บทที่55สร้างความวุ่นวาย
มันถูกพลังลมปราณของจ้าวเฟยหลงตัดขาดเป็นสองซีกแล้วระเบิดหายไปในพริบตาแต่ปราณของจ้าวเฟยหลงยังไม่ยอมหยุดแค่นั้นมันยังคงพุ่งทะยานด้วยความเร็วเข้าหาคังจ้าน
“ซวยแล้ว” คังจ้านพูดได้แค่นั้นร่างกายก็รับแรงปะทะเข้าแบบเต็มๆ
ตูม!
คลื่นจากแรงปะทะกระแทกกลุ่มคนที่อยู่ใกล้ๆกระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทาง
“พลังอะไรกัน ช่างรุนแรงยิ่งนัก”
ตอนนี้คนตระกูลคังต่างรู้สึกได้แบบเดียวกันว่าพวกตนได้เตะเข้ากับกำแพงเหล็กอย่างจังแล้วต่อจากนี้คงจบได้ไม่สวยนัก
“พวกเจ้ามัวเหม่ออะไร! รีบเข้าไปฆ่ามัน...เจ้าพวกโง่”
คังจ้านที่ตอนนี้นอนราบกับพื้นร่างกายไม่สามารถขยับได้กระดูกซี่โครงหักเกือบทุกท่อน แขนขาแหลกเหลว
ความเกลียดชังในใจพุ่งขึ้นสูงสุดเขาต้องการให้จ้าวเฟยหลงตายตายอย่างทรมานที่สุดเพราะไอ้เลวนั่นทำให้ตัวเขาอยู่ในสภาพที่อนาถแบบนี้ตลอดมาเขาคือคุณชายผู้สูงศักดิ์แห่งตระกูลคังทั่วแคว้นผู้คนต่างต้องเคารพเขาแต่ไอ้สวะคนนี้ กลับกล้าทำร้ายเขาจนมีสภาพเหมือนคนพิการ
ลูกสมุนของคังจ้านทันทีที่ได้ยินคำสั่งต่างมีสีหน้าที่ปั้นยากทุกคนเพราะว่านายของตนสั่งให้ไปจัดการกับจ้าวเฟยหลงตัวประหลาดที่พึ่งจะทำให้นายของพวกเขานอนราบหมดสภาพกับพืนดินอยู่ในขณะนี้ด้วยการโบกมือเบาๆเพียงครั้งเดียว
“ไม่ต้องคิดมากหรอก บุกเข้ามาพร้อมกันเลย”จ้าวเฟยหลงมองคนตระกูลคังอย่างเฉยชา
เมื่อได้ยินเช่นนั้นกลุ่มคนของตระกูลคังรู้สึกได้ราวกับถูกตบหน้าไปอย่างแรงพวกเขาล้วนแต่เป็นยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ของตระกูลคังแต่กลับถูกนักยุทธ์ขั้นเก้าบอกให้บุกเข้าหาพร้อมกัน แบบนั้นจงใจเหยียดหยามกันชัดๆ
ซีฮ่าวตะโกนออกมาด้วยความโกรธ“พวกเราเข้าไปฆ่ามันพร้อมกันเลย”
เหมือนเสียงระฆังปลุกให้ออกจากภวังค์อันมืดมิดบรรดาชายหนุ่มจากตระกูลคัง กู่ร้องออกมาพร้อมกันยุทธภัณฑ์หลากหลายรูปแบบถูกนำออกมาใช้โดยพร้อมเพรียง
จากที่สังเกตุจ้าวเฟยหลงมองเห็นขวานสองคมดาบ กระบี่ หอก ทวน ถูกถือเอาไว้เต็มไปหมด จากนั้นชายหนุ่มกลุ่มใหญ่ปลดปล่อยพลังออกมาด้วยจำนวนและระดับของทุกคนพลังที่ปล่อยออกมานั้นสามารถทำลายคู่ต่อสู้ระดับจอมยุทธ์ขั้นสามได้แบบสบายๆ
“ฆ่า!!”
ทั้งกลุ่มร้องคำรามพุ่งเข้าหาจ้าวเฟยหลงพร้อมปลดปล่อยเคล็ดวิชาทุกอย่างที่มีไปที่เขาหวังจะกำจัดจ้าวเฟยหลงให้ได้ในครั้งเดียวเพราะฝีมือของจ้าวเฟยหลงทุกคนต่างเห็นมากับตาตนเองแล้ว
จ้าวเฟยหลงมองทั้งกลุ่มด้วยสายตาเรียบเฉยมือของเขากำหมัดแน่นพลังลมปราณโคจรไปทั่วร่างจากนั้นไหลมาหลอมรวมกันที่หมัดของเขา
เมื่อทั้งกลุ่มเข้ามาใกล้เขาราวสามจั้งหมัดนั้นจึงถูกชกออกไป
“หมัดศิลาเพลิง”
พลังลมปราณถูกควบแน่นเป็นรูปร่างหมัดขนาดใหญ่จากนั้นผสานเข้าด้วยธาตุไฟกลายเป็นกำปั้นที่มีไฟลุกท่วมทรงพลัง ร้อนแรงราวพระอาทิตย์มาปรากฏต่อหน้า
ตูม!
เสียงดังสนั่นป่า สะเทือนไปรอบทิศร่างของคนทั้งยี่สิบกว่าคนมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไม่สามารถที่จะแยกออกมาได้ว่าใครเป็นใคร กองกำลังของตระกูลคังหายวับไปในบัดดล
คังจ้านตกตะลึงจนไม่อาจเปล่งเสียงใดออกมาสมุนที่คอยรับใช้เขามาหลายปีมาบัดนี้ กลายเป็นก้อนถ่านที่กำลังมอดไหม้ความหวาดกลัว ความสิ้นหวังคืบคลานเข้าเกาะกุมหัวใจ
จ้าวเฟยหลงเดินเข้าหาคังจ้าน
“จะ...เจ้าอย่าเข้ามานะ หากเจ้ากล้าทำอะไรข้า ตระกูลคังจะไม่ละเว้นเจ้าเจ้าต้องตายอย่างไร้ที่กลบฝัง” คังจ้านส่งเสียงดังลั่น
เมื่อมาถึงร่างของคังหยุนจ้าวเฟยหลงไม่ส่งเสียงใดเขาเพียงตบมือลงบนอากาศเบาๆพลังลมปราณกดทับลงบนร่างของคังจ้านทันทีด้วยร่างกายที่บอบช้ำเกินทนทำให้เกิดเสียงดัง
“กร๊อบ”
พลังกดทับทำให้คอของคังจ้านหัก สิ้นใจตายทันใดปิดตำนานคุณชายสามผู้หยิ่งผยองแห่งตระกูลคังตลอดกาล
“หวังว่าจะไม่ทำให้ข้าต้องผิดหวังนะ”
จ้าวเฟยหลงริบแหวนมิติของคังจ้านมาตรวจสอบดูในนั้นมีของมีค่ามากมายแต่สิ่งที่เขาสนใจที่สุดคือป้ายหยกสัญลักษณ์หากต้องตามหาทีละคนออกจะเสียเวลาแต่ถ้ามีผู้รวบรวมมาให้นั่นถือได้ว่าน่าพึงใจไม่น้อย
“ห้าสิบป้าย! ไม่เลวคนตระกูลคังทำงานได้รวดเร็วดี”
จ้าวเฟยหลงพอใจในผลประกอบการครั้งนี้มากจากนั้นก็เตรียมหันหลังกลับไปหาหยุนฟู่ที่ถ้ำ
“ผู้มีพระคุณได้โปรดอย่างพึ่งไป!” หญิงสาวที่จ้าวเฟยหลงช่วยก่อนหน้านี้ เรียกเขาเอาไว้
จ้าวเฟยหลงหันไปทางต้นเสียงก็พบหญิงสาวค่อยๆเดินมาทางเขา จากนั้นบรรดาศิษย์พี่ของนางก็เข้ามาสมทบอันที่จริงจ้าวเฟยหลงลืมพวกเขาไปแล้วหากไม่ได้ยินเสียงของหญิงสาวเรียกเอาไว้เกรงว่า คงไปได้ไกลหลายลี้เสียแล้ว
“พวกเราทั้งห้าขอบคุณท่านผู้มีพระคุณหากไม่ได้ท่านช่วยเหลือ พวกเราคง.....” หญิงสาวก้มหน้าไม่สามารถพูดต่อไปได้
“ขอบคุณท่านผู้มีพระคุณมากบุญคุณนี้พวกเราจะไม่ลืมเลือนเลย” ชายที่อาวุโสที่สุดในกลุ่มเอ่ยปาก
“ไม่ต้องเกรงใจจากนี้พวกเจ้าก็ต้องระวังตัวให้มาก ครั้งหน้าอาจไม่โชคดีเช่นนี้หาที่ปลอดภัยซ่อนตัวเสียเมื่อถึงกำหนดจึงค่อยออกมา” จ้าวเฟยหลงเตือน
ทั้งห้าคนพยักหน้ารับ “ลาก่อนแล้วพบกันใหม่” จ้าวเฟยหลงเอ่ยลาเสร็จก็ใช้ก้าวย่างดาวตก หายวับไป
ไม่นานหลังจากนั้นข่าวการตายของคนตระกูลคังก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งหุบเขาเหลี่ยมสุริยันผู้ที่รู้ข่าวต่างต้องตกตะลึงถ้วนหน้าชายเพียงคนเดียวสังหารคนทั้งกลุ่มแม้ระดับการบ่มเพาะด้อยกว่าด้วยเหตุนี้ชื่อเสียงของจ้าวเฟยหลงจึงโด่งดังยิ่งขึ้นในหมู่ผู้เข้ารับการคัดเลือกในปีนี้
“จ้าวเฟยหลง! ไอ้หมอนี่มันแน่จริงๆแม้แต่คนตระกูลคังก็ยังกล้าฆ่า”
“แต่ก็ต้องยอมรับว่าฝีมือของเขาร้ายกาจจริงๆไม่เช่นนั้นคังจ้านกับสมุนคงไม่ตายอย่างอนาถ”
เสียงเล่าลือเกี่ยวกับจ้าวเฟยหลงเป็นเรื่องที่อยู่ในหัวข้อสนทนาของทุกคนหลายกลุ่มอิทธิพลถึงกับออกคำสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับจ้าวเฟยหลงโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันเรื่องร้ายที่จะตามมา
ถ้ำที่พักของตระกูลเซี่ย
“ไม่!!!! ทำไมถึงเป็นเช่นนี้คนของตระกูลคังตายทั้งหมด โดยฝีมือขอไอ้สวะนั่น”
เซี่ยหลี่เฉียงตะโกนเสียงดังด้วยเพลิงโทสะหมัดที่เต็มไปด้วยพลังลมปราณนักยุทธ์ขั้นสามชกไปที่กำแพงของถ้ำจนกลายเป็นโถงถ้ำเล็กๆ
จนเมื่อระบายโทสะแล้ว อารมณ์ของเซี่ยหลี่เฉียงจึงค่อยๆดีขึ้น
“แล้วอัจฉริยะคนอื่นๆมีความเคลื่อนไหวอย่างไร” เซี่ยหลี่เฉียงแม้จะโกรธกริ้วแต่ก็ยังคงมีสติยั้งคิด
“เรียนคุณชายคนเหล่านั้นยังคงนิ่งสงบตอนนี้ต่างพยายามแย่งชิงป้ายเป็นเรื่องหลัก ขอรับ”หยางป้ารายงานอย่างรวดเร็ว
เซี่ยหลี่เฉียงคิดเท่าไรก็ไม่เข้าใจเขาเฝ้าติดตามจ้าวเฟยหลงจากหยกแผนที่ทุกครั้งที่เปิดดูก็พบว่าจ้าวเฟยหลงเคลื่อนที่อยู่ในเขตของราชันสัตว์อสูรระดับสองตอนแรกเขายังคิดไปว่าจ้าวเฟยหลงคงจะตายและถูกสัตว์อสูรกินไปเสียแล้ว
ป้ายหยกจึงตกอยู่ในท้องของสัตว์อสูรทำให้เขามองเห็นว่าเคลื่อนที่แต่ในเขตสัตว์อสูรระดับสอง
แต่แล้วกลับมีรายงานว่าจ้าวเฟยหลงฆ่าคนของตระกูลคังจนหมดสิ้นหากเป็นเช่นนั้นจริง ไอ้สวะนั่นมันจะรอดสายตาของเขาไปได้อย่างไรยิ่งคิดยิ่งสงสัยยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจลึกๆแล้วจิตใจของเซี่ยหลี่เฉียงรู้สึกถึงอันตรายได้
เช้าวันที่สี่ของการทดสอบ
ตอนนี้มีผู้ถูกส่งออกไปจากหุบเขาเหลี่ยมสุริยันแล้วราวสามพันคนบ้างโศกเศร้าเสียใจที่ไม่อาจผ่านการทดสอบในครั้งนี้บ้างดีใจราวกับได้ชีวิตใหม่ที่สามารถรอดพ้นมาจากแดนนรกได้
จ้าวเฟยหลงและหยุนฟู่ออกทำการแย่งชิงป้ายหยกสัญลักษณ์ในตอนกลางคืน สามารถกอบโกยได้เป็นกอบเป็นกำตอนนี้จ้าวเฟยหลงมีป้ายทั้งสิ้นสี่ร้อยป้าย ส่วนหยุนฟู่มีอยู่สองร้อยป้ายด้านประสบการณ์การต่อสู้ตอนนี้จ้าวเฟยหลงจะเป็นผู้เปิดทางให้หยุนฟู่เข้าสู่สนามรบเพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้แก่ตนเอง
โดยในคืนที่สามหยุนฟู่สามารถต่อสู้กับนักยุทธ์ขั้นเก้าได้สองคนพร้อมกันนั่นทำให้จ้าวเฟยหลงพอใจอย่างมากในการพัฒนาของสหายรัก
ตอนนี้นอกจากชื่อเสียงของจ้าวเฟยหลงที่โด่งดังในหมู่ผู้เข้ารับการคัดเลือกแล้วยังมีสองโจรรัตติกาล ที่อยู่ในความสนใจของทุกคนชายสองคนนี้ออกล่าเหยื่อของพวกเขาในตอนกลางคืนสวมเสื้อผ้าของคนที่ปล้นมาได้ไม่ซ้ำกัน บางวันสวมเสื้อของตระกูลเซี่ยบางวันสวมเสื้อของตระกูลเหยา ทำให้ผู้คนยากที่จะคาดเดาตัวตน
ถ้ำกลางเขตหนึ่ง
“บัดซบ บิดามันเถอะ! ไอ้สองโจรรัตติกาลนั่นช่างชั่วช้านัก มันต้องตั้งใจใส่ร้ายป้ายสีตระกูลเหยาของข้าแน่ๆ”เหยาหมิงลู่ขู่คำรามลั่นถ้ำ
“อย่าให้บิดารู้ว่าเป็นใครก็แล้วกันข้าจะค่อยๆลอกเนื้อเถือหนังมันออกมาให้มันตายอย่างทรมานที่สุด”
ขณะนั้นเองลูกสมุนของเขาก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงาน
“เรียนคุณชาย คุณชายโหย่วคุณหนูอิง คุณชายจื่อ ส่งตัวแทนมาถามว่าเหตุใดจึงให้คนลงมือแย่งชิงป้ายหยกสัญลักษณ์คนของพวกเขาขอรับ”
สิ้นเสียงรายงานใบหน้าของเหยาหมิงลู่หมองคล้ำยิ่งขึ้นกว่าเดิมคนที่ทำเรื่องเลวทรามเช่นนี้มีเป้าหมายที่จะทำลายชื่อเสียงของเขาอย่างไม่ต้องสงสัยแถมยังผลักเขาลงเหวได้อีกทางหนึ่ง
“ร้ายกาจจริงๆเจ้าสองโจรรัตติกาล”เหยาหมิงลู่พึมพำ จากนั้นหันไปสั่งลูกสมุนของตน
“แจ้งข่าวออกไปสองโจรรัตติกาลหาใช่คนของเรา ใครพบเห็นสามารถสังหารได้ทันทีและตระกูลเหยายินดีจะให้รางวัลอย่างงามด้วย”
แม้จะเต็มไปด้วยโทสะแต่เหยาหมิงลู่นั้นถูกอบรมมาจากอาจารย์ผู้ทรงภูมิจึงสามารถตอบโต้อีกฝ่ายอย่างทันควัน
แต่ในค่ำคืนของคืนที่สี่เสียงหวีดร้อง ด้วยความโมโห โกรธแค้น และหมดหนทาง ดังก้องป่าอีกครั้งเพราะคนกลุ่มใหญ่ของตระกูลโหย่วที่กำลังออกแย่งชิงป้ายถูกสองโจรรัตติกาลในชุดของตระกูลเหยาเข้าปล้นชิงสังหารคนและยึดสิ่งที่พวกเขาได้มาไปจนหมด
ครึ่งคืนต่อมาคนกลุ่มใหญ่ของตระกูลเซี่ยมีสภาพเช่นเดียวกับกลุ่มของตระกูลโหย่วก่อนหน้านี้ไม่ผิดเรื่องนี้สร้างความบาดหมางให้กลุ่มของเหล่าอัจฉริยะได้พอสมควรอย่างน้อยก็ไม่อาจไว้ใจกันได้อีกต่อไป
“เฟยหลง! เจ้านี่มันสุดยอดจริงๆเป็นนักวางกลยุทธ์ชั้นยอดแบบนี้ไอ้พวกอัจฉริยะทั้งหลายอีกไม่นานมีหวังได้ยกพวกเข้าห้ำหั่นกันแน่ๆ”หยุนชื่นชมสหายของตน
“ใครบอกให้พวกมันรวมหัวกันจ้องทำลายข้าแบบนี้เขาเรียกว่าต่อตาฟันต่อฟัน” จ้าวเฟยหลงเอ่ยอย่างอารมณ์ดี
“เหลืออีกสามวันการทดสอบก็จะสิ้นสุดลง พวกเราคงต้องเร่งมืออีกนิดยังเหลือป้ายอีกมากให้เราแย่งชิงมาครอบครอง” จ้าวเฟยหลงกระตุ้นหยุนฟู่
“ใช่แล้ว! ข้าเหลือเวลาไม่มากแล้วที่จะได้รับประสบการณ์ในการต่อสู้จริงๆต้องรีบเก็บเกี่ยวซะแล้ว”
“เจ้าอยู่กับข้าใยต้องกลัวห่างร้างการต่อสู้”จ้าวเฟยหลงกล่าวออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
หยุนฟู่เอามือตบหน้าผากตัวเองเบาๆ“เออ! ข้าลืมไปได้อย่างไร สหายข้าชำนาญเรื่องการหาศัตรูเช่นนั้นแล้วคงไม่ขาดแคลนเรื่องการฆ่าฟันแน่นอน”
“เข้านอนเถอะพรุ่งนี้เรามีงานทำอีกเยอะ”จ้าวเฟยหลงพูดพลางทิ้งตัวลงนอน
“อื้ม!” หยุนฟู่เองก็หลับไปเช่นเดียวกัน
ถ้ำรอบนอกเขตหนึ่ง
คนเดินสารวิ่งเข้ามาในถ้ำเพื่อส่งข้อความให้แก่หญิงสาวนางหนึ่งที่นั่งฉิบน้ำชาอย่างสบายใจ
“เรียนคุณหนูเมื่อคืนนี้คนของตระกูลโหย่วและตระกูลเซี่ยถูกสองโจรรัตติกาลตระกูลเหยาบุกเข้าสังหารและปล้นชิงป้ายหยกสัญลักษณ์ขอรับ”
อิงชิงหรู นิ่งไปสักครู่จึงหันไปกล่าวคนรับใช้ของนาง“ชุ่ยเอ๋อร์ เจ้าคิดว่ายังไง”
สาวรับใช้นางนั้นนิ่งไปไม่นาน“เรียนคุณหนูข้าว่านี่คือแผนยุยงให้แตกแยกเจ้าค่ะ”
“อ้อ!” อิงชิงหรูส่งเสียงในลำคอพร้อมกับตั้งใจฟัง
“หากอยู่ในสถานที่อื่นอาจมีความเป็นไปได้อย่างอื่นแต่ที่นี่ตอนนี้ย่อมต้องเป็นการยุยงปลุกปั่นแน่นอนและผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ในเรื่องนี้มากที่สุดก็คือผู้ที่เป็นโจรรัตติกาลนั่นเอง”ชุ่ยเองอธิบาย
“แล้วสองโจรนั่นเจ้าคิดว่าคือใครกัน”อิงชิงหรูส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นถามสาวใช้ของตน
“ข้าน้อยคิดว่าคุณหนูคงทราบแล้ว”ชุ่ยเอ๋อไม่ยอมตอบทำให้เจ้านายสาวของตนทำหน้าหมั่นใส้เวลาต่อมาการไล่จับกันของสองสาวก็เริ่มขึ้น ต่อเมื่อเหนื่อยแล้วจึงนั่งลงข้างๆกันทั้งสองคน
“จ้าวเฟยหลงคนเจ้าเล่ห์คนนี้ร้ายกาจจริงๆ” อิงชิงหรูเอ่อออกมา
“ขนาดปัญหารุมเร้าขนาดนี้ยังไม่ยอมมาขอความช่วยเหลือจากข้าอีก”
“เขาต้องมีความมั่นใจมากเพียงไรถึงกล้าก่อเรื่องได้ร้ายแรงขนาดนี้เจ้าค่ะคุณหนู”ชุ่ยเอ๋อร์อดถามไม่ได้
“นั่นนะสิ! ข้าก็อยากรู้เช่นกันสั่งการลงไปให้ระวังสองโจรรัตติกาลให้ดีหากถูกปล้นชิงให้รีบทิ้งสิ่งของแล้วหนีเอาตัวรอด” อิงชิงหรูสั่งการนางไม่อยากเป็นศัตรูกับจ้าวเฟยหลงตอนนี้ยิ่งในสถานะการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ความปลอดภัยย่อมต้องมาก่อน
ถ้ำชายแดนเขตหนึ่งกับเขตสอง
“จ้าวเฟยหลงคนนี้เห็นทีข้าต้องไปพบเขาซะหน่อยแล้ว”
จื่อโม่อ่านรายงานของหน่วยข่าวที่ส่งมาท่าทางของเขาบ่งบอกถึงความตื่นเต้นยิ่งนัก