เก็บผักกูดและหน่อหวายป่า
“หนูเข้าใจจ้ะแม่ หนูจะตั้งใจ ไม่ทำให้พ่อกับแม่ผิดหวัง”
ลูกจันทร์ขยับตัวเข้าไปกอดเอวของแม่พลางสูดกลิ่นตัวที่เป็เอกลักษณ์ เธอถูไถ่ใบหน้ากับหน้าท้องบางๆของแม่เหมือนลูกแมวตัวน้อย
“ผิดหวังอะไรกัน ไม่ได้รางวัลก็ไม่เป็ไร อย่ากดดันตัวเองจนเกินไป”
พ่อแสนกลัวว่าเด็กสาวจะตั้งความหวังเอาไว้สูง พอไม่เป็ไปตามที่คาดหวังเอาไว้จะเสียใจจนพาลอับอาย แม้ลูกสาวของเขาจะไม่เคยมีนิสัยแบบนั้นก็ตาม
“แน่นอนจ้ะพ่อ หนูจะทำให้เต็มที ไม่ได้รางวัลอะไรก็จะไม่เสียใจเลย”
ลูกจันทร์สวมบทบาทลูกสาวตัวน้อยออดอ้อนพ่ออีกคน แน่นอนว่าพ่อแสนที่มีลูกสาวเพียงคนเดียวย่อมต้องยิ้มร่าอยู่แล้ว เขาไหนเลยจะกล้าขัดใจเธอ หากลูกอยากได้อะไรเขาก็พร้อมหามาให้เสมอ แต่ลูกจันทร์เป็เด็กดีมาก ที่ผ่านมาเธอไม่เคยออกปากร้องขอสิ่งใดให้พ่อกับแม่ลำบากใจเลย
“โตเป็สาวแล้วยังอ้อนพ่อกับแม่เหมือนเด็กอีก เอ้า นี่เมล็ดแตงโมที่เราอยากปลูก ดูสิ แค่นี้พอไหม”
แม่หวานส่งเมล็ดแตงโตสีดำให้เธอดู เมื่อเห็นว่ามีจำนวนมากพอสมควรก็พยักหน้า
“แม่จะปลูกให้พรุ่งนี้เช้า แต่แม่ไม่เคยปลูกแตงโมพวกนี้มาก่อน หากไม่ขึ้นจริงๆ แม่จะหาซื้อมาให้หนูใหม่”
เด็กสาวพยักหน้ารับรู้ หลังจากแม่หว่านเมล็ดลงดินเธอจะแอบเอาเมล็ดพันธุ์จากมิติฟาร์มมาหว่านซ้ำ การดูแลก็ไม่มีอะไรมาก เธอวางแผนจะใช้ปุ๋ยเร่งโตแบบเจือจางมาบำรุงพวกมัน เพราะรู้ว่าปุ๋ยเร่งโตมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน เธอไม่กล้าเอามันมาใช้ในปริมาณมากจนกลายเป็ที่ผิดสังเกตของคนอื่น
“จ้ะ แม่ว่าอย่างไรหนูก็ว่าอย่างนั้น เพราะแม่ใหญ่ที่สุดในบ้าน ยกให้แม่ตัดสินใจเลย”
ลูกจันทร์ยิ้มน้อยๆพร้อมวางแผนการไว้ในใจเงียบๆ
“จริงสิจ๊ะแม่ น้าพุดซ้อนบอกว่าจะเข้ามาหาแม่พรุ่งนี้เช้าๆ แกฝากมาบอกน่ะจ้ะ พวกแม่จะไปไหนกันหรือ”
เด็กสาวเงยหน้าขึ้นอย่างสงสัย การที่น้าพุดซ้อนแวะมาหาแม่ของเธอก็แปลว่าจะต้องมีงานอะไรให้ทำ
“อื้ม น่าจะชวนไปเก็บผักกูดที่ริมครองบ้านสวง บอกแม่ไว้หลายวันแล้ว”
แม่หวานคิดถึงเื่ที่เพื่อนบอกเอาไว้เมื่อสามวันก่อน ริมครองบ้านสวงมักมีผักกูดน้ำขึ้นเยอะใน่น่าฝน แต่ติดว่าไกลและค่อนข้างเข้าป่าลึกชาวบ้านคนอื่นจึงไม่ค่อยไปเก็บผักกันนัก มีข่าวลือว่าคนที่ไปเก็บผักก่อนหน้าถูกงูกัดตาย ชาวบ้านก็ยิ่งหวาดกลัวไปใหญ่ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย แค่มีคนเห็นงูเหลือมลอยผ่านน้ำเท่านั้น งูพวกนี้ไม่ทำอันตรายคนอยู่แล้วถ้าไม่ไปยุ่งกับมัน
ปกติแล้วแม่หวานจะไม่ค่อยเข้าป่าหาเก็บผักแบบนี้บ่อยนักนอกจากหน้าเห็ดออก เธอมักจะช่วยสามีทำงานในท้องนาเงียบๆ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครมาก ใครว่าอะไรก็ยิ้มน้อยๆไม่มีปากไม่มีมีเสียง
แต่อีกไม่นานลูกจันทร์ก็จะจบปอหก ลูกสาวของเธอเป็เด็กหัวดี เธอกับสามีจึงอยากส่งให้ลูกเรียนจบสูงๆเป็เ้าคนนายคน ไม่อยากให้มาลำบากเหมือนพวกเธอ แม่หวานที่ไม่ค่อยกล้าออกไปไหนนัก นอกจากเพื่อนสนิทอย่างพุดซ้อนจะมาชวนจึงกัดฟันตกปากรับคำไปเก็บผักกูดเป็ครั้งแรก ตอนนี้เพื่อให้ลูกอยู่อย่างสบาย อะไรที่ไม่เคยทำก็ต้องลองทำ อะไรที่เคยกลัวก็ต้องกัดฟันอดทน
ผักกูดเป็ผักป่าหายากจะขายได้ราคาดีเพราะคนเฒ่าคนแก่ทุกบ้านชอบนำไปทำอ่อมหรือลวกกินกับน้ำพริก นอกจากเป็อาหารอร่อยแล้วยังเป็ยาระงับไข้พิษดีนักแล สมัยเด็กๆเธอยังเคยกินน้ำต้มผักกูดตามตำราโบราณจนหายไข้ ที่ราคาแพงก็เพราะผักกูดจะออก่น่าฝนและขึ้นในพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ใช่จะขึ้นทั่วไปเหมือนผักบางชนิด
“ ริมครองบ้านสวงอยู่ไกลมาก แม่จะไปกันอย่างไร”
พ่อแสนที่นั่งเหลาตอกถามอย่างเป็ห่วง ในบ้านไม่มีจักรยานให้ใช้สอย บ้านพุดซ้อนเองก็ไม่ต่างกัน หากพูดกันตามจริงในหมู่บ้านไม่ใช่ทุกคนจะมีรถจักรยานใช้ มอเตอร์ไซค์กับรถยนต์ยิ่งแล้วใหญ่
“คงได้เดินไปนั้นแหละพี่ ออกแต่เช้าเอา ไปถึงโน่นจะได้ไม่สายมาก”
เมื่อเห็นแม่วางแผนไว้อย่างนั้นพ่อแสนกับลูกจันทร์ก็ไม่ขัดอะไร เพียงแต่บอกให้เธอระมัดระวังตัวยามเข้าป่า งูเงี้ยวสัตว์มีพิษค่อนข้างเยอะ อาจจะเป็อันตรายได้
สองทุ่มที่บ้านนอกเป็เวลาดึกแล้ว ลูกจันทร์ที่ถูกแม่ไล่ให้ไปอาบน้ำเข้านอนเตรียมกางมุ้ง มุ้งบ้านเธอยาวเป็เมตรนอนสามคนได้สบาย แต่เด็กสาวก็รู้สึกไม่สะดวกนัก เธอโตพอจะแยกห้องนอนแล้ว การทำบ้านใหม่จึงแวบเข้ามาในหัว ทุกคนในบ้านควรมีห้องเป็สัดส่วน พ่อกับแม่จะได้มีเวลาหวานกันบ้าง เธอคิดว่าเเม่ยังสามารถมีน้องได้อีก
แต่เอาไว้ให้เป็เื่ของอนาคตเถอะ ตอนนี้ต้องเร่งหาเงินมาใช้จ่ายให้มากขึ้น พ่อกับแม่จะได้ไม่ต้องลำบาก
เด็กสาวตบหมอนก่อนจะล้มตัวลงนอน เพราะพรุ่งนี้เธอยังต้องไปโรงเรียนแต่เช้า การนอนดึกอาจทำให้ตื่นสายได้
ลูกจันทร์พลิกตัวไปมาอย่างไม่คุ้นชิน เธอนอนฟูกหนามาตลอดหลายปี พอเปลี่ยนมานอนผ้าบางๆปูทับเสื่อกกก็พาลเจ็บเนื้อเจ็บตัว โรคคุณนายกำเริบขึ้นมาทันที
เห็นพ่อกับแม่ยังไม่ขึ้นนอนก็ใช้โอกาสนี้เข้าไปมิติฟาร์มอีกรอบเพื่อตรวจดูผักสองแปลงที่ปลูกไว้ เป็ไปตามที่คาดผักกะหล่ำปลีกับข้าวโพดน้ำนมใช้เวลาโตนานกว่าผักบุ้งและแตงโม พวกมันกำลังอยู่ใน่แตกยอดอ่อน ทุกแปลงงอกสม่ำเสมอดูแข็งแรงพร้อมให้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วย
เด็กสาวที่ไม่มีอะไรทำเริ่มสำรวจร้านค้าในระบบทีละหมวดหมู่จนครบ เธอเห็นคอกวัวนมและโรงงานแปรรูปก็ตาลุกวาว รอให้เธอเก็บเหรียญครบก่อนเถอะ เธอจะปลดล็อคมาใช้งานให้หนำใจ
เธอสาวออกจากมิติฟาร์มและพยายามข่มตานอนให้หลับ อาจจะยากเสียหน่อยกับคนที่เคยทำงานหามรุ่งหามค่ำจนชิน ไม่นานเสียงจิ้งหรีดที่ร้องแว่วมาไกลๆก็กล่อมให้เด็กสาวผล็อยหลับไป
วันนี้เป็วันศุกร์สุดสัปดาห์ที่เหล่านักเรียนต่างรอคอยเพื่อจะได้เล่นสนุกอย่างเต็มทีในวันเสาร์อาทิตย์ที่จะถึง แต่ไม่ใช่กับบรรดาผู้ปกครองแน่นอน แต่ละบ้านมักจะวุ่นวายดูแลเด็กที่ไม่ได้ไปโรงเรียนจนไม่เป็อันทำอะไร โดยเฉพาะเด็กอนุบาลที่ยังดูแลตัวเองไม่ได้
ลูกจันทร์ตื่นเพราะเสียงปลุกของแม่ตามเคย เธอบิดตัวไปมาเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายตื่นอย่างเต็มที่ก่อนจะเดินลงบันไดไปล้างหน้าแปรงฟัน พ่อกับแม่ของเธอตื่นั้แ่ตีสี่ ที่นอนข้างๆถูกพับเป็ระเบียบจนเย็นชืดนานแล้ว
แม่กำลังอุ่นต้มปลาที่เหลือเมื่อคืนไว้ให้กินก่อนไปโรงเรียน ส่วนพ่อก็ออกไปเก็บดักปลาที่ท้องนาตามปกติ กินข้าวแต่งตัวเสร็จฟ้าก็สว่าง พ่อเดินกลับมาพร้อมถังปลาในมือ วันนี้ได้ปลาไหลสองสามตัว แม่บอกว่าจะขังไว้ในโอ่งก่อน รอให้ได้เยอะจนพอกินจะได้แกงทีเดียว เธอกับพ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร ยกให้แม่ตัดสินใจได้เลย
วันนี้พ่อเดินไปส่งเช่นเคย เมื่อถึงโรงเรียนก็เห็นน้าพุดซ้อนกำลังส่งใบเตยที่หน้าประตูพอดี น้าพุดซ้อนจะแวะเข้าไปหาแม่หวานที่บ้านเลยเดินมาส่งลูกสาวพร้อมด้วย
ลูกจันทร์กับใบเตยจึงเดินเข้าโรงเรียนในเวลาไล่เรี่ยกัน หลังจากส่งการบ้านบนโต๊ะก็ลงไปเตรียมตัวเข้าแถวเคารพธงชาติ วันนี้พิเศษหน่อยที่ผอ.ขึ้นมาพูดทักทายนักเรียนประมาณห้านาที เื่ที่พูดหลักๆก็เป็การเเข่งขันทักษะวิชาการ นักเรียนที่เป็ตัวแทนในแต่ละวิชาขอให้ตั้งใจ นำชื่อเสียงเกียรติยศมาสู่โรงเรียนและไม่ต้องเสียใจหากไม่ชนะ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไว้มากๆ ปีหน้าจะแก้ตัวใหม่ก็ไม่สาย แม้จะเป็การตัดกำลังใจั้แ่ยังไม่เริ่มแต่ก็มีเจตนาดีไม่้าให้นักเรียนกดดันตัวเองจนเคร่งเครียด
ผอ.โรงเรียนเป็ชายวัยกลางคน เคยบวชเรียนแต่เล็กๆกับหลวงตา ครั้นสึกออกมาก็สอบบรรจุเป็ครูทำผลงานจนได้เลื่อนเป็ผอ. จากลักษณะการพูดจาก็บอกได้ว่าเป็คนใจดีมีศีลธรรม วันพระใหญ่ก็เข้าวัดทำบุญเป็ประจำ
เด็กในโรงเรียนต่างชอบผอ.บุญยิ่งมาก เพราะเป็คนตลกเฮฮา มีขนมติดไม้ติดมือมาให้เด็กๆตลอด ผู้ปกครองก็มักเอาของมาฝากเสมอ เรียกได้ว่าเป็ขวัญใจเด็กๆและเป็ที่เคารพของคนในหมู่บ้านมานมนาม
เพื่อไม่ให้กระทบกับคาบเรียน่เช้าผอ.จึงพูดไม่นานก็ปล่อยให้เด็กนักเรียนขึ้นห้องเตรียมเรียนวิชาแรก
ลูกจันทร์ไม่กังวลเกี่ยวกับการเรียนของตนเองนัก เธอสามารถตอบคำถามของครูได้ทุกวิชา ไม่นานเด็กหญิงลูกจันทร์ก็กลายเป็ที่กล่าวขานชื่นชมของครูในโรงเรียน เป็ธรรมดาที่ใครก็จะชอบเด็กที่กะตือรือร้นให้ความสนใจกับสิ่งที่สอน
ตกเย็นหลังเลิกเรียนเป็พ่อแสนมารับเธอแทนเพราะเเม่หวานที่ติดพันการพรวนดินในสวนผัก บอกว่าเห็นแปลงผักที่เธอทำไว้แล้ว ดูอย่างไรก็ไม่ถูกใจ จึงลงมือทำเองเสียเลย
“วันนี้มีการบ้านเยอะไหมลูก”พ่อแสนลูบหัวลูกสาวพร้อมกับถามไถ่อย่างห่วงใย
“ไม่จ้ะพ่อ หนูทำเสร็จในคาบแล้วเลยไม่มีการบ้าน”ลูกจันทร์อาศัยความได้เปรียบเมื่อชาติก่อน เธอจึงสามารถทำงานที่ครูสั่งจนเสร็จทันก่อนหมดคาบ เด็กสาวจึงเป็คนเดียวที่ไม่มีการบ้าน แน่นอนว่าเพื่อนๆต้องอยากลอกการบ้านวิชาเลข โดยเฉพาะเด็กชายไม้ที่นั่งข้างๆ เขาชะเง้อคอยืดคอยาวอยู่นานเธอจึงใจอ่อนยอมให้เขาลอกไปสามสี่ข้อ เด็กชายยิ้มแป้นบอกจะเอาปิ้งกะปอมมาฝากวันจันทร์เพื่อตอบแทน ทำเอาเด็กสาวรีบส่ายหน้าปฏิเสธ เธอไม่เคยกินกิ้งก่าปิ้งมาก่อน เอาเป็ว่ายังไม่พร้อมจะลองตอนนี้
“แล้ววันนี้หนูได้กินอะไรบ้าง เงินที่พ่อให้หนูซื้อของเล่นบ้างหรือเปล่า”
เสียงของผู้เป็พ่อฟังคล้ายจะกังวลอยู่บ้าง กลัวว่าลูกสาวจะไม่มีของเล่นเหมือนเพื่อนหรือกินข้าวไม่อิ่ม
“วันนี้ที่โรงเรียนทำแกงปลาทูจ้ะ หนูกินข้าวที่แม่ห่อให้หมดเลย”เด็กสาวตอบตามจริง เธอไม่อยากให้พ่อเป็กังวลใจเกี่ยวกับเธอ แน่นอนว่าเธอไม่ยอมให้ตัวเองทนหิว เพียงแต่ไม่ได้พูดออกไป ความเป็ห่วงของพ่อทำให้เธอหัวใจฟองโต อย่างไรคนในครอบครัวก็สำคัญกับชีวิตมากที่สุด เธอโชคดีมากที่มาอยู่ในครอบครัวอบอุ่น มีพ่อแม่ค่อยเป็ห่วงเป็ใย กลัวลูกจะลำบากกลัวลูกจะกินไม่อิ่มอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ใช่ทุกครอบครัวจะเป็แบบนี้ ที่บอกว่าครอบครัวเป็เซฟโซนที่ดีที่สุดของลูกบางครั้งก็ไม่จริงเสมอไป ดังนั้นแค่ใช้ชีวิตของตัวเองให้มีความสุขก็พอ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีตนเองก็ตัดสินใจได้อยู่แล้ว
“พ่อไม่เห็นหนูมีของเล่นเลย เอาไว้พ่อขายข้าวได้ปีหน้าเราไปซื้อกันดีไหม หนูอยากได้อะไร ตุ๊กตาดีไหม พ่อเคยเห็นที่อำเภอมีขาย ตอนนั้นให้หนูซื้อตัวใหญ่ๆเลย”
พ่อแสนที่ช่วยแบกกระเป๋านักเรียนพูดเสียงตื่นเต้น เขาคิดว่าเด็กผู้หญิงไม่เหมือนเด็กผู้ชาย ต้องทะนุถนอมเลี้ยงดูอย่างดีต่างจากเด็กผู้ชายที่ต้องให้ลำบากสักหน่อย
โดยเฉพาะลูกจันทร์ที่เหมือนเขามาก ใบหน้าเรียว คิ้วเข้มเป็ทรงชัดเจน ดวงตากลมสดใส หากโตขึ้นลูกสาวของเขาจะต้องสวยมากแน่ๆ พ่อแสนที่คิดเป็เื่เป็ราวขมวดคิ้วยุ่ง
“หนูไม่อยากได้ตุ๊กตาจ้ะ แต่หนูขอซื้ออย่างอื่นแทนได้ไหม”
เด็กสาวไม่อยากทำให้พ่อแสนเสียความตั้งใจ เธอจึงรับคำแต่ขอเปลี่ยนเป็อย่างอื่นแทน
รถจักรยาน บ้านเธอ้ารถจักรยานมาก
สมัยนี้รถจักรยานไม่ใช่พลาสติกน้ำหนักเบาเหมือนสมัยของเธอ เป็จักรยานที่ทำจากเหล็ก ยี่ห้อที่ดังก็จะเป็ตราจระเข้ การใช้งานทึกทนแบกน้ำหนักได้เยอะเหมาะสำหรับใช้ในถนนชนบท
แน่นอนว่าตอนนี้ยังซื้อไม่ได้ ต้องรอมีเงินก้อนจำนวนหนึ่งก่อน ไว้ถึงตอนนั้นเธอจะอ้อนพ่อให้ซื้อไว้ ทำไมต้องเป็พ่อหรือ ก็พูดกับพ่อง่ายกว่าพูดกับแม่น่ะสิ
สองพ่อลูกเดินไม่นานก็ถึงบ้าน เธอเห็นร่างผอมของเเม่หวานก้มๆเงยๆอยู่ในสวนผัก ในมือมีจอบกำลังพรวนดินบนแปลงเพาะปลูกที่เธอทำอย่างมั่นใจเมื่อวาน ลูกจันทร์ยิ้มแห้ง ทั้งๆที่เธอมั่นใจในฝีมือการทำสวนของตนมากแต่ก็ยังไม่เข้าตาแม่อยู่ดี
“แม่จ๋า แม่พรวนดินให้หนูหรือจ๊ะ”เด็กสาวผลัดผ้าเป็ชุดเล่นที่สามารถเปรอะเปื้อนได้ก็รีบวิ่งมาหาแม่หวานในสวนทันที
“ใช่ แม่โรยปุ๋ยกับแกลบให้หนูชั้นหนึ่งแล้วนะ ที่เหลือหนูก็เอาเมล็ดผักมาหว่านได้เลย จากนั้นค่อยรดน้ำเอาฟางกลบ”
แม่หวานเห็นลูกสาววิ่งมาหาก็เงยหน้าขึ้น วันนี้เธอเอาเมล็ดแตงโตมาปลูกให้ลูกสาว มองเห็นแปลงผักที่เด็กสาวทำก็ส่ายหน้า ก้อนดินในแปลงยังใหญ่เท่ากำปั้น จะหว่านเมล็ดได้อย่างไร เธอเห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า หยิบจอบหยิบเสียมมาช่วยพรวนดินในแปลงเพาะปลูกให้ละเอียดอีกรอบ ทำไปทำมาก็เพลินจนลืมเวลาลูกสาวเลิกเรียน สามีกลับมาพอดีเธอจึงให้เขาเป็คนไปรับลูกแทน
“ขอบคุณค่ะแม่ งั้นเดี๋ยวหนูเอาเมล็ดมาหว่านเลยแล้วกัน ”
เมล็ดผักที่จะหว่านลงดินเธอเตรียมไว้ั้แ่เมื่อคืนแล้ว เพื่อให้สะดวกต่อการหยิบมาใช้ เด็กสาวจึงนำออกจากมิติฟาร์มเก็บไว้บนแคร่ไม้ หากพ่อกับแม่ถามว่าเอามาจากไหนก็บอกว่าที่โรงเรียนแจก
“งั้นก็รีบเอามาปลูกก่อนจะมืด เดี๋ยวแม่จะไปเย็บกระสอบเตรียมตัวไปเก็บผักพรุ่งนี้ไว้ก่อน”การเข้าป่าลึกจะต้องพกอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักเบาง่ายต่อการใช้งานดีที่สุด แม่หวานไม่อยากเอาตะกร้าไปให้เกะกะ เธอจึงคิดจะตัดกระสอบปุ๋ยเป็ย่าม เย็บสายให้แข็งแรงหน่อยก็สามารถใส่ของได้แล้ว พกไปสองสามใบก็ไม่หนัก เป็อุปกรณ์ในการไปเก็บผักกูดที่ชาวบ้านนิยมกันมาก
งานในสวนผักปล่อยให้เป็หน้าที่ของลูกจันทร์รับผิดชอบของเธอไป แม่หวานไม่ห่วงนัก ลูกสาวของเธอเป็เด็กที่เรียนรู้เร็ว ขั้นตอนต่างๆของการเพาะปลูกเธอสามารถทำคนเดียวได้ไม่มีปัญหา
เมื่อแม่เดินจากไปเด็กสาวก็เริ่มลงมือหว่านเมล็ดพันธุ์ที่ตนเตรียมไว้ มองซ้ายมองขวาไม่มีคนก็หยิบปุ๋ยเร่งโตออกมาเจือจางกับปุ๋ยมูลไก่ก่อนจะโรยลงบนแปลงผักทั้งสามจนทั่ว จากนั้นก็วิดน้ำในถังให้ชุ่มเป็อันเรียบร้อย เธอวางแผนจะกลับมาดูวันพรุ่งนี้เช้า ผลของปุ๋ยเร่งโตทำให้ผักงอกในคืนเดียวแต่ไม่รู้ว่าจะงอกขึ้นสูงขนาดไหน เธอจึงต้องมาเตรียมตัวไว้ก่อน
พรุ่งนี้เป็วันหยุดเสาร์อาทิตย์ ลูกจันทร์จึงไม่ต้องไปโรงเรียน งานในสวนผักก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้วนอกจากรดน้ำตอนเย็น เด็กสาวจึงว่างตลอดสองวัน
ตกเย็นตอนล้อมวงกินข้าวเด็กสาวที่อยากตามแม่ไปเก็บผักกูดด้วยเริ่มร้องขอเสียงอ่อนเสียงหวาน เธอไม่เคยไปเก็บผักในป่ามาก่อน เห็นแม่ไปกับน้าพุดซ้อนก็เกิดความคิดอยากไปเหมือนกัน
แม่หวานปฏิเสธแบบไม่ต้องคิด การไปเก็บผักกูดต้องเดินทางเข้าป่าลึก เดินลุยน้ำเข้าไปจนถึงแหล่งของมัน แม้แต่ผู้ใหญ่ยังเหนื่อยแทบขาดใจ ลูกสาวของเธออายุแค่สิบปี ตัวเล็กนิดเดียว เธอจะยอมให้เด็กสาวไปลำบากได้อย่างไร
ลูกจันทร์ได้ยินคำปฏิเสธก็ไม่ยอมแพ้ สองแม่ลูกจึงโต้แย้งกันอยู่นานโดยมีพ่อแสนนั่งมองเงียบๆ บ้านนี้ไม่มีพื้นที่ให้เขาแสดงความคิดเห็นมากนัก คนหนึ่งก็เมีย อีกคนก็ลูกสาว ไม่ว่าคนไหนเขาก็รักและตามใจ จะเข้าข้างเมียก็กลัวลูกเสียใจหาว่าพ่อไม่รัก จะเข้าข้างลูกก็เกรงว่าเมียจะหาว่าให้ลูกไปลำบาก เอาเป็ว่าเขาควรนั่งเงียบๆเหลาตอกต่อไปดีกว่า
เมื่อลูกจันทร์คนใหม่แสดงความดื้อดึงแม่หวานมีหรือจะสามารถหาคำพูดมาเอาชนะเธอได้ ไม่นานแม่หวานก็ต้องยอมพยักหน้าให้เธอติดตามไปด้วยอย่างจำใจ ลูกสาวของเธอพูดเก่งแบบนี้ั้แ่เมื่อไร
กลายเป็ว่าแม่ลูกสองคนจะไปเก็บผักกูดพรุ่งนี้ พ่อแสนจึงต้องอยู่บ้านคนเดียว
เช้ามืดตีห้ากว่าๆลูกจันทร์ที่สวมเสื้อผ้ารัดกุมสะพานย่ามจากกระสอบปุ๋ยที่แม่เย็บเมื่อวานขึ้นบ่า ด้านในมีขวดน้ำกับห่อข้าวไว้กินยามหิว เธอกับแม่เหน็บมีดที่เอวเสร็จก็หยิบกระสอบที่มัดไว้ใส่ย่ามก่อนจะเดินออกไป
แม่หวานนัดเจอกับน้าพุดซ้อนที่ทางแยกอีกด้านจะได้ไม่ต้องกลับไปกลับมาเสียเวลา เมื่อน้าพุดซ้อนเห็นเ้าตัวเล็กมาด้วยก็แปลกใจ แม่หวานจึงได้แต่อธิบายด้วยน้ำเสียงทำอะไรไม่ได้
สามคนเดินไปตามเส้นทางเล็กๆที่มีพอให้มองเห็นเพื่อข้ามเขาไปที่คลองบ้านสวง การเดินในตอนเช้าตรู่ไม่ค่อยเหนื่อยอะไรมากเนื่องจากไม่มีแดดแผดเผาเหมือนเที่ยงวัน
มาถึงริมคลองบ้านสวงฟ้าก็สว่างโร่ สามคนจึงเลือกนั่งพักเอาแรงก่อนลงมือเก็บผักกูดขึ้นไปตามริมตลิ่ง แม่กลัวว่าลูกสาวจะปวดขาจึงเสนอให้เธอนั่งรออยู่ที่นี่แทน แต่เด็กสาวไม่เห็นด้วย แม่จึงไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่หยิบหมวกฟางขึ้นมาให้เธอสวมเท่านั้น
“ต้องเข้าไปลึกหน่อย เธอกลัวงูไหมหวาน”น้าพุดซ้อนที่รู้เส้นทางเอ่ยถาม ที่นี่เป็ป่าลึกไกลจากหมู่บ้าน มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นจนไม่มีทางเดิน บางครั้งต้องลุยน้ำที่ขังไปอีกฝั่ง สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ก็ก็ย่อมต้องเป็สัตว์ที่อาศัยตามพื้นที่ชุ่มน้ำหรือคลองน้ำ
“ในเมื่อมาแล้วก็ไปเถอะพุด ฉันน่ะไม่กลัวหรอก จะห่วงก็แต่เ้าลูกจันทร์นี่แหละ”เสียงของแม่ที่เป็กังวลทำให้เด็กสาวรู้สึกผิดในใจ
“เอาอย่างนี้ เราเก็บขึ้นไปตามริมน้ำนี่เรื่อยๆก่อน ่ตรงโน้นมีร่มไม้ใหญ่ ให้เ้าลูกจันทร์ไปนั่งรอได้”
น้าพุดซ้อนชี้ไปด้านหน้าเพื่อหาทางให้หลานสาวไม่ต้องลำบากลุยน้ำลึกเก็บผักกับพวกเธอ
“ก็ได้จ้ะ หนูจะไปนั่งรอแม่กับน้าพุดซ้อนตรงนั้น”
ในเมื่อเเม่กับน้าพุดซ้อนตัดสินใจแล้ว เธอก็ไม่อยากโต้แย้งอะไร จึงได้แต่พยักหน้าตกลงและเดินตามทั้งสองไป
เด็กสาวมองผู้ใหญ่สองคนที่ค่อยๆเดินลุยน้ำไปตามตลิ่งเพื่อหาผักกูด โชคร้ายที่พวกเธอไม่เจอยอดอ่อนพอจะเก็บไปกินได้ ปลายฝนยอดอ่อนเริ่มแก่แล้ว ค่อนข้างหายากพอสมควร
ลูกจันทร์ที่เดินตามตลิ่งขมวดคิ้ว ถ้าไม่มีผักกูดพวกเธอก็มาเสียเที่ยว น้าพุดซ้อนกับแม่ที่ตั้งใจจะเก็บผักกูดไปขายก็อดได้เงินแถมยังเหนื่อยฟรี
“เอ๊ะ แม่จ๊ะน้าพุดซ้อนจ๊ะดูตรงนั้นสิ ใช่ผักกูดไหม”
เด็กสาวชี้ไปยังริมตลิ่งอีกฝั่งที่มีพุ่มผักกูดสีเขียวขึ้นสูง ยอดอ่อนของมันยังไม่แก่ สามารถเด็ดมากินได้
“จริงด้วย ยอดอ่อนเยอะจริงๆ เ้าลูกจันทร์ตาดีนะเนี่ย”น้าพุดซ้อนชวนแม่เปลี่ยนฝั่งเพื่อไปเก็บยอดผักกูด ผู้ใหญ่สองคนต้องลุยน้ำในคลองที่สูงถึงหน้าอกข้ามไปโดยปล่อยให้ลูกจันทร์รออยู่ฝั่งเดิม
สองคนช่วยกันเก็บผักกูดที่ขึ้นตามริมตลิ่งไปเรื่อยๆ จากจุดที่ลูกจันทร์ชี้ไม่กี่ก้าวก็มีกอผักกูดขึ้นอีก
ยอดผักกูดถูกเด็ดใส่ย่ามจนเต็มก่อนจะเทใส่กระสอบใหญ่ที่นำมาด้วย สามคนค่อยๆเดินลัดเลาะไปตามริมคลองบ้านสวงจนตะวันขึ้นกลางหัว น้าพุดซ้อนจึงชี้ไปที่ต้นไม้เพื่อให้ลูกจันทร์ไปนั่งรอ ส่วนเธอกับแม่หวานจะเดินขึ้นไปเก็บผักกูดเพิ่ม เมื่อได้เต็มกระสอบแล้วจะย้อนลงมารับแล้วกลับออกไปทางเดิม
ลูกจันทร์พยักหน้ารับคำของแม่ก่อนจะเดินไปทรุดนั่งใต้ร่มไม้ เธอปาดเหงื่ออย่างเหน็ดเหนื่อยแต่ก็สุขใจยิ่ง แม่ของเธอกับน้าพุดซ้อนได้ผักกูดเต็มกระสอบเลย มาไม่เสียเที่ยวแล้ว
เด็กสาวหยิบน้ำขึ้นมาดื่มแก้กระหายก่อนจะมองรอบๆ กอหวายป่าที่อยู่อีกด้านทำให้เธอต้องลุกขึ้นเพื่อเข้าไปดูอย่างตื่นเต้น ได้ยินว่าคนชนบทชอบกินแกงอ่อมหน่อหวายอ่อนมาก รสชาติอร่อยจนต้องยกนิ้วให้โดยเฉพาะหวายป่าที่หายาก มันมีราคาแพงยิ่งกว่าผักกูดเสียอีก ดูจากกอหนาของต้นหวายแล้ว วันนี้เธออาจจะเก็บหน่อหวายอ่อนได้ถึงสิบกิโลกรัม
มือบางปลดมีดที่แม่ให้เหน็บเอวออกจากผ้า หวายป่ากอใหญ่หากไม่ระวังอาจจะาเ็จากการถูกใบของมันบาดได้ ลูกจันทร์ใช้มีดเล็กๆของตนฟันไปที่หน่ออ่อนอย่างระมัดระวัง แต่เพราะความไม่ชำนาญทำให้มีหลายครั้งถูกใบแหลมทิ่มแทงจนเป็แผล หญิงสาวเจ็บจนน้ำตาไหลแต่ก็ต้องอดทน
ไม่นานเด็กสาวก็สามารถเก็บหน่อหวายป่าที่้าถึงห้ากิโลกรัมแล้ว แม้ก็ต้องแลกมากับความเ็ปจากการถูกบาดจนเป็แผล แต่เธอก็มีรอยยิ้มแต่งแต้มบนใบหน้า
มือเล็กหยิบหน่อหวายอ่อนใส่ย่ามของตนก่อนจะค่อยๆขยับค้นหาหน่ออ่อนอื่นๆต่อ
ครึ่งชั่วโมงต่อมาเธอก็ต้องยอมแพ้ให้กับท้องที่ร้องดังโกรกกราก เด็กสาวหยิบห่อข้าวออกมาปั้นกินเพื่อบรรเทาความหิว แม่ของเธอปั้นข้าวเหนียวกับปลาย่างใส่ถุงไว้ให้ เธอกินจนอิ่มก็เก็บหน่อหวายต่อจนตะวันบ่ายคล้อย แม่หวานกับน้าพุดซ้อนจึงแบกกระสอบกลับมา
เมื่อทั้งสองคนเห็นหน่อหวายอ่อนที่เด็กสาวเก็บจึงประหลาดใจมาก หน่อหวานป่าพวกนี้ไม่ใช่ของที่จะหาได้ง่ายๆ แม้แต่พุดซ้อนที่เคยมาแถวนี้หลายครั้งแล้วก็ยังไม่เคยเจอกอหวายป่าเลยสักต้น แต่ลูกจันทร์ที่เพิ่งมาได้วันเดียวโชคดีจนได้หน่อหวายป่าหลายโลซะแล้ว เด็กหญิงมีโชคจริงๆ
แม่หวานกับน้าพุดซ้อนที่เดิมที้ากลับออกจากป่าก่อนบ่ายสามปรึกษากันอีกครั้ง หน่อหวายป่าขายได้ราคาดีมาก หากพวกเธอสามารถเก็บเพิ่มไปขายคงจะได้รับเงินมาไม่น้อยเลยทีเดียว
สามคนจึงตกลงช่วยกันค้นหาหน่อหวายป่าเพื่อนำไปขายอีกหน่อย โดยมีลูกจันทร์ค่อยชี้จุดที่มีกอหวายป่าขึ้นให้ การเก็บหน่อหวายอ่อนจึงเป็ไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อสมควรแก่เวลาก็ชวนกันกลับ เข้าป่าลึกแบบนี้อย่าอยู่จนเย็นเกินไป
ขามานั้นค่อยข้างสบาย แต่ขากลับต้องแบกกระสอบผักที่เก็บไปด้วย การเดินทางจึงใช้เวลานานกว่าเดิมถึงชั่วโมงเพราะต้องหยุดพักเอาแรงตลอดสิบนาที
ผักพวกนี้จะขนกลับไปไว้ที่บ้านน้าพุดซ้อนเพราะอยู่ในตัวหมู่บ้าน ง่ายต่อการขายมากกว่า น้าพุดซ้อนช่างกิโลผักกูดและหน่อหวายอ่อนที่เก็บมาได้เพื่อคิดเงินให้สองฝ่ายรู้ชัดเจน มีผักกูดบางส่วนที่แม่ของเธอเก็บมาไว้ทำกับข้าวตอนเย็น พ่อของเธอชอบผักกูดลวกจิ้มกับน้ำพริกมาก
“แม่เ้าใตเตย ผักกูดโลเท่าไร หูย มีแต่สวยๆ เอาให้ฉันสักสองโลสิ”เพื่อนบ้านที่ได้ข่าวทยอยเข้ามาซื้อผักทีละคนสองคน น้าพุดซ้อนแม้จะจบแค่ปอสี่แต่ก็คุ้นเคยกับการค้าขายพอสมควร การช่างน้ำหนักและการคิดเงินจึงเป็ไปอย่างรวดเร็ว ผักกูดนั้นขายกิโลกรัมละหนึ่งร้อยบาท ส่วนหน่อหวายอ่อนที่เหลือจากการแบ่งให้ลูกจันทร์แล้ว ขายกิโลกรัมละหนึ่งร้อยห้าสิบบาท เป็ชาวบ้านมาช่วยกันซื้อพวกเธอจึงขายไม่แพงเท่ากับในเมือง
“ตาย มีหน่อหวายอ่อนด้วย พอดีพรุ่งนี้แกงไปวัด แม่เ้าภูผาเอาให้ฉันสักสามโลจ้ะ นี่เงิน”
หน่อหวายอ่อนเป็หวายป่าที่หายากมาก การจะได้กินแกงหวายต้องเข้าไปตัดในป่าลึก แต่เข้าไปแล้วก็ไม่แน่ว่าจะมีหน่ออ่อนให้ไหม เวลานี้หน่อหวายอ่อนจึงถูกบรรดาลุงป้าน้าอารุมแยงกันจนวุ่นวาย
หน่อหวายอ่อนยี่สิบกิโลกรัมขายหมดเป็อย่างแรก ผักกูดแม้จะขายดีเหมือนกันแต่เพราะมีปริมาณเยอะกว่าจึงยังเหลืออีกหนึ่งกระสอบ
น้าพุดซ้อนหยิบของมือประวิงโดยมีลูกจันทร์และแม่ช่วยเป็ลูกมือ แม่ของเธอไม่คุ้นเคยกับการค้าขาย เวลาพูดก็เสียงแ่เบาเขินอายหน่อยๆเพราะเป็ครั้งแรก ลูกจันทร์จึงต้องเป็คนคิดเงินแทน ซึ่งนั้นก็ไม่เป็ปัญหากับเธอแต่อย่างใด ซ้ำยังคล่องกว่าน้าพุดซ้อนจนต้องยกหน้าที่คิดเงินให้เธอคนเดียว กลายเป็ว่าแม่กับน้ำพุดซ้อนช่วยหยิบผักใส่ถุงยื่นให้ลูกค้าแทน
“ได้หน่อหวายป่ามาด้วย โชคดีจริงๆนะ แถมให้ฉันเยอะๆหน่อยสิ ให้น้อยจริงๆจะไปพอแกงอะไร ว่าแต่พวกเธอไปเก็บตรงไหนละบอกฉันบ้างสิ”
หลายคนเห็นน้าพุดซ้อนกับแม่หวานขึ้นภูเก็บผักได้หน่อหว่ายอ่อนมาเยอะก็อยากไปเก็บบ้าง ผักป่าผักนี้ขายได้เงินดีทั้งนั้น
พุดซ้อนที่เห็นเพื่อนถูกถามจนอึกอักไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรก็ร้องขึ้น
“โอย พวกฉันก็ข้ามภูไปเก็บในป่าตามเื่ตามราวนั้นแหละจ้ะยายสมาน จำไม่ได้หรอกว่าเก็บตรงไหนบ้าง ในป่าลึกไม่มีทางชัดเจน พวกฉันก็หาไปเรื่อยๆ ยายสมานลองเข้าไปหาดูสิจ๊ะ”
ลูกจันทร์มองน้าพุดซ้อนจัดการกับคนที่้าผลประโยชน์ก็ลอบชื่นชม แม้ว่าของในป่าจะไม่ใช่ของส่วนตัว ทุกคนสามารถเก็บได้ แต่กับบางคนที่ค่อยจ้องแต่จะงาบผลประโยชน์จากคนอื่นโดยไม่ลงแรงก็ไม่จำเป็ต้องพูดมาก แม่ของเธอกับน้าพุดซ้อนเก็บผักเหนื่อยแทบตาย หน่อหวายป่าก็ไม่ใช่หาง่ายๆ พวกเธอจะปักจุดให้คนอื่นได้อย่างไร
แม่หวานของเธอไม่ค่อยกล้าปฏิเสธคนนัก อย่างไรก็เป็คนในหมู่บ้านเดียวกัน เมื่อคนถามก็ลังเลไม่รู้ว่าควรบอกดีหรือไม่ หากน้าพุดซ้อนไม่พูดขึ้นก็คงถูกกดดันจนต้องยอมบอก
“แหม แม่เ้าภูผา อย่าหวงนักสิ แบ่งๆฉันบ้าง เห็นเธอกอบโกยเงินไปเยอะแยะขนาดนี้ พวกฉันก็อยากได้บ้างนะ”
ป้าเฉลียงทำท่าไม่พอใจ ยายสมานกับป้าเฉลียงเป็ที่รู้กันดีว่าอยากได้อยากมีจนไม่สนใจคนอื่นๆ บางครั้งเห็นแก่ตัวจนชาวบ้านเอือมระอา เห็นใครก็เอาไปพูดอย่างนั้นอย่างนี้สนุกปาก งานอาสาไม่เคยเห็นหน้า แต่ถ้ามีผลประโยชน์จะวิ่งมาก่อนใคร
“ก็ข้ามภูไปแถวนั้นตามที่แม่เ้าภูผาบอกละจ้ะ ป้าเฉลียงกับยายสมานลองไปดูเอาสิ”
แม่สามีของน้าพุดซ้อนทนไม่ไหวจึงออกปากบ้าง มาซื้อผักแค่โลเดียวจะให้แถมสองโลยังไม่พอ ยังจะมาบังคับคนอื่นให้บอกโน่นนี่อีก ก็ลองขึ้นไปหาดูเอาเองสิ
คนอื่นๆก็ไม่ได้ให้ความสนใจยายสมานกับป้าเฉลียงอีก ต่างซื้อผักเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้านทำอาหารให้ลูกให้ผัว
ขายผักกันจนเกือบมืดผักกูดที่เหลืออีกกระสอบก็ถูกเหมาไปจนหมด เป็เมียกำนันชดเหมาไปขายต่อในเมือง พวกเธอก็ไม่ได้ว่าอะไร การเข้าเมืองต้องใช้รถหาที่หาทางวุ่นวายซึ่งลำบากจนเกินไป แม้จะได้กำไรก็ไม่คุ้มค่า เมียกำนันชดมีรถเดินทางไปมาสะดวกก็ให้แก่ไปเถอะ
“หวานนี่เงิน”
น้ำพุดซ้อนยื่นเงินสี่พันให้แม่ของเธอ แม้จะได้ผักเยอะแต่ก็ขายบ้างแถมบ้าง บางคนยังลดให้เพราะเป็พ่อแม่พี่น้องใกล้ชิด จำนวนเงินที่ได้จึงลดลง แต่หลังจากแบ่งกันก็ยังเยอะพอให้หลายคนใจสั่น เงินสี่พันไม่ใช่น้อยๆเลย
“เยอะไปหรือเปล่าพุด”แม่หวานขมวดคิ้วไม่ยอมรับเงินที่เพื่อนยื่นให้ ผักกูดกับหน่อหวายป่าได้เงินเยอะขนาดนั้นเชียวเหรอ
“เยอะอะไรเล่า นี่ก็แบ่งกันคนละครึ่ง ถ้าไม่ได้เ้าลูกจันทร์มาช่วยเก็บหน่อหวายพวกเราคงไม่ได้เงินเยอะขนาดนี้ เอาไปเถอะ”
น้าพุดซ้อนยัดเงินใส่มือแม่ของเธอก่อนจะหันมายื่นเงินยี่สิบบาทให้เธอเป็รางวัล เด็กสาวมองแม่เล็กน้อย แม่ของเธอขี้เกรงใจมากต้องไม่ยอมให้เธอรับเงินนี้แน่ๆ
“ให้หลานกินขนมจะเป็อะไรไป เอาไปเ้าลูกจันทร์น้าให้ ไม่ต้องสนใจแม่ของหนู”
“แต่ว่าพุด..”
“โอยเอาไปเถอะ เธอแค่ทำขนมต้มมาแบ่งเ้าใบเตยกับเ้าภูผาก็พอ”
น้าพุดซ้อนมีลูกสองคนคือใบเตยที่อายุเท่ากับลูกจัทร์และภูผาที่อายุสามขวบ เด็กสองคนชอบขนมต้มของแม่เธอมาก มีงานบุญวันไหนก็วนเวียน แต่ให้น้าหวานทำให้กิน นี่ก็ใกล้วันออกพรรษาแล้ว ที่วัดมีงานบุญใหญ่เด็กๆย่อมรอกินขนมที่ชอบ
แม่หวานกำเงินสี่พันในมือแน่น นี่เป็ครั้งแรกที่เธอสามารถหาเงินได้มากขนาดนี้ หากไม่ใช้เพราะพุดซ้อน ครอบครัวของเธอก็คงลำบากหาเงินกันอีกนานกว่าจะได้เท่านี้
เห็นว่ามืดแล้วสองคนก็ลากลับบ้าน ปานนี้พ่อของเธอคงชะเง้อคอคอยแล้ว ลูกจันทร์กับแม่เดินออกจากบ้านน้าพุดซ้อนลัดเลาะไปตามทาง แม้จะเปลี่ยวน่ากลัว แต่มีเพื่อนมาด้วยก็คลายความกังวลลงได้บ้าง
พ่อแสนจุดตะเกียงไว้รอสองแม่ลูกนานแล้ว พ่อของเธอทอดไข่เจียวหอมๆกับน้ำพริกไว้เป็มื้อเย็น ลูกจันทร์ที่กินข้าวั้แ่เที่ยงหิวจนไส้กิ้ว เธอนั่งลงปั้นข้าวเหนียวทันทีโดยไม่สนใจสภาพที่เหนียวเหนอะหนะของตน แม่หวานดีกว่าหน่อยที่ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนมากินข้าว
--------------------------
เอ็นดูพ่อแสนนะคะ ไม่มีปากเสียงในบ้าน 555
น้องนำโชคมาให้แม่กับน้าพุดซ้อนแล้ว นับเงินรัวๆ