ย้อนกลับไปเมื่อราวสองปีก่อน ณ ค่ายกบดานของแอนนา
ในยามเช้าของวันอันแสนธรรมดาวันหนึ่ง แววตาของโอเกอร์ได้จ้องมองอาทิตย์อัสดงที่กำลังลอยหายไปจากเส้นขอบฟ้าพร้อมมีซิลเวอร์อยู่ข้างกาย
“ขอบใจนายมากซิลเวอร์ หากไม่มีนาย ชั้นคงไม่มีทางปกป้องท่านแอนนาและมีชีวิตรอดมาถึงวันนี้ได้” โอเกอร์เปล่งเสียงพูดพร้อมรอยยิ้ม
“พูดอะไรของนาย แม้จะไม่มีเื่ภารกิจมาเกี่ยวข้อง ชั้นก็จะช่วยเหลือนายโดยไม่ลังเล เพียงแค่เพื่อนรักอย่างนายพูดมาแค่คำเดียว”
ถ้อยคำของซิลเวอร์เต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจไร้ซึ่งสิ่งใดเจือปน ความสัมพันธ์ของทั้งสองแน่นแฟ้นราวกับเป็พี่เป็น้อง
“ขอบคุณมาก”
เหล่าทหารกล้าต่างร่วมมือฝ่าฟันภยันตรายมามากมายนับไม่ถ้วน โดยเฉพาะซิลเวอร์และโอเกอร์ ทั้งคู่คือคู่หูที่ร่วมทางกันมานานหลายปี
เพียงแต่ว่า ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ย่อมไม่มีสิ่งใดแน่นอน เพราะในท้ายที่สุดแล้ว ซิลเวอร์กลับเลือกที่จะหักหลังทุกคนและหลบหนีหายตัวไปเพียงลำพัง
กลับสู่ปัจจุบัน
ห่างออกมาจากหน้าประตูทางเข้า โอเกอร์เร่งฝีเท้าอย่างเร่งรีบพร้อมมือขวายังคงโอบอุ้มเรือนร่างของแอนนาเอาไว้บนบ่า
แม้ว่าทั้งสองจะออกห่างจากสนามรบมาไกลมากแล้ว กระนั้นเสียงลั่นไกปืนและเสียงกรีดร้องยังคงก้องกังวานราวกับการแว่วเสียงเรไรผ่านมาเป็พักๆ
“ปล่อยชั้นโอเกอร์! ชั้นจะไปฆ่าไอ้คนทรยศนั่น !!”
แอนนายังคงดิ้นรนอย่างสุดชีวิต สีหน้าของเธอเจือแววเจ็บแค้นและเดือดดาลราวกับสัตว์อสูร พร้อมเสียงคำรามของเธอยังก้องกังวานประหนึ่งฟ้าผ่า
โอเกอร์ได้หยุดยั้งฝีเท้าของตนให้ชะงักลง เบื้องหน้าของเขาคือที่พักนักเดินทางหลังหนึ่ง
เขาวางแอนนาลงสู่พื้นด้วยความอ่อนโยน ไม่นานเขาจึงย่อตัวลงและมอบสายตาจ้องมองใบหน้าของแอนนาพร้อมเริ่มเอ่ยวาจา
“ข้างใต้ที่นอนของผมจะมีหลุมหลบภัยชั่วคราวซ่อนอยู่ คงจะสามารถพรางตาศัตรูได้สักระยะหนึ่ง ท่านแอนนาได้โปรดเข้าไปหลบซ่อนสักพัก หากได้ยินเสียงเคาะพื้นสามครั้ง นั่นจะหมายความว่าพวกเราสามารถเอาชนะพวกมันได้แล้ว แต่หากท่านไม่ได้ยินเสียงเคาะสามครั้ง จงรอต่อไปอีกราวสามสิบชั่วโมง คิดว่าจนถึงตอนนั้น พวกมันก็อาจจะถอดใจและเลิกค้นหากันไปเอง”
เมื่อถ้อยคำแรกสิ้นสุดลง โอเกอร์จึงเร่งลุกขึ้นยืน มือขวารีบดึงดาบเล่มใหญ่ออกจากฝัก ปากกล่าวว่า “ผมจะกลับไปช่วยพวกของเราต่อสู้ ตราบใดที่เรายังโดนล้อมอยู่แบบนี้ พวกมันคงไม่คิดจะรามือจากพวกเราง่าย ๆ เป็แน่ แต่อย่างน้อยที่สุด หากผมสามารถโค่นเ้าซีซ่าลงได้ ขวัญกำลังใจของพวกมันที่เหลือคงจะลดน้อยลงไปบ้างไม่มากก็น้อย”
แอนนาสามารถตระหนักรู้ได้ในทันที ถึงนัยสำคัญที่แท้จริงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ทุกถ้อยคำของโอเกอร์
“ไม่ค่ะ พวกเราสัญญากันแล้วไม่ใช่รึไงคะ หากจะต้องตาย พวกเราก็จะตายด้วยกัน ชั้นเองก็จะไม่หนีค่ะ!!”
เสียงะโของแอนนาดังก้องกังวานพร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลรินอาบสองแก้ม
ใบหน้าของเธอเผยความโศกเศร้าที่อัดแน่นอยู่ในทรวงอกออกมา เมื่อเขาได้เห็นมัน โอเกอร์จึงย่อตัวลงอีกครั้ง ดาบในมือขวาถูกวางลงบนพื้นทราย แววตาของทั้งสองจดจ้องมองกันและกันในระยะใกล้ชิด
มือขวาของเขาค่อย ๆ ยื่นไปข้างหน้าเพื่อลูบหัวของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ราวกับการปลอบประโลมอย่างบางเบาของชายผู้เป็พ่อคน
“ในสมัยที่ผมยังเป็เพียงนักบุกเบิกระดับทองแดง ผมมีภรรยาและลูกสาวที่น่ารักที่สุดในโลกคนหนึ่ง แต่ตัวผมกลับบ้าพอที่จะปล่อยให้พวกเธอจากผมไป และในตอนนี้ ท่านแอนนาครับ ท่านเองก็เปรียบเสมือนเป็ลูกสาวของผมคนหนึ่ง ผมเอ็นดูท่านมาตลอด ไม่เพียงแค่ผม พวกเราทั้งหมดล้วนสามารถมอบชีวิตให้แก่คุณได้หากว่ามันไม่มีทางเลือกอื่น เพราะฉะนั้น ได้โปรดเถอะครับ ได้โปรดรับฟังคำขอร้องจากผมเพียงสักครั้งก็ยังดี”
ถ้อยคำของโอเกอร์ได้เข้าปลอบประโลมจิตใจของเธอ สิ่งเดียวที่เขา้าไร้ซึ่งการเจือปนของปัจจัยภายนอก มีเพียงความรักอันซื่อตรงของผู้เป็พ่อที่เห็นชีวิตของลูกสาวมีค่ายิ่งกว่าชีวิตตน
หยาดน้ำตายังคงหลั่งไหลอาบสองแก้มของแอนนา “ทำไมต้องเกิดเื่แบบนี้ขึ้นกับพวกเรา บอกชั้นสิพระเ้า พวกเราไปทำอะไรให้ท่านไม่พอใจกันแน่” เธอเอื้อนเอ่ยคำถามโดยมิได้หวังคำตอบ เพราะทั้งเธอและโอเกอร์ต่างรู้ดีอยู่แก่ใจ บนโลกใบนี้ไม่มีสถานที่แห่งใดให้พวกเธอสามารถมีชีวิตได้อย่างสงบ
แต่แล้ว..
“ขอโทษที่ต้องขัดจังหวะ แต่ข้าเองก็คงรอไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้วเช่นกัน”
เสียงของใครสักคนได้ก้องกังวานมาจากด้านหลัง พลันทั้งสองได้เหลียวมองกลับไป ปีศาจร้ายในคราบชุดเกราะสีทมิฬได้ปรากฏกายอยู่ตรงหน้าพวกเขา รอยยิ้มอันป่าเถื่อนของมัน ราวกับสัตว์ปีศาจแห่งขุมนรกมิใช่รอยยิ้มของมนุษย์
“ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ ?!!”
โอเกอร์ดวงตาเบิกกว้าง เขาเร่งลุกขึ้นยืนพลันยกดาบเล่มใหญ่ขึ้นป้องเพื่อเตรียมตัวเข้าต่อสู้
ไม่มีตัวเลือกใดอื่น ทางรอดเดียวที่เหลือคือเขาต้องโค่นล้มซีซ่าลงเสียที่นี่!
ความรวดเร็วของซีซ่าช่างน่าหวาดสะพรึง นับั้แ่ที่โอเกอร์ได้หลบหนีมา เวลาก็ล่วงผ่านไปเพียงแค่สามนาที
ปรสิตตะขาบทมิฬไม่เพียงแค่สร้างโล่และเกราะอันแข็งแกร่ง กระนั้นยังมอบพลังกายอันเหนือล้ำยิ่งกว่าคนธรรมดาให้แก่ผู้ใช้งาน
“ไม่มีทางเลือก เราต้องจัดการมันลงซะเดี๋ยวนี้”
ต่างฝ่ายต่างจดจ้องไปยังั์ตาของกันและกัน ไม่มีฝ่ายใดคิดจะเริ่มต้นเคลื่อนไหวเพื่อเปิดฉากจู่โจม
“ข้าได้ยินชื่อเสียงของแกมานานแล้ว และตัวข้าอยากจะลองสู้ด้วยสักครั้ง”
ริมฝีปากของซีซ่าได้สั่นไหว เสียงของเขาถูกเปล่งขึ้นเพื่อเปิดบทสนทนาเป็ฝ่ายแรก
ได้ยินเช่นนั้น โอเกอร์จึงเผยยิ้มพลันตอบว่า “แต่ดูเหมือนว่าทางนี้จะไม่มีทางปฏิเสธได้เสียด้วยสิ”
ใบหน้าของทั้งสองนิ่งสงบราวกับน้ำนิ่งไหลลึก บรรยากาศรอบกายพลันปกคลุมไปด้วยความอึดอัดในชั่วพริบตา
“ยอมแพ้ซะ”
“ขอปฏิเสธ”
ซีซ่าทอดถอนหายใจด้วยความเสียดาย พร้อมวาจาพลันถูกเปล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววตักเตือนอย่างไม่สู้พอใจนัก
“เช่นนั้นข้าก็จะไม่เสียมารยาทถามไถ่อีกเป็ครั้งที่สอง หากนั่นคือสิ่งที่แกเลือก”
หัวหน้าโจรผู้ชั่วร้ายััได้ถึงจิติญญานักสู้ภายในจิตใจของอีกฝ่าย ต่อให้เขาจะเฆี่ยนตีสักกี่ครา ตัวโอเกอร์ก็ไม่มีวันจะเอื้อนเอ่ยวาจาเพื่อขอยอมแพ้
ทั้งสองเร่งตั้งท่า แววตามองแน่วไปที่อีกฝ่าย ร่างกายตื่นตัวเตรียมพร้อมรับมือในทุกกระบวนท่าของศัตรู
“ซุ่ม !!”
ซีซ่าเริ่มต้นเปิดฉากโจมตี เรือนร่างของเขาเลือนหายไปในชั่วพริบตา สิ่งเดียวที่เหลืออยู่มีเพียงภาพติดตาที่มีระยะเวลาเพียงแค่หนึ่งวินาที
แม้ศัตรูกำลังพุ่งทะยานเข้ามาจู่โจม ทว่าโอเกอร์กลับยังคงหยุดยั้งย่างก้าวของตนให้อยู่ ณ ที่เดิม สายตาของเขาช่างนิ่งสงบ ไม่แยแสต่อสิ่งเร้ารอบกายราวกับน้ำนิ่งไหลลึก
.
< เกิดอะไรขึ้น ทำไมมันถึงไม่ขยับ มันกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่ ? >
.
ซีซ่าเร่งครุ่นคิด สองเท้าของเขายังคงเร่งทะยานมุ่งไปข้างหน้า กรงเล็บข้างขวากางออกพร้อมกำลังจะเข้าจู่โจมในอีกไม่นาน
เรือนร่างของอสูรปรากฏกายขึ้นมาอยู่ตรงหน้าของโอเกอร์ในฉับพลัน การโหมกระหน่ำพายุกรงเล็บได้เริ่มต้นขึ้น เพียงแต่ว่า ก่อนที่การโจมตีของมันจะเข้ากระทบกายของโอเกอร์ ดาบเล่มใหญ่ได้ถูกยกขึ้นรวดเร็วยิ่งกว่า พร้อมมีเสียงว่ากล่าวที่ถูกเปล่งออกมาดังก้องกังวานไปทั่วทั้งบริเวณ
“เคลือบวารี !!”
เมื่อถ้อยคำสิ้นสุดลง ออร่าสีครามพลันหมุนวนอยู่รอบดาบและแปรเปลี่ยนเป็สายวารี
โอเกอร์ฟาดฟันคมดาบเข้าใส่ศัตรูด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีอยู่ เส้นเืผุดขึ้นมาอยู่ทั่วแขนและมือ พละกำลังเพิ่มพูนทวีในชั่วพริบตาเพื่อสังหารศัตรู
“แย่ละ !!”
ในเศษเสี้ยววินาทีเล็กน้อยยิ่งกว่าการกะพริบตา กรงเล็บทั้งสองพลันแปรเปลี่ยนทิศทางโดยมีเป้าหมายก็เพื่อปัดป้องการโจมตี
การโจมตีของทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง ก่อกำเนิดเป็คลื่นเสียงกัมปนาทดังก้องกังวานไปทั่วค่าย
ทว่ากลับเป็ซีซ่าที่พ่ายแพ้ในการต้านพลัง ร่างกายของเขาปลิวออกไปอย่างรุนแรงเกินต้านทาน
การตวัดดาบของโอเกอร์ช่างทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่ถึงกระนั้น แม้กระทั่งดาบเล่มั์ก็มิอาจสร้างรอยขีดข่วนให้แก่เกราะตะขาบทมิฬของซีซ่า
ทั้งสองต่อสู้กันอย่างสู้สี ซีซ่าว่องไวประหนึ่งลิงวอก ทว่าโอเกอร์ก็ไม่น้อยหน้า พลันตัวเขาััได้ถึงการโจมตีของศัตรู เมื่อนั้นดาบเล่มใหญ่ในมือจึงถูกกวัดแกว่งเพื่อจู่โจมได้อย่างทันท่วงที
ท่ามกลางพื้นทะเลทรายอันโล่งเปล่า มีเพียงแอนนาผู้เดียวที่เป็สักขีพยานในศึกประลองตัดสินในครั้งนี้
“อั่ก”
ในเสี้ยววินาทีที่โอเกอร์ได้พลั่งเผลอ ซีซ่าพลันเคลื่อนตัวไปทางขวาพลางตวัดเท้าเตะเข้าชายโครงของศัตรู
เรือนร่างของโอเกอร์ปลิวออกไป ทว่าเมื่อร่างกายใกล้ร่วงหล่นลงมา ดาบในมือขวาพลันถูกกวัดแกว่งพร้อมปักลงสู่พื้นทราย
ร่างกายเขาหยุดชะงักลงในทันที
หยาดเหงื่อหลั่งไหลอาบทั่วกายของโอเกอร์ นับั้แ่ที่ทั้งสองเริ่มต้นการต่อสู้ ่เวลากลับล่วงผ่านไปแค่เพียงสิบวินาทีเท่านั้น
“สมแล้วที่ทุกคนต่างเรียกแกว่าั์ร้ายสีครามแห่งวารีคลั่ง พลังทำลายเหลือล้นสมชื่อจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะข้ามีปรสิตตะขาบทมิฬ ป่านนี้ร่างกายของข้าคงถูกสะบั้นขาดเป็สองส่วนไปตั้งนานแล้ว”
ใบหน้าของซีซ่าปรากฏขึ้นเป็รอยยิ้มอันปลื้มปีติ ริมฝีปากสั่นไหวพลางเอื้อนเอ่ยออกมาเป็คำพูด
โอเกอร์เงียบไปครู่หนึ่ง แต่แล้วมุมปากเขากลับแขวนยิ้มเอาไว้อย่างไม่กลัวตายและจึงพูด “ทางนี้เองก็ขอชมเลย ไม่นึกว่าแกเองก็มีอาวุธปรสิตเช่นเดียวกัน การจะควบคุมร่างตะขาบทมิฬที่มีน้ำหนักมากย่อมไม่ใช่เื่ง่าย แต่แกกลับเคลื่อนไหวไปมารวดเร็วราวกับยืนตัวเปล่า ต้องขอยอมรับในพลังกายของแกว่ามีมากมายเหลือล้นจริงๆ”
ต่างฝ่ายต่างเอ่ยชมให้แก่กันและกัน ทว่าหลังจากนั้นเพียงไม่นานนัก ซีซ่าพลันฉุกคิดได้ถึงใจความสำคัญจากสิ่งที่โอเกอร์ได้เอื้อนเอ่ยออกมาเมื่อครู่นี้
“เมื่อกี้มันพูดว่า..”
‘แกเองก็มีงั้นรึ ?!!’
สิ้นเสียงของซีซ่า รอบกายของโอเกอร์เริ่มต้นสั่นไหวอย่างช้าๆ หยาดเหงื่อทั้งหมดที่หลั่งไหลออกมาเริ่มต้นล่องลอยขึ้นสู่ห้วงอากาศ
พวกมันแปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ คล้ายกับเข็มเล็กแหลมคม จำนวนของมันอยู่ที่ราว ๆ หนึ่งพันเล่ม
“ปรสิตเหงื่อเข็ม”
โอเกอร์พูดเสียงเย็น ดูทรงอำนาจ อย่างมิอาจต้านทาน
เมื่อถ้อยคำสิ้นสุดลง เหงื่อเข็มทั้งหมดพลันพุ่งทะยานเข้าหาซีซ่าอย่างพร้อมเพรียงด้วยพลังอำนาจและความเร็วเหนือเสียง
“ซุ่ม ๆ ๆ !!”
ด้วยความเร็วยากเกินจะหลบ ผนวกเข้ากับจำนวนที่มีอยู่มากมาย ซีซ่ามิอาจเลี่ยงหลีก ร่างกายถูกเข็มนับพันเข้าทิ่มแทงอย่างต่อเนื่อง