นักปราชญ์ยังรู้พลาดฉันท์ใด อารันเองก็ใช่ว่าจะรู้ไปซะทุกเื่ สิ่งที่ถูกกำหนดมาแล้วล้วนไม่มีความแน่นอน ทุกสรรพสิ่งสามารถพลิกผันได้ตลอดวัน ในวันนี้อาจจะเป็ศัตรูไม่อาจอยู่ร่วมโลก วันต่อมาอาจจะกลายเป็มิตรสหายอันดับหนึ่งในแผ่นดินก็ได้ใครจะไปรู้
ยกตัวอย่างง่ายๆเลยก็วิชาในตารางสอน
ที่โนอาห์ดีใจครามครันเสียเหลือเกินว่าไม่ใช่วิชาภาษาบ้าบออะไรนั้น
ในตอนนี้ทั้งอารันและโนอาห์ก็ยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่มาจากอีกโลกอย่างโนอาห์ สามารถพูดและเขียนภาษาพื้นถิ่นในไอช่าได้อย่างชัดเจนประหนึ่งคนในทวีปแห่งนี้ แต่นั้นก็เป็เพียงภาษาในยุคสมัยปัจจุบันเท่านั้น ถ้าเป็ตัวอักษรและภาษาที่อ่านออกเขียนยากมากเท่าใด โนอาห์เองก็ต้องเริ่มเรียนใหม่ั้แ่ศูนย์ และถ้าสิ่งที่ชายต่างโลกคิดเอาไว้เป็ความจริง วิชาที่ว่าด้วยเื่ของภาษาที่พวกเขาควรจะได้เจอย่อมไม่ใช่ภาษาปกติทั่วไป
“สวัสดีนักเรียนที่น่ารักของฉันทุกคน” เสียงทุ้มปกปิดประกายของความร่าเริงเอาไว้ไม่มิดดังมาจากหน้าชั้นเรียน ซึ่งมีผู้ชายวัยกลางคนที่พวกโนอาห์คุ้นหน้าคุ้นตาเป็อย่างดี เสื้อผ้ามอซอผิดกับสถานที่ ผมสีเทากระเซอะกระเซิงเหมือนพึ่งตกขยะ โดยรวมแล้วดูไม่น่าเชื่อถือแม้แต่น้อยในอาชีพของชายผู้นี้
หนึ่งในคณาจารย์ผู้ทรงภูมิแห่งอวาลอน
เซโน่ ออราเคิล อาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์เบื้องต้น
“คนบางคนเหมือนแปลกใจว่าทำไมฉันถึงมาโผล่หน้าในตอนนี้ ทั้งที่เมื่อวานก็ไม่ยักจะไปเจอพวกเธอทั้งๆที่เป็อาจารย์ประจำหอ” เสียวเริงร่าของเซโน่ผสานกับเสียงหัวเราะของนักเรียนบางคนได้อย่างลงตัว ตามมาด้วยหลายๆคนที่ออกมาแซวอย่างไม่เกรงกลัวว่าคนตรงหน้ามีฐานะอะไรกันแน่
โนอาห์คิดว่าอาจจะเป็เพราะท่าทีที่ดูไม่เหมือนอาจารย์ของเ้าตัว
“ไม่ใช่ว่าพวกเราต้องร่วมเรียนกับหออื่นเหรอครับ” นิกซ์ยกมือขึ้นถาม ตามปกติแล้วโรงเรียนอวาลอนจะจัดการเรียนการสอนในเชิงควบ หนึ่งวิชาแบ่งเป็สองหอที่ต้องเรียนร่วมกัน ทั้งนี้เพื่อเป็การประหยัดพื้นที่และให้นักเรียนทุกคนรู้จักหน้าค่าตาและสนิทสนมกันได้มากกว่าเดิม
แน่นอนว่าส่วนมากมักจะได้ผลในทางตรงกันข้าม
“ฉันขอไว้เองแหละ ไหนๆเป็คาบแรกที่จะได้เจอเด็กปีแรกจากบ้านตัวเองซะที อ้อ! ส่วนพวกบ้านอื่นที่ต้องมาเรียนด้วยกันในคาบนี้ป่านนี้คงระเห็จไปเรียนวิชาอื่นแล้วล่ะ ไม่ต้องเป็ห่วง” เซโน่พูดเื่นี้ราวกับเป็เื่สบายๆไม่มีอะไรต้องคิดมาก ทั้งๆที่คำพูดเมื่อกี้แทบจะทำให้ตารางเรียนรวนไปทั้งระบบเลยด้วยซ้ำ
ถ้าไม่เส้นใหญ่ก็คงต้องบ้าขนานหนัก
หลายๆคนในห้องคิดเช่นนั้น
“และสาระสำคัญที่ฉันต้องมาเจอพวกเธอในคาบแรกก็ไม่มีอะไรอื่น” เซโน่ยิ้ม “คาบนี้ทั้งคาบเราจะมาแนะนำตัวกัน!!” และปิดท้ายด้วยประโยคที่เรียกเสียงฮือฮาได้เป็อย่างดี
จริงอยู่ว่าพวกเขาจะเป็เพื่อนร่วมชั้นปีซึ่งจะต้องอยู่กันไปเป็แบบตลอดเวลาที่เรียนอยู่ แต่เมื่อคืนก็ใช่ว่าจะมีการพูดคุยอะไรกันมากนัก จะมีก็แต่โนอาห์ที่บุกฝ่ากำแพงแห่งความห่างเหิน ก้าวไปสู่บทสนทนาเชื่อมไมตรีที่ทำเอาหลายๆคนตั้งตัวแทบไม่ทัน ถึงกระนั้นก็ยังมีอีกหลายคนที่โนอาห์ยังไม่ได้ไปลองคุยด้วย
การแนะนำตัวเป็ไปอย่างเรียบง่ายใน่แรก ตามมาด้วยการหยอกล้อใน่แรก เพราะเหมือนกับว่าหลายๆคนจะเริ่มปรับตัวให้ชินชาได้แล้ว ทำให้ไม่ต้องสงวนท่าทีกันอีกต่อไป ถ้าสนิทกันั้แ่ก่อนจะมาเข้าเรียนก็แทบจะเดินไปโยกหัวกันแล้วด้วยซ้ำ แต่มันก็ทำให้ทุกคนในชั้นปีสนิทกันมากกว่าเดิม
การแนะนำตัวครั้งนี้ทำให้โนอาห์รู้จักใครหลายๆคนมากขึ้น ทั้งราเชล ทิวดอร์น บุรุษที่หน้าตาจืดชืดอีกทั้งบรรยากาศรอบข้างยังเงียบสงัดตามไปด้วย ใครเล่าจะไปรู้ว่าชายผู้นี้สร้างเสียงหัวเราะด้วยใบหน้าตายด้านได้เก่งอย่างน่าเหลือเชื่อ หรือจะเป็ผู้หญิงที่โนอาห์คิดว่าเป็ใบ้ระยะสุดท้ายหนักกว่ายูกิ หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่สวมอุปกรณ์ประหลาดมีนามว่าแว่นตา ซึ่งในโลกของโนอาห์ยังไม่มีของแบบนี้ เฟียน่า สโตโน่ ผู้หญิงที่โนอาห์คิดว่าให้ความรู้สึกใกล้เคียงผู้หญิงในโลกที่เขาจากมาไม่น้อย
ดูท่าจะบ้านหลังใหม่ของเขาเริ่มจะเป็รูปร่างขึ้นมาบ้างแล้ว
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เนื่องด้วยวันแรกทางโรงเรียนมีนโยบายให้มีการเรียนการสอนแค่ครึ่งวัน ทำให้สมาชิกบ้านซูซาคุระเห็จกลับหอพักมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มหลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อย บ้างก็ขอตัวไปพักผ่อนเงียบๆ บ้างก็ปลีกตัวไปเดินทัศนศึกษาโรงเรียนราวกับไม่มีอะไรทำ และส่วนที่เหลือก็คือบรรดานักเรียนว่างงานที่นั่งจับเข่าคุยกันเป็กลุ่มๆในห้องโถงใหญ่ของชั้นปีหนึ่ง
ในขณะที่โนอาห์นั้นแตกต่างออกไป
“ให้ตายเถอะ ว่างครึ่งวันนี้ว่าจะดีมันก็ดีนะ แต่น่าเบื่อชิบ” เสียงบ่นมาจากไรอัน ดีเทลชายหนุ่มผมสองสีที่ดูน่าขันมากกว่าดูดี ซีกหนึ่งขาวซีกหนึ่งดำ หน้าตากร้านโลกเกินกว่าจะมีอายุแค่สิบแปดปี แต่ยังคงประกายของยอดฝีมือไว้อย่างเปี่ยมล้น เขาคนนี้กำลังเดินบนระเบียงทางเดินในปราสาทอวาลอนพร้อมกับเพื่อนของเขา
ไรอันคือผู้ชายคนแรกและคนสุดท้ายที่อาจหาญเดินดุ่มๆเข้าหาพวกผู้หญิงั้แ่วันแรก ซึ่งมีเพียงห้าคนเท่านั้นในชั้นปีของพวกเขา ซึ่งคงจะไม่เป็ปัญหาเลยถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ชื่อว่า วาตานาเบะ ยูกิ ครั้งนั้นถ้าซายากะไม่มาไม่ห้ามเอาไว้ คาดว่าเื่ราวคงสนุกกว่านี้มากนัก ในขณะที่ผู้ชายสามคนที่รู้จักยูกิมาั้แ่แรก ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆอยู่ในใจ เพราะคิดว่าจะเกิดโศกนาฏกรรมั้แ่วันแรกที่เข้าเรียนแล้ว
ก็พอเข้าใจอยู่ว่าผู้หญิงในบ้านซูซาคุมันหายาก
แต่ถึงตายอดตายอยากยังไงก็น่าจะเลือกให้มันดีๆหน่อยไม่ใช่หรือไงกัน
“ในเวลาแบบนี้เห็นทีจะต้องหาประเด็นมาถกแก้เบื่อ” เสียงอีกเสียงดังมาจาก ดรากูน ทูเรีย ชายหนุ่มไว้ผมยาวสีเงินมัดไว้อย่างลวกๆรับกับดวงตาสีฟ้าและใบหน้าหวานที่อาจจะสวยกว่าอารันด้วยซ้ำไป และที่ไม่น่าเชื่อคือคนแบบนี้สามารถพูดจาถูกคอกับไรอันได้อย่างไม่กระดากปาก เป็การบอกอย่างนัยๆที่คนอย่างโนอาห์รู้ได้ทันทีว่าผู้ชายหน้าหวานคนนี้ก็ไม่แตกต่างไปจากไรอันซักเท่าไหร่
“เวลาแบบนี้เพื่อเป็การกระชับสัมพันธ์อันดีงามระหว่างลูกผู้ชายอย่างเราๆแล้ว เื่ผู้หญิงเป็ไง!!” เป็โอกาสอันที่โนอาห์ที่เดินเงียบๆอยู่นานจะเปิดปากด้วยความยินดี
“คุณโนอาห์ครับ...” นิกซ์ที่เดินอยู่ข้างๆปรามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง ก่อนที่เพื่อนของเขาจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ ซึ่งเ้าตัวคนที่ถูกห้ามก็ได้แต่ส่งเสียงจี๊จ๊ะในลำคออย่างไม่พอใจ
“เ้าตัวเล็กนี่ชอบขัดคอจริงแฮะ” ไรอันหรี่ตามองนิกซ์อย่างชั่งใจ ก่อนที่ใครบางคนจะพูดแทรกขึ้นมา
“เอาล่ะ...พวกเราคงต้องแยกกันตรงนี้ หวังว่าจะได้เจอกันใหม่” ชายหัวเขียวกล่าวขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนที่ทั้งไรอันและดรากูนจะทำหน้าเหมือนพึ่งนึกอะไรบางอย่าง ระลึกได้ถึงจุดหมายั้แ่แรกของพวกตนได้ในทันที
หลังจากเลิกพักเที่ยงพวกโนอาห์วางแผนว่าจะไปห้องสมุดในโรงเรียน และในระหว่างที่พวกเขาคุยกันอยู่นั้นพวกไรอันก็เดินเข้ามาทักทายพอดี โนอาห์เห็นดังนั้นจึงให้พวกไรอันนำทางไป ซึ่งในความเป็จริงแล้วเื่แค่นี้อารันก็รู้ว่าห้องสมุดมันตั้งอยู่ส่วนไหนของโรงเรียน แต่เป็เพราะเพื่อนของเขาตั้งใจจะกระชับมิตรก็คงต้องปล่อยไป อีกทั้งไรอันและดรากูนก็ไม่ได้มีจิตพิสมัยอย่างเข้าไปในห้องสมุดเสียเท่าไหร่ เท่ากับว่าข้อตกลงของทั้งสองฝ่ายเป็อันลงรอยกันด้วยดี
“เอาเป็ว่าไว้เจอกันตอนกลับหอ ไว้เจอกันพวก!” ไรอันและดรากูนโบกมือให้กับพวกเขาก่อนจะเดินจากไป จนในที่สุดก็เหลือแต่โนอาห์ อารัน และนิกซ์เท่านั้นที่ยังคงยืนอยู่หน้าประตูห้องสมุดบานใหญ่ั์
“พวกนายสองคนเข้าไปก่อนเลย” โนอาห์พูด สร้างความประหลาดให้กับนิกซ์และอารันไม่น้อย
“ทำไมล่ะครับ หรือว่าคุณโนอาห์มีธุระ” ชายร่างเล็กถามซื่อๆ โดยลืมไปซะสนิทว่าในตอนแรกคนที่เสนอให้มาห้องสมุดก็คือตัวโนอาห์เอง
“ไม่ก็เป็อะไรอย่างอื่น...” อารันยิ้มละไม ถึงแม้เขาจะเดาความคิดใครไม่ได้แต่ก็ดูออกในระดับหนึ่งว่าเพื่อนต่างโลกคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่
“เปล่าหรอก ไม่ใช่ธุระสลักสำคัญอะไรขนาดนั้น” ชายผมดำโบกมือหย็อยๆ “ฉันลืมของไว้ที่หอน่ะ แล้วพอดีมันเป็ของที่สำคัญมากๆ พึ่งมารู้ตัวเอาเมื่อกี้นี้เอง เพราะงั้นพวกนายก็เข้าไปก่อนเถอะ” ประโยคที่ชวนฟังน่าสงสัยดังออกมาจากปากของโนอาห์ แต่เมื่อนิกซ์คิดจากลักษณะนิสัยของโนอาห์ ความเป็ไปได้ที่โนอาห์จะลืมของเอาไว้ก็มีอยู่ไม่น้อย
“ถ้างั้น...รีบไปรีบกลับนะครับ แล้วอย่าเที่ยวหลงทางอีกล่ะ” นิกซ์เตือน ในขณะที่โนอาห์นั้นได้แต่ยิ้มแห้งๆออกมา
“เอาเถอะนิกซ์ เ้านี่มันไม่ไปก่อเื่ในเวลาแบบนี้หรอก” อารันหัวเราะออกมาเบาๆ คลายความสงสัยของเพื่อนตัวเล็กได้เปลาะหนึ่ง
“โชคดีล่ะ ไว้เจอกัน” โนอาห์ตัดบททันควันเมื่อเห็นอารันเดินไปเปดประตูห้องสมุด โบกมือหย็อยๆให้กับนิกซ์ที่เหมือนจะตั้งตัวไม่ถูก ก่อนจะเดินตามอารันเข้าห้องสมุดพร้อมกับกำชับโนอาห์เป็มั่นเป็เหมาะว่าอย่าไปก่อเื่
ประตูห้องสมุดได้ปิดลงพร้อมๆกับอารันและนิกซ์ที่เดินเข้าไป
ก่อนมันจะเปิดออกมาในเวลาไล่เลี่ยกันไม่นานนัก