“เหลียนเอ๋อ ต้องให้เ้าได้รับความไม่เป็ธรรมแล้ว” ถังซานที่ถูกถังหลีเรียกมา ระหว่างทางน้องสาวก็เล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นกับภรรยาให้เขาฟังทั้งหมดแล้ว เมื่อเห็นภรรยานั่งหน้าซีดอยู่ เขาก็รู้สึกผิดเป็อย่างมาก “เป็ข้าที่ไร้ความสามารถจนปกป้องเ้าไม่ได้”
“ท่านเข้าใจเช่นนั้นก็ดีเ้าค่ะ เพราะคนที่จะปกป้องพี่สะใภ้ได้ดีที่สุดก็คือท่าน” ถังหลีพูดอย่างไม่เกรงใจ
“แต่ที่ข้ายอมลงให้ท่านแม่กับถังซุนก็เพราะข้าไม่อยากให้เ้ากับเหลียนเอ๋อถูกพวกเขารังแก เ้าก็รู้ว่าท่านพ่อฟังคำพูดของสองคนนั้นอยู่ฝ่ายเดียว” ถังซานพยายามอธิบาย
“ที่ท่านพูดมาก็เป็แค่คำแก้ตัวทั้งนั้น หากท่านคิดจะปกป้องข้ากับพี่สะใภ้จริง ท่านต้องลุกขึ้นสู้สิเ้าคะ ไม่ใช่ยอมก้มหน้าให้พวกเขาเอารัดเอาเปรียบเราอย่างนี้” ถังหลีเลือกที่จะใช้คำพูดแรงๆ เพื่อเรียกสติพี่ชาย “เมื่อก่อนข้ามองว่าท่านเป็พี่ชายที่เข้มแข็งและพร้อมที่จะปกป้องข้า แต่ตอนนี้ข้าว่าข้าคงเข้าใจผิดไปเองทั้งหมด ท่านมันก็แค่ผู้ชายขี้ขลาดที่ไม่กล้าแม้แต่จะลุกขึ้นมาปกป้องคนที่ตัวเองรัก”
“หลีเอ๋อ! เ้าอย่าเข้าใจผิด ท่านพี่ไม่ใช่คนแบบนั้น ที่เขายอมให้ท่านแม่กับถังซุนรังแกก็เพราะอยากปกป้องเราจริงๆ” เซียงเหลียนไม่อยากให้ถังหลีมองสามีของตนผิดไป
“แล้ววิธีของเขามันปกป้องท่านกับข้าได้หรือไม่เ้าคะ” ถังหลียังจ้องพี่ชาย “ข้าแยกตัวออกมาอยู่บ้านหลังนี้ได้ก็เพราะข้ากล้าหาญและข้าจะไม่ยอมให้ใครมารังแก แต่ท่านก็เอาแต่หาเหตุผลมาอ้างเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกผิด และท่านก็มักจะอ้างหลักความกตัญญู ข้าขอถามว่าความกตัญญูของท่าน ท่านพ่อเคยมองเห็นมันหรือไม่”
ถังซานถูกคำพูดน้องสาวตบหน้าอย่างแรง สิ่งที่น้องสาวพูดมาไม่ผิดแม้แต่คำเดียว เขาเป็ลูกผู้ชายแท้ๆ แต่กลับไม่มีความกล้าเหมือนน้องสาว อีกทั้งความกตัญญูของเขา บิดาก็ไม่เคยมองเห็น
“ท่านรู้หรือไม่ว่าวันนี้ข้ายอมแตกหักกับถังซุนและยังขู่ว่าจะเอาความลับที่เขากับพวกอันธพาลทำเื่เลวร้ายกับสตรีมากมายไปป่าวประกาศ แล้วท่านไม่แปลกใจหรือเ้าคะว่าทำไมก่อนหน้านี้ข้าถึงไม่คิดที่จะเอาความลับของเขามาทำประโยชน์ให้ตัวเอง” ถังหลีมองพี่ชายแล้วอธิบายต่อ “ก็เพราะข้ายังเป็ห่วงความรู้สึกของท่านพ่อ ข้ากลัวว่าเขาจะรับกับเื่นี้ไม่ได้ อย่างไรถังซุนก็เป็ลูกที่เขารักมากที่สุด ความหวังของเขาคือการได้เห็นถังซุนมีอนาคตที่ดี”
“แล้วครั้งนี้ทำไมเ้าถึงยอมเอาความลับนี้ขึ้นมาขู่เขาเล่า เ้าไม่กลัวว่าท่านพ่อจะเสียใจแล้วหรือ”
“ก็เพราะข้ากลัวว่าถังซุนจะใส่ร้ายและทำลายชื่อเสียงของพี่สะใภ้อย่างไรเ้าคะ ท่านลองคิดดู หากถังซุนพูดออกไปว่าพี่สะใภ้ตั้งใจยั่วยวนเขาแต่เขาไม่ยินยอม พี่สะใภ้ก็เลยโมโหจนเผลอทำร้ายเขา ต่อให้พี่สะใภ้จะไปะโน้ำเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ท่านคิดว่าจะมีสักกี่คนที่เชื่อคำพูดของนาง ส่วนท่านพ่อ...” ถังหลีถอนหายใจ “ข้าหมดหวังกับเขาไปนานแล้วเ้าค่ะ ข้าคิดว่าต่อให้ข้าทำดีกับเขาไปตลอดชีวิต แต่สุดท้ายเขาก็ยังจะเกลียดข้าอยู่ดี”
“ท่านพ่อไม่เคยเกลียดเรา...” ถังซานอยากจะแย้ง แต่เมื่อมองน้องสาว เขาก็ได้แต่เก็บคำพูดกลับไป
“ท่านพ่อไม่เคยเกลียดท่านเพราะท่านเป็บุตรชาย แต่สำหรับข้าที่เป็เหมือนสินค้าขาดทุน ซ้ำข้ายังมีใบหน้าคล้ายท่านแม่มากกว่าท่าน มันก็ไม่แปลกที่เขาจะเกลียดข้าไม่ใช่หรือเ้าคะ” ถังหลีหัวเราะเสียงเบา “ท่านจำวันที่ท่านพ่อใช้แส้เฆี่ยนข้าจนเกือบตายไม่ได้แล้วหรือ”
สองพี่น้องนึกไปถึงหลายเดือนก่อน วันนั้นเป็วันครบรอบวันตายของท่านแม่ พวกเขาตื่นแต่เช้าแล้วทำอาหารเพื่อไปไหว้ที่หน้าผาในจุดที่ท่านพ่อเอาเถ้ากระดูกของท่านแม่ไปโปรยทิ้ง ทั้งๆ ที่รู้ว่าท่านพ่อจะต้องโกรธ แต่สองพี่น้องก็ยัง้าแสดงความกตัญญู
จวงหุยเหนียงกลับนำเื่นี้ไปบอกกับสามีและยังยุแยงสามีว่าถังซานกับถังหลีแอบทำพิธีสาปแช่งเขาให้ตายตกไปตามอดีตภรรยา ถังต้าหลางเชื่อคำพูดของจวงหุยเหนียงอย่างสนิทใจ เขาตามไปที่หน้าผาและเห็นลูกๆ ทั้งสองทำพิธีไหว้มารดาอยู่ที่หน้าผาจริงๆ
ถังต้าหลางไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาใช้แส้ประจำตัวฟาดไปที่ถังหลีอย่างไม่ปราณี แม้ถังซานจะร้องห้ามและเข้าไปขวาง นอกจากถังต้าหลางจะไม่หยุดมือ แต่เขากลับเพิ่มแรงหวดให้หนักขึ้นไปอีก ครั้งนั้นถังหลีแทบจะรักษาชีวิตไว้ไม่รอดจริงๆ
ถังซานยังจำได้ว่าตอนนั้นเขาอุ้มร่างน้องสาวไปให้ท่านหมอประจำหมู่บ้านช่วยรักษา แต่ท่านพ่อกลับเอาแต่บอกว่าอยากให้น้องสาวตายตามท่านแม่ไป เหตุการณ์ครั้งนั้นคงทำให้น้องสาวหมดใจกับท่านพ่อไปแล้วจริงๆ
“พี่ใหญ่ ข้าไม่อยากพูดถึงอดีตที่ผ่านมาอีกแล้วเ้าค่ะ เอาเป็ว่าเื่ของข้ากับท่านพ่อ นับจากนี้ข้ากับเขาคงกลับมาญาติดีกันไม่ได้แล้ว ยิ่งกับจวงหุยเหนียงและถังซุน ข้ายิ่งไม่คิดที่จะทำดีกับพวกเขา” ถังหลีมองพี่ชายสลับกับพี่สะใภ้ “แต่คนที่ข้าเป็ห่วงที่สุดตอนนี้คือพวกท่านทั้งสองคน ท่านกลับไปทบทวนคำพูดของข้าอีกครั้งได้หรือไม่เ้าคะ ข้าอยากให้พวกท่านแยกบ้านออกมาอยู่กับข้าจริงๆ”
“หลีเอ๋อ” ถังซานมองน้องสาวอย่างลำบากใจ
“เหตุการณ์ครั้งนี้เกือบทำลายชื่อเสียงของพี่สะใภ้ไปแล้ว ท่านคิดว่ามันจะไม่มีครั้งหน้าอีกหรือเ้าคะ หรือต้องรอให้พี่สะใภ้ถูกถังซุนย่ำยีเสียก่อนท่านถึงจะคิดได้”
เซียงเหลียนนึกไปถึงเมื่อตอนบ่ายที่นางเกือบจะถูกน้องชายสามีลวนลาม ตัวของนางก็สั่นขึ้นมาอีกครั้ง “ท่านพี่...”
“ข้าขอเวลาคิดอีกสักหน่อยได้หรือไม่” ถังซานที่เป็คนไร้การศึกษา เขาปฏิบัติตัวอยู่ภายใต้คำสั่งของบิดามาทั้งชีวิต อีกทั้งเื่การแยกบ้านก็เป็เื่ใหญ่สำหรับเขา บิดามารดายังมีชีวิตอยู่ จะมีบุตรสักกี่คนที่ยอมแยกบ้านออกไป เขาที่เป็พี่ชายคนโตจะทิ้งให้น้องชายคนเล็กเป็คนดูแลบิดามารดายามที่พวกท่านแก่ชราแล้วได้อย่างไร ถังซานไม่อาจรับปากกับภรรยาและน้องสาวได้ในทันที
แม้ถังหลีจะรู้สึกขัดใจกับท่าทางของพี่ชาย แต่นางก็พยายามที่จะเข้าใจว่าในยุคนี้คำว่ากตัญญูเป็สิ่งสำคัญ และการแยกบ้านก็ยังไม่เป็ที่ยอมรับมากนัก เพราะความเชื่อดั้งเดิมที่ว่าการอาศัยอยู่ด้วยกันเป็ครอบครัวใหญ่ แสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งและรากฐานที่มั่นคงของครอบครัว ถังหลีแอบคิดอยู่ในใจ ‘อยู่เป็ครอบครัวใหญ่ก็มีแต่ความขัดแย้ง คนซื่อๆ อย่างพี่ชายกับพี่สะใภ้คงถูกเอาเปรียบจนตายในสักวัน เอาเถอะ...อย่างไรเื่นี้ต้องให้เวลาพี่ชายได้คิดทบทวน แต่ข้าก็ยังหวังว่าเขาจะคิดได้โดยเร็ว’
ถังหลีให้พี่ชายและพี่สะใภ้อยู่ทานอาหารกับตนเอง เพราะคิดว่ากลับบ้านไป แม่เลี้ยงต้องไม่เหลืออาหารไว้ให้พวกเขากินแน่ ทีแรกสองสามีภรรยาไม่อยากรบกวนน้องสาว แต่เมื่อถังหลีเล่าถึงการค้าที่นางกับหอเฟิ่งไหลร่วมมือกันและนางยังได้ค่าตอบแทนกลับมาหลายสิบตำลึง สองสามีภรรยาจึงอยู่ทานข้าวเย็นกับน้องสาวด้วย พอฟ้าเริ่มมืด ทั้งสองคนจึงขอตัวกลับ
ถังซานจูงมือเซียงเหลียนเข้ามาในบ้านก็เห็นบิดากับแม่เลี้ยงนั่งหน้าถมึงทึงรออยู่แล้ว ยิ่งเห็นสายตากะลิ้มกะเหลี่ยที่น้องชายมองมาที่ภรรยาของตน คำพูดของน้องสาวก็ดังขึ้นในหัวไม่หยุด เขาจับมือภรรยาไว้แน่น
“ท่านพ่อรอข้ากับเหลียนเอ๋ออยู่หรือขอรับ” ถังซานถาม
“เ้าดูฝีมือภรรยาของเ้าทำสิ” ถังต้าหลางชี้ไปที่ลูกชายคนเล็ก “หากหน้าของซุนเอ๋อเกิดรอยแผลเป็ เขาคงไม่มีสิทธิ์สอบเข้ารับราชการได้แล้ว เ้าจะรับผิดชอบเื่นี้อย่างไร”
“น้องสาม เ้าอยากให้ข้ากับภรรยารับผิดชอบกับเื่นี้อย่างไร ไม่ใช่ว่าเ้าบอกกับหลี่เอ๋อไว้แล้วหรือว่าเื่นี้เป็แค่เื่เข้าใจผิด” ถังซานหันไปถามน้องชาย ก่อนกลับจากบ้านน้องสาว นางได้เตรียมคำพูดไว้ให้เขามากมาย ไม่นึกว่าสิ่งที่นางคาดการณ์จะเป็จริงขึ้นมา โดยเฉพาะคำพูดและท่าทางของท่านพ่อ ไม่ต่างจากที่น้องสาวคิดเอาไว้แม้แต่น้อย
ถังซุนที่กำลังจะแสร้งทำเป็เ็ปาแ จากนั้นเขาจะขอให้พี่สะใภ้เป็คนดูแลและทำแผลให้เขาจนกว่าาแจะหายดี แต่คำพูดของพี่ชายกลับทำให้เขานึกไปถึงที่พี่สาวเลยขู่เอาไว้ “ท่านพ่อขอรับ ท่านหมอบอกไว้แล้วว่าหากข้าหมั่นทายา าแเหล่านี้ก็จะไม่ทิ้งรอยแผลเป็ไว้ขอรับ ถึงอย่างไรพี่สะใภ้ก็ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายข้าจริงๆ เช่นนั้นก็ถือเสียว่าเป็เพราะความซวยของข้าเองก็แล้วกัน
ถังซานยกยิ้มที่มุมปาก นอกจากท่าทางของท่านพ่อ น้องสาวยังเดาท่าทางและคำพูดของน้องชายคนเล็กได้ถูกต้องอีกเช่นกัน ‘ถือเป็ความซวยอย่างนั้นหรือ ภรรยาของข้าเกือบถูกเ้าย่ำยีแล้ว’
“เ้าดูเอาเถอะ ซุนเอ๋อาเ็ขนาดนี้ แต่เขายังไม่คิดที่จะเอาเื่พวกเ้า” ถังต้าหลางพูดขึ้น
“แต่อย่างไรซุนเอ๋อก็ยังต้องกินยาและยังต้องมียาทารักษารอยแผลเป็ และยานั้นก็ไม่ใช่ราคาถูกๆ ท่านพี่ก็รู้ว่าเงินเก็บที่เรามีเพียงพอต่อค่าเล่าเรียนของซุนเอ๋อเท่านั้น” จวงหุยเหนียงหันไปมองสามีอย่างเศร้าใจ “ยังไม่นับว่าคนป่วยต้องกินอาหารดีๆ บำรุงร่างกาย ไม่เช่นนั้นร่างกายของซุนเอ๋อจะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมได้อย่างไร หากหยุดเรียนนานไป ซุนเอ๋อจะเรียนทันผู้อื่นหรือเ้าคะ”
ถังต้าหลางได้ยินก็หันไปสั่งลูกชายคนโต “เ้าต้องหาเงินมาซื้อยารักษาอาการาเ็และยังต้องหาอาหารดีๆ มาบำรุงให้ซุนเอ๋อจนกว่าร่างกายของเขาจะหายดี หากเ้าไม่ทำ...ข้าจะให้เ้าแยกบ้านออกไปอยู่กับนังลูกสาวไม่รักดีนั่นเสีย”
“ค่าใช้จ่ายที่กล่าวมา ท่านแม่คิดว่าข้าต้องหามาจ่ายให้ท่านเท่าใดหรือขอรับ” ถังซานยังถามเสียงเรียบ
“อย่างน้อยต้องสิบตำลึง” จวงหุยเหนียงตอบอย่างเร็ว หากถังซานหาเงินสิบตำลึงมาจ่ายให้ได้ นางก็จะมีเงินเก็บไว้ให้ลูกชายคนเล็กไปเรียนหนังสือ แต่หากถังซานหาเงินมาไม่ได้ ลูกเลี้ยงกับลูกสะใภ้ก็ต้องย้ายออกจากบ้านไป และบ้านหลังนี้ก็จะมีเพียงนางกับลูกชาย
ถังซุนพอจะเข้าใจความคิดของท่านแม่ ซึ่งเขาก็้าอย่างนั้นเช่นกัน บ้านหลังนี้รวมถึงที่นาและสมบัติทุกชิ้นต้องเป็ของเขา พี่ชายไม่มีสิทธิ์ที่จะได้มันไป อีกทั้งหากพี่ชายแยกตัวออกไปอยู่กับนังพี่สาวสารเลวนั่น เขาจะไม่หยุดแค่การแยกบ้าน แต่จะให้ท่านพ่อตัดสัมพันธ์กับพี่น้องต่างแม่สองคนนั้นไปให้หมด
“หากข้าหาเงินสิบตำลึงมาจ่ายให้ไม่ได้เล่าขอรับ”
“หากหาเงินมาไม่ได้ เ้าก็ย้ายออกจากบ้านหลังนี้ไปเสีย บ้านหลังนี้ไม่รับเลี้ยงคนไร้ประโยชน์” เป็ถังต้าหลางที่พูดขึ้นมาเอง เขาไม่ได้มีความคิดเหมือนภรรยา และเขาก็ไม่รู้เจตนาลึกๆ ของนางด้วย เขาคิดแค่ว่าที่ภรรยาอยากได้เงินสิบตำลึงก็เพราะอยากให้ลูกชายคนเล็กได้รับการดูแลที่ดี ซึ่งเื่นี้เขาก็เห็นด้วย และคำพูดของเขาก็แค่อยากกระตุ้นให้ลูกชายคนโตหาเงินมาให้ได้เท่านั้น
แต่คำพูดของท่านพ่อกลับทำให้ถังซานคิดได้ อย่าว่าแต่เงินสิบตำลึงเลย ต่อให้เป็เงินแค่สิบเหวินเขาก็ไม่มีปัญญาจะหามันมาจ่ายให้ได้ ทุกวันนี้เขาต้องออกจากบ้านไปทำนาั้แ่เช้า กลับมาก็มืดค่ำ แล้วเขาจะเอาเวลาที่ไหนไปทำงานหาเงิน
สุดท้ายแล้วคนที่บิดารักและเป็ห่วงมากที่สุดคงมีแค่ถังซุน ‘พี่ใหญ่คิดได้แล้ว ต่อไปข้าคงต้องแบกหน้าไปพึ่งเ้าเสียแล้วหลีเอ๋อ’