ฝ่าาทรงประกาศให้บรรดาราชวงศ์ เหล่าขุนนาง เข้าเฝ้า เพื่อรับเสด็จองค์ชายอันฉู่ แห่งแคว้นฉู่ ฝ่าาทรงอยากให้องค์ชายทรงได้เลือกองค์หญิง จึงให้บรรดาองค์หญิงเสด็จเข้ามาในที่ประทับภายหลัง องค์หญิงล้วนแต่เป็พระขนิษฐาหรือน้องสาวของฝ่าา มีทั้งหมด 5 พระองค์ด้วยกัน ประกอบด้วย ชานหงส์ ชานตง ชานหยาง ชานหลิง และชานชิว
ทั้ง 5 พระองค์ เสด็จเรียงแถวเข้ามาทีละพระองค์ แต่แล้วฝ่าาก็ทรงแปลกพระทัยว่า เหตุใดองค์หญิงชานชิวถึงใช้ผ้าปิดบังใบหน้า ดังนั้นฝ่าาจึงตรัสถามทันที “ชานชิว เ้าปิดบังใบหน้าทำไม”
ชานชิวแกล้งไอ “แค่กๆ แค่กๆ น้องไม่สบายเพคะ หมอหลวงจึงแนะนำให้ใส่หน้ากากไว้ด้วย เกรงจะนำไปติดผู้อื่นเพคะ”
“เราชื่นชมเ้าจริงๆ ขนาดเ้าไม่สบาย เ้ายังมาต้อนรับองค์ชาย” ฝ่าาทรงเข้าพระทัยผิดคิดว่าชานชิวอยากเข้าพิธีเลือกคู่ ขนาดไม่สบายก็ไม่ยอมแพ้
“เป็อย่างไรบ้างล่ะ องค์ชายอันฉู่ ท่านพอใจผู้ใดหรือยัง” ฝ่าาตรัส
“ทูลฝ่าา เนื่องจากบ้านเมืองของเรา เป็ถิ่นทุรกันดาร จำเป็ที่องค์หญิงจะต้องมีความสามารถในการยิงธนู วิ่งเร็ว และขี่ม้า ดังนั้นหากผู้ใดมีความสามารถเหล่านี้ เราจะเลือกผู้นั้น”
องค์หญิงทั้งสี่พระองค์ หันมามองชานชิวเป็ตาเดียว เพราะนั่นคือความสามารถพิเศษขององค์หญิงชานชิวทั้งหมด แต่องค์หญิงชานชิวทรงพยายามกลบเกลื่อนด้วยการไอ
องค์หญิงชานชิวกำลังจะทูลฝ่าาว่าขอสละสิทธิ์เพราะตนไม่สบาย แต่แล้วฝ่าากลับตรัสตัดหน้าเสียก่อน
“พี่เห็นใจเ้า ชานชิว เพราะขนาดเ้าไม่สบายเ้ายังฝืนองค์มารับเสด็จองค์ชาย ดังนั้นพี่จะไม่ตัดสิทธ์เ้า และจะไม่ทำให้เ้าต้องเสียโอกาสเด็ดขาด”
องค์หญิงชานชิวกำลังอ้าปากคัดค้าน แต่ฝ่าาก็ทรงรีบตัดบทว่า “ในวันพรุ่งนี้ เราจะจัดการแข่งขันระหว่างองค์หญิงทั้ง 5 พระองค์ โดยจัดสถานที่นอกวัง”
องค์หญิงชานชิวทรงแอบเซ็งว่า แผนการไม่สบายเพื่อสละสิทธิ์ดันพลาดเสียได้
*********************************
พิธีการแข่งขันจัดอยู่ภายนอกวังหลวง ลักษณะเหมือนเป็ค่ายทหาร มีทั้ง จุดยิงธนู ลู่วิ่ง และสนามม้าแข่ง
วันถัดมา เนื่องจากไป่หลิงและต่งหนานต่างเป็ภรรยาขุนนางจึงมีสิทธิ์มาร่วมพิธีแข่งขันระหว่างองค์หญิงได้ ทั้งสองจึงได้นั่งเคียงข้างสามีตัวเองเพื่อชมการแข่งขัน ท่านเสนาบดีกับท่านแม่ทัพธงอี่ต่างเอาใจภรรยาตนเอง คือทำให้ไป่หลิงและต่งหนานไปนั่งอยู่ใกล้กัน เพื่อคุยกันได้สะดวก
การแข่งขันแรกคือ องค์หญิงทั้ง 5 พระองค์ต้องแข่งยิงธนู
ไป่หลิงและต่งหนานได้เคยเห็นฝีมือการยิงธนูขององค์หญิงชานชิวแล้ว พระองค์ทรงยิงแม่นมาก เลยคาดการณ์ว่าองค์หญิงชานชิวต้องชนะแน่นอน
คนแรกก็คือ องค์หญิงชานหงส์ ซึ่งมีฝีมือไม่แพ้องค์หญิงชานชิว จึงทรงสามารถยิงกลางเป้าได้อย่างแม่นยำ ส่วนองค์หญิงอีก 3 พระองค์ก็ยิงเฉียดออกไปไม่ตรงกลางเป้าเลย
และคนสุดท้ายคือ องค์หญิงชานชิว เพราะองค์หญิงเป็คนยิงธนูแม่นจึงทรงสามารถยิงตรงด้านนอกสุดของเป้าได้
จากผลการยิงครั้งนี้ ทำให้ไป่หลิงและต่งหนานรู้วัตถุประสงค์ขององค์หญิงชานชิวทันทีว่า พระองค์ทรงแกล้งแพ้เพื่อจะได้ไม่ต้องอภิเษกกับองค์ชายอันฉู่
ดังนั้นการแข่งขันที่หนึ่ง องค์หญิงชานหงส์เป็ฝ่ายชนะ
“ไป่หลิง! ทำไงดีล่ะ องค์หญิงชานชิวทรงแกล้งแพ้น่ะ” ต่งหนานกังวล
“พวกเรารอดูไปก่อนนะต่งหนาน เดี๋ยวค่อยคิดหาวิธี” ไป่หลิงกล่าว
*********************************
การแข่งขันที่ 2 คือ วิ่งแข่ง
องค์หญิงทั้ง 5 พระองค์เข้าประจำลู่วิ่ง พอเสียงประกาศเริ่ม ก็พากันวิ่งแข่ง ซึ่งเป็ไปตามคาด องค์หญิงชาวชิวทรงแกล้งวิ่งให้ช้าลง พอวิ่งไปได้ไกลจากจุดที่ประทับพอสมควร อยู่ดีๆ องค์หญิงชานชิวก็ประกาศบอกพี่ๆ ว่า “มีหนูวิ่งตามหลังมาเพคะ รีบวิ่งหนีกันเร็วเข้า”
องค์หญิงชานหลิงทรงกลัวหนูมาก พระองค์จึงวิ่งแซงพี่ๆ ไปทันทีและในที่สุดองค์หญิงชานหลิงก็วิ่งเข้าเส้นชัยเป็พระองค์แรก
ดังนั้นการแข่งขันที่สอง องค์หญิงชานหลิงเป็ฝ่ายชนะ
*********************************
การแข่งขันสุดท้าย คือ แข่งม้า
องค์หญิงทั้งห้าพระองค์ต่างทรงม้าประจำของพระองค์เองเพื่อความคุ้นชิน โดยม้าขององค์หญิงชานชิวเป็ม้าแสนรู้ องค์หญิงสามารถสั่งการได้ว่าจะวิ่งช้าหรือเร็ว
ดังนั้นก่อนเริ่มการแข่งขัน องค์หญิงจึงกระซิบบอกม้าของตนเองว่าให้วิ่งช้าๆ นะ เมื่อประกาศให้เริ่มวิ่ง ม้าของทั้งสี่พระองค์ก็วิ่งนำกันไปหมด ส่วนม้าขององค์หญิงชานชิวก็วิ่งเอื่อยๆ ค่อยๆ ไปอย่างใจเย็น
“ไป่หลิง! ดูสิ องค์หญิงทรงแกล้งแพ้อีกแล้ว ม้าของพระองค์ก็ช่างแสนรู้เสียจริง” ต่งหนานกล่าว
“เราคงทำอะไรไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ ในเมื่อองค์หญิงทรงตัดสินพระทัยแล้วนี่ พวกเราคงทำได้แต่เฝ้ามองเท่านั้น” ไป่หลิงกล่าว
องค์หญิงชานชิวทรงเชี่ยวชาญเกี่ยวกับม้า เพราะตอนปลอมเป็ทหาร พระองค์ทรงมีหน้าที่เลี้ยงม้า
ในขณะนี้ม้าขององค์หญิงชานหยางนำละลิ่ว แต่องค์หญิงชานชิวกลับสังเกตได้ว่าม้าขององค์หญิงชานหยางไม่ได้วิ่งแบบปกติ มันเป็ลักษณะของม้าพยศ ตอนนี้องค์หญิงชานหยางกำลังมีอันตราย ด้วยความเป็ห่วงพี่สาว จึงตัดสินพระทัยสั่งให้ม้าของตนเองวิ่งเร็วเพื่อติดตามองค์หญิงชานหยางทันที
ตอนนี้ อยู่ดีๆ องค์หญิงชานชิวก็วิ่งแซงหน้าองค์หญิงทั้งสามพระองค์ไป และเห็นว่ากำลังวิ่งไล่ทันองค์หญิงชานหยาง
องค์หญิงชานชิวทรงะโเรียกพี่สาวทันที “เสด็จพี่ชานหยางเพคะ ทรงตั้งสติเร็วเข้า รีบดึงม้าเพื่อหยุดม้าเดี๋ยวนี้ ข้างหน้าเป็เหวแล้วนะเพคะ”
“พี่หยุดมันไม่ได้จริงๆ ช่วยพี่ด้วย ชานชิว” องค์หญิงชานหยางทรงกลัว
องค์หญิงชานชิวทรงนึกขึ้นได้ว่าตนมีนกหวีดสามารถใช้หยุดม้าได้ เลยรีบนำมาเป่า โชคดีที่ใช้ได้ผล ม้าขององค์หญิงชานหยางยอมหยุดทันที รอดหวุดหวิด เกือบตกเหวแล้ว
องค์หญิงทั้งสองพระองค์จึงลงจากม้า องค์หญิงชานชิวทรงรีบกอดปลอบพี่สาวทันที
และขณะนี้องค์หญิงชานหงส์ก็ทรงสามารถนำม้าเข้าสู่เส้นชัย กลายเป็ผู้ชนะอีกตามเคย
องค์หญิงทั้งห้าพระองค์เข้าเฝ้าฝ่าาและองค์ชายอันฉู่ทันที
ฝ่าาทรงกำลังจะประกาศว่าองค์หญิงชานหงส์เป็ผู้ชนะ แต่องค์ชายอันฉู่กลับขอให้องค์หญิงชานชิวเป็ผู้ชนะแทน
“ทูลฝ่าา องค์หญิงชานชิวนั้นทรงมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับม้าอย่างมาก พระองค์ทรงสามารถบังคับม้าให้ช้า บังคับม้าให้เร็วได้ตามใจ ทรงรู้แม้กระทั่งม้าขององค์หญิงชานหยางกำลังพยศ และสุดท้ายองค์หญิงก็ทรงสามารถหยุดม้าพยศได้โดยเป่านกหวีด”
“ใช่จริงด้วย งั้นเราขอประกาศว่าองค์หญิงชานชิวเป็ฝ่ายชนะในเกมนี้”
องค์หญิงชานชิวทรงเครียดหนัก “อุตส่าห์วางแผนมาอย่างดี ทำไมตนกลับเป็ฝ่ายชนะได้นะ”
ผลสุดท้ายผู้เข้ารอบต่อไปได้แก่ องค์หญิงชานหงส์ องค์หญิงชานหลิงและองค์หญิงชานชิว ทั้งสามพระองค์จะต้องแสดงความสามารถพิเศษต่อไป