เมื่อเผชิญหน้ากับหมัดขนาดเท่ากระสอบทรายของเซียวสิงเยี่ยน บุรุษผู้นั้นก็มีความลังเลเล็กน้อย เขาถอยหลังไปสองก้าวและเผยสีหน้าหวาดกลัวออกมาให้เห็นทันที
“นี่พวกเจ้าคิดจะลงมือหรือ? ขายสบู่กลับไม่ยอมรับ ยามนี้ยังจะลงมือกับผู้อื่นอีก?”
“ทุกคนรีบมาดูเร็ว พวกเขาจะลงมือทุบตีผู้อื่นแล้ว!”
“ช่างไม่ฟังเหตุผลเลยจริง ๆ!”
……
ทันทีที่คนเหล่านั้นส่งเสียงดังก็เกิดความโกลาหลขึ้นรอบ ๆ และมีกลุ่มคนมารวมตัวกันเพื่อต้องการดูเรื่องสนุก
อันเยว่เห็นว่าคนเริ่มมากันเยอะแล้ว หากไม่เร่งแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยเร็ว เกรงว่าเมื่อคนที่มาดูเรื่องสนุกรับฟังผู้ก่อปัญหา มันจะส่งผลกระทบต่อการค้าเอาได้
“พวกเจ้าดูสิ ข้าใช้สบู่ของครอบครัวนาง อาภรณ์สีตกใส่ทีหนึ่งแล้ว มือของข้ายังได้รับบาดเจ็บด้วย”
“สบู่นี้ทำให้มือไหม้ ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ”
“หากนำมาอาบน้ำก็จะทำให้ผิวหนังไหม้จนหลุดลอกหนึ่งชั้น!”
“จริงหรือ? เมื่อเป็นเช่นนั้น อย่าไปใช้สบู่เลย ใช้ถั่วอาบน้ำดีกว่า”
ข้างนอกเริ่มมีคนคล้อยตามบ้างแล้ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าจะเกิดเรื่องขึ้นอย่างแน่นอน
อันเยว่กำลังจะเอ่ย แต่ใครจะรู้ว่ากู่หยางกลับเดินออกมาในยามนี้ และมองไปยังพวกที่เริ่มก่อเรื่องด้วยรอยยิ้มเสียอย่างนั้น “นี่คือสบู่ของร้านเรา สบู่ทุกชิ้นเหมือนกัน เมื่อนำมาส่องกับแสงแดดและมองทะลุมันจะมีความโปร่งแสงเล็กน้อย อีกอย่าง ขอให้ทุกท่านลองดมกลิ่นของมันสักหน่อย”
พูดจบ กู่หยางก็หยิบสบู่ไปตรงหน้าทุกคน เพื่อให้คนที่มุงดูสามารถดมกลิ่นของสบู่ได้อย่างชัดเจน
เพื่อให้สบู่ขายดียิ่งขึ้น ฉะนั้น อันเยว่จึงใช้เครื่องหอมของหยูยวน
แม้เครื่องหอมของหยูยวนจะราคาสูงลิบลิ่ว แต่ส่วนผสมของเขาล้วนทำด้วยตัวเขาเอง ซึ่งไม่สามารถหาซื้อได้จากข้างนอก
ในเครื่องหอมของหยูยวนมีความหอมอ่อน ๆ และกลิ่นหอมนี้จะติดตัวเป็นเวลานาน
“ช่างหอมยิ่งนัก สบู่นี้ใช้เครื่องหอมอะไรหรือ?”
“ดมแล้วรู้สึกสบายมากเลยจริง ๆ”
“ใช่ ก่อนหน้านี้ข้าเคยซื้อสบู่ลี่เจี๋ย กลิ่นหอมมาก และไม่เคยเกิดเหตุการณ์สีตกใส่เลยสักครั้ง”
เมื่อได้ยินว่าเริ่มมีคนวิจารณ์จากด้านข้าง อันเยว่ก็ค่อย ๆ สบายใจมากขึ้นเช่นกัน นางมองกู่หยางที่ยืนอยู่ต่อหน้าทุกคนด้วยท่าทางมั่นใจ ทั้งยังปิดกั้นข้อสงสัยของทุกคน
“วันนี้ข้าได้ยินคนงานในร้านพูดเช่นกัน ว่ามีครอบครัวหนึ่งขายสบู่แถวร้านลี่เจี๋ยของเราซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนตะวันออก ฉะนั้น ข้าจึงออกมาแต่เช้าเพื่อสืบดูว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรกันแน่ อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย สบู่นี้ทำได้คล้ายกับสบู่ของครอบครัวเราจริง ๆ เพียงแต่ วาดเสือไม่เหมือนกลับคล้ายหมา ก็แค่รูปทรงกับสีที่คล้ายคลึงกันเล็กน้อย แต่ส่วนอื่น ๆ กลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง”
กู่หยางในวันนี้พูดเยอะเป็นพิเศษ ทุกถ้อยคำของเขาล้วนแก้ต่างให้ลี่เจี๋ยทั้งสิ้น และจุดยืนของเขายังคงแน่วแน่มาก
อันเยว่นั่งอยู่บนรถเข็นโดยไม่ต้องพูดอะไร แค่มองดูกู่หยางแก้ปัญหาด้วยตัวเขาเอง
ที่เขาตื่นนอนและออกจากบ้านตั้งแต่เช้า นึกไม่ถึงว่าเขาจะออกมาทำธุระเรื่องสบู่ ทั้งยังเข้าใจเรื่องการค้าของครอบครัวดีขนาดนี้ด้วย
นางคิดมาตลอดว่าเขาเป็นคนนิ่ง ๆ แม้กระทั่งไม่เต็มใจที่จะพูดคุยกับนางแม้แต่คำเดียว และยังไม่มีความคิดใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องในครอบครัว แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นนางเองที่ใจแคบเกินไป
“บนสบู่ของครอบครัวเราจะมีอักษรที่ภรรยาของเราเป็นคนเขียนด้วยตัวเอง ซึ่งนั่นเป็นตราสินค้าของเรา ส่วนสบู่ที่ทำเลียนแบบ ข้าได้ตรวจสอบแล้วและพบว่าด่างข้างในเยอะเกินไป ฉะนั้น มันถึงได้ไหม้มือ ข้าแนะนำให้พวกท่านตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนนำไปใช้ เพื่อจะได้ไม่ถูกหลอก”
เมื่อพูดจบกู่หยางก็ส่งสบู่ที่ทำเลียนแบบเหล่านั้นคืนให้กับคนเหล่านั้น จากนั้นก็ชี้ไปยังร้านที่อยู่ไม่ไกลออกไป ชั้นวางด้านในมีความคล้ายคลึงกับชั้นวางของครอบครัวตัวเองสูงมาก แม้แต่บนป้ายก็มีตัวอักษรเขียนคำว่าไป๋เจี๋ย เห็นได้ชัดว่าตั้งใจทำให้ทุกคนเข้าใจผิด
คำพูดอธิบายของกู่หยางถือว่าเสร็จสิ้นลงแล้ว จากนั้นเขาก็พูดกับฝูงชนเป็นครั้งสุดท้าย “หากมีปัญหาใด ๆ กับสบู่ของครอบครัวเรา ตระกูลอันของเราจะจัดการแก้ไขปัญหาอย่างแน่นอน แต่หากไม่ใช่ของของครอบครัวเรา เราจะไม่รับพิจารณาทุกกรณี”
จากนั้นเขาก็หันกลับมามองอันเยว่เล็กน้อย ในแววตาเขามีความรู้สึกบางอย่างที่บอกไม่ถูก ต่อมาเขาเบนสายตาไปทางอื่นโดยไม่รู้ตัวและก้มลงมองขาของนางที่ยังคงถูกขนาบด้วยแผ่นไม้
“วันนี้ขอใช้โอกาสที่คนเยอะ อีกอย่างข้าดู ๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนที่อิจฉาลี่เจี๋ยของเราหรือคนที่เคยดูถูกตระกูลอันของเราก็ตาม เรื่องที่ภรรยาข้าได้รับบาดเจ็บที่ขา แม้ก่อนหน้านี้เราจะไม่ได้ทำการสืบสวน แต่มิได้หมายความว่าเราไม่รู้อะไรเลย หากมีคนทำร้ายภรรยาข้าอีกแม้แต่น้อย ก็อย่าหาว่าเราสี่พี่น้องลงมือหนักเกินไป”
อย่ามองว่าในยามปกติกู่หยางดูเย็นชาอย่างมาก แต่เมื่อเขาออกมายืนในยามนี้กลับทำให้อันเยว่รู้สึกถึงความเป็นชายของอีกฝ่าย
ดูแล้วสามีทั้งสี่มักจะรังแกอันเยว่อย่างห้าวหาญในยามปกติ แต่เมื่อมองดูวันนี้ พวกเขาใช้วิธีเดียวกันในการจัดการกับคนนอก
ท่าทางร่วมแรงร่วมใจกันต่อต้านศัตรูแบบนี้ทำให้อันเยว่รู้สึกสบายใจมากขึ้น ใบหน้าของนางพลอยเต็มไปด้วยรอยยิ้ม จากนั้นนางมองไปยังผู้คนที่อยู่รอบๆ คนเหล่านี้ตามให้ร้ายสบู่ของครอบครัวนางก็ทีหนึ่งแล้ว ส่วนคนอื่นๆ ที่เกลียดชังอันเยว่ต่างก็เผยสีหน้าหวาดกลัวออกมาให้เห็นเช่นกัน
เมื่อเห็นทุกคนค่อย ๆ แยกย้ายกันไปแล้ว อันเยว่ก็มีเรื่องอยากถามกู่หยางว่าเหตุใดเมื่อครู่เขาถึงได้ก้าวออกมา คำพูดมาถึงมุมปากแล้ว แต่เมื่อเห็นใบหน้าติดจะเย็นชาของเขา นางก็กลืนคำพูดลงไปทั้งอย่างนั้น
“วันนี้ต้องขอบใจเจ้ามาก”
อันเยว่เอียงศีรษะให้กู่หยางด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะสนใจนางด้วยซ้ำ กลับเลือกที่จะหันมองไปยังร้านที่แขวนป้ายคำว่าไป๋เจี๋ยที่อยู่ไกลออกไป
“พี่ใหญ่ ครอบครัวพวกเขาคิดจะลอกเลียนแบบสบู่ลี่เจี๋ย เห็นเราขายสบู่ได้ดีหน่อยก็พากันอิจฉา”
“ในเมื่อพวกเขาต้องการย้อมแมวขาย มิสู้เราตัดไฟพวกเขาตั้งแต่ต้นลมเสียดีกว่า”
อันเยว่แอบรู้สึกตกใจ แต่เมื่อได้ฟังที่เขาพูดนางก็พอจะเดาได้ว่าพวกเขาคิดจะทำอะไร
จากนั้นบุรุษทั้งสองก็ส่งยิ้มให้ซูจือฉือ ซูจือฉือแค่พยักหน้าน้อย ๆ ซึ่งถือว่าเป็นการตอบรับ
การรู้ใจซึ่งกันและกันของพวกเขาไม่เลวเลยจริง ๆ อันเยว่มองซูจือฉืออย่างประหลาดใจ พร้อมรู้สึกว่าระหว่างพวกเขาเหมือนกับยังมีแผนการบางอย่างอีก
“พวกเจ้า…”
“เจ้าแค่วางใจลงในท้องก็พอ”
“อ้อ” อันเยว่ขานรับอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นรีบเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “วันนี้กินเป้าตู้ ดีไหม?”
“เป้าอะไรนะ?”
รอยยิ้มของอันเยว่ลึกลับมากขึ้นเรื่อย ๆ เป้าตู้มีแค่ศูนย์ครั้งกับนับไม่ถ้วนเท่านั้น ใครก็ตามที่กินเป้าตู้ไม่มีใครที่ไม่ตกหลุมรักมัน
ซูจือฉือเหมือนกับเด็กรับใช้ที่เข็นรถเข็นอยู่ข้างหลังอันเยว่ การซื้อสิ่งของที่ผู้อื่นไม่ต้องการนั้นจ่ายเงินเพียงไม่กี่อีแปะ
ไยสตรีผู้นี้ถึงมีความคิดแปลกประหลาดอยู่เต็มสมองนัก แม้กระทั่งอาหารที่นางทำในช่วงนี้ต่างก็ไม่ซ้ำกันเลย เหตุใดนางถึงทำอาหารได้หลากหลายขนาดนี้?
ยามที่ท้องนภาค่อย ๆ มืดลง อันเยว่ก็จัดการกับผ้าขี้ริ้วเสร็จเรียบร้อยและนำไปใส่ในถาด
“ได้เวลากินอาหารเย็นแล้ว!”
บุรุษทั้งสี่เดินมานั่งลงข้างโต๊ะทีละคนจากการเรียกของอันเยว่ ทุกคนมีสีหน้าหลากหลาย โดยเฉพาะความรังเกียจบนใบหน้าของกู่หยาง
“นี่คือเป้าตู้ ลองชิมดูสิ รับรองว่าพวกเจ้าต้องชอบ”
“ไข่เยี่ยวม้าก็ยากจะทนแล้ว ยังต้องมากินของแบบนี้อีกหรือ?”
“อันเยว่ นี่คือวิธีที่เจ้าตอบแทนข้าหรือ?”
อันเยว่หัวเราะคิกคัก จากนั้นนำเป้าตู้ที่คลุกเสร็จแล้วไปวางตรงหน้ากู่หยาง “รับรองว่าเจ้าต้องชมไม่ขาดปากทีเดียว”