คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 50 :หลี่เมิ้งอีเขินอาย

            ตอนที่ 50 :หลี่เมิ้งอีเขินอาย

             

            เอาจริง ๆแล้วมันก็แค่เพลงเพลงหนึ่งเท่านั้น สำหรับความเป็นพี่น้องแล้วหลิวจือเซียไม่รู้สึกว่าเพลงนี้จะสำคัญอะไรเลย

             

            การที่เขาไม่ขายเพลงทั้งหมดในชีวิตที่แล้วให้กับคนอื่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ยกเพลงของเขาให้กับคนอื่น

             

            “พี่ไป่ ! ” หลิวจือเซียส่ายหน้า “อย่าพูดเรื่องลิขสิทธิ์กับฉันอีกอย่าคิดจะยกเงินทั้งหมดให้ฉัน เพลงนี้เราจะแบ่งกัน 50 % แบบนี้มีเหตุผลพอหรือเปล่า? ”

             

            ไป่เหลียนเฉิงอยากจะปฏิเสธ แต่หลิวจือเซียกลับพูดขึ้นต่อ“ตกลงแล้วนะ พี่ไม่คิดถึงความเป็นพี่น้องของเราเลยหรือไง มันก็แค่เงิน  ยังไงซะฉันก็จะอัพเพลงอีกสองเพลงขึ้นเพนกวินมิวสิคอยู่แล้ว”

             

            “ตู๊ด ตู๊ด...” ก่อนที่ไป่เหลียนเฉิงจะได้พูดอะไรต่อนั้นหลิวจือเซียก็วางสายไป

             

            เพราะเพลง ‘คุณพ่อ จะไปไหน’ กับ ‘บนเส้นทางธรรมดา’ถูกอัดที่สตูดิโอของบริษัทเดิมทีพวกเขาก็คิดเอาไว้แล้วว่าจะรอจนกว่ากระแสของนิววอยซ์มาก่อนค่อยอัพโหลดและตอนนี้เหมือนจะได้เวลาแล้ว

             

            หลิวจือเซียล็อคอินเข้าไปในเพนกวินมิวสิคก่อนจะทำการอัพโหลดเพลง‘คุณพ่อ จะไปไหน’ กับ ‘บนเส้นทางธรรมดา’

     

    และต้องใช้เวลาสักเล็กน้อยเพื่อรอทีมงานจะทำการรับรองและอัพเพลงขึ้นระบบ

     

    หลังจากที่อัพเพลงลงในเพนกวินมิวสิคแล้ว หลิวจือเซียก็ได้โพสต์ลงไปในเวยป๋อ

     

            “เพลงใหม่ ‘คุณพ่อ จะไปไหน’ กับ ‘บนเส้นทางธรรมดา’ถูกอัพขึ้นเพนกวินมิวสิคแล้ว เพื่อนคนไหนที่ชอบก็ลองไปฟังและดาวน์โหลดกันได้เลยลิงค์อยู่ด้านล่างนี่แล้ว ! ”

             

            แม้ว่าหลิวจือเซียจะไม่ได้โปรโมทอะไรมากนักในโพสต์นี้แต่ข้อความนี้ก็โดนรีโพสต์และคอมเมนต์อย่างรวดเร็ว

             

            “ยอดเยี่ยม สุดท้ายสองเพลงนี้ก็ออกมาสักที ! ”

             

            “ต้องรีบไปโหลดแล้ว ! ”

             

            “รอไม่ได้แล้ว ต้องรีบไปโหลดที่เพนกวินมิวสิค...”

             

            แอคเคาท์หลักของนิววอยซ์แอคเคาท์หลักของสถานีเจียงวูและเซอเจียง แอคเคาท์ของเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนต์และเวยป๋อของเฉินอี้เจี๋ย... ทุกคนต่างก็ทำการรีโพสต์ของหลิวจือเชียนทำให้ชาวเน็ตรับรู้และแห่กันเข้ามาคอมเมนต์กันอย่างล้นหลาม

             

            ตอนนั้นเยว่เยว่ที่อยู่ในห้องนั่งเล่นก็คุยกับแม่เสร็จ

             

            เธอยิ้มออกมาและวิ่งไปที่ห้องหลิวจือเซียก่อนจะบอกกับหลิวจือเซียว่า“คุณพ่อคะ คุณแม่บอกว่าอีกไม่กี่วันแม่จะมาหาหนู”

             

            หลิวจือเซียปิดคอมและเดินไปหาเยว่เยว่“แม่บอกไม่ใช่หรือว่าจะยังไม่กลับมาจนกว่าจะครบ 3 เดือน ? ”

             

            “ใช่ แต่แม่บอกว่าแม่มีเวลามาหาหนูแล้ว”เยว่เยว่เอียงหัวแล้วพูดขึ้น “คิคิ ดีจริง ๆ ในที่สุดหนูก็จะได้เจอแม่แล้ว ! ”

             

            “งั้นพ่อจะเอาลูกไปคืนแม่ก็แล้วกัน ! ” หลิวจือเซียทำท่าโกรธ

             

            “คุณพ่อ พ่อเหมือนตัวอิจฉาเลย ! ”เยว่เยว่พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ “พ่อเหมือนคนในนิทานเลย ! ”

             

            “เจ้าตัวเล็กนี่ ! ”หลิวจือเซียยื่นมือไปบีบจมูกเยว่เยว่และพูดขึ้น “ไปกันเถอะพ่อจะอาบน้ำให้แล้วเล่านิทานให้ฟัง”

             

            “เย้ ๆ ไปอาบน้ำแล้วฟังนิทาน ! ”เยว่เยว่กระโดดไปมาราวกับกระต่ายพร้อมกับเดินตามหลิวจือเซียไปอย่างเชื่อฟัง

             

            .....................................

             

            เขตเป่ยฮูไกลจากปักกิ่งกว่า 1,200 กม.

             

            เมืองชางชุยที่โรงแรมหนานเสี่ยวซิงในห้องเพรสซิเดนท์

             

            หลี่เมิ้งอีที่อยู่ในชุดคลุมเธอวางโทรศัพท์ของเธอพร้อมกับสีหน้าที่แสดงความเหลือเชื่อออกมา

             

            ทีวีในห้องนอนนั้นถูกเปิดช่องของสถานีเจียงซูและเซอเจียงฉายรายการฮัวเซียนิววอยซ์อยู่

             

            เมื่อเห็นหลิวจือเซียที่ร้องเพลงอยู่บนเวทีหลี่เมิ้งอีก็แปลกใจจนพูดอะไรไม่ออก

             

            “ก๊อก ก๊อก” ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นก่อนที่หลี่เมิ้งอีจะไปเปิดประตูก็มีผู้หญิงหน้าตาสะสวย ตัวสูงใส่ชุดนอนสีเหลืองถือแทปเล็ตวิ่งเข้ามา

             

            “ฉันเพิ่งโทรหาเยว่เยว่เสร็จ พี่จิง มีอะไรหรือเปล่า ? ”หลี่เมิ้งอีมองไปที่ผู้หญิงที่วิ่งเข้ามาด้วยความสงสัยก่อนจะถามขึ้น

     

            เหอจิงจิง เธอคือผู้จัดการของหลี่เมิ้งอีเธอรับหน้าที่คอยดูแลเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ และธุระต่าง ๆ ของหลี่เมิ้งอี

     

            “เอาทีละเรื่องนะ ดูนี่ ! ”เหอจิงจิงกำลังจะส่งแทปเล็ตให้กับหลี่เมิ้งอีแต่ก็บังเอิญหันไปเห็นทีวีที่เปิดอยู่ข้าง ๆ

     

    “พี่จิง พี่จิง ? ”

     

            เมื่อเห็นเหอจิงจิงชะงักไปหลี่เมิ้งอีงก็เดินเข้ามาเขย่าไหล่อีกฝ่าย

             

            “หืม ? นี่แหละที่ฉันจะบอก ! ” เหอจิงจิงชี้ไปที่ทีวี“นี่หลิวจือเซีย เธอเห็นหรือเปล่า ? ไม่คิดเลยว่าเขาจะมีพรสวรรค์แบบนี้ ! ”

             

            “ใช่ ฉันเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน ! ”หลี่เมิ้งอีส่ายหน้าและถอนหายใจออกมา “ถ้าไม่ใช่เพราะเยว่เยว่บอกฉันฉันคงไม่รู้ว่าเขาเข้าวงการบันเทิงแล้ว”

             

            “ไม่ใช่แค่นั้น ! ” เหอจิงจิงส่งแทปเล็ตให้กับอีกฝ่ายแล้วพูดต่อ“เธอดูนี่สิ โพสต์ของเจี้ยงฮัวสกายตลอดหลายวันมานี้พูดถึงแต่เพลงของเขามีหลายหัวข้อในเวยป๋อ ทั้งหมดเกี่ยวกับหลิวจือเซียหมดเลย เขาดังใหญ่แล้ว ดังสุด ๆไปเลย ! ”

             

            “จิงจิง เธอมาทำอะไรที่นี่ ? ฉันได้ยินเธอตะโกนนะ” ในตอนนั้นก็มีเสียงผู้หญิงดังขึ้นพร้อมกับผู้หญิงอีกคนที่เดินเข้ามาในห้อง

             

            เธอเป็นผู้หญิงวัยกลางคน สูง 180 เซนติเมตร หน้าตาดูธรรมดา“มันดึกแล้ว ทำไมเธอยังไม่กลับไปนอนที่ห้องตัวเองอีก เธอมารบกวนเมิ้งอีทำไม ? ”

             

            ผู้หญิงวัยกลางคนคนนี้ชื่อเฉิงซือฉี เธอคือหนึ่งในผู้จัดการฝีมือดีในวงการเธอถือว่ามีอำนาจพอ ๆ กับหลางเวิ่นซิงเลยก็ว่าได้

             

            เฉิงซือฉีคนนี้เป็นผู้หญิงเก่งมากความสามารถเธออยู่ในวงการมาหลายปีแล้ว นี่ไม่ต้องพูดถึงดาราระดับ 1 หรือ 2ในวงการที่อยู่ในการดูแลของเธอเลยพวกผู้จัดการรุ่นใหม่ตอนนี้ต่างก็เป็นลูกศิษย์ของเธออีกด้วย

             

            หากไม่ใช่เพราะมีเฉิงซือฉีเป็นคนดูแลหลี่เมิ้งอีแล้ว บางทีหลี่เมิ้งอีคงไม่โด่งดังแบบนี้

             

            “พวกเธอดูอะไรกันอยู่ นั่นเขานี่ ! ”

             

            เมื่อเห็นเหอจิงจิงถือแทปเล็ตในมือเฉิงซือฉีก็พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “ฉันรู้จักเขา หน้าตาหล่อเหลาเอาการทีเดียวยังไม่แก่ อีกทั้งยังมีพรสวรรค์อีกด้วยและตอนนี้เขาเป็นศิลปินของเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์ ผู้จัดการเขามีแซ่ว่า หลาง”

             

            “แซ่หลาง ? ” ในวงการบันเทิงผู้จัดการแซ่หลางก็มีแค่คนเดียวเท่านั้นนั่นก็คือประธานของเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์ หลางเวิ่นซิง !

             

            พวกดาราและผู้จัดการทั่วไปอาจจะไม่รู้จักหลางเวิ่นซิงแต่สำหรับผู้จัดการแนวหน้าของวงการอย่างเฉิงซือฉีแล้ว ไม่แปลกที่เธอจะรู้จัก

             

            “ต้องบอกว่าเจ้าหลางนี่จมูกไวจริง ๆ ถ้าหากทำสัญญากับคนอื่นเขาคงจะโดนหลอกจนหมดตัวเลย ! ”

             

             เฉิงซือฉีไม่รู้ว่าหลิวจือเซียเป็นพ่อของเยว่เยว่ถ้าเธอรู้ เธอคงไม่ชมออกมาขนาดนี้

             

            เมื่อเห็นว่าเฉิงซือฉีชื่นชมหลิวจือเซียมากขนาดนี้ไม่รู้ว่าทำไมหลี่เมิ้งอีถึงรู้สึกพอใจขึ้นมา มันราวกับเป็นตัวเธอเองที่ถูกชมอยู่

             

            “นี่... พี่ซือฉี เรื่องหลิวจือเซีย พี่เคยเห็นวิดีโอนี้หรือเปล่า? ” เหอจิงจิงเคยด่าหลิวจือเซียไปสองรอบ เธอจะกล้าเอาหน้าไปสู้เขาได้ยังไง ?

             

    “วิดีโออะไร ? ไหนเอามาดูซิ” เฉิงซือฉีถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

     

    เหอจิงจิงคลิกไปที่วิดีโอก่อนจะส่งแทปเล็ตให้กับอีกฝ่าย

     

    “เขาสอนให้ฉันเดินเป็น... ขอบคุณนะเจ้าตัวน้อยที่มาเติมเต็มให้กับชีวิต”

     

    “หืม ? นี่มัน... อะไรกัน ? ! ”

     

    เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูเธอก็อดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้างพร้อมกับขยี้ตาตัวเอง

     

            เฉิงซือฉีโยนแทปเล็ตทิ้งและมองไปที่หลี่เมิ้งอีก่อนจะถามขึ้นมา“เมิ้งอี เธอบอกว่าส่งเยว่เยว่ไปให้พ่อดูแล ? ทำไมถึงไปอยู่กับเด็กมหาลัยคนนี้ได้? อย่าบอกนะว่าหลิวจือเซียเป็นพ่อของเยว่เยว่ ! ”

             

            แม้ว่าเยวเยว่จะเป็นลูกของหลี่เมิ้งอีแต่เฉิงซือฉีที่โสดและไม่มีลูกก็ได้ถือว่าเยว่เยว่เป็นลูกของเธอเช่นกัน

     

    เมื่อเยว่เยว่โผล่มาข้าง ๆ นักศึกษาจบใหม่อย่างหลิวจือเซียเฉิงซือฉีจะไม่โกรธได้ยังไง ?

     

    “พี่ซือฉี เขาเป็นพ่อของเยว่เยว่จริง ๆ…” หลี่เมิ้งอีก้มหน้าเธอกลัวจนไม่กล้ามองหน้าเฉิงซือฉี

     

            “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ? ! ” เฉิงซือฉีโกรธขึ้นมาจริง ๆ“เธอบอกว่าเขาเป็นพวกเห็นแก่ตัวไม่ใช่หรือไง ? หรือว่าหลิวจือเซียแบล็คเมล์เธอ ?ไม่ ฉันต้องให้คนไปเอาเยว่เยว่กลับมา...”

             

    ตอนที่พูดนั้นเฉิงซือฉีก็ล้วงเอาโทรศัพท์ออกมา

     

            “พี่ซือฉี ไม่ใช่แบบนั้น ! ” หลี่เมิ้งอีรู้สึกเป็นกังวล“พี่จำเมื่อ 4 ปีก่อนได้หรือเปล่า ตอนที่มีงานเลี้ยง วันนั้น...”

     

    เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นหลี่เมิ้งอีจึงบอกความลับที่ปกปิดในใจมานานกว่า 4 ปีให้เฉิงซือฉีกับเหอจิงจิงฟัง

     

    “งั้นหลิวจือเซียก็เป็นคนช่วยเธอเอาไว้งั้นหรือ ? ”

     

            หลังจากที่ได้ยินคำพูดของหลี่เมิ้งอี เหอจิงจิงก็รู้สึกอายขึ้นมากลับเป็นว่าเธอคิดผิดไป อีกฝ่ายไม่ได้คิดร้ายอะไรกับหลี่เมิ้งอีเลย

             

            “ที่เธอพูดมาคือเรื่องจริงหรือเปล่า ? ”เฉิงซือฉีได้สติกลับมาแต่ยังอึดอัดใจอยู่ “ฉันต้องให้คนไปตรวจสอบ !ถ้าเป็นเรื่องจริง งั้นหลิวจือเซียก็ไม่ใช่คนเลว เขามีความสามารถมากทีเดียว อีกทั้งยังแต่งเพลงได้อีกต่างหากมันจะช่วยในอาชีพของเธออย่างมาก ถึงเขาจะอายุน้อยแต่ก็น่าจะเข้ากันได้ ! ”

             

            “พี่ซือฉี พี่พูดเรื่องอะไร ? เขาเป็นแค่พ่อของเยว่เยว่เขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับฉัน…” หลี่เมิ้งอีหน้าแดงพร้อมกับโบกมือไปมา

             

            “หึ งั้นหรือ ? ” ด้วยการที่อยู่ด้วยกันมาหลายปีทำให้เฉิงซือฉีรู้จักหลี่เมิ้งอีเป็นอย่างดีถ้าหลี่เมิ้งอีไม่ชอบอีกฝ่ายจริง ๆก็คงจะไม่แสดงท่าทีราวกับเป็นสาวน้อยแบบนี้ออกมา

     

            “นั่นไงล่ะ ! จิงจิง เราจะไปพบเขาได้ยังไง ? ”เฉิงซือฉีคิดจะแกล้งหลี่เมิ้งอี “เขาทั้งหล่อ มีพรสวรรค์ ตอนนี้ยังดังอีกอีกอย่างแล้วเขายังดูแลเยว่เยว่ได้ดีอีกต่างหากเธอลองคิดดูสิว่าเธออยากแต่งกับเขาหรือเปล่า ? ”

     

            “ไม่ ! ” ก่อนที่เหอจิงจิงจะได้ตอบกลับ หลี่เมิ้งอีก็พูดขึ้นมา“ไม่มีทาง ! ”

     

            “งั้นหรือ...”เฉิงซือฉีและเหอจิงจิงมองไปที่หลี่เมิ้งอีและจงใจพูดเสียงลากยาวออกมา

     

            “ทั้งสองคนนี่...”หลี่เมิ้งอีหน้าแดงขึ้นมาพร้อมกับผลักทั้งสองออกไปนอกห้อง “ออกไปได้แล้วฉันอยากพักผ่อนแล้ว ! ”

     

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน