ณ ภายในเขตที่อยู่อาศัยของบรรพบุรุษ ฉินจุนได้ก้าวเดินออกมาจากภายในถ้ำที่เขาใช้ในการปิดด่าน ลมเย็นพัดกระทบกับร่างกายและใบหน้าของเขา
"เฮ้อ ไม่เคยชินซักทีแห่ะกับการปิดด่านในที่มืดแล้วออกมาเจอแสงในรอบหลายร้อยปีเนี่ย" ฉินจุนกล่าวออกมาเมื่อเห็นแสงอาทิตย์สาดส่องกระทบใบหน้าและร่างกายของเขา
"ไปเยี่ยมเ้าหงอคงหน่อยดีกว่า ไม่เจอมาตั้งสามร้อยปีแล้ว ครั้งสุดท้ายที่เจอมัน มันแสดงออกว่าอยากจะไปหาคู่นี้นะ ตอนนี้มันคงจะได้คู่แล้วล่ะมั้ง"
เขาพูดออกมาพรางเดินไปยังทิศทางที่อยู่อาศัยของหงอคง หงอคงอาศัยอยู่ใกล้กับเขามาก ทำไมเขาถึงตั้งชื่อมันว่าหงอคงน่ะหรอ เพราะตอนที่เขาเห็นมันที่เป็เด็กครั้งแรกนั้น เขาก็อดคิดถึงลิงที่เดินทางกับสหายและหลวงจีนไปชมพูทวีปไม่ได้ ถึงวานรโลกันต์สี่แขนมันจะมีสีขนต่างจากวานรของชมพูทวีปอยู่บ้าง แต่เขาก็อดคิดถึงวานรตัวนั้นไม่ได้จริงๆ
เขาเดินทางมาถึงที่อยู่ของหงอคงแล้วมองหาสักพัก เขาก็เห็นลิงโลกันต์เกือบ10ตัว กำลังนอนเล่น วิ่งเล่น หรือไม่ก็แช่น้ำ ในป่าที่มีน้ำตกที่เขาให้เหล่าลูกหลานสร้างมันขึ้นมาเพื่อเป็ที่อยู่อาศัยของเ้าหงอคง "อะไรเนี่ย ทำไม่มันเยอะแบบนี้ เ้าหงอคงมันบอกจะไปหาคู่ไม่ใช่หรอ หรือว่าทั้งหมดนี้คือคู่มัน" เขามองสักพักก็ะโเรียกสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของเขา
"หงอคง!!!!!!" เขาะโเสียงดัง
จากนั้นก็มีเสียงคำรามดังลั่นตอบกลับมา
"โฮก!!!!!!!!!!"
เขาได้ยินเสียงคำรามดังมาแต่ไกล จากนั้นแผ่นดินก็สั่นะเื มีร่างั์ใหญ่สีแดงตรงเข้ามาหาเขาด้วยความเร็ว เขาสังเกตเห็นมันคือร่างของวานรั์ตัวใหญ่ขนสีแดงเพลิงมีสี่แขนลำตัวดูแข็งแรงมีาแบริเวณดวงตาข้างซ้าย มันวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา
เขาพินิจมองมันสักพัก และมันก็มองเขาในแบบที่เขามองมันเช่นกัน สักพักเขาก็เรียกชื่อของมัน "หงอคง" มันขานรับเขาเบาๆๆ
"ไม่เจอเ้านานเ้าโตขึ้นเยอะเลยนะ ไม่ใช้ลิงน้อยตอนนั้นที่ข้าเห็นอีกแล้ว ตอนนี้เ้าดูเป็วานรที่ยิ่งใหญ่สมชื่อของเ้าแล้วนะ" เขาบอกมันแบบนั้นและมันก็ขานรับเบาๆเช่นเดิม
"เอาล่ะ ที่นี้บอกข้าที่ซิว่าทำไมถึงมีวานรโลกันต์ฯมากถึงเพียงนี้ เ้าไม่ได้บอกข้าว่าจะไปหาคู่หรอกรึ หรือว่าทั้งหมดนี้คือคู่ของเ้ากัน"
เมื่อหงอคงได้ยิงสิ่งที่ฉินจุนพูดมันก็ทำหน้าเหยเกทันที เพราะว่าในกลุ่มวานรพวกนั้นมีตัวผู้อยู่ด้วยนั้นเอง มันคำรามออกว่าบอกเขาว่าคู่ของมันมีแค่สองตัวเท่านั้น ส่วนที่เหลือนั้นเป็ตัวที่อยากจะติดตามมันมา พวกนั้นอยากจะเข้าฝูงของมันนั้นเอง เขาใมากไม่นึกมาก่อนเลยว่าเ้าหงอคงมันจะสร้างฝูงของมันขึ้นมา (ปล.ปกติวานรโลกันต์มันจะอยู่กันเป็ฝูง)
(ปล.สัตว์อสูรทุกตัวในเื่นี้จะออกลูกเป็ไข่)
"อืม เป็แบบนี้นี่เองไม่เจอเ้าแค่สามร้อยปีเ้าก็มาถึงขอบเขตครึ่งก้าวนักบุญแล้ว ไม่ธรรมเลย" นั้นเป็เพราะว่าสัตว์อสูรนั้นจะบ่มเพาะได้ช้ากว่ามนุษย์นั้นเอง ส่วนใหญ่พวกมันจะแข็งแกร่งขึ้นตามอายุของมัน วานรโลกันต์นั้นเป็สัตว์อสูรสายเืระดับโบราณเพราะฉนั้น เมื่อมันอายุได้สามร้อยปีมันจะมาอยู่ขอบเขตครึ่งก้าวนักบุญอยู่แล้ว เขาก็แค่พูดชมมันก็แค่นั้น
....
หลังจากเยี่ยมเยี่ยนเ้าหงอคงแล้วเข้าก็จากมา เพราะเขาว่าจะไปหาเหล่าลูกหลานเขาซะหน่อย เขากำลังเดินอยู่ก็ได้เห็นคนวิ่งตาลีตาเหลือกเข้่าไปในอาคารหลักที่เป็ห้องโถงประชุม เขาเดินตามเข้าไปอย่างไม่รีบเร่ง
หลังจากเดินทางมาถึงเขาก็เดินเข้าไปภายในห้องโถงการประชุม ทุกคนที่เห็นเขาต่างก็ทำตัวไม่ถูก สักพักใบหน้าก็เปลี่ยนเป็ดีใจป่นประหลาดใจ ฉินเทียนที่เป็ประมุขตระกูลรีบลุกจากบังลังก์ เพื่อทำความเคารพเขาในทันที
"คารวะท่านบรรพบุรุษ!!!!!!"
ทุกคนภายในห้องะโเสียงดังลั่น บรรพบุรุษของพวกเขาออกมาจากการปิดด่านแล้ว หรือว่าท่านบรรพบุรุษทะลวงขอบเขตสำเร็จแล้ว พวกเขาต่างก็เดาว่ามันเป็แบบนี้น และภาวณาให้เป็แบบนั้นด้วย
"อืม พวกเ้าประชุมอะไรกันรึ ถึงได้ทำหน้าตาคร่ำเคลียดกันถึงเพียรนั้น" เขาเอ่ยถามทุกคนในห้องโถงออกไป
พอทุกคนได้ยินสิ่งที่บรรพบุรุษถามก็ตอบกลับไปว่า "ท่านบรรพบุรุษขอรับตอนนี้ตระกูลหูมันกำลังโจมตีเมืองชายแดนของพวกเราอยู่ขอรับ" ฉินเทียนเป็ตัวแทนในการตอบคำถามนี้
คำตอบของฉินเทียนนั้นทำให้ฉินจุนแปลกใจมาก พวกตระกูลหูมันไปกินใจเสือดีหมีมาจากไหนถึงได้โจมตีพวกเขาแบบนี้ บรรพบุรุษของตระกูลหูทั้งสามคนนั้นต่างก็เคยโดนเขาสั่งสอนมาแล้วทั้งนั้น(โดนกระทืบ) ถ้าตอนนั้นพวกมันไม่ใช้สมบัติในการแลกชีวิตของตัวเอง พวกมันคงโดนเขาฆ่าตายไปนานแล้ว มาตอนนี้จะบอกว่าไอ้พวกแก่ใกล้ตายนั้นมาโจมตีพวกเขาก่อนงั้นหรอ หรือพวกมันใกล้หมดอายุขัยแล้วเลยจะมาสู้แลกชีวิตกับเราน้า เขาี้เีเดาแล้วจึงถามพวกฉินเทียนออกไปว่า
"ทำไมไอ้พวกปัญญาอ่อนนั้น มันถึงมาโจมตีพวกเรา"
จากนั้นฉินเทียนก็เล่าเื่ต่างๆให้ฉินจุนฟังอย่างละเอียด รวมถึงเื่สำนักพิษมารด้วย พอฉินจุนได้ฟังทั้งหมดก็เข้าใจได้ในที่สุด ที่แท้ตระกูลหูกับสำนักพิษมารร่วมมือกันนี้เอง ถึงจะยังไม่มีหลักฐานแต่เขากล้ารับประกันเลยว่าพวกมันร่วมมือกันโดยมีผมประโยนช์ร่วมกัน
"หลังจากนี้พวกเราจะทำอย่างดีขอรับ โปรดบรรพบุรุษช่วยชี้แนะๆ!!"
ทุกคนในห้องนั้นะโออกมาพร้อมกัน ฉินจุนเห็นแบบนั้นก็อดคิดไม่ได้ว่าสำนักพิษมารนั้นมันคง้าโลกใบเล็กของเขาเป็แน่ ถ้าเป็ก่อนหน้านี้เขาคงสู้ไม่ได้แน่ และอาจจะต้องขอความช่วยจากมิตรสหายในนิกายไท่ไป๋เป็แน่ แต่ตอนนี้เขาได้รับระบบมาแล้วและยังบุกทะลวงไปยังขอบเขตนักบุญขั้นสูงอีกด้วย เขาไม่มีอะไรต้องกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว
"ไม่ต้องเป็ห่วงเพราะว่าตอนนี้ข้าเองก็อยู่ขอบเขตนักบุญเช่นเดียวกัน" หลังจากเขาพูดไปแบบนั้นเขาก็ปลดปล่อยพลังปราณของขอบเขตนักบุญออกมา ทำให้ทุกคนในห้องนั้นใกันในทันที่ เพราะพลังปราณระดับนี้มันคือพลังปราณของขอบเขตนักบุญนั้นเอง
"ท่า...ท่านบรรพบุรุฝ่าทะลวงขอบเขตนักบุญสำเร็จ" ทุกคนในห้องต่างก็ดีใจเพราะนั้นหมายความว่าเื่ใหญ่ก่อนหน้านี้กลายเป็เล็กลงมามากเลยที่เดียว
"ฮ่าๆๆ แบบนี้ไอ้พวกตระกูลหูมันจบสิ้นแน่ ฮาๆๆๆๆ" ทุกคนในห้องต่างหัวเราะ
ให้พวกคนตระกูลหูเพราะจุดจบของพวกมันจะมาในอีกไม่ช้านี้แล้ว