู้นี้ และมันสร้างความชื่นชมพึงพอใจให้เขาอย่างเหลือจะกล่าว
นิโคล่ามิได้เป็แม่ชี... ความรู้นี้สร้างความโล่งใจให้เกิดขึ้นอย่างมาก ซึ่งเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมีเหตุผลอะไรจึงมีปฏิกิริยาเช่นนั้นเกิดก่อขึ้นในใจตน
และแล้ว...เขาก็เปล่งเสียงหัวเราะออกมาอีก นึกขำตนเองที่กังวลกับการเป็แม่ชีของเธอ เพราะถ้าเธอเป็เช่นนั้นจริง เขาคงจะต้องจมอยู่ในห้วงความทุกข์ไปจนชั่วชีวิตแน่ เขาผู้ซึ่งมีบรรดาศักดิ์เป็บารอนจะหลงรักแม่ชีได้อย่างไร
อินเจลแรมนั้นไม่เข้าใจว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับเ้านายของตน เขาจึงได้แสดงความขบขันออกมามากมายถึงเพียงนั้น เพราะ่เวลาสั้น ๆ ที่เขาเข้ามารับใช้อยู่ในกองทัพของขุนนางผู้นี้ ไม่เคยเห็นแม้แต่รอยยิ้มจากรอยซ์ แต่ขณะเดียวกันเขาก็ไม่เคยเห็นเ้านายยอมรับในความพ่ายแพ้ด้วยเช่นกัน
“ใต้เท้าขอรับ...” อินเจลแรมเอ่ยโพล่งออกไป “กระผมเสียใจเหลือเกินที่ใต้เท้าต้องมาอับอายขายหน้าในครั้งนี้ เพราะความโง่เขลาเบาปัญญาของกระผมเอง กระผมหลงเชื่อในคําพูดของเธอ และกระผมก็ยังออกคําสั่งให้ทหารพาเธอไปส่งที่สํานักนางแห่งนั้นด้วย”
ความรู้สึกในความรับผิดชอบ ทําให้อินเจลแรมก้าวออกไปหยุดตรงหน้า เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบาว่า
“ความผิดทั้งหมดเป็ของกระผมคนเดียวขอรับ”
รอยซ์เลิกคิ้วสูง เมื่อได้ยินคำสารภาพของทหารหนุ่มผู้นั้น
“เื่นี้เอาไว้พูดกันทีหลังเถอะ” เขาตวัดสายตามองไปทางชาวแซ็กซอนอย่างมีความหมาย เมื่ออินเจลแรมโค้งคำนับรับคำสั่ง รอยซ์ก็หันกลับไปทางเจมส์อีกครั้ง
“ไหนลองเล่าเื่เกี่ยวกับเลดี้นิโคล่าเท่าที่เ้ารู้ให้เราฟังหน่อยสิ”
“ขอรับใต้เท้า” เจมส์มีสีหน้าครุ่นคิดขึ้น “อันที่จริงกระผมก็ไปจากที่นี่ถึงสองปีครึ่งแล้ว เนื่องจากมีการมอบหมายหน้าที่การเก็บภาษีให้คนอื่นทําแทน กระผมทราบแต่เพียงว่า เลดี้นิโคล่านั้นจะต้องแต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่งชื่อวูล์ฟ เขามีปราสาทใหญ่อยู่ทางทิศใต้ ได้มีการหมั้นหมายระหว่างตัวเธอกับผู้ชายคนนั้นมาั้แ่วัยเด็ก และถ้าการแต่งงานเป็ไปตามที่ได้วางไว้ นั่นก็หมายความว่าเธอได้แต่งงานไปสองปีเต็มแล้วขอรับก่อนหน้าที่วูล์ฟจะตายเสียในการสู้รบที่ฮาวติ้งส์ ทั้งหมดที่กระผมรู้เกี่ยวกับตัวเลดี้นิโคล่าก็มีเพียงเท่านี้ละขอรับใต้เท้า”
รอยซ์มิได้แสดงความคิดเห็นอย่างใดเกี่ยวกับข้อมูลที่ได้รับ เขาสั่งให้เจมส์กลับไปได้ และรออยู่จนเมื่อชายชาวแซ็กซอนเดินออกจากห้องโถงไปแล้ว จึงได้หันกลับมาทางอินเจลแรมอีกครั้ง
“คราวหน้าคราวหลังละก็ จงอย่าได้แสดงการสํานึกผิดต่อหน้าคนอื่นเป็อันขาด เข้าใจไหม”
อินเจลแรมผงกศีรษะรับคําสั่งนั้น แต่ขณะนี้ความตื่นกลัวที่บังเกิดอยู่ในใจเขามันมากมายจนแทบไม่อาจระงับความรู้สึกไว้ได้ และรอยซ์กระบายลมหายใจออกมา
“อินเจลแรม ในเมื่อเ้าสั่งการแทนข้าออกไปยังงั้น ความผิดทั้งหมดมันก็เป็ของข้าอยู่ดี จำไว้ให้ดีนะ ถ้าความผิดพลาดในครั้งนี้ มันพอจะช่วยให้เ้าฉลาดขึ้นมาได้บ้างละก็ ไอ้ความเดือดร้อนที่เ้าก่อให้เกิดขึ้นกับตัวข้าในครั้งนี้ก็ยังจะถือว่าเป็ประโยชน์ได้อยู่”
อินเจลแรมรู้สึกแปลกใจกับคําพูดของท่านบารอนยิ่งนัก เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ว่าความพ่ายแพ้สามารถจะแปลงเปลี่ยนมาเป็เพียงแค่ความเดือดร้อนได้ มันทําให้เขาถึงกับอึ้งไปพูดอะไรไม่ออก
รอยซ์หันไปมองฮิวจ์เมื่อฝ่ายนั้นเอ่ยขึ้นบ้าง
“เท่าที่ฟังดูรู้สึกว่า เลดี้นิโคล่าผู้นี้เป็ผู้หญิงที่มากด้วยเล่ห์เหลี่ยมทีเดียวนะ รอยซ์ ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะสามารถเอาตัวรอดจากเงื้อมมือของคุณไปได้ง่าย ๆ ...ผมหมายถึงว่าสําหรับตอนนี้”
“ใช่...” รอยซ์ตอบพร้อมด้วยยิ้มกว้าง “สำหรับตอนนี้เท่านั้นละ”
“กระผมไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองจะต้องตกเป็เหยื่อคําหลอกลวงของเธอ” อินเจลแรมโพล่งออกมาอีก
“ไม่ใช่หรอก” รอยซ์ขัดขึ้นทันที “เ้าน่ะตกเป็เหยื่อความงามของเธอต่างหากล่ะ จำความผิดพลาดในครั้งนี้ไว้ให้เพื่อดีที่เ้าจะไม่ทำซ้ำอีก เข้าใจไหม”
ทหารหนุ่มพยักหน้ารับช้า ๆ สูดลมหายใจลึกเมื่อดึงดาบออกจากฝัก มือไม้สั่น เมื่อยื่นดาบนั้นส่งมาให้แก่ขุนศึกผู้เป็เ้านายของตน
“กระผมเป็ผู้ทำให้ใต้เท้าได้รับความอับอายขายหน้าอย่างมากขอรับ เพราะกระผมแท้ ๆ ที่ทําให้ใต้เท้าต้องถูกเหยียดหยามในครั้งนี้”
อินเจลแรมหลับตา รอเวลาที่จะได้รับการลงโทษอยู่ เวลาผ่านไปเป็ครู่ เขาจึงได้ลืมตาขึ้น ไม่เข้าใจว่าทําไมเ้านายจึงยังรั้งรออยู่
“ใต้เท้าจะไม่ลงโทษกระผมหรอกหรือขอรับ” เขาถามอย่างแปลกใจเต็มที่
รออซ์หันไปมองหน้าฮิวจ์ และได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าเพื่อน เขาเองก็ต้องพยายามกลั้นยิ้มไว้เหมือนกัน
“อินเจลแรม สิ่งที่ข้าอยากจะทำกับสิ่งที่ข้าต้องทำนั้นมันไม่เหมือนกันหรอกนะ สักวันหนึ่งเ้าจะเข้าใจ ว่าแต่เ้ายื่นดาบมาให้ข้าทําไม”
อินเจลแรมคาดไม่ถึงว่าตนเองจะได้รับคําถามเช่นนี้ น้ำเสียงของบารอนรอยซ์ที่ถามออกมานั้นเต็มไปด้วยความปรานีอย่างที่เขาคาดไม่ถึง เขาไม่อยากเชื่อว่าในเมื่อตนเองกระทำความผิดถึงเพียงนี้แล้วจะยังได้รับการให้อภัยได้