# เมฆา สืบสู้ผี
Series 1 หุ่นโชว์มรณะ
*ตอนที่ 1: บางสิ่งในกองขยะ
ค่ำคืนหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่ฝนตกพรำไม่หยุด กลิ่นเหม็นเน่าจากกองขยะล้นถังลอยคละคลุ้งไปทั่วซอยแคบๆ หลังหอพักเก่าแก่
เอก ชายหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ หน้าตาธรรมดา ชีวิตเหงาๆ ทำงานออฟฟิศตอนกลางวัน ตอนกลางคืนกลับมาห้องเช่าแคบๆ คนเดียว เขาเดินกลับบ้านด้วยอาการเมาเล็กน้อย ขวดเหล้ายังค้างอยู่ในมือ พอผ่านกองขยะมูลฝอยที่เทศบาลยังไม่ได้เก็บ เขาเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างยื่นออกมาจากกองถุงดำ
หุ่นโชว์เสื้อผ้า ตัวผู้หญิง สูงเพรียว ผิวพลาสติกสีขาวซีด ใบหน้างามแบบนางแบบ แต่ถูกทิ้งไว้แบบไม่แคร์ ผมปลอมยาวดำสนิทเปียกฝน ตาแก้วตาเดียวหลุดหายไป อีกข้างจ้องมองเขานิ่งๆ
เอกหัวเราะในลำคอ “สวยว่ะ… น่าเสียดาย”
เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงตัดสินใจลากมันกลับห้อง แต่คืนนั้นเขาก็ทำจริงๆ ลากหุ่นเปียกชุ่มขึ้นบันไดหอพักสี่ชั้น หอบหายใจหอบเข้าห้องตัวเอง ห้องสี่เหลี่ยมสิบสองตารางเมตรที่เต็มไปด้วยกลิ่นบุหรี่เก่าและขยะที่ยังไม่ได้ทิ้ง
เขาทำความสะอาดมันอย่างตั้งใจ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามร่องตามซอก เช็ดใบหน้า เช็ดหน้าอกที่โค้งเว้าสมบูรณ์แบบ เช็ดขาที่ยาวเรียว เขาหยิบเสื้อผ้าจากตู้มาแต่งให้ ชุดเดรสสั้นสีแดงเข้มที่เขาเคยซื้อให้แฟนเก่าแต่ไม่เคยได้ใส่
หุ่นยืนนิ่งอยู่มุมห้อง ตาแก้วข้างเดียวจ้องเขาตรงๆ
“สวยดีนะมึง” เอกพูดกับมันเบาๆ แล้วหัวเราะกับตัวเอง “กูเหงาเกินไป แล้วแน่ๆ”
เขาดื่มต่อจนหลับไปบนโซฟาเก่า ทิ้งหุ่นยืนเด่นเป็สง่าอยู่ตรงนั้น
เช้ามืดวันต่อมา เสียงกรีดร้องของแม่บ้านดังลั่นชั้นสี่
ประตูห้องเอกถูกเปิดออก แม่บ้านยืนตัวสั่นเทิ้ม มือปิดปากแน่น
เอกนอนคว่ำหน้าอยู่กลางห้อง คอหักบิดไปด้านหลังอย่างผิดธรรมชาติ ศีรษะหันกลับมาทางประตู ตาเบิกกว้างจ้องเพดาน ปากอ้ากว้างเหมือนพยายามจะหายใจครั้งสุดท้ายแต่ไม่ทัน
ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีเื ไม่มีอาวุธ ไม่มีรอยบุกรุก
มีแต่ความเงียบสงัด และกลิ่นจางๆ คล้ายน้ำหอมผู้หญิงราคาแพงที่ไม่มีใครในหอนี้เคยใช้
สองวันต่อมา สถานีตำรวจกองปราบฯ
ริต้า นักสืบสาววัยสามสิบกลางๆ หน้าตาคมเข้ม ผมสั้นประบ่า เดินถือแฟ้มคดีเข้ามาในห้องชันสูตรศพโรงพยาบาลตำรวจ เธอสวมแจ็กเก็ตหนังสีดำ ท่าทางมั่นใจแต่แววตาเริ่มฉายแววสงสัย
“นิชา ศพคดีหอพักซอยงามดูพลิ ช่วยดูให้หน่อย ฉันติดจริงๆ”
นิชา แพทย์หญิงชันสูตรศพ เพื่อนสนิทั้แ่สมัยมหาวิทยาลัย ยืนอยู่ข้างเตียงสแตนเลส ใส่ชุดคลุมสีเขียว ถุงมือยางเปื้อนเืจางๆ เธอเงยหน้าขึ้นมองริต้าแล้วถอนหายใจ
“คอหักจากแรงบิดและกดทับพร้อมกัน แรงมหาศาลเกินมนุษย์ทั่วไปจะทำได้” นิชาพูดเสียงเรียบ “แต่ไม่มีรอยช้ำภายนอกชัดเจน ไม่มี DNA แปลกปลอม ไม่มีเส้นผม ไม่มีอะไรเลย เหมือนถูก… กอดรัดจนตาย”
ริต้าขมวดคิ้ว “กอดรัด? มึงพูดจริงเหรอ?”
“จริง” นิชาตอบ “แล้วที่แปลกกว่านั้น กล้ามเนื้อใบหน้ายังค้างอยู่ในสภาวะใสุดขีด ตาเบิกกว้าง ปากอ้ากว้าง เหมือนเห็นอะไรที่สยองขวัญมากก่อนตาย”
ริต้าถอนหายใจยาว “พยานข้างห้องบอกว่าได้ยินเสียงเหมือนมีผู้หญิงหัวเราะเบาๆ ในห้องมันคืนเกิดเหตุ แล้วตีสามกว่าๆ เห็นผู้หญิงหุ่นดีมาก ผมยาวดำ ใส่เดรสแดง เดินออกจากห้องแล้วหายไปในซอย”
นิชาหรี่ตา “ไม่มีผู้หญิงในกล้องวงจรปิดเลยใช่ไหม?”
“ไม่มีสักคน” ริต้าตอบเสียงต่ำ “แล้วในห้องก็ไม่มีร่องรอยผู้หญิงเลยด้วยซ้ำ”
ทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง
“ฉันเริ่มไม่ไหวแล้วนิช” ริต้าพูดในที่สุด “คดีนี้มัน… มันผิดธรรมชาติเกิน”
นิชามองหน้าเพื่อนแล้วถอนหายใจอีกครั้ง “งั้นโทรหามันเถอะ”
ริต้าพยักหน้า หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ที่เธอไม่ได้กดมานาน
ปลายสายรับสายช้าๆ เสียงผู้ชายทุ้มต่ำดังขึ้น
“ริต้า?”
“เมฆา… ฉัน้าความช่วยเหลือจากนาย คดีนี้มันไม่ธรรมดา”
ปลายสายเงียบไปสองวินาที
“เล่าให้ฟังหน่อย”
ริต้าถอนหายใจยาว แล้วเริ่มเล่าเื่ทั้งหมดให้เมฆาฟัง
คืนนั้นเอง เมฆาเดินเข้าหอพักเก่าหลังนั้นคนเดียว ฝนยังตกไม่หยุด เขาสวมเสื้อโค้ทสีดำยาว ผมเปียกชุ่มแต่สายตานิ่งเฉย
เขายืนอยู่หน้าห้องเกิดเหตุที่ยังปิดเทปตำรวจไขว้ไว้ ประตูเปิดแง้มเล็กน้อยเพราะแม่บ้านลืมล็อก
เมฆาเดินเข้าไปช้าๆ มือล้วงกระเป๋า สายตากวาดมองรอบห้อง
ห้องยังคงอยู่ในสภาพเดิม โซฟาเก่า ทีวีจอเล็ก ขวดเหล้าคว่ำอยู่พื้น กลิ่นบุหรี่เก่าปะปนกับกลิ่นอับชื้น
มุมห้องที่เคยวางหุ่นโชว์ ว่างเปล่า
เมฆาเดินไปยืนตรงนั้น มือยกขึ้นััอากาศเบาๆ เหมือนกำลังฟังอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครอื่นได้ยิน
ทันใดนั้น อุณหภูมิในห้องลดฮวบราวกับเปิดแอร์แรงสุด ลมหายใจของเขากลายเป็ไอขาวจางๆ
เขาหยุดนิ่ง หูผวา
มีเสียงฝนกระทบกระจกหน้าต่างดังต่อเนื่อง แต่… ใต้เสียงฝนนั้น มีเสียงอื่นแทรกเข้ามา
เสียงลมหายใจ
เบาๆ ช้าๆ ลึกๆ เหมือนคนยืนหายใจอยู่ใกล้ๆ แต่ไม่ใช่ของเขา
เมฆาหันศีรษะช้าๆ มองไปรอบห้อง
ไม่มีใคร
เสียงลมหายใจยังคงดังต่อไป ชัดขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็เสียงหอบถี่เบาๆ คล้ายคนที่กำลังตื่นเต้น… หรือหิวกระหาย
แล้วเขาก็รู้สึกได้ถึงััเย็นะเืที่ต้นคอ
เหมือนมีนิ้วมือเรียวบาง ปลายนิ้วเย็นเฉียบ กำลังลูบไล้เบาๆ จากสะดือคอลงไปตามแนวกระดูกสันหลัง
เมฆาเกร็งตัว แต่ไม่ขยับ เขารู้ดีว่าถ้าใตอนนี้จะยิ่งอันตราย
ัันั้นลึกขึ้น ลากยาวลงมาถึงกลางแผ่นหลัง แล้วหยุดนิ่ง
จากนั้น… เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหูขวาเขาโดยตรง
เสียงผู้หญิง อ่อนหวาน แต่แหบพร่าเหมือนไม่ได้พูดมานาน
“คืนนี้… คุณจะนอนคนเดียวอีกเหรอคะ?”
เมฆาหันขวับไปทางขวา
ไม่มีอะไร
แต่ทางซ้ายของเขา เสียงกระซิบเดียวกันดังขึ้นอีกครั้ง ใกล้ยิ่งกว่าเดิม
“หรืออยากให้ฉัน… มากอดแทน?”
คราวนี้เสียงมาจากด้านซ้ายสุดๆ หูแทบชิดใบหูเขา
เมฆาหันซ้ายอย่างรวดเร็ว
ยังไม่มีอะไร
แต่ตอนนี้เขารู้สึกชัดเจนว่ามีน้ำหนักกดทับลงบนไหล่ทั้งสองข้าง
หนักขึ้นเรื่อยๆ เหมือนมีคนตัวสูงเพรียวกำลังก้มลงมากอดเขาจากด้านหลัง แขนโอบรัดรอบอกเขาแน่นขึ้นทุกวินาที
แรงกดนั้นเย็นเยียบ จนซึมทะลุเสื้อเข้าไปถึงิั
เมฆายังคงยืนนิ่ง แต่หัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงตัวเองดังตุบๆ
แล้วจู่ๆ แรงกดนั้นก็หายวับ
ััหายไปหมด
เสียงลมหายใจหายไป
เสียงกระซิบหายไป
ห้องกลับมาเงียบสนิท มีแต่เสียงฝน
เมฆาหายใจออกช้าๆ หันไปมองพื้นตรงที่เขายืน
บนพื้นพรมเก่าที่เปียกชื้นจากรองเท้าเขา มีรอยเท้าเปลือยเปียกน้ำอีกคู่หนึ่ง
รอยเท้าเล็กเรียว ของผู้หญิง
เริ่มจากข้างหลังเขา… แล้วเดินออกไปทางประตูห้อง
รอยเท้าสดใหม่ น้ำยังหยดริ้วๆ ตามรอย
แต่รอยสุดท้าย… หยุดอยู่ตรงหน้าประตูที่เปิดแง้ม
แล้วหันกลับมา
เหมือนคนที่ยืนรออยู่ตรงนั้น
กำลังจ้องเขาอยู่
เมฆามองไปที่ประตูแง้มนั้น
ความมืดสนิทของโถงทางเดินด้านนอก
ไม่มีแสงสักดวง
แต่เขารู้สึกได้ชัดเจน
มีใครบางคน… หรือบางอย่าง
กำลังยืนอยู่ตรงนั้น
ยืนรอให้เขาเดินออกไปหา...?
จบตอนที่ 1
*โปรดติดตามตอนต่อไป*