บทที่ 17 หายนะไม่ทันตั้งตัว
“พูดถึงเื่นี้ทีไรข้าก็โกรธทุกครั้ง”
ชายวัยกลางคนพูดใส่อารมณ์ว่า “เห็นได้ชัดว่าบ้านหลังนี้เป็บ้านผีสิง แต่เขาก็ยังปล่อยให้พวกเราเช่าอยู่”
“มันทำให้คุณหนูของพวกเราล้มป่วย และวันนี้เขาจะต้องถูกทุบตีจนตาย เพื่อป้องกันไม่ให้ไปทำร้ายผู้อื่นได้อีก"
ขณะพูดคุย ชายวัยกลางคนก็ได้พาจ้าวผิงมาที่ลานบ้านด้านในแล้ว
ทำให้ได้เห็นเฉียนลิ่วเช่นกัน
เขากำลังถูกคนสองคนตรึงไว้บนเก้าอี้ยาว โดยมีอีกคนอยู่ข้างหลังและกำลังฟาดไม้โบยซ้ำแล้วซ้ำเล่า
บัดนี้เฉียนลิ่วถูกโบยจนิัฉีกออกเป็ชิ้น ๆ ทั้งร่างอาบไปด้วยเื
สภาพน่าเวทนาที่สุด
เขาเอาแต่ขอร้องว่า “ขอร้องพวกท่าน ได้โปรดเถอะ ความเจ็บป่วยของคุณหนูไม่เกี่ยวอันใดกับบ้านเลยจริง ๆ"
“ช่วยมีเหตุผลกันหน่อยได้หรือไม่?”
“มีหมอเทวดามาตามประกาศแล้ว เขาจะต้องรักษาคุณหนูได้แน่นอน พวกท่านปล่อยข้าไปก่อนได้หรือไม่?"
เมื่อได้ยินเสียงของพ่อบ้านเดินเข้ามา เฉียนลิ่วก็เงยหน้าขึ้นมองทันที
แต่การไม่มองคงจะดีเสียกว่า เพราะเมื่อมองแวบแรก เขาก็คิดว่าตัวเองตาฝาดไปแน่ ๆ
เขาอยากจะยกมือขยี้ตาเหลือเกิน ทว่าสองแขนถูกยึดไว้ จึงไม่สามารถทำได้
เขาทำได้แค่จ้องมองด้วยดวงตาเบิกกว้าง
นั่นคือจ้าวผิงแน่ ๆ
เขามาที่นี่ทำไม?
มาช่วยข้าหรือ?
ถูกต้อง มันจะต้องเป็เช่นนั้น
เพราะถ้าไม่ใช่ แล้วเหตุใดเวลานี้เขาไม่เล่นพนันอยู่ที่บ้าน
เนื่องจากเขาเกรงกลัวต่ออำนาจ จึงล้มเหลวในการช่วยเหลืออีกฝ่าย ทว่าจ้าวผิงกลับเพิกเฉยต่อเหตุการณ์ครั้งก่อนและก้าวเข้าสู่อันตรายเพื่อช่วยเหลือเขา
เฉียนลิ่วรู้สึกะเืใจมากจนแสบจมูกและหลั่งน้ำตาออกมา
แต่เขาก็เข้าใจด้วยว่าจ้าวผิงเป็แค่ผีพนันและคนติดเหล้า
สามารถถามจ้าวผิงได้ว่ามีบ่อนพนันอยู่ที่ใด? และเหล้าชนิดใดที่มีกลิ่นหอมที่สุด เขาสามารถอธิบายได้ชัดเจนมาก
แต่การขอให้รักษาโรคและช่วยชีวิตผู้คน นั่นก็เท่ากับการเอาชีวิตไปทิ้ง
เดิมทีเฉียนลิ่วก็ไม่กล้าสู้หน้ามากพอแล้ว หากเขาลากจ้าวผิงเข้ามาพัวพันด้วยอีก แม้ตายไปแล้วเขาก็ละอายใจเกินกว่าจะสู้หน้าสหายคนนี้จริง ๆ
เขาจึงรีบะโว่า "พ่อโจว ข้ารู้จักคนผู้นี้ดี เขาชื่อจ้าวผิง เป็คนสำมะเลเทเมา เขาใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเล่นพนันหรือดื่มเหล้า เขาไม่รู้วิธีรักษาโรคเลย ดังนั้นท่านรีบส่งเขาออกไปโดยเร็วเถอะ"
บัดซบเอ๊ย!
ยิ่งพูดแบบนี้ก็ยิ่งหายนะ!
เ้าหมอนี่ไม่น่าช่วยเลยจริง ๆ
ทว่าจ้าวผิงไม่ใช่คนโง่ หลังจากไตร่ตรองเพียงครู่เดียว เขาก็เข้าใจว่าเฉียนลิ่วกำลังปกป้องเขา
คงกังวลว่าหากเขาไม่สามารถรักษาคุณหนูคนนั้นได้ก็จะโดนตัดศีรษะทิ้งเท่านั้น
พ่อบ้านโจวก็ตกตะลึงเช่นกัน เขาหันมามองจ้าวผิงพลางเอ่ยเสียงเ็า “ทุกสิ่งที่เขาพูดเป็ความจริงหรือ?”
“จริงหรือไม่จริง ท่านตรวจสอบแล้วก็จะรู้เอง”
จ้าวผิงแนะนำด้วยความใจเย็น “ท่านไปสอบถามกับหลินหัวจะดีที่สุด เพราะเขามีชื่อเสียงในด้านนี้ และเชื่อว่าเขาจะไม่โกหกพวกท่าน"
“เฮอะ!”
พ่อบ้านโจวแค่นเสียงเ็า
ทว่าเนื่องจากเป็เื่ความปลอดภัยของคุณหนู เขาจึงไม่กล้าประมาท และส่งคนไปตรวจสอบทันที
“ถ้าผลลัพธ์คือเ้าเป็อันธพาลข้างถนนจริง ๆ ก็อย่าคิดว่าจะมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่เลย”
“ในเมื่อข้ากล้าที่จะมาตามประกาศนั้นแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดต้องกลัว"
จ้าวผิงดูเหมือนจะขุ่นเคืองมาก และเขาเชิดหน้าพูดว่า “แต่ถ้าพวกท่าน้าให้ข้ารักษาคุณหนูในภายหลัง เกรงว่าจะต้องมีเงื่อนไขสักหน่อยแล้ว”
“เ้าคิดจะเรียกร้องเกินเหตุสิท่า?”
“เงินหนึ่งร้อยตำลึงไม่อาจทำให้เ้าพอใจได้หรือ?”
พ่อบ้านพูดด้วยความดูแคลน
เพราะเขาเชื่อคำพูดของเฉียนลิ่วจริง ๆ
ประการสำคัญคือ หมอที่มีความสามารถแท้จริงมักจะมีความทะนงในศักดิ์ศรี จึงเป็ไปไม่ได้ที่จะยอมสละชีวิตผู้ป่วยเพื่อเงินเพียงไม่กี่ตำลึง
ชายคนนี้คงจะเป็คนสำมะเลเทเมาจริง ๆ
หลังจากนั้นพ่อบ้านโจวก็เริ่มนึกถึงวิธีสังหารจ้าวผิงไว้แล้ว
แต่ไม่คาดคิดว่าจ้าวผิงจะโบกมือพลางเอ่ยว่า “เื่เงินไม่สำคัญหรอก”
จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วมองพลางชี้ไปที่เฉียนลิ่วแล้วพูดว่า “แต่เขาพูดจาใส่ร้ายข้า ดังนั้นข้า้ากำจัดกลิ่นปากโสมมนั่นเสีย"
“ข้าอยากจะสั่งสอนเขาด้วยตัวเอง เพื่อให้เขาหลาบจำถึงโทษของการกล่าวหาว่าร้ายข้า”
“จ้าวผิง นี่เ้าเสียสติไปแล้วหรือ?"
เฉียนลิ่วกล่าวด้วยความไม่เชื่อ “พวกเราเป็พี่น้องกันไม่ใช่หรือ?”
“ข้าอุตส่าห์ช่วยเ้านะ เ้าจะไม่รู้ถึงความปรารถนาดีของข้าเลยหรือ?"
"ฮ่าฮ่า ้าแค่นี้หรือ"
พ่อบ้านโจวยังหัวเราะและโบกมือเพื่อบอกให้คนของตนถอยออกไป
ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่สามารถออกไปจากลานแห่งนี้ได้อยู่แล้ว
ดังนั้นการรักษาคุณหนูได้ ย่อมจะเป็ทางออกที่ดีที่สุด
หากรักษาไม่ได้ เขาจะฝังศพทั้งสามคนนี้ไว้คอยรับใช้คุณหนู
“หลี่หู่ ลากชายคนนี้เข้าไปในห้องแล้วลงกลอนประตูด้วย ข้าอยากปล่อยให้เขาอยู่ก็เหมือนตาย”
จ้าวผิงพูดด้วยความชั่วร้าย
หลี่หู่ก็เชื่อฟังมาก เขาดึงเฉียนลิ่วขึ้นมาทันที แล้วจัดการโยนเข้าไปในห้องว่างใกล้ ๆ
เฉียนลิ่วร้องโหยหวนด้วยความเ็ป ปากก็เอาแต่ะโว่าจ้าวผิงคนไม่เอาถ่าน
จ้าวผิงเดินตามหลังเข้ามาติด ๆ จากนั้นลงกลอนประตูและเตือนด้วยเสียงกระซิบ “เฉียนลิ่ว ถ้าไม่อยากตายก็หุบปากซะ”
หืม?
เฉียนลิ่วผงะไปครู่หนึ่ง “เ้าไม่ได้อยากตีข้าเพื่อระบายความโกรธหรือ?”
จ้าวผิงเพิกเฉยต่อคำถามของเขาและพูดต่อว่า “หลี่หู่ เ้าช่วยกรีดร้องและะโอยู่ข้าง ๆ อย่าลืมขอร้องข้าไปด้วย”
แม้สติปัญญาของหลี่หู่มีปัญหา แต่โชคดีที่เขาเชื่อฟังจ้าวผิงมาก
โดยเฉพาะหลังจากที่จ้าวผิงให้เขากินข้าวครบสามมื้อต่อวัน เขาก็ยิ่งเชื่อฟังจ้าวผิง ชี้นกเป็นก ชีไม้เป็ไม้ ไม่เคยขัดคำสั่งเลย
“ไอโหยว อย่าตีอีกเลย มันเจ็บ ข้าเจ็บจะตายอยู่แล้ว”
“โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย เจ็บ จ้าวผิง พี่ผิง ข้ายอมแล้ว ข้ายอมแล้วปล่อยข้าไปเถอะ...”
หลี่หู่ไม่เพียงแต่กรีดร้อง ทว่าการแสดงก็ใช้ได้
ราวกับเป็นักแสดงตัวพ่อ
จ้าวผิงหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ แต่เขาไม่มีเวลาสนใจ เขารีบกลับมาอยู่ข้าง ๆ เฉียนลิ่วและถามด้วยเสียงแ่เบา "นอกจากทางเข้าหลักแล้ว บ้านของเ้ายังมีทางเข้าอื่นอีกหรือไม่?"
“เ้าจะหนีหรือ?”
เฉียนลิ่วถามด้วยความตื่นตระหนก
“เบาเสียงหน่อย”
จ้าวผิงยกมือตบหัวอีกฝ่ายพลางเอ่ยว่า “ไม่ใช่ว่าข้าอยากหนี แต่ข้าต้องพาเ้าหนีออกไป มิฉะนั้นอยู่ที่นี่ข้าจะทำอันใดได้?”
“แต่บ้านข้าไม่มีประตูอื่นแล้ว”
เฉียนลิ่วตอบด้วยความหดหู่
แต่ในไม่ช้าเขาก็เหมือนจะมีกำลังใจขึ้นมา เขายิ้มให้จ้าวผิงแล้วพูดว่า
“พี่ผิง ข้ามองเ้าไม่ผิดจริง ๆ ในเวลานี้เ้ายังกล้ามาช่วยเหลือข้าเพียงลำพัง นับว่าการเป็พี่น้องของเราไม่สูญเปล่าแล้ว”
“ในเมื่อหนีไม่พ้น เช่นนั้นเราก็ตายไปด้วยกันเถอะ ชาติหน้าเราจะได้เกิดเป็พี่น้องกันอีก"
“ใครจะตายไปกับเ้ากัน”
จ้าวผิงพูดด้วยความหงุดหงิด
“คิดว่าข้าอยากตายนักหรือ”
“แต่เราจะทำอันใดได้?”
“ไม้ซีกแบบพวกเราไม่อาจงัดไม้ซุงได้หรอกนะ”
เฉียนลิ่วยิ่งพูดยิ่งโกรธ “ตระกูลเทียนช่างไร้เหตุผลเสียจริง ไม่ได้เื่เอาซะเลย"
“ข้าให้พวกเขาเช่าบ้านโดยราบรื่นแท้ ๆ แต่กลายเป็ว่าคุณหนูของพวกเขาป่วย แล้วก็อยากจะมาลงโทษข้าให้ตาย”
“แต่ตอนนี้เ้าเปิดเผยตัวตนแล้ว คงมีเพียงความตายให้เลือกเท่านั้น”
“ถ้าเช่นนั้นก็เหลือแค่รักษาคุณหนูนั่น”
จ้าวผิงกล่าวด้วยความสงบ
“แม้แต่หมอหลินและหมอเฝิงจากตัวอำเภอก็ไม่สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยของคุณหนูท่านนั้นได้ แล้วพวกเราไม่ใช่หมอ จะรักษาอย่างไร?"
เฉียนลิ่วพูดด้วยความขมขื่น
“ชาวป่าชาวเขาแบบเราย่อมมีวิธีฉลาดกว่าเสมอ”
จ้าวผิงเดินพลางใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วปล่อยให้หลี่หู่กรีดร้องต่อไป ส่วนตัวเขาก็เดินออกจากห้อง
พ่อบ้านโจวเพิ่งฟังรายงานจากลูกน้องจบ เมื่อรู้ว่าฝีมือการรักษาของจ้าวผิงได้รับการยกย่องเป็อย่างสูงจากหลินหัว เขาจึงรู้สึกละอายใจและกำลังจะไปเชิญที่ห้อง
เมื่อเขาเห็นจ้าวผิงเดินออกมาก่อน เขาก็แทบจะโน้มตัวลงั้แ่ระยะไกล
เขากล่าวขอโทษว่า “ท่านหมอจ้าว ข้าหลงเชื่อคำคนใส่ร้ายท่าน จนเกือบจะฆ่าท่านหมอจ้าวเสียแล้ว”
“รีบตามข้าไปที่ลานบ้านด้านหลังเถอะ คุณหนูยังคงรอให้ท่านหมอจ้าวไปรักษา”
“โปรดนำทาง”
พ่อบ้านโจวจึงเป็ผู้นำทาง แล้วทั้งสองก็รีบไปที่ลานบ้านด้านหลัง
พ่อบ้านโจวขอให้จ้าวผิงรออยู่นอกประตูสักครู่ ส่วนเขาก็เข้าไปรายงาน
หลังจากนั้นไม่นานจ้าวผิงก็ถูกเชิญเข้าไป
เมื่อมาถึงห้องโถงใหญ่ จ้าวผิงก็มองสำรวจไปรอบ ๆ
ผู้ที่นั่งด้านหน้าเป็ชายวัยกลางคน ร่างกายสูงใหญ่กำยำ ดูมีฐานะร่ำรวยมาก
พ่อบ้านโจวยืนถัดไปข้างหลังอีกที หมายความว่าเขาจะต้องเป็หัวหน้าตระกูลเถียน
ยังมีคนอีกสองคนนั่งอยู่ด้านข้าง
คนหนึ่งแก่ คนหนึ่งหนุ่ม ทว่าหน้าตาค่อนข้างคล้ายกัน น่าจะเป็พ่อลูกกันนั่นเอง
แต่เมื่อชายหนุ่มมองมาที่จ้าวผิง กลับมีประกายมุ่งร้ายฉายออกมาจากั์ตาคู่นั้นทันที
แม้จะเป็เพียงชั่วครู่ แต่มันก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของจ้าวผิงไปได้
ได้แต่คิดกับตนเองว่า ‘ชายผู้นี้คือใคร?’
‘ทำไมไม่พบเขาในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม? แต่เขาให้ความรู้สึกเหมือนโกรธแค้นข้ามาก ดวงตาราวกับจะกินเืกินเนื้อ’
‘คงต้องระวังไว้หน่อยแล้ว’
นอกจากนี้ยังมีนายน้อยอีกคนหนึ่งกำลังเดินไปมาในห้องโถงด้วยท่าทางวิตกกังวลมาก
จ้าวผิงถอนสายตากลับมาแล้วถามว่า “ไม่ได้เชิญข้ามารักษาผู้ป่วยหรือ? แล้วผู้ป่วยอยู่ที่ใด?"
ทันทีที่เขาพูดจบ ชายที่ตั้งท่าเป็ศัตรูก็ชี้มาที่เขาพลางก่นด่าว่า “จ้าวผิง เ้ามันก็แค่อันธพาลข้างถนน จะรักษาโรคอันใดได้?”
“ไสหัวไปซะ อย่ามาทำตัวน่าอับอายที่นี่”
จากนั้นเขาก็ยกมือคารวะท่านเศรษฐีที่นั่งฝั่งตรงข้ามพลางเอ่ยว่า “ท่านลุงเถียน ข้ารู้จักบุรุษผู้นี้”
“เขาชื่อจ้าวผิง และเป็เพียงคนสำมะเลเทเมาผู้มีชื่อเสียงในอำเภออวิ๋นอันของเรา"
“ใช้เวลาทั้งวันหมดไปกับการดื่มเหล้าและเล่นพนัน ไม่ใช่หมอเทวดาใด ๆ ทั้งสิ้น"
“อย่าปล่อยให้เขาหลอกท่านได้”
ก่อนที่ท่านลุงเถียนจะทันได้พูด ชายสูงวัยที่นั่งข้าง ๆ ก็พูดก่อนแล้วว่า “เ้าลูกเวร ท่านลุงเถียนของเ้าเป็ผู้รอบรู้และมีสายตาที่เฉียบแหลม เขาจะถูกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมหลอกได้อย่างไร?”
“เฮอะเฮอะ”
เถียนฟู่ไห่ซึ่งนั่งอยู่ตรงตำแหน่งแรกแค่นหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดว่า “น้องเฝิง แต่จ้าวผิงได้รับการแนะนำโดยหมอหลิน ข้าคิดว่าเขาต้องมีฝีมืออยู่แล้ว”
“ถ้าเขาทำไม่สำเร็จ ก็ใช้วิธีการที่เ้าเสนอ ส่งเขาไปสู่ปรโลกเถอะ”
“ทุกสิ่งย่อมแล้วแต่พี่เถียน”
ชายสูงวัยที่นั่งด้านข้างยกมือคารวะพลางกล่าว
“หมอจ้าว ผู้ป่วยอยู่ที่ห้องด้านหลัง เชิญทางนี้เถอะ"
เถียนฟู่ไห่ลุกจากที่นั่ง จากนั้นก็แสดงคำเชิญและนำทางจ้าวผิงด้วยตนเอง
ทว่าเขาต้องหยุดฝีเท้าอีกครั้ง
คราวนี้เป็นายน้อยที่เดินไปเดินมาในตอนแรก เดินมาขวางทางจ้าวผิงและถามว่า “จ้าวผิง กล่องยาของเ้าอยู่ไหน?”
“ข้าเป็เพียงพ่อค้า เหตุใดต้องพกกล่องยา?"
จ้าวผิงกล่าวเช่นนั้น
“เ้าเป็พ่อค้าหรือ?”
นายน้อยขึ้นเสียงใส่ทันทีและยังพูดต่อ "เป็พ่อค้าแต่กล้ามาตามประกาศเพื่อรางวัล กล้าเสนอตัวมารักษาน้องสาวของข้า เ้าตั้งใจจะทำร้ายนางรึ!”
"ใครก็ได้รีบเข้ามา ลากเขาออกไปข้างนอก ข้าจะโบยเขาให้ตาย!"