เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 130 รักษาคนไข้โคม่า

    เทียนรักษาไปได้อีกสิบกว่าคนก็เริ่มแปลกใจ เพราะเริ่มมีบางคนกลับไม่ฟื้นขึ้นมา

    หรือว่าพวกเขาไม่สามารถหาทางกลับร่างตัวเองได้ เทียนมองไปรอบ ๆ ก็หาวิญญาณของพวกเขาไม่เจอ 

    “ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ วิญญาณพวกเขาไปอยู่ที่ไหน” เทียนเอ่ยออกมาด้วยความสงสัย

    รุ่นพี่ ขจรรีบเข้ามาดูด้วยความสนใจแล้วเอ่ยว่า

    “ ข้าไม่เคยเห็น คนพวกนี้ หรือว่าเขาถูกดูดไปในโลกวิญญาณแล้ว”

    “ เรียกวิญญาณทั้งหมดมาที่นี่ ข้าจะรักษาคนที่มีวิญญาณอยู่ก่อน” เทียนสั่งให้ขจรไปเรียกวิญญาณที่อยู่ที่นี่มาให้หมด  เทียนรักษาไปจนวิญญาณกลับเข้าร่าง

    แต่ว่าพอฟื้นขึ้นมาพวกเขากลับจำอะไรไม่ได้เลย   ยังเหลือคนที่นอนอาการโคม่าอีกเกือบร้อยคน

    “ เป็นไปไดยังไง พวกเขายังไม่ตาย ทำไมวิญญาณถูกดูดไปโลกวิญญาณแล้วหรือนี่”  เทียนดึงลูกแก้วเวทย์มนตร์ออกมา แล้วนำมือของ คนไข้ที่อยู่ในอาการโคม่า ออกมาวางไว้บนลูกแก้ว เทียนเห็นภาพของเขาอยู่ในมิติแห่งหนึ่ง กำลังมีความสุขกับการกินอาหารที่มีอยู่มากมาย เทียนลองตรวจคนอื่นๆ เช่นกัน ก็พบแต่ละคนก็อยู่ในมิตินี้อย่างมีความสุข ทำให้ไม่มีใครคิดจะออกมาสู่โลกของความจริงเลย หรือว่า เจ้าของงานวิจัยชิ้นนี้ พบกับมิติใหม่ เป็นมิติโลกของความฝันที่ไม่ว่าใครเข้าไปแล้ว ก็มีแต่ความสุข 

    พวกเขาเกือบร้อยคนนี่ คงมีความสุขกับโลกวิญญาณที่ค้นพบใหม่ ไม่กลับมากันแล้วแน่ เทียนพบว่าแต่ละคน น่าจะมีปัญหา ในโลกปัจจุบัน เพราะเท่าที่เทียนเห็น

    พวกเขามีปัญหาเรื่องพิการ และสุขภาพ ในเมื่อไม่อยากมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้แล้ว

    ก็ไม่รู้จะช่วยดึงพวกเขากลับมาได้อย่างไร

    ขณะที่เทียนกำลังรักษา อาจารย์หมอกรณ์ ก็เดินเข้ามา พร้อมกับ ฝรั่งต่างชาติสองคน และ คนไทยอีกสองคน เดินเข้ามาหาเทียน

    “ ท่านหมอซู ขอแนะนำนี่คือ อาจารย์หมอฟ่านหลี เป็นผอ. ของโรงพยาบาลคิงส์ตัน และอาจารย์หมอทอมมี่”  เทียนทักทายตามธรรมเนียม แล้วอาจารย์ฟ่านหลี

    ก็แนะนำ ฝรั่งอีกสองคน ดอกเตอร์โควิน กับ ดอกเตอร์ ฟรานซิส หัวหน้าหน่วยวิจัย

    “ ท่านหมอซูคงเข้าใจผิด  คนไข้พวกนี้เซ็นยินยอมรับการศึกษาวิจัย เพื่อที่จะได้ไปอยู่ในโลกของวิญญาณ พวกเราได้รับการอนุญาต จากกระทรวงการแพทย์ถูกต้อง”   ผอ. ฟ่านหลี เอ่ยกับเทียนเสียงแข็งเหมือนไม่พอใจ

    เทียนฟังจบก็เริ่มนิ่งอึ้ง นี่เราเข้าใจผิดหรือนี่ คนเหล่านี้บ้าไปแล้วหรือยังไงกันนะ

    เทียนไม่ได้พูดอะไร พวกเขาก็เห็นคนไข้อาการโคม่า หลายสิบคนที่ฟื้นขึ้นมา ก็ทำสีหน้าตกใจ และเห็นคนของพวกเขา ยืนนิ่งเป็นหุ่นอีก ก็ได้แต่มองเทียนเหมือนว่าเทียนทำอะไรพวกเขา เทียนสะบัดมือ คลายจุดพวกเขาทั้งหมด

    “ ผมเห็นวิญญาณพวกเขาเหล่านี้ลอยไป ลอยมา ไม่ไปไหน อยู่แถวนี้เลยแปลกใจ

    จึงเข้ามาดู พบพวกเขานอนป่วยอยู่ในอาการโคม่า ผมเลยช่วยรักษาให้เท่านั้น

    ส่วนคนอื่น ๆ ผมรักษาให้หายแล้ว แต่พวกเขาติดอยู่กับโลกวิญญาณ ไม่ยอมออกมา ผมก็ช่วยไม่ได้ จริงๆ  ถ้าเป็นการเข้าใจผิด ก็ขออภัย แต่พวกคุณใช้ยากับคนป่วยเหล่านี้ พวกคุณควรจะบอกพวกเขาด้วยว่าเป็นยาอะไร มีคุณสมบัติอย่างไรเพื่อให้พวกเขาได้ทราบถึงความเสี่ยงของมันด้วย”  เทียนเอ่ยจบก็เอ่ยลา และขอโทษหมอกรณ์ ที่ยืนฟังแล้วอึ้ง ยังไม่ทันตั้งคำถาม ก็รีบวิ่งตามเทียนไปในทันที

    “ ท่านผอ. คุณได้ยินที่เขาพูดไหม เขารู้ว่าใครเข้าไปในโลกโคม่าได้ และใครเข้าไปไม่ได้ และเขายังเห็นพวกที่อยู่ในโลกโคม่าได้ด้วย คุณต้องชวนเขามาร่วมงานวิจัยของเราให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเสียเท่าไร ผมก็ยอมจ่าย”  ดอกเตอร์โควินเอ่ยกับผอ.ฟ่านหลี ที่ยืนอึ้ง ไปคำตอบของเทียนเช่นกัน

    “ หมอกรณ์รู้จัก พวกเราต้องสอบถามหมอกรณ์ ไม่น่าจะมีปัญหา”

    ผอ.ฟ่านหลีเอ่ยอย่างมั่นใจ ส่วนหมอกรณ์วิ่งตามเทียนทันแล้วรีบกล่าวว่า

    “ หมอซู คุณบอกว่าคุณเห็นวิญญาณคนที่นอนโคม่าพวกนั้นจริงๆ หรือ”

    “ จริงครับ”

    “ ผมมีคนไข้อาการโคม่า อยู่สี่ห้าคน หมอซูช่วยไปดูอาการให้หน่อยได้ไหมครับ”

    “ ไม่มีปัญหา ต่อไป ผมอาจไม่ได้อยู่ในโลกใบนี้แล้วนะครับ ถ้าหมอกรณ์มีปัญหา

    ให้ติดต่อลูกศิษย์ของผมได้เลย เขาชื่อหลี่เทียน”

    “ หลี่เทียน เด็กคนนั้นเอง เขาเป็นเจ้าของโครงการสุขนิรันดร์ และ เครื่องดื่มหงเทียน ผมจำได้ แต่ไม่ทราบว่าเขาจะพอมีความรู้ เรื่องการรักษาดีเหมือนหมอซูหรือไม่”

    “ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ผมการันตี ได้ พรุ่งนี้ผมจะให้เขาไปหาคุณหมอกรณ์ ลองดูว่าเขาทำได้หรือไม่ ต่อไปรบกวนคุณหมอ หาใบอนุญาตรักษาให้เขาด้วย เพราะเขาเพื่งจะสอบเข้า มหาลัยคิงส์ตัน”

    “ ไม่มีปัญหา ถ้าหมอซูการันตี พรุ่งนี้ให้เขาทดสอบดู ถ้าเขาทำได้ เรื่องใบอนุญาตผมจะจัดการให้โดยเร็วเลย” เทียนพยักหน้าเสร็จ ร่างก็หายไปต่อหน้าหมอกรณ์ทันที  หมอกรณ์ต้องขยี้ตาแบบไม่เชื่อสิ่งที่เห็น

    “ หรือว่าเขาจะไปเป็นเซียนแล้ว”

    ตอนเช้า เทียนก็ขับรถสปอร์ตสีแดงมาที่โรงพยาบาลโลตัส มีอาจารย์หมอกรณ์กับหมอหลี่หลิงยืนรออยู่

    “ อาจารย์หมอกรณ์  อาหลิง”

    “ นี่อาเทียน เธอไปเป็นศิษย์ท่านหมอซูตั้งแต่เมื่อไร อาไม่เห็นรู้เรื่องเลย”

    “ หลายปีแล้วครับ ซินแสจงหมิงแนะนำให้น่ะครับ”

    ทั้งสามคนมีพยาบาลเดินถือแฟ้มตามมาอีกสามคน มาถึงห้องพิเศษห้องหนึ่ง

    “ นี่คือผู้ป่วยที่มีอาการโคม่า นอนหลับมากว่า 10 วันแล้วทางเราตรวจพบว่ามีอาการติดเชื้อในสมอง คนไข้ไม่มีอาการตอบสนองใดใด ไม่สามารถรับการรักษาของทางโรงพยาบาลได้ เวลานี้เพียงรอให้ทางญาติตัดสินใจเซ็นชื่อ  เพื่อถอดเครื่องช่วยหายใจ”  อาหลี่หลิงเอ่ยกล่าวออกมาด้วยความเศร้าใจ

    เทียนมองเห็นร่างวิญญาณของชายชราผู้นี้มีสีหน้าเศร้าโศก  กอดหญิงชราที่กำแฟ้มเซ็นชื่อเพื่ออนุญาตถอดเครื่องช่วยหายใจ  ร้องสะอื้นไห้ ไม่หยุด

    “ คุณยายครับ ไม่ต้องเซ็นแล้วครับ ขอเวลาผมสักครู่ ผมจะช่วยคุณตาเอง”

    เทียนบอกคุณยายแบบนั้น คุณยายหันมามองหน้าเทียนด้วยความสงสัย เทียนให้ให้พยาบาลพาคุณยายถอยไปก่อน เทียนจะเริ่มทำการรักษาโดยการเริ่มจับชีพจรก่อนทันที จากนั้น  เทียนใช้มือ ทั้งสองมาสัมผัสที่ศรีษะของคุณตาท่านนี้ แล้วปล่อยพลังเทพบริสุทธิ์เข้าไปฟื้นฟู สมองส่วนที่ตาย พอหายดีแล้ว เทียนก็จับชีพจร ตรวจสอบอีกครั้ง จากนั้นก็ปล่อยปราณบริสุทธิ์เข้าไปในร่าง ทำให้เลือดลมคุณตา

    กลับมาไหลเวียนเป็นปกติ พอเลือดได้สูบฉีดไปเลี้ยงสมองได้ เงาวิญญาณของคุณตาก็เข้ามาในร่างของตัวเอง คุณตาลืมตาขึ้นทันที

    “ ช่วยเอาเครื่องช่วยหายใจออกให้คุณตาด้วย”    พยาบาลรีบทำตามคำสั่งทันที

    พอเอาเครื่องช่วยหายใจออก คุณตาก็ค่อย ๆลุกนั่ง แล้วสองตายาย ก็โผเข้ากอดกันแล้ว ร้องไห้ดีใจที่คุณตาตื่นขึ้นมาได้ เทียนฉีกใบขอคำขออนุมัติถอดเครื่องช่วยหายใจทิ้งทันที

    “ ไปกันต่อเถอะครับ”  เทียนเอ่ยขึ้น ในขณะที่ทุกคนยังนึ่งอึ้ง ไม่คิดว่าเทียนจะทำได้จริงๆ

    “ อาเทียน นี่เธอทำได้เหมือนกันกับ หมอซูเลยนะเนี่ย” หมอกรณ์โอบไหล่เทียนทำความสนิทสนมกับเทียนมากยิ่งขึ้น เพราะคราวแรกยังไม่คิดว่าเทียนจะทำได้

    “ นั่นซิ นี่พี่เก้า กับเจนรู้หรือเปล่าว่าเธอรักษาโรคร้ายได้แบบนี้”

    “ ไม่มีใครทราบครับ”

    แล้วทั้งหมดก็มาหยุดที่หน้าห้องอีกห้องหนึ่งเทียนเห็นเด็กผู้ชายวัยสามขวบกำลังวิ่งเล่นขี่ไม้ก้านกล้วย อยู่หน้าห้อง ทุกคนเห็นเทียนหยุด ก็เลยหยุดตาม

    “ มีอะไรหรือ”

    “ ไม่มีอะไร พวกเราเข้าไปกันเถอะ”   เทียนไม่บอกอะไรแล้วเดินเข้าห้องไป

    “ คนไข้คนนี้เป็นเด็กชายวัย 3 ขวบ เกิดอุบัติเหตุจมน้ำ ตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีอะไร คนไข้ดูเป็นปกติ จากนั้นก็ให้กลับบ้านได้ แต่ผ่านไปสองวันเกิดหมดสติ มาโรงพยาบาล ตรวจสอบอีกครั้งด้วยเครื่อง แอกซเรย์ คอมพิวเตอร์ พบว่ามีเชื้อราในสมอง ทางเราใช้วิธการเจาะ เอาเชื้อมาตรวจ แล้วให้ยาฆ่าเชื้อ ก็ไม่เป็นผล คนไข้ไม่มีอาการตอบสนอง นี่ผ่านไป 15 วันแล้ว ทางเราเลยแนะนำให้คุณแม่ให้ปล่อยน้องไป” อาหลี่หลิงเอ่ยจบ เทียนมองไปรอบ ๆ เห็นแม่ยืนมองมาทางหมอน้ำตาไหลพราก มือกำปากกาแน่น วิญญาณเด็กชายกอดขาแม่ตัวเองแน่นไม่ปล่อย

    “ คุณหมอไม่มีทางรักษาอีกแล้วใช่ไหมคะ”  เสียงของแม่ผู้ป่วยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

    “ ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะรักษาเขาให้ลุกขึ้นมากอดขาคุณแม่เหมือนเดิม”

    เทียนเอ่ยจบก็เดินไปรักษาเด็กคนนี้ทันที แต่ว่าแม่คนป่วยได้ฟังดังนั้นก็ปล่อยปากกาทิ้งแล้วเอามือป้องปากตัวเอง ไม่คิดว่าเทียนจะรู้ว่าลูกชายของเธอจะชอบเข้ามากอดขาของเธอ จนพยาบาลต้องพาเธอ ให้ถอยออกไปก่อน เพื่อให้เทียนรักษา เทียนดูดเชื้อโรคออกมจากสมอง แล้วทำให้หายไป แล้วแค่ปล่อยพลังเทพบริสุทธิ์ฟื้นฟูสมองเข้าไปแค่นั้น เด็กน้อยก็ลืมตา ทันที เทียนพยักหน้าให้พยาบาลถอดเครื่องช่วยหายใจอีกครั้ง 

    “ลูกแม่”

    “แม่จ๋า”

    เทียนสะดุ้งขึ้นมาทันที อดคิดถึงเสี่ยวหลงที่เรียกเขาว่าแม่จ๋า ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน เทียนฉีกใบขออนุมัติถอดเครื่องช่วยหายใจทิ้งทันที

    “ ไปกันต่อเถอะ”

    เทียนใช้เวลาไม่นานก็รักษาเคสที่มีอาการโคม่าไปอีกสามเคสจนหมด

    “ อาเทียนเธอนี่สุดยอดจริง ๆ เธอมาอยู่ประจำที่โรงพยาบาลโลตัสเลยดีไหม”

    “ อาจารย์หมอ  อาเทียนเพิ่งสอบเข้าหมอเองนะ ให้เขาเรียนไปก่อน”

    หมอหลี่หลิงไม่ยอมให้เทียนทิ้งการเรียนมาอยู่ที่นี่

    “ อาจารย์หมอ คนที่ผมช่วยนั้นถือว่า อายุขัยพวกเขายังไม่ถึงฆาต ถึงได้รอดมาได้

    ไว้คราวหน้าค่อยเรียกผมมาอีกก็ได้ ผมไม่ได้ไปไหนอยู่แล้ว”

    “ เช่นนั้นก็ได้ แต่คราวหน้าอาหมอจะให้เธอมาทดสอบต่อหน้า กรรมการของกระทรวงการแพทย์ เพื่อที่จะให้พวกเขาออกใบอนุญาตให้เธอ ในกรณีพิเศษ”

    “ ได้ครับ”

    เทียนกำลังกลับบ้านก็มีเสียงของศิษย์หนิงซวนดังขอความช่วยเหลือออกมา  เทียนทิ้งร่างแปลงเอาไว้ แล้วหายวับไปหาหนิงซวนทันที

    เทียนมาปรากฏตัวที่สถานที่แห่งหนึ่งมีแท่นหินอยู่ด้านหน้า มีหนิงซวนนอนดิ้นอย่างสุดแรง อยู่บนแทนหิน ถูกรัดด้วยเชือกทั้งข้อมือและข้อเท้า แขนถูกกรีดเลือดไหลเป็นทางออกมา มีหมอผี สวมหัวด้วยกระโหลกสัตว์โบราณ กำลังสวดมนตร์บ้าบออะไรไม่รู้ มีชนเผ่าแต่งตัวเหมือนพวกอินเดียนแดง ผสมกับพวกเผ่าวูดู

    ดูแล้ว น่ากลัว ยืนล้อมแท่นพิธีเกือบสามร้อยคน  เทียนมายืนหน้าหมอผี แล้วถีบเปรี้ยงเข้าใบหน้า จนร่างหมอผีร่วงกระเด็นไปไกล  เทียนทำลายเชือกที่รัดหนิงซวนทันที แล้วทำการรักษาแผลที่ข้อมือที่ถูกเชือด จนหายดี

    “ อาจารย์”  หนิงซวนพุ่งเข้ามากอดเทียนที่ตอนนี้เป็นร่างของซูเทียนแล้ว

    “ อาจารย์มาแล้ว นี่เจ้ามาอยู่กับคนป่าพวกนี้ได้อย่างไรกัน”   เทียนพูดไม่ทันจบก็มีลูกดอกพ่นใส่เทียนกับหนิงซวนเป็นร้อยดอก  เทียนใช้พลังเซียนป้องกันเอาไว้ ไม่มีดอกใดสามารถ พุ่งผ่านเข้ามาได้แม้แต่ดอกเดียว

    เทียนสะบัดมือกลับไป ลูกดอกของพวกมัน กลับย้อนไปทำร้ายพวกมันเองทั้งหมด

    หมอผีฟื้นตัวได้ก็ใช้กระดูกสัตว์ ปลดปล่อยวิญญาณสัตว์เสือเขี้ยวดาบล้านปี กระโจนใส่เทียนกับหนิงซวนทันที   ตูม  เทียนต่อยหมัดสวนเข้าไป ร่างเสือเขี้ยวดาบร่างสลายหายไป  หมอผีเห็นสัตว์ผู้คุ้มครองตายแล้วก็โกรธนัก นำสร้อยที่ใส่ออกมาแล้วท่องมนตร์คาถา แล้ว โยนสร้อยออกมา กลายเป็น ภาพมายา ร่างหมอผีเป็นยักษ์ตัวใหญ่ ส่วนเทียนกับหนิงซวนเป็นมนุษย์ตัวเล็ก ๆ

    “ อาจารย์ครั้งที่แล้ว ข้าถูกมันจับได้ก็ตอนนี้แหละ”

    “ เฮอะ ภาพมายาชั้นต่ำ” เทียนหยิบพัดออกมาสะบัดเข็มพิษออกไป พุ่งเข้าใส่หน้าหมอผี ที่ยืนอยู่ในมุมมืด ไม่คิดว่าเทียนจะมองเห็น สุดท้ายต้องทรมานด้วยพิษสามเซียน ร่างระเบิดตายไป ส่วนลูกน้องเห็นหมอผีตายไปก็ วิ่งหนีเข้าป่าไปจนหมด

    “ บอกมาซิ เจ้ามาที่นี่ได้ยังไงกัน”

    “ ข้าจะไปจักรวรรดิสุยตี้ ได้ข่าวว่าที่นั่นมี ของวิเศษตกมาจากฟากฟ้า ข้าเลยมาเรือเหาะกับเสี่ยวชุ่ย แต่ยังมาไม่ทันจะถึงเมืองสุยตี้ ข้าก็ถูกภาพมายา หมอผียักษ์ขวางไว้ ข้าถูกจับได้ แต่เสี่ยวชุ่ยหนีไปได้ แล้วข้าก็เรียกอาจารย์ให้มาช่วยนี่แหละ”

    “ ของวิเศษอะไรตกมาจากฟากฟ้า”

    “ ข้าไม่รู้ ข้าเลยมานี่ยังไงล่ะ อาจารย์ท่านไปเป็นเพื่อนข้าด้วยนะ”

    “ ก็ได้ นี่เจ้ามานี่บอกกับเสด็จพ่อกับเสด็จแม่เจ้าหรือเปล่านี่”

    “ ไม่ได้บอกหรอก ข้าโตแล้วนะ ต่อไปข้าจะติดตามท่านไปตลอดชีวิตเลย” หนิงซวนเข้ามากอดแขนเทียนแล้วเอาหัวมาอิงไหล่ต่อ

    “ พอเลย ส่งข่าวไปบอกเสี่ยวชุ่ย ว่าเจ้าไม่เป็นอะไร  แล้วไปเจอกันที่จักรวรรดิสุยตี้ พวกเราจะไปดูกันว่าของวิเศษอะไร ตกมาจากฟากฟ้า...”

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์ ที่คุณอ่าน