“โธ่ ว้อยยยย...ยยย! ทำไมถึงจับอยากจับเย็นขนาดนี้ เวลาก็ใกล้จะหมดแล้วด้วย อีแบบนี้ ต่อให้ไอ้จ้าวหยุนจับได้ตัวขนาดไหนข้าก็แพ้มันอยู่ดี เพราะข้าจับไม่ได้เลย” เผิงหลงกัดฟันแค่นเสียงพูดด้วยความแค้น ทว่า...ในตอนนั้นสายตัวของมันก็เหลือบไปเห็นปลาตัวโตว่ายมา รอยยิ้มแห่งความดีใจพลันเกิดขึ้นบนใบหน้า เผิงหลงกำลังจะพุ่งไปจับแต่มันก็หยุดชะงักเสียก่อน
“ถ้าข้าจับพลาดคงไม่มีโอกาสเป็ครั้งที่สองแน่ เช่นนั้นคงต้องอาศัยวิธีอื่นช่วย” มันพึมพำ ก่อนหันซ้ายหันขวา ก่อนพบหินก้อนใหญ่ในน้ำแถวนั้น เผิงหลงแสยะยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ ก่อนจะหันหยิบหินขึ้นมาไว้ในมือ จากนั้นมันก็ยืนดูปลาตัวนั้นนิ่ง ๆ อยู่ชั่วขณะ เกิดเสียงโครม ใหญ่ก่อนที่น้ำจะกระจายออกเป็วงกว้าง เผิงหลงทุ่มหินก้อนนั้นลงไปที่เ้าปลาตัวใหญ่ ดูเหมือนคราวนี้โชคจะเข้าข้างเพราะหินโดนเป้าหมายเข้าอย่างจัง เผิงหลงดีอกดีใจเป็ที่สุด มันรีบใช้สองมือ จับปลาตัวนั้นขึ้นมา และพลันหันไปทางจ้าวหยุน เพื่อที่จะอวดโอ้ ทว่า....
ทุกอย่างกลับไม่เป็อย่างที่คิด เพราะในตอนนั้นจ้าวหยุนก็กำลังอุ้มปลาตัวหนึ่งขึ้นจากน้ำ แถมขนาดของมันยังใหญ่กว่าของเผิงหลงเสียอีก ความโกรธ ความเจ็บใจพลันปะทุขึ้นถึงจุดสูงสุด เผิงหลง ปล่อยปลาในมือ ทิ้งก่อนวิ่งปรี่ตรงเข้าไปหา จ้าวหยุน พร้ะโกนเสียงดัง “งู!! ข้าเจองูช่วยข้าด้วย!!!” จ้าวหยุนใพลันมามอง แต่สิ่งที่มันได้พบก็คือ ร่างอ้วนถ้วนของเผิงหลงที่พุ่งเข้ามาชนกระแทกอย่างแรง
คนสองคนล้มลงไปในแม่น้ำ ปลาในมือของจ้าวหยุนก็หลุดไปด้วย หลิวซินที่เห็นเหตุการณ์ก็ใมาก ก่อนที่นางจะรีบวิ่งเข้ามาดู
“อูยยย..ยย เจ็บเป็บ้า หือ? ขะ...แขนข้า!! แขนข้า!!!!” เผิงหลงเบิกตากว้าง ก่อนแหกปากร้องเสียงดัง เมื่อพบว่า แขนข้างหนึ่งของมันมีรอยถลอก เป็ทางยาว แถมมีโลหิตไหลซึมออกมา คงเป็ตอนที่ล้มเมื่อครู่ แล้วถูกหินแหลมในน้ำลำธารบาดเอาเป็แน่ ส่วนจ้าวหยุนนั้นร้องครวญครางเบา ๆ เช่นกัน แต่เหมือนมันจะมีแค่รอยถลอกเล็กน้อยเท่านั้น
“จ้าวหยุนเ้าเป็อย่างไรบ้าง? เจ็บตรงไหนหรือไม่” หลิวซิน เอ่ยถามด้วยสีหน้าตื่นใ
“เจ็บก้นนิดหน่อยเอง คงเป็ตอนที่ล้มเมื่อครู่ แต่ปลาที่จับมานี่สิหลุดมือไปแล้ว....เสียดายยิ่งนัก”
“แค่ปลาตัวเดียวเองช่างมันเถอะ เดี๋ยวไปซื้อเอาที่ตลาดก็ได้ สำคัญคือเ้าไม่เป็อันใดมากก็ดีแล้ว” หลิวซินระบายยิ้มบาง ๆ ให้ ก่อนถามจ้าวหยุนด้วยความเป็ห่วงเป็ใยไม่หยุด ยามนั้นเหมือนนางไม่ได้สนใจ เผิงหลงที่เจ็บหนักกว่าแม้นแต่น้อย
“ข้าไม่เป็ไรจริง ๆ เ้าไปดูเผิงหลงเถิด เหมือนจะมีเืออกที่แขนด้วยเห็นไหมนั่น” จ้าวหยุนเอ่ยขึ้น ทว่า...สิ่งที่หลิวซินตอบกลับเป็ท่าทางที่โมโหสุดขีด
“ก็สมควรแล้วมิใช่หรือ เ้าเตือนเผิงหลงแล้วจำได้ไหม ว่าการจับปลานั้นมันยาก แถมในน้ำก็มีอันตรายสารพัด โชคดีแค่ไหนแล้วที่ไม่โดนงูฉก เจ็บแค่นี้เล็กน้อย ทายาเดียวก็หาย ข้าว่าพวกเรารีบกลับกันเถิด ไหนจะต้องแวะซื้อปลาที่ตลาด เดี๋ยวจะค่ำมืดเสียก่อน” หลิวซินดึงแขนจ้าวหยุนให้ลุกจากลำธาร ก่อนจะพาเดินจากไป ส่วนเผิงหลงนั้นได้แต่นั่งเจ็บระบบแขนอยู่แบบนั้น แผลนอกกายที่ได้รับว่าเจ็บแล้ว ทว่า...แผลที่เกิดขึ้นในใจกลับยิ่งเจ็บยิ่งกว่าหลายสิบเท่า
หลิวซิน กับ จ้าวหยุนรีบรุดไปที่ตลาดด้วยความเร่งรีบ เอาจริง ๆ พวกมันก็ไม่มั่นใจสักเท่าไหร่ว่า ตอนนี้จะมีปลาขาย เพราะส่วนใหญ่คนหาปลาจะเอามาขาย่เช้าเสียมากกว่า ซึ่งพอไปถึงก็เป็จริงดังที่สังหรณ์ใจไว้ ไม่มีปลาขายแล้ว...
“ข้ามีคิดไว้อยู่แล้วเหมือนกัน เย็นขนาดนี้จะมีผู้ใดเอาปลามาขาย” จ้าวหยุนระบายยิ้มเจื่อน ๆ ก่อนเอ่ยออกมา ส่วนหลิวซินนั้นเท้าเอวขมวดคิ้ว “เป็เพราะเ้าเผิงหลงแท้ ๆ หากมันไม่ใงู ปานนี้เ้าคงได้ปลาตัวโตกลับมาฝากท่านป้าแล้ว มันน่าเตะซ้ำจริง ๆ” นางแค่นเสียงพูดด้วยท่าทางโมโหจัด
“ไม่เป็ไรหรอกแค่ปลาตัวเดียว ข้าว่าท่านแม่คงทำอย่างเรียบร้อยแล้วล่ะ ปลาจับเมื่อใดก็ได้ ข้าว่าพวกเรารีบกลับกันเถอะ” หลิวซินได้ฟังนางก็ถอนหายใจ ก่อนจะพยักหน้าจากนั้น คนทั้งสองจึงเดินกลับบ้านภายใต้แสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า...
ถนนทางจากตลาดกลับมาบ้านนั้นไม่กี่ลี้แต่ต้องผ่านป่านิดหน่อย ซึ่งทั้งสองคุ้นชินเส้นทางเป็อย่างดี ระหว่างเดินพวกมันทั้งคู่ก็คุ้ยเล่นกันไปเรื่อย ๆ ก่อนที่สายตาของจ้าวหยุนจะสังเกตเห็น ปทุมถันภายใต้ชุดที่หลิวซินใส่ ดูมันอวบเต่งกว่าสมัยก่อนมากโข คงเพราะนางใกล้เข้าสู่วัยสาวเต็มตัวแล้วกระมัง แม้นจะบอกว่าทั้งตัวของจ้าวหยุน เผิงหลง และหลิวซินเติบโตมาด้วยกัน แต่หากจะนับอายุกันจริง ๆ ผู้าุโสุดในสามคนก็คือ หลิวซินตามมาเด้วย จ้าวหยุน และเผิงหลงเป็ลำดับสุท้าย ดังนั้นหากจะเรียกหลิวซินว่าพี่สาวก็ไม่ผิดนัก
“อ๊าาา...าา ใหญ่ยิ่งนัก นางอายุเพียงนี้เอง หากโตกว่านี้จะใหญ่ขนาดไหนนะ” จ้าวหยุนครุ่นคิดในใจเงียบ ๆ ก่อนที่แผนสุดเสียวบางอย่างจะพลันผุดขึ้นในหัว
“โอ้ จริงด้วย!”
“อะไรหรือจ้าวหยุน”
“เหมือนข้าเห็นเห็ดโคนขึ้นอยู่แถวนี้ ในเมื่อไม่ได้ปลา งั้นเก็บเห็ดไปฝากท่านแม่ก็ไม่เลวเหมือนกัน” จ้าวหยุนระบายยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ยออกมา
“เห็ดโคนหรือ? ฤดูนี้เนี่ยนะ เ้าไม่ได้ตาฝาดใช่หรือไม่”
“มะ...ไม่นะ ข้าว่าข้าเห็น จะ...เ้ากลับไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวมันจะค่ำเสียก่อน เื่เห็ดข้าเก็บเอง” จ้าวหยุนยิ้มแห้ง ๆ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ท่าทางแฝงไปด้วยพิรุธหลายส่วน หลิวซินหรี่ตามองมันอยู่ชั่วขณะ
“ข้ามากับเ้าขนาดนี้แล้ว จะให้กลับไปผู้เดียวได้อย่างไร เห็ดโคนใช่ไหม? งั้นพวกเราไปหากัน” หลิวซินเอ่ยขึ้น ก่อนที่ทั้งสองจะเดินเข้าไปในป่าข้างทาง
จบบท