รุ่งอรุณยามเช้าสาดแสงสีทองทะลุผ่านม่านหมอก นอกกำแพงหมู่บ้านธุลีแดง ราษฎรนับ 100 และเหล่าขุนนางกังฉินผู้ต้องโทษ ต่างกำลังกวัดแกว่งจอบเสียมขุดลอกคูเมืองท่ามกลางแสงแดด เป็ภาพความมุมานะอันยิ่งใหญ่เพื่อพลิกฟื้นแคว้น
ทว่า... ภายในกระท่อมไม้ไผ่ที่แสนเงียบสงบ กลับมีเพียงเสียงครางโอดโอยของบุรุษผู้หนึ่ง
"โอ๊ย..."
ลู่ชิงนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงไม้ ใบหน้าหล่อเหลาเหยเกอย่างทุกข์ทรมาน การเดินทางรอนแรมบน 'แคร่ไม้ไผ่' ที่ถูกแบกโดยขุนนาง 6 คนที่เดินก้าวเท้าไม่พร้อมกัน ได้ฝากาแฉกรรจ์ทางกายภาพไว้กับเขาสาหัสสากรรจ์! ทุกสัดส่วนกำลังส่งเสียงประท้วง ั้แ่กระดูกต้นคอ บ่า สะบัก เอว สะโพก ลามไปจนถึงข้อเท้า
เขารู้สึกราวกับว่าเมื่อคืนมีฝูงช้างป่าตกมันนับ 10 เชือก ผลัดกันกระทืบย่ำกระดูกสันหลังทั้งคืน! ลู่ชิงกัดฟันกรอด พยายามยันกายลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า เพียงแค่ยกศีรษะขึ้นจากหมอน...
กร๊อบ...
เสียงกระดูกต้นคอลั่นเบาๆ ชายหนุ่มนิ่งค้าง แข็งทื่อเป็หินสลัก เขาค่อยๆ หันคอไปทางซ้าย... ปวดร้าวทะลุทรวง! ลองหันขวา... ปวดบรรลัยกว่าเดิม! ลู่ชิงหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง ปล่อยศีรษะร่วงกลับลงไปกระแทกหมอน
"หรือว่า... ข้าจะต้องมาสิ้นใจตายอนาถอยู่บนเตียงนี่..."
เขาพึมพำเสียงแหบแห้ง หลังจากนอนทำใจอยู่พักใหญ่ ลู่ชิงรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย ยกขาทั้ง 2 ข้างหย่อนลงจากขอบเตียง ปลายเท้าััพื้นไม้
เสี้ยววินาทีที่ทิ้งน้ำหนักตัวลงไป... ความปวดหนึบดุจถูกเข็ม 1000 เล่มทิ่มแทง ก็พุ่งทะลักจากฝ่าเท้า ลามผ่านน่อง กระแทกหัวเข่า และพุ่งปรี๊ดขึ้นไปสะท้านถึงกระหม่อม!
"อ๊ากกก!"
ลู่ชิงใบหน้าขาวซีดไร้สีเื! รีบชักเท้าดึงกลับขึ้นไปม้วนตัวบนเตียงทันที ราวกับพื้นไม้คือกระทะทองแดงหลอมละลาย!
"จบสิ้นแล้ว ขาของข้าใช้การไม่ได้แล้ว... เหตุใดมนุษยชาติถึงได้คิดค้นวิธีการเคลื่อนที่ ด้วยการเดินสลับขาที่ป่าเถื่อนเช่นนี้ขึ้นมาด้วย..."
บานประตูกระท่อมถูกผลักเปิดออก
"นายท่าน! ตื่นแล้วหรือขอรับ!" อาฝูเดินยิ้มร่าเข้ามาพร้อมอ่างน้ำ แต่เมื่อปะทะเข้ากับสีหน้าขาวซีดของผู้เป็นาย เด็กหนุ่มก็หน้าถอดสี "เกิดอันใดขึ้นขอรับ!? หรือว่า... การใช้สติปัญญาพลิกฟ้าสยบเมืองอุดร จะทำให้ขอบเขตพลัง์ในร่างท่านตีกลับ!!"
ลู่ชิงถอนหายใจยาว ี้เีจะอธิบายความจริง "พลัง์อันใดกัน... ข้าก็แค่นั่งแคร่จนปวดหลังโว้ย ข้าขอสาบาน... ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาแบกแคร่กระแทกกระดูกสันหลังข้าอีกแล้วเด็ดขาด"
อาฝูอ้าปากค้าง ในสายตาคนทั้งแคว้น นายท่านคือมหาปราชญ์ผู้สยบอุทกภัยด้วยะเิ 1 ลูก! แต่บัดนี้... กลับพ่ายแพ้ราบคาบให้กับ 'อาการปวดหลัง' !?
ลู่ชิงหรี่ตามองทะลุหน้าต่าง ต้นหลิวใหญ่กำลังพลิ้วไหวรับสายลม แสงแดดทอดเงาลงบนพื้นหญ้า นั่นคือร่มเงาที่เหมาะแก่การนอนกลางวันที่สุด แต่ปัญหาระดับชาติคือ... ต้นหลิวนั่นตั้งอยู่ห่างจากเตียงเขา 20 ก้าว สำหรับลู่ชิงในเวลานี้... มันคือการเดินทางข้ามทวีปที่ต้องฝ่าดงหนาม!
"อาฝู..." ลู่ชิงเอ่ยเสียงเคร่งขรึม "มนุษย์เรา... ค้นพบ 'ล้อวงกลม' มานานแล้วใช่หรือไม่?"
"ขะ... ขอรับ? พวกเรามีล้อรถม้าั้แ่โบราณกาลแล้วขอรับ"
"ในเมื่อโลกนี้มีล้อ... แล้วเหตุใด คนเราถึงยังโง่เขลา... ใช้ขาสองข้างเดินให้ปวดเข่าอยู่อีกเล่า?"
อาฝูใบ้กินไปในทันที ไม่เข้าใจว่านี่คือปรัชญาลึกล้ำหรือนายท่านี้เีจนสมองกลับ แต่ดวงตาสีดำสนิทของลู่ชิง กลับเปล่งประกายเจิดจ้า!
ความเกียจคร้านอันแสนบริสุทธิ์... หลอมรวมเข้ากับสติปัญญา... จนปะทุเป็ 'แรงผลักดันแห่งการสร้างสรรค์' !
ฟึ่บ! ลู่ชิงคว้ากระดานไม้และแท่งถ่าน ตวัดวาดอย่างรวดเร็ว! เส้นสายปรากฏเป็รูปทรงเก้าอี้ไม้มีพนักพิง... ขาทั้ง 4 ด้านถูกแทนที่ด้วยวงล้อกลม... และที่ด้านหลัง คือ 'ซี่ไม้หยัก' ที่ขบเกี่ยวกันเป็ทอดๆ สลับซับซ้อน!
"อาฝู! รีบไปตามตัว 'นายช่างไม้' มาพบข้าเดี๋ยวนี้!"
เพียงไม่ถึงครึ่งก้านธูป นายช่างไม้เฒ่าก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาคุกเข่า ลู่ชิงโยนแผ่นไม้ร่างแบบลงตรงหน้า
นายช่างเฒ่าก้มมอง รูม่านตาหดเล็กลงอย่างรุนแรง! ในยุคสมัยนี้... การสร้าง 'ซี่ไม้ขบกัน' เพื่อส่งถ่ายกำลัง... มันคือศาสตร์ลี้ลับของค่ายกลที่มีเพียงในตำนาน!
"นี่มันคือค่ายกลอันใดหรือขอรับ..."
"มันคือ... 'ราชรถอเนกประสงค์เพื่อการเกษตร' " ลู่ชิงตอบหน้าตาย "ข้า้าเก้าอี้ ที่สามารถเคลื่อนที่พุ่งไปข้างหน้าได้... โดยที่ข้าไม่ต้องขยับเท้าเลยแม้แต่ก้าวเดียว ล้อทั้ง 4 วงนี้ พวกเ้าจงกลึงให้กลม หุ้มด้วยหนังสัตว์กันกระแทก"
ชายหนุ่มเคาะนิ้วลงบนภาพซี่ไม้ฟันเฟือง "เมื่อ 'อาฝู' จับคันโยกนี่หมุน... ซี่ไม้ก็จะขบเกี่ยวกัน ถ่ายทอดแรงไปหมุนเพลาล้อ เก้าอี้ข้าก็จะเคลื่อนที่พุ่งไปเอง"
นายช่างเฒ่าเหงื่อแตกพลั่ก เขาเป็ช่างมา 40 ปี... ไม่เคยได้ยินผู้ใดนำ 'ซี่ไม้หยัก' มาขบกันผลักเก้าอี้เช่นนี้มาก่อน! นี่มันวิชาประดิษฐ์ของเทพเซียน!
"จงสร้างมันให้เสร็จภายใน 1 วัน" ลู่ชิงทิ้งท้ายเสียงเย็นเยียบ "หากพรุ่งนี้เช้า ข้ายังต้องก้าวเท้าเดินเอง... ข้าจะส่งพวกเ้าไปขุดคลองแทนไอ้พวกขุนนางกังฉินนั่น!"
สิ้นคำขู่ เหล่าช่างไม้หน้าขาวซีด รีบคว้าแบบร่างวิ่งเตลิดเปิดเปิงออกไปราวกับหนีตาย!
ยามสายของวันถัดมา ณ ลานดินกว้างกลางหมู่บ้าน
นายช่างไม้เฒ่าและลูกมือทั้ง 3 ยืนขอบตาดำคล้ำประดุจซากศพ เบื้องหน้าพวกเขาคือผลงานชิ้นเอกที่ถูกสร้างขึ้นจากการรีดเร้นิญญาตลอด 1 คืน! เก้าอี้ไม้ขัดเงาวับ บุเบาะหนังหนานุ่ม ขาทั้ง 4 แทนที่ด้วยล้อไม้หุ้มหนัง ด้านหลังมีชุด 'ซี่ไม้หยัก' นับ 10 ชิ้น ขบเกี่ยวกันซับซ้อนสุดหยั่งคาด!
ลู่ชิงถูกอาฝูพยุงออกมา พอเห็นราชรถ เขาก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะหนานุ่มทันที ความฟูฟ่องโอบรัดแผ่นหลังที่ปวดร้าวประดุจปุยเมฆ
"อา... นี่สิวิถีชีวิตที่แท้จริง..." ลู่ชิงหลับตาพริ้ม "อาฝู... ไปจับคันโยกหมุน"
"ขอรับนายท่าน!" อาฝูวิ่งอ้อมไปด้านหลัง 2 มือจับคันโยกไม้แน่น สีหน้าขึงขังราวแม่ทัพเข็นรถศึก
ทว่า... บนต้นหลิวใหญ่ริมลานดิน... มีเงาร่างชุดดำ 3 สาย ซุ่มซ่อนตัวอยู่เงียบเชียบ! พวกมันคือ 'มือสังหารระดับทองคำ' ที่ถูกส่งมาจากเมืองหลวงเพื่อปลิดชีพเ้าเมืองผู้นี้!
"หมุนสิ ยืนบื้อทำไม แดดออกแล้ว ข้าจะไปหลับใต้ต้นไม้" ลู่ชิงเร่ง
"ขอรับ!!"
อาฝูออกแรงผลักคันโยกหมุนเป็วงกลมทันที!
แกร๊กๆๆๆๆๆ!!!
เสียงซี่ไม้ขบเกี่ยวกันดังกังวาน! ด้วย 'ค่ายกลสับหว่างทดกำลัง' ที่ลู่ชิงคำนวณไว้... แรงหมุนเบาหวิวจากมือเด็กหนุ่ม กลับถูกสัดส่วนไม้ขยายทวีคูณออกไปถึง 10 เท่า!!
ครืดดดดดดดด!!
วงล้อทั้ง 4 บดขยี้พื้น ราชรถพุ่งกระโจนทะยานไปข้างหน้าราวกับถูกม้าศึก 10 ตัวกระชากลากถู!!
"เฮ้ยยยยยยยยยย!!!"
อาฝูแหกปากลั่น 2 ขาสับวิ่งตามหลังราชรถสุดชีวิต ลมปะทะหน้ารุนแรงจนปากปลิ้น! ราชรถพุ่งฉิวตัดผ่านลานดินอย่างนุ่มนวล ทว่ารวดเร็วปานสายฟ้า!
ในเสี้ยววินาทีนั้น— บนยอดต้นหลิว มือสังหารทั้ง 3 หดรูม่านตาวูบ!
"สังหาร!!"
ฟุ่บ!! ฟุ่บ!! ฟุ่บ!!
เงาสีดำทั้ง 3 ทิ้งตัวลงมาพร้อมกันดุจอุกกาบาต! ปลายกระบี่พุ่งเป้าทะลวงตำแหน่งที่ลู่ชิงนั่งอยู่เมื่อ 1 ลมหายใจก่อนหน้า!
ทว่า... สิ่งที่คมกระบี่ัั... กลับมีเพียงมวลอากาศ!
ฉัวะ!! โครมมมมมม!!
กระบี่ฟันวืดฝ่าอากาศ! แรงส่งทำให้พวกมันเสียสมดุล หน้าคะมำครูดไปกับพื้นดิน เกลือกกลิ้งคลุกฝุ่นหมดสภาพ!
"อั่ก!" หัวหน้ามือสังหารกระอักฝุ่น เงยหน้าขึ้นมอง ห่างออกไป 20 ก้าว... ลู่ชิงกำลังนั่งเอนหลังหลับตาพริ้ม ผมปลิวไสวไปตามลม ท่วงท่าผ่อนคลายราวกับเศรษฐีนอนเรือสำราญ!
"อา... ลมปะทะหน้าเย็นสบาย... อาฝู สับขาให้ไวกว่านี้"
"ขะ... ข้าจะสิ้นใจแล้วขอรับนายท่าน!!" อาฝูวิ่งสับจนฝ่าเท้าไถพื้นดันรถไม่หยุด
มือสังหารทั้ง 3 ทรุดเข่า ดุจถูกฟ้าผ่า!
"ไม่ใช่ท่าร่างวิชาตัวเบา..." หัวหน้ามือสังหารเสียงสั่น "แต่มันคือค่ายกลลับ! หากนำค่ายกลทวีคูณแรงนี้... ไปติดเกวียนเสบียง... กองทัพจะเดินทัพเร็วขึ้น 10 เท่า! หากไปติดหน้าไม้ั์... 1 คนก็ยิงศัตรูตายได้ในพริบตา! ถอย... ถอยเดี๋ยวนี้!!"
เงาทมิฬทั้ง 3 รีบดีดตัวหนีหายเข้าพงไพรไปด้วยความหวาดผวาสุดขีด!
ราชรถยังคงพุ่งทะยานต่อไป ลมเย็นทำให้ลู่ชิงผ่อนคลายจนเคลิ้มหลับ ทว่าอาฝูที่วิ่งตามหลังนั้นหอบแฮกประดุจสุนัขหอบแดด แกร๊กๆๆๆๆ!! ราชรถตีโค้งพุ่งพรวดเข้าสู่ลานกว้างท้ายหมู่บ้าน อาฝูต้องเบรกดึงคันโยกย้อนกลับฉุกเฉิน! ครืดดดด!
เบื้องหน้าพวกเขา คือ 'ค่ายแรงงาน' ที่เหล่าทหารเชลยเดนตายจากกองทัพม้าเหล็กศัตรูกว่า 100 นาย กำลังตรากตรำขุดดิน ทว่าเมื่อพวกมันหันมาเห็นราชรถไม้ที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงโดยไร้ม้าลาก ทั่วทั้งค่ายก็ตกอยู่ในความเงียบงัน!
ก้อนหินและจอบร่วงหล่นจากมือ ทั้งค่ายนิ่งเป็หิน
"ไม่มีม้าลาก... แต่พุ่งทะยานได้เอง!?" เชลยศึกเสียงสั่นสะท้าน สายตานับ 100 จับจ้องชุดซี่ไม้หยักด้านหลังที่กำลังหมุนขบเกี่ยว แกร๊ก... แกร๊ก...
กุนซือชราแห่งกองทัพม้าเหล็ก ขาวซีดดุจกระดาษ ร่างกายสั่นเทา "นี่คือ 'บัลลังก์เมฆาท่องจักรวาล' ในตำนานคัมภีร์์!!"
ครืนนนน!! ทั้งค่ายฮือฮาอื้ออึง!
"ดูซี่ไม้เ่าั้สิ! มันกำลังหมุนเวียนพลังปราณฟ้าดิน! หากต้าเยี่ยนสร้างรถศึกแบบนี้ 1000 คัน... กองทัพม้าเหล็กของเราจะพินาศสิ้น!"
จินตนาการของพวกมันเตลิดไปสู่ความปราชัย พาหนะที่ไม่ต้องพักกินหญ้า นี่คืออาวุธแห่งหายนะ!
โครม!! กุนซือชราทรุดเข่ากระแทกพื้น! "ขอคารวะมหาปราชญ์ลู่ชิง ผู้ถือครองศาสตร์์!!"
โครม! โครม! โครม!! เชลยศึก 100 นาย ทรุดตัวหมอบกราบ เสียงหน้าผากโขกพื้นกึกก้อง!
เสียงโห่ร้องสรรเสริญปลุกให้ลู่ชิงสะดุ้งตื่น ชายหนุ่มเหยเกใบหน้าหงุดหงิดขั้นสุด
"หนวกหูโว้ย... ข้าแค่นั่งรถเข็นออกมาตากแดดรับลม พวกเ้าเป็บ้าอะไร ถึงมาโขกหัวกราบไหว้ 'รถเข็นคนพิการ' ของข้ากันนักหนา!?"
คำพูดหน้าตายนั้น ทำกุนซือชราน้ำตาไหลพราก "สมแล้วที่เป็ท่านมหาปราชญ์! ถึงกับถ่อมตนเรียกสมบัติเทพว่า 'รถเข็นคนพิการ' ! ท่านไม่หลงระเริงในวัตถุทำลายล้าง ท่านกำลังสั่งสอนพวกเรา!"
ลู่ชิงอ้าปากค้าง หมดคำจะพูดกับความมโนของผู้คนยุคนี้ เขาตวัดผ้าห่มคลุมโปง "อาฝู... หมุนรถกลับ ข้าจะกลับไปนอน ขืนอยู่นานกว่านี้ข้าคงบ้าตามพวกมันแน่..."
"ขอรับนายท่าน!" อาฝูหมุนรถพุ่งฉิวกลับทางเดิม ทิ้งไว้เพียงเชลยศึกที่หมอบกราบไม่ยอมลุก!
ทว่า... ณ หอเฝ้ายามไกลออกไป 'สายลับเงา' แห่งราชสำนัก กำลังซุ่มจดรายงานส่งด่วนด้วยมือสั่นเทา
"ค้นพบกลไกเคลื่อนที่ไร้ม้าลาก... คาดว่าเป็ศาสตร์ซี่ไม้ลี้ลับระดับตำนาน หากพัฒนาต่อยอดจะกลายเป็รถศึกทะลวงกำแพงที่มีแสนยานุภาพน่าสะพรึงกลัวที่สุด..."
นกพิราบสื่อสารสยายปีกพุ่งทะยานสู่เมืองหลวง นำพาข่าวลือทางทหารที่น่าหวาดหวั่นที่สุดในรอบ 100 ปีไปส่ง!
ส่วนต้นเหตุของความโกลาหลระดับโลกนั้น... กำลังนั่งสัปหงกคอพับอยู่บนราชรถล้อซี่ไม้ น้ำลายย้อยมุมปาก ฟี้... ครอก...
จอมมารผู้รักความสบาย หลับลึกโดยไม่รู้เลยว่า ความี้เีที่ไม่อยากใช้ขาเดินของตน กำลังจะถูกฮ่องเต้ตีความว่าเป็สุดยอดศาสตร์ลับพลิกแผ่นดิน และเตรียมส่งภาระงานเอกสารอีก 1000 ม้วนมาทับถมร่างเขาในอีกไม่ช้าเสียแล้ว!
[จบตอนที่ 16]