ตอนที่ 14 การคาดเดาของเชียนหงเยี่ยน
พอคำพูดถูกกล่าวจากปากอิ่งเม่ย เชียนหงเยี่ยนก็ชักสีหน้าทันที ไม่ต้องพูดถึงคำว่าชายในดวงใจที่นางกล่าวถึงอย่างเป็นัย แค่เพียงเมื่อครู่ฮวาโหรวหลานพบเขาแล้วไม่ได้คารวะทักทายตามมารยาท หากเล่าลือออกไป ไม่เพียงฮวาโหรวหลานต้องเสียชื่อเสียงว่าไม่รู้จักธรรมเนียมมารยาท แม้แต่ตัวเขาเองก็จะต้องถูกวิจารณ์ในทางเสียหายเช่นกัน
เชียนหงเยี่ยนหน้าเครียด น้ำเสียงที่อ่อนลงเมื่อครู่กลับแข็งกระด้างขึ้นมาอีก “โหรวหลาน เ้าทำเกินไปแล้วนะ”
ฮวาโหรวหลานแม้จะแอบนึกแค้นใจต่อท่าทีของเชียนหงเยี่ยน แต่ก็จำต้องยอมรับผิด “ขอองค์ชายรองได้โปรดอภัยโทษด้วยเพคะ”
กล่าวพลางย่อกายคารวะ โดยไม่ลืมที่จะทิ้งสายตาเรียกร้องความสงสารให้เชียนหงเยี่ยน
“ลุกขึ้นเถอะ” เชียนหงเยี่ยนจ้องอิ่งเม่ยด้วยสายตาลึกล้ำ ฝ่ามือใหญ่หนาดึงแขนฮวาโหรวหลานให้ลุกขึ้นจากพื้น
“ขอบพระทัยองค์ชายรองเพคะ” ฮวาโหรวหลานยิ้มหวานหยดให้เชียนหงเยี่ยน จากนั้นหันไปกล่าวกับอิ่งเม่ยว่า “ยังดีที่พี่หญิงใหญ่ใจกว้างไม่เอาโทษโหรวหลาน”
เสียงของฮวาโหรวหลานแม้จะอ่อนหวาน แต่ใบหน้าที่หันหลังให้เชียนหงเยี่ยนกลับเป็รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวด้วยความโมโห หากเป็อิ่งเม่ยคนก่อน เกรงว่าคงตื่นใจนไม่กล้าพูดอะไรแต่แรก
พอเห็นอีกฝ่ายเช่นนี้ อิ่งเม่ยจึงพอจะเข้าใจว่าเหตุใดเ้าของร่างเดิมยามอยู่ต่อหน้าเชียนหงเยี่ยนจึงดูใช้ไม่ได้ขนาดนี้
อิ่งเม่ยเลิกคิ้วอย่างท้าทาย เหยียดมุมปากกล่าวว่า “ข้าจะโทษเ้าได้ไงล่ะ เ้าเป็น้องข้า ต่อให้เ้าแย่งคู่หมั้นของข้า ข้าที่เป็พี่ยังไม่โทษเ้าเลยนี่”
เส้นเสียงหวานใสน่าฟัง แต่น้ำเสียงในคำพูดกลับแทรกความรู้สึกประชดประชันเหยียดหยันและดูแคลนสารพัด อิ่งเม่ยกล่าวคำพูดนี้ ไม่เพียงเป็การตบหน้าฮวาโหรวหลานฉาดใหญ่ แม้แต่เชียนหงเยี่ยนยังพลอยโดนหางเลขไปด้วย
ฮวาโหรวหลานนึกไม่ถึงว่าฮวาอิ่งเม่ยที่ปกติอ่อนแอไม่สู้คนถึงกับกล้าต่อปากต่อคำ ทั้งยังกล่าวคำพูดเช่นนี้อีกด้วย
นางเหลียวมองเชียนหงเยี่ยนที่สายตาเย็นเยียบลงทุกที ก็นึกเกลียดอิ่งเม่ยขึ้นมาจับจิต
ชั่วขณะนั้นบรรยากาศตึงเครียดแทบจับตัวเป็น้ำแข็งได้ กระแสไอเย็นประหลาดแผ่ซ่านจากร่างเชียนหงเยี่ยน สวนเล็กๆ ที่เมื่อครู่ยังอบอุ่นดั่งฤดูใบไม้ผลิยามนี้กลับย้อนคืนสู่ฤดูเหมันต์
สาวใช้ที่คอยรับใช้อยู่ในสวนยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ดวงตาทอประกายหวาดกลัวยิ่ง ความรู้สึกหนาวเยือกจากก้นบึ้งจิตใจ ทำให้พวกนางพากันสั่นเทิ้มอย่างห้ามไม่อยู่
เมื่อเทียบกับพวกนางแล้ว ฮวาโหรวหลานยิ่งลำบากกว่ามาก นางหันหลังให้เชียนหงเยี่ยน ไอเย็นเยียบโถมทะลักจากด้านหลังทำให้ตัวนางสั่นระริก ทว่าด้านหน้า ความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านจากร่างอิ่งเม่ยกลับเหน็บหนาวยิ่งกว่า ทั้งหน้าและหลัง ความหนาวเย็นเสียดกระดูกนี้ทำให้นางรู้สึกเหมือนตัวเองเป็สัตว์ที่ตกลงไปในหล่มน้ำแข็ง หนีไปไหนไม่รอด ได้แต่รอความตายมาถึง
ชิวเอ๋อร์ยืนกระสับกระส่ายอยู่ข้างกายอิ่งเม่ย ขบริมฝีปากแน่น สองมือกำหมัดแน่นอยู่ข้างกาย นางพยายามเหยียดหลังตรง มองออกไปยังที่ไกลตา นางจดจำคำพูดที่คุณหนูบอกนางไว้ก่อนหน้าว่า นางต้องพยายามทำตัวให้คู่ควรที่จะอยู่ข้างกายคุณหนู
อิ่งเม่ยรับรู้ได้ถึงความพยายามของชิวเอ๋อร์ นางยื่นมือออก กุมมือที่กำหมัดจนแข็งทื่อของอีกฝ่ายเอาไว้
ความอบอุ่นจากมือของอิ่งเม่ยดูเหมือนจะไหลผ่านเข้าสู่หัวใจของชิวเอ๋อร์ ไม่ทราบเพราะเหตุใด ชิวเอ๋อร์รู้สึกว่าสภาพเบื้องหน้าไม่น่ากลัวอีกต่อไป
“องค์ชายรอง หม่อมฉันเหนื่อยแล้วเพคะ” อิ่งเม่ยออกปาก ทำลายบรรยากาศที่ประหลาดพิกลนี้ไป พริบตาที่นางสลายกระแสไอเย็นบนร่าง เชียนหงเยี่ยนก็เก็บไอเย็นจากร่างเขาเช่นกัน
“ข้ารบกวนแล้ว” เชียนหงเยี่ยนลุกขึ้นยืน สายตาเ็าหยุดนิ่งที่อิ่งเม่ยชั่วขณะ จากนั้นสะบัดแขนเสื้อปลีกตัวไป
“ฮวาอิ่งเม่ย ฝากไว้ก่อนเถอะ” ฮวาโหรวหลานทิ้งคำขู่ไว้ รีบตามรอยเท้าของเชียนหงเยี่ยนที่จากไป
อิ่งเม่ยกวาดสายตาคมกริบไปที่สาวใช้ในสวน บรรยากาศอบอุ่นคืนกลับมาในชั่วพริบตา นางหันกายกลับเข้าห้องไป เหลือเพียงเงาหลังที่สูงสง่าเอาไว้
เชียนหงเยี่ยนเดินเร็วมาก ไม่คิดจะอยู่รอพรอดความในใจกับฮวาโหรวหลานอีก กว่าฮวาโหรวหลานจะตามออกมา จึงเห็นเพียงเงาหลังที่ขึ้นเกี้ยวจากไป
ภายในเกี้ยวงามหรูหราของวังหลวง เชียนหงเยี่ยนหลับตาหวนนึกถึงคำสนทนาั้แ่พบกับอิ่งเม่ยจนกระทั่งจากมา เขาพลันลืมตาขึ้น ดวงตาเปล่งประกายเยียบเย็นเสียดกระดูก
ั้แ่ต้นจนจบ เขาถูกฮวาอิ่งเม่ยจูงจมูกมาตลอด เดิมทีนางก็เป็เช่นนี้ หรือว่าก่อนหน้านี้ปิดบังโฉมหน้าที่แท้จริงมาตลอดกันแน่...