ตอนที่1 อุบัติเหตุ
@ั
สวัสดีครับ ผมั คนแถวๆนี้มักจะเรียกผมว่าเฮียัอาชีพของผมก็คือเลี้ยงวัวขายนมนั่นแหละครับ ผมทำฟาร์มโคนมมาั้แ่เรียนจบใหม่ๆจนถึงตอนนี้ก็ประมาณสิบปีแล้ว สถานะโสด ผมยังไม่มีแฟน วันๆอยู่แต่กับวัวจะเอาเวลาที่ไหนไปหาแฟนล่ะครับจริงมั้ย
ผมมีพี่น้องสามคน เป็ผู้ชายล้วน พี่ชายคนโต เฮียช้างทำงานอยู่กรุงเทพฯ พี่ชายคนกลาง เฮียสิงห์เปิดรีสอร์ตและสวนผลไม้อยู่จังหวัดนครนายก ส่วนผมน้องชายคนเล็กสุดทำฟาร์มอยู่สระบุรี
ชีวิตของผมก็ไม่ได้มีอะไรมาก ดื่มสุราเคล้านารีเมียไม่มีเน้นซื้อกิน ทำงานเหนื่อยๆกลับมาก็นอน คิดถึงคุณแม่ก็ขับรถไปหาชีวิตวนเวียนอยู่แค่นี้ครับ
“เฮียครับ...เฮีย...”เสียงไอ้เด่นลูกน้องในฟาร์มะโเข้ามาในบ้านเสียงดังบ้านของผมเป็บ้านปูนชั้นเดียว หลังไม่ได้ใหญ่มากนักแต่ก็ไม่เล็กเพราะว่าอยู่คนเดียวแม่บ้านไม่มี ภายในบ้านมีห้องนอนหนึ่งห้อง ห้องครัว ห้องรับแขกห้องทำงานและห้องน้ำสองห้องบางครั้งพี่ๆของผมก็มักจะพากันมาเที่ยวแต่ก็ไม่ได้บ่อยมากนักส่วนมากคุณแม่กับเฮียช้างจะมาแค่บ้านเฮียสิงห์ที่นครนายกเนื่องจากอยู่ใกล้กว่าส่วนผมก็จะเป็คนขับรถไปหาเอง
“มึงจะเสียงดังทำไม มีอะไร...”
“กำนันเขาจะแต่งลูกสาว ฝากผมเอาการ์ดมาให้เฮียกำนันฝากมาบอกว่าขอโทษที่ไม่ได้เอาการ์ดมาให้ด้วยตัวเองครับ”
“เออ...ไม่เป็ไร ไหนเอามาดูซิ” ผมเปิดดูการ์ดงานจัดขึ้นวันศุกร์หน้าที่จะมาถึงนี้
“ขอบใจมาก ไปทำงานต่อเถอะ เดี๋ยวสายๆเฮียเข้าไป”
“ครับ”
ผมอยู่บ้านคนเดียว ไม่มีแม่บ้าน ไม่มีคนทำกับข้าวให้งานบ้านทุกอย่างผมเป็คนทำเองทั้งหมด กับข้าวผมก็ทำกินเองเพราะผมไม่ชอบรสชาติของกับข้าวซื้อ
เมื่อไอ้เด่นลูกน้องของผมเดินออกไปแล้ว ผมก็เริ่มเข้าครัวหุงข้าวทำกับข้าว หมูสไลด์เนื้อนุ่มๆผัดพริกแกงใส่พริกอ่อนและใบยี่หร่าหอมๆลงไปในกระทะเพิ่มไข่เจียวสักสองฟอง ไม่นานอาหารฝีมือผมก็เสร็จพร้อมทาน...หอมมากเลยครับ
กินข้าวเช้าเสร็จ ผมก็เข้าฟาร์มเหมือนทุกวันลูกน้องของผมแต่ละคนก็จะมีหน้าที่เป็ของตัวเอง รีดนม ให้อาหาร อาบน้ำให้วัวขนขี้วัวไปตากแดดให้แห้งเพื่อทำปุ๋ยคอกแล้วส่งให้กับสวนผลไม้ของเฮียสิงห์พี่ชายของผมไม่ขายให้คนอื่นครับ ถึงเวลาลูกน้องที่สวนก็จะขับรถมารับเอาไปเองแต่บางครั้งเฮียสิงห์ก็มารับเอง ส่วนงานบัญชีรายรับรายจ่ายของฟาร์มผมเป็คนทำเองทั้งหมดครับ
“ไอ้กร...เร็วๆหน่อยดิวะ เดี๋ยวอีลูกโป่งก็ตายกันพอดี”เสียงไอ้หมอพนาเพื่อนผมเอง มันเป็หมอสัตวแพทย์ส่วนอีลูกโป่งก็คือแม่วัวที่กำลังจะให้กำเนิดลูกวัวครับ
“ก็รีบอยู่เนี่ย...ไปๆ”ผมกับไอ้หมอกลับมาเอาอุปกรณ์ที่บ้านนิดหน่อยจากนั้นก็พากันเข้าฟาร์มไปช่วยอีลูกโป่งทำคลอด ผมกับไอ้หมอช่วยอีแม่ทั้งเบ่งทั้งดึงจนสุดท้ายก็สำเร็จ ออกมาตัวเบ้อเริ่มร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดีผมกับไอ้หมอนั่งชื่นชมลูกวัวตัวที่เพิ่งคลอดออกมาใหม่สักพักจากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองต่อ
@น้ำมนต์
สวัสดีค่ะ ฉันน้ำมนต์ ฉันเกิดและโตที่กรุงเทพฯพอดีว่าโรงเรียนแห่งนี้มีตำแหน่งคุณครูว่างพอดี ฉันก็เลยมาคิดว่าจะมาอยู่สักพักแล้วก็จะย้ายกลับค่ะ ฉันเป็คุณครูประจำชั้น ป.2 เพิ่งมาทำงานที่นี่ได้แค่อาทิตย์เดียวยังไม่ค่อยคุ้นชินกับที่นี่สักเท่าไหร่ คงต้องปรับตัวอีกเยอะ
ฉันทำงานบ้านไม่ค่อยเป็เลยโดยเฉพาะกับข้าวทำเป็แต่ง่ายๆเช่นไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ต้ม นอกนั้นไม่ต้องถาม มาอยู่ชนบทแบบนี้สำหรับฉันไม่ใช่เื่ง่ายแต่ในเมื่อมีตำแหน่งให้ลงก็ต้องมาค่ะ
ฉันมีรถเก๋งคันเล็กมาด้วยหนึ่งคัน พักอยู่ที่บ้านพักครูบ้านพักครูที่ไม่มีครูอยู่เลยค่ะเพราะคุณครูที่นี่ส่วนมากจะเป็คนพื้นที่จะอยู่บ้านส่วนตัวกันหมดค่ะ
“น้องมนต์วันศุกร์หน้ากำนันเขาแต่งลูกสาวไปงานด้วยกันนะ” คุณครูหลิว คุณครูประจำชั้น ป.1เดินมาชวนฉันไปงานแต่งคุณครูหลิวไม่ใช่คนพื้นที่เหมือนฉันนี่แหละค่ะอายุของเธอมากกว่าฉันนิดหน่อยมีสามีเป็ตำรวจ เธอพักอยู่กับสามีของเธอค่ะ
“ไปได้เหรอคะ”
“ไปกับพี่ไง สามีพี่เข้าเวรพี่ไม่มีเพื่อนไปด้วยกันนะ จัดที่หอประชุมโรงเรียนเรานี่เอง”
“ค่ะ” เลิกงานแล้วก็ไม่รู้จะไปไหนธุระก็ไม่มีฉันจึงตกลงไปร่วมงานแต่งด้วย อีกอย่างงานนี้ก็จัดขึ้นในโรงเรียนเห็นว่าเช่ายืมสถานที่ถ้าปฏิเสธก็คงไม่ดีมั้ง
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป
@งานแต่ง
งานกินเลี้ยงจัดขึ้นที่หอประชุมของโรงเรียน่เย็น มีหลังคากันแดด กันฝน แถมพื้นที่ยังกว้างขวางจุคนได้เป็ร้อย
“สวัสดีครับ เชิญด้านในเลยครับ / สวัสดีค่ะเชิญด้านในเลยค่ะ”เ้าบ่าวกับเ้าสาวยืนต้อนรับแขกอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าด้านหน้างาน เ้าสาวสวมชุดสีขาวสวยหรูเห็นแล้วอยากใส่บ้างจังแต่เนื้อคู่ของฉันไม่รู้ไปหลบอยู่ส่วนไหนของโลก ป่านนี้ยังไม่ปรากฏตัวอีก
“นั่งตรงไหนดีคะ พี่หลิว”
“ตรงนี้แล้วกันไกลลำโพงหน่อยเดี๋ยวคุยกันไม่ได้ยิน” ฉันกับพี่หลิวพากันนั่งลงบรรยากาศโดยรอบน่าสนุกดี เสียงเพลงดังกระหึ่งลั่นหอประชุมเวทีจัดได้สวยงามโดยช่างจัดงานมืออาชีพ นั่งลงไม่นานอาหารก็ค่อยๆทยอยนำมาเสิร์ฟ
“น้องมนต์” พี่หลิวหันมาสะกิดฉัน
“คะ”
“เห็นผู้ชายคนนั้นมั้ย”
“คนไหนคะ”
“สวมเสื้อสีแดงหน้าตาดีๆคนนั้นน่ะ”
“อ๋อค่ะ ทำไมเหรอคะ”
“เขาชื่อั เป็เ้าของฟาร์มอยู่ด้านหลังหมู่บ้านนี่เอง”
“หล่อดีนะคะ น่าจะมีเมียแล้ว”
“โนๆค่ะ เขายังไม่มีใคร”
“พูดแบบนี้จะติดต่อให้มนต์เหรอคะ”
“เปล่าค่ะพี่จะบอกว่าอยู่ให้ห่างๆเขาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เ้าชู้ตัวพ่อเลยค่ะ”
“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“มีผู้หญิงอยากลองของเยอะค่ะ ก็เขาทั้งหล่อทั้งรวยใครจะไม่ชอบล่ะจริงมั้ย สุดท้ายน้ำตาเช็ดหัวเข่ากลับไปทุกราย”
“น่ากลัวจังเลยนะคะ”
“ยิ่งกว่าที่คิดค่ะ ทานอาหารกันดีกว่าอย่าไปสนใจคนแบบนั้นเลย” ในขณะที่นั่งรับประทานอาหารกันอยู่นั้นฉันเกิดรู้สึกปวดฉี่ขึ้นมาเนื่องจากดื่มน้ำเยอะไปหน่อย
“พี่หลิว มนต์ขอไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ”
“ให้พี่ไปเป็เพื่อนมั้ย”
“ไม่เป็ไรค่ะ” สถานที่คุ้นเคย ห้องน้ำก็คุ้นเคยเพราะจัดขึ้นในรั้วโรงเรียนทำธุระส่วนตัวเสร็จแวะส่องกระจกนิดหน่อยก่อนที่จะเปิดประตูเดินออกมา
“อ้าวฝนตก...เมื่อกี้ยังไม่ตกเลยนี่”บ่นเบาๆอยู่ในลำคอคนเดียว ซึ่งหอประชุมตรงที่จัดงานกับห้องน้ำค่อนข้างห่างกันและแล้วฉันจึงเริ่มออกวิ่งผ่าเม็ดฝนเข้าหอประชุม แต่ระหว่างทาง...
“ปัก! ว๊าย!! ตุบ!” ฉันรู้สึกเหมือนว่าน่าจะวิ่งชนใครสักคนเป็เพราะความหลับหูหลับตาวิ่งของฉันเองแท้ๆ ทันใดนั้นฉันล้มลงไปกับพื้นหลับตาปี๋ด้วยความใริมฝีปากประกบเข้ากับอะไรสักอย่างมันนุ่มๆรู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดเกิดขึ้นกับร่างกายของฉันพอสมควรเมื่อฉันเริ่มตั้งสติได้จึงค่อยๆลืมตาขึ้น
“อี๋!! ลุกออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!”เดี๋ยวนะ! ทำไมเสียงของฉันถึงได้แปลกๆไป ฉันรีบลุกขึ้นมองหน้าคนตรงข้ามนั่นมันฉันนี่!ฉันหันซ้ายหันขวาเจอเข้ากับกระจกรถยนต์...เกิดอะไรขึ้น? ทำไมฉันในกระจกเป็ผู้ชายล่ะ
--------------
ก่อนอ่านเื่นี้ไรท์อยากให้ทุกคนลองไปอ่าน เฮียช้างก่อนค่ะ