ภายในพื้นที่แห่งนั้น เฉินเทียนหู่ ได้เดินมาอยู่ด้านข้างเฉินยี่หาน ที่ได้รับาเ็ พร้อมกล่าวว่า “ข้ากับเ้าล้วนแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลข้าไม่ได้หวังให้มันลงเอยเช่นนี้! เราทั้งคู่ต่างก็เป็สมาชิกตระกูลเฉิน เราควรเป็ปึกแผ่นแน่นแฟ้นถ้าเ้าปฏิเสธข้าในฐานะผู้นำตระกูล เ้าสามารถพาผู้ติดตามของเ้าออกไปจากตระกูลเฉินได้”
เฉินหาวไห่ และ เฉินยี่หาน ชำเลืองมองซึ่งกันและกันก่อนจะจ้องมองไปยังเฉินเซี่ยง พร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่
เฉินหาวไห่ คว้าจับมือ เฉินเทียนหู่ แน่นเขากล่าวด้วยให้เสียงหนักแน่น “ข้าหวังว่าเ้าจะสามารถเป็ผู้นำตระเฉินได้ข้า..เฉินหาวไห่...จะอยู่เพื่อเป็สมาชิกตระกูลเฉิน แม้ข้าตาย...ข้าจักขอเป็ผีเฝ้าตระกูลเฉินสืบไป!!ข้า..เฉินหาวไห่...จะเชื่อฟังผู้นำตระกูลคนใหม่อย่างซื่อสัตย์!!”
เฉินหาวไห่ และ เฉินยี่หาน ไม่ใช่คนเขลาพวกเขาย่อมรับรู้อย่างลึกซึ้งว่าในอนาคต เฉินเซี่ยง จะน่าหวาดกลัวขนาดไหน ถ้า เฉินเซี่ยงได้รับการเลี้ยงดูบ่มเพาะอย่างดีไม่นาน เขาย่อมมีโอกาสที่ยอดเยี่ยมในการเป็นักปรุงยาที่ร้ายกาจ ถ้าพวกเขาสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในตอนนี้ย่อมสามารถเก็บผลประโยชน์ได้ในภายหลัง ไม่ใช่เื่ฉลาดที่จะบาดหมางกับนักปรุงยาระดับสูงนอกจากนั้น เฉินเทียนหู่ ในตอนนี้กำลังปล่อยผ่านเื่บาดหมางทั้งหมด ซึ่งนั่นเป็สิ่งที่ดีสำหรับพวกเขา
“ท่านผู้าุโทั้ง 2 สำหรับความผิดก่อนหน้านี้ของข้า..ข้าขอให้พวกท่านลืมมันไปเพื่อตระกูลเฉินของเราจะอยู่รอดในแผ่นดินแห่งนี้ได้นั้น พวกเราต้องไม่ขัดแย้งกันเอง” เฉินเซี่ยงกล่าวขอโทษหลังยืนอยู่ต่อหน้า เฉินหาวไห่ และ เฉินยี่หาน
คำบอกกล่าวรวมถึงการกระทำของ เฉินเซี่ยงล้วนทำให้เด็กๆ และเหล่าผู้าุโในตระกูลเฉินลอบพยักหน้าอย่างเห็นด้วย แม้ว่าเขาเป็เพียงผู้เยาว์แต่ยังสามารถเขาชนะผู้าุโที่น่าเกรงขามไปได้ แต่กระนั้นเขากลับไม่ได้จองหองอวดดีแต่อย่างใดกลับกัน เขากลับเจียมเนื้อเจียมตัวเป็อย่างยิ่ง ความชาญฉลาดเช่นนี้ค่อนข้างหาได้ยากในจำนวนคนรุ่นเยาว์ของตระกูลเฉิน
เื่เช่นนี้เหล่าพี่น้องตระกูลเฉินล้วนละอายใจ
“หลานชายที่รักของข้า..อย่างแรก เ้าควรกลับไปพักผ่อนก่อนเถิด!ถ้าปล่อยให้าเ็ยาวนานเช่นนี้ย่อมเป็อันตรายต่อการบ่มเพาะในอนาคตของเ้า” เฉินยี่หานกล่าวขณะที่กำลังยื่นส่งเม็ดยารักษาให้ เฉินเซี่ยง
ในที่สุดการแข่งขันชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลได้ดำเนินมาถึงบทสรุปซึ่งนั่นทำให้เหล่าผู้าุโในตระกูลเฉินค่อนข้างพึงพอใจ
ชายแก่ผู้หนึ่งกล่าวขึ้นด้วยเสียงดังฟังชัด“สุภาพบุรุษและสุภาพสตรี..งานเลี้ยงฉลองจะเริ่มขึ้นอีก10 วันข้างหน้าในสถานที่แห่งนี้แต่ข้าขอให้ทุกคนมาร่วมงานกันทั้งหมด ในเวลานั้น ตระกูลอื่นๆ อีกจำนวนมากจะส่งตัวแทนมาเข้าร่วมงานด้วยมันย่อมเป็โอกาสดีสำหรับพวกเ้าที่ผูกมิตร..สร้างสหายกับตระกูลอื่นๆ ”
………..
………..
เฉินเซี่ยง กลับมาห้องของเขา ขณะที่ก้มลงมองาแบนร่างกายของตนเขาถอนหายใจยาว ก่อนหน้านี้การต่อสู้ระหว่างเขาและ เฉินยี่หาน อันตรายอย่างยิ่งยวดจิตใจของ เฉินเซี่ยง ในตอนนี้ย่อมตื่นเต้น เนื่องจากตัวเขาที่พลังระดับ 5 ขอบเขตนักสู้มีความแข็งแกร่งจนสามารถโค่นล้มผู้ที่มีพลังระดับ7 ขอบเขตนักสู้
หลังจากผ่านต่อสู้ก่อนหน้านี้ เขายังรู้สึกได้ว่าระดับพลังของเขาเพิ่มมากขึ้นเขาได้รับประสบการณ์มากมายในการใช้ประโยชน์จากปราณ ไม่แปลกที่เขาจะได้ยินมาว่า ‘การจะเป็นักสู้ที่ทรงพลังได้นั้นคนผู้หนึ่งย่อมต้องผ่านการต่อสู้มามากมายนับไม่ถ้วน’
เพียงแค่เฉินเซี่ยงใช้เม็ดยาโอสถรักษา พลันปรากฏรัศมี2 สายสะท้อนให้เห็นบนดวงตาเพียงพริบตา พลันปรากฏสองสาวงามทรงเสน่ห์ เป่ยยู่ยู่ และ ซูเหม่ยเหยา พร้อมกับใบหน้าขึงขังยืนอยู่เบื้องหน้า
“เ้าหนู! ก่อนหน้านี้..เ้าหุนหันพลันแล่นเกินไปเราจะทำเช่นไรหากเ้าตาย?พวกเราทุ่มเทความอุตสาหะอย่างมากเพื่อร่างกายของเ้า!” เป่ยยู่ยู่ะโพร้อมด้วยท่าทางที่เ็า เฉินเซี่ยง รู้สึกหนาวเหน็บไปจนถึงกระดูก
ซูเหม่ยเหยา แลบลิ้นพร้อมกับกล่าวว่า “หลังจากพิจารณาในกรณีนี้เด็กบ้าเช่นเ้านับว่ากล้าหาญอยู่บ้าง เวลานี้พวกเราทั้งสองจะช่วยเหลือเ้า! แต่คราวหน้าเ้าต้องระมัดระวังให้มาก!ถอดชุดของเ้าออก..ข้าจะช่วยเ้าทายาให้”
ใน่การต่อสู้ระหว่าง เฉินเซี่ยง และเฉินยี่หาน ร่างกายของเขาได้มีาแถูกกรีดด้วยพลังปราณแท้จริงเยือกแข็งอยู่หลายแห่งร่างกายของเขาย้อมไปด้วยคราบเืมากมาย ถ้าไม่ได้รับการดูแลเป็พิเศษ ย่อมเป็การยากที่จะรักษา
ดังนั้น เฉินเซี่ยง จึงทิ้งตัวลงบนที่นอนปล่อยตัวอย่างมีความสุขกับสองมืออันบอบบางละมุนละไมของซูเหม่ยเหยา ที่กำลังทายาให้ มันทำให้เขารู้สึกสบายตัวอย่างม๊ากกกก….
สอดคล้องกับที่ชายชราคนนั้นได้กล่าวไป ตระกูลอื่นๆถูกเชื้อเชิญมางานเฉลิมฉลองกับผู้นำตระกูลเฉินคนใหม่ ถึงอย่างนั้นตระกูลอื่นๆ ยังต้องใช้เวลาในการเดินทางมายังตระกูลเฉินสักเล็กน้อยดังนั้นงานฉลองสมควรถูกจัดขึ้นในภายหลัง
แต่ความสนใจของหลายๆ คนในงานเลี้ยงนี้คือการแข่งขันปรุงยาระหว่างเฉินเซี่ยง และอัจฉริยะตระกูลเหยา! พวกเขาต่างพูดคุยถกเถียงเกี่ยวกับการแข่งปรุงยาที่กำลังจะมาถึงดังนั้นในตอนนี้ทุกๆ คนจึงกำลังตรงมายังงานเลี้ยงฉลอง หลายคนมาเพื่อดูตระกูลเฉินอับอายขายหน้าการรักษาความปลอดภัยของตะกูลเฉินถือว่าแ่าทีเดียว ฉะนั้นข่าวเื่ความสำเร็จ เฉินเซี่ยงเมื่อเร็วๆ นี้จึงยังไม่แพร่กระจายออกไป
รุ่งเช้า... เฉินเซี่ยง ถ่มน้ำสีครามออกมาจากปากนี้คือหยดน้ำที่ถูกกลั่นให้ข้นจากการใช้ทักษะน้ำลายัเขา้าทำความเข้าใจทักษะการปรุงยาให้มากขึ้นภายใน10 วันที่กำลังจะมาถึงนี้และเขายัง้าลองสกัดกลั่นเม็ดยาระดับกลางอีกด้วย
ด้วยอายุของเขา สกัดกลั่นเม็ดยาระดับกลางเม็ดยาชำระไขกระดูกเพียงพอที่จะเทียบกับนักปรุงยาอัจฉริยะในตำนานและยังเหนือกว่าพวกเขาเ่าั้ทั้งหมด!
“เ้า้าสกัดกลั่นเม็ดยาระดับกลางในเวลาอันสั้นรึ? มันเป็เื่ที่ยากอย่างยิ่งแต่ข้า..ซูเหม่ยเหยาเองย่อมชมชอบที่จะทำอะไรที่ท้าทายเช่นนี้” น้ำเสียงอันอ่อนโยนส่งตรงไปยังจิตใจของเฉินเซี่ยง
เฉินเซี่ยง หัวเราะพร้อมกล่าว “พี่เหม่ยเหยาเช่นนั้นรีบสอนข้าเถิด!”
ซูเหม่ยเหยา กล่าวพร้อมรอยยิ้มที่นุ่มนวล“ไม่ต้องยิ้มกว้างเช่นนั้น!นี่ย่อมต้องมาพร้อมราคาที่ต้องจ่าย แม้ว่าเ้าค่อนข้างมีทักษะในการสกัดกลั่นเม็ดยาระดับต่ำแม้ว่าเ้าจะมีประสบการณ์ในการสกัดเม็ดยาระดับกลางเล็กน้อย แต่อำนาจิญญาของเ้ายังคงไม่เพียงพอ!เ้าต้องเป็นักสู้ระดับ 7 ขอบเขตนักสู้เสียก่อนส่วนด้วยเื่ััศักดิ์สิทธิ์ เ้าต้องควบคุมเพลิงในการสกัดกลั่นเม็ดยาให้ถูกต้องแม่นยำและการควบคุมที่เพียงพอนั้นย่อมสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาได้!”
เฉินเซี่ยง พยักหน้าพร้อมกล่าวว่า “เช่นนั้นข้าจะไปเร่งการเจริญเติบโตของสมุนไพริญญาระดับกลางพร้อมกับยกระดับพลังของข้าไปด้วยข้าหวังว่ามันจะทันก่อนที่จะถึงวันแข่งขันปรุงยา!”
ซูเหม่ยเหยากล่าว “เพื่อที่จะฝึกััศักดิ์สิทธิ์เ้าจำเป็ต้องมีปราณิญญาและอำนาจิญญาจำนวนมากเพื่อผสานพวกมันลงในััศักดิ์สิทธิ์แน่นอนว่ามันย่อมไม่ง่าย ด้วยว่าเ้าผ่านการฝึกฝนปราณศักดิ์สิทธิ์มาแล้ว.. กระบวนการเหล่านี้สมควรรวดเร็วเป็อย่างยิ่งแต่การจะทำเช่นนั้นใน 10 วันย่อมไม่ใช่เื่ดี!”
เฉินเซี่ยง ถอนหายใจเล็กน้อย เขาใจร้อนเกินไปและความใจร้อนก็เป็เื่ต้องห้ามที่ยิ่งใหญ่
“อืม...แต่ก็ยังมีวิธียกระดับความแข็งแกร่งของเ้าอย่างรวดเร็วอยู่” ซูเหม่ยเหยากล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ลึกลับ
“อย่างไรหรือ?” เฉินเซี่ยงถามอย่างรวดเร็ว
เป่ยยู่ยู่ กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นขึ้นมาในทันที“สระปีศาจะ”
เฉินเซี่ยง พลันนึกขึ้นได้ว่าเบื้องล่างผาปีศาจะมีสระน้ำแปลกๆอยู่ เมื่อตอนที่เขาหล่นลงไปที่นั่น เขาสามารถหายใจภายในน้ำได้ นอกจากนี้สระนั่นยังส่องแสงเรืองรองระยิบระยับแต่บริเวณรอบๆ สระกลับไม่พบอะไรที่พิเศษเลยสักอย่าง
“ใช่...สระน้ำแปลกๆ ที่อยู่ใต้ผานั่นหรือไม่?” เฉินเซี่ยงถามพลางไม่แน่ใจ
“ใช่แล้ว! เ้าสมควรรู้ว่าเราทั้งคู่ถูกศัตรูของพวกเราขังอยู่ในสระน้ำนั่น” คำกล่าวของซูเหม่ยเหยาทำให้เฉินเซี่ยง เกิดอยากรู้อยากเห็นว่าใครเป็ผู้ที่ทิ้งสองสาวไว้ที่นั่น
“สรุปแล้ว..ที่นั่นพิเศษอย่างไร?” เฉินเซี่ยงคิดว่ามันอาจจะมีอะไรมากกว่าที่เขาได้พบ เนื่องจากผาปีศาจะเต็มไปด้วยปราณแห่งความตายอยู่เสมอไม่เพียงเท่านั้น ด้วยเหตุผลบางอย่างกลับไม่มีปราณแห่งความตายใกล้ๆ สระน้ำนั้นเลย
หลังจาก เฉินเซี่ยง รู้ว่าสระปีศาจะอยู่เหนือสามัญสำนึกเขารีบผสมน้ำลายั ลงในน้ำโดยทันที ต่อมานำไปรดสมุนไพรและดอกไม้ิญญา หลังจากนั้นเขาไปพบบิดาเพื่อกล่าวลาเื่ที่เขาจะไปยังผาปีศาจะพร้อมกับจากคฤหาสน์ตระกูลเฉินไปอย่างเงียบๆ
ระหว่างทาง เฉินเซี่ยง ได้ฟังคำอธิบายเกี่ยวกับสระปีศาจะจากซูเหม่ยเหยา
“เหตุที่สถานที่แห่งนี้ถูกเรียกว่า สระปีศาจะเพราะว่าสถานที่นี้คือที่กลบฝังของบรรดาเหล่าปีศาจะ สระน้ำนี้แปลงสภาพมาจากพลังงานบริสุทธิ์ที่ปล่อยออกมาจากซากศพของพวกมันเ่าั้ซึ่งมันราวกับมีบางคนจงใจสร้างสระแห่งนี้ขึ้น และปราณแห่งความตายที่ไหลเวียนอยู่รอบๆผานั้น ล้วนล้นทะลักออกมาจากซากศพของพวกมันด้วยเช่นกัน” ซูเหม่ยเหยากล่าว
เฉินเซี่ยงรู้สึกหวาดกลัว ปีศาจะล้วนเป็สิ่งมีชีวิตในตำนานเขาย่อมไม่คาดคิดว่าซากศพของเหล่าปีศาจะจะอยู่ที่แห่งนั้น แต่ยังทำให้ เฉินเซี่ยงตื่นเต้นจนหาที่เปรียบไม่ได้เช่นกัน ถ้าสระน้ำนั่นสร้างขึ้นจากพลังงานบริสุทธิ์จริงและถ้าเขาสามารถดูดซับมันได้แล้วละก็…….
..............................................