อาอู่เขียนจดหมายบอกพี่เดชมีภารกิจด่วนต้องไปทำไม่ต้องเป็ห่วงจะกลับมาภายใน 3 วัน เขียนเสร็จ อาอู่ก็ขี่เ้าม้าน้อยพุ่งเข้าไปในเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว ถึงที่หมายในเวลาค่ำมืด หน้าสำนักาาวดีมีทหาร คอยตรวจตราอยู่เต็มไปหมดและยังมีผู้ที่ถือดาบ แต่งตัวธรรมดาเดินอยู่รอบๆ อาอู่รีบยื่นป้ายประจำตัวที่ท่านอาจารย์ให้มา กับทหารที่เฝ้าประตู
ทหารเฝ้าประตูรีบไปรายงานไม่นานก็มีคนมาต้อนรับอาอู่
“ ท่านพราหมณ์น้อย เชิญด้านนี้ “ สาวสวยวัย20ปี เชิญอาอู่เข้าไปที่ห้องรับแขกของสำนัก พอถึงห้องโถงรับแขกมีผู้หญิงสูงวัยผู้หนึ่งนั่งเป็ประธานอยู่ด้านในมีอีก 4 คนเป็ผู้หญิงวัยไม่เกิน 30 ปี ทุกคนต่างจ้องมาที่อาอู่ทั้งหมด
“ ข้าคือพราหมณ์น้อยอู่ อาจารย์ได้ส่งข้ามาหาท่านเ้าสำนักดาราณี หากว่าท่านมีปัญหาเื่อะไร โปรดบอกข้าได้เลย " อาอู่แนะนำตัว ไปทีเดียวเลย
“ ข้าคือเ้าสำนักดาราณี แต่ข้าสวดอ้อนวอนต่อท่านฤาษี ทำไม่ท่านส่งพราหมณ์น้อยเช่นท่านมา ข้าเกรงว่าเื่นี้ท่านจะรับมือไม่ไหว” เ้าสำนักเห็นอาอู่แล้วเหมือเด็กเล็กมาก กว่าจะมาจัดการปีศาจได้
“ อาจารย์เคยเล่าว่า คนที่ท่านให้รูปปั้นไว้มีไม่กี่คน ส่วนใหญ่จะมีความเชื่อมั่นต่อท่านยิ่งนัก ที่ท่านพูดเช่นนี้ แสดงว่าท่านไม่เชื่อมั่นต่อท่านอาจารย์ ถ้าอย่างนั้นข้าคงต้องขอตัว ปีศาจกุมารทองตนนี้ มัน้าเด็กสาวอายุ ไม่เกิน20 ปีแล้วที่นี่ก็มีเยอะซะด้วย เฮ้อ....แล้วแต่บุญแต่กรรม ข้าคงต้องลาก่อน” อาอู่เห็นพวกเขาไม่ให้ความสำคัญต่อตนเท่าไหร่ ถ้าอย่างนั้นคงต้องกลับไปบอกอาจารย์ดีกว่า
“ หยุดก่อนท่านพราหมณ์น้อย ข้าไม่ได้ความว่าไม่ให้ท่านช่วยเพียงแค่เป็ห่วงท่านเท่านั้น ท่านอยู่ที่นี่ช่วยพวกเราด้วยเถอะ” เ้าสำนักดาราณี รีบหยุดอาอู่ หากปล่อยไปเช่นนี้ ต่อไปท่านฤาษีไม่ช่วยแน่ อาอู่ได้ฟังก็หยุด เป็ไปอย่างที่คิดยังไงก็คงยังกลัวอาจารย์อยู่
“ ท่านช่วยเล่าเื่ปีศาจนี้ให้ข้าโดยละเอียดด้วย” อาอู่เข้าเื่
“ เมื่อเดือนก่อน มีลูกศิษย์ข้าผู้หนึ่งถูกลักพาตัวไป ข้าได้แจ้งเื่กับทางการเมืองละโว้ เขาส่งมือปราบมาคอยตามสืบเื่นี้ ผ่านไปอีก 7 วันลูกศิษย์ข้าก็หายไปอีกคน โดยที่ฝ่ายมือปราบไม่สามารถตามหามันได้ ข้าเลยขอความช่วยเหลือจากสำนักต่อสู้ทั้งหลายในเมืองนี้ทั้งหมด ก็ไม่มีใครจับมันได้ เมื่อ 7 วันที่แล้วในขณะที่มีคนเฝ้าอยู่ภายนอกมากมาย มันปรากฏตัว และจับศิษย์ข้าไปอีกคนและทำร้ายมือปราบที่มาช่วยาเ็ไปหลายคน และวันนี้ก็ครบ 7 วันแล้วพวกข้าอพยพศิษย์ออกไปจนหมด มีเหลืออยู่แค่ 30 คนเท่านั้น ที่พวกนางไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน" ท่านเ้าสำนักดาราณี เอ่ยเสียงเครียด
“ รูปร่างปีศาจตนนี้เป็อย่างไร”
“ เป็เด็กผมจุก ร่างกายขยายเล็กใหญ่ได้ มีกรงเล็บแหลมคม หน้าตาเหมือนมนุษย์ แต่ดวงตามันลึกเข้าไป เวลามันอ้าปากมีเขี้ยวออกมาด้วย วันนี้ทางมือปราบได้เชิญอาจารย์แก้วว่ากันว่าปราบภูติผีปีศาจ มามากมาย ท่านพราหมณ์น้อยอีกซักครู่คงได้เจอกัน” เ้าสำนักดาราณี เอ่ยด้วยความกังวล อาอู่มองเห็นอาจารย์แก้ว ใส่ชุดขาวเหมือนตน ห้อยลูกประคำ เดินเข้ามามีมือปราบล้อมหน้าล้อมหลัง อยู่เกือบ สิบคน
“ นี่หรือพราหมณ์น้อยที่จะมาช่วยปราบผีกุมารทองตนนี้ หน่วยก้านไม่เลว แต่ว่าหากเจอผีกุมารทองเ้าต้องห่างไปก่อน อย่าเกะกะ ขวางทางข้า รู้ไหมเ้าพราหมณ์น้อย " เสียงของอาจารย์แก้วเสียงดังได้ยินกันทั่วห้องโถง
อาจารย์ดาราณีมองหน้าอาอู่แล้วรู้สึกแย่ทันที อาอู่พยักหน้ายิ้มๆ เหมือนจะบอกว่าไม่เป็ไร ทันใดนั้น ก็มีเสียงร้องะโ มาแล้ว ปีศาจมาแล้ว ทุกคนรีบออกไปดูทันที มันคือกุมารทองร่างั์เดินเข้ามาแบบไม่กลัวใครทหารยามที่ขวางหน้ามันก็ถูกมันจับเหวี่ยง กระเด็นออกไปไกล ขณะที่มันกำลังจะเดินเข้ามาในห้องโถงที่จัดไว้ให้ลูกศิษย์ อยู่ อาจารย์แก้วก็เดินนำหน้าอาอู่ ไป แล้วหยิบ รูปปั้นโลหะออกมารูปร่างเหมือนควาย ท่องมนต์เสร็จก็ปล่อยออกไป กลายเป็ควายโลหะสีดำเมี่ยม พุ่งเข้าปะทะกับ เ้ากุมารทองั์ตัวนี้ ตูม ! เ้ากุมารทองจับเขาทั้งคู่ของควายโลหะตัวนี้ ต่างฝ่ายต่างดันกันไปมา เ้ากุมารทองั์ เริ่มขยายตัวเองให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีก 2 เท่า คราวนี้ควายโลหะเมื่อเทียบกับกุมารทองั์นี่เล็กไปเลย
“ อาจารย์แก้ว เสกให้ควายโลหะให้ขยายใหญ่ขึ้นอีก ซิ ไม่เช่นนั้นสู้ไม่ได้แน่”หัวหน้ามือปราบเสนอแนะ
“ ไม่ได้น่ะซิ ปล่อยไปแล้วก็แล้วกัน จะเพิ่มหรือลดอีกไม่ได้ ถ้าจะทำก็ต้องตอนปลุกเสกเท่านั้น แต่ไม่ต้องห่วง ข้ายังมีเ้าภู่ดำ “ อาจารย์แก้วหยิบแมลงภู่สีดำเมี่ยมออกมา และปล่อยออกไปช่วยควายโลหะที่ตอนนี้ถูกหักเขาไปแล้ว หนึ่งแมลงภู่แบ่งตัวออกไปเป็ร้อยเป็พัน พุ่งเข้าใส่กุมารทองั์ตัวนี้ พอมันเห็นแมลงภู่มากันมากมาย มันจึงทำอ้าปากพ่นไฟเผา แมลงภู่เ่าั้จนตายเกลี้ยงแล้วจับควายโลหะ หักคอ พลั่ก
สุดท้ายมันก็กลายเป็ หุ่นโลหะตัวเล็กเหมือนเดิม อาจารย์แก้วคว้าหวายขึ้นมา พุ่งเข้าไปฟาดกุมารทองั์ต่อ เปรี้ยะ ๆ กุมารทองสะดุ้งเล็กน้อย สุดท้ายมันจับหวายได้ แล้วถีบตรงๆ ไปที่ท้องของอาจารย์แก้ว ตูม ! ร่างของอาจารย์แก้วลอยลิ่วเข้ามาอยู่ในห้องโถงนอนราบไปกับพื้นลุกไม่ขึ้น พวกกองปราบเห็นเช่นนั้น ก็วิ่งหนีไปคนละทิศละทาง มันเดินเข้ามา
ในห้องโถง ที่เ้าสำนักกับศิษย์สาวกำลังกอดกันอยู่ อาอู่ก็ เดินไปขวางหน้ามัน แล้วปรากฏไม้พญางิ้วดำ ขึ้นในฝ่ามือ ปีศาจกุมารทองเห็นอาอู่ตัวเล็กนิดเดียว เลยหดตัวมาขนาดพอๆ กัน อาอู่ฟาดไม้พญางิ้วดำเข้าใสหน้าของปีศาจกุมารทองด้วยความรวดเร็ว เปรี้ยง ! หัวทิ่มพื้นไปทันที อาอู่ไม่เสียเวลา ฟาดไปที่ลำตัว หัว แขน ขา หน้า หลัง ปาก แล้วไม้สุดท้ายฟาดไปที่ลำคอ เปรี้ยง !
เ้ากุมารทองลุกไม่ขึ้น มันสงสัยว่า มันเป็แค่ไม้ธรรมดา ทำไมปีศาจยังมันทำไมต้องเจ็บขนาดนี้ ตอนนี้ตัวมันบวมไปทั่วตัว พยามแปลงร่างให้ใหญ่ขึ้นอีก
แต่สุดท้ายก็โดนไม้ที่ขนาดใหญ่ขึ้นเช่นกันฟาดจนเจ็บหนักกว่าเดิม สุดท้ายมันคลานขึ้นมาจากหลุม ทีโดนฟาดไปจนจมดิน และจะ หายตัวหนีไป แต่ไม่ทันแล้ว อาอู่ ใช้ยันต์8ทิศกักขังมันไว้แล้ว
“ บอกมาเด็กสาวที่เ้าจับตัวไป ตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่” อาอู่ถาม
“ เ้าเด็กน้อย ข้าไม่บอกเ้าจะทำอะไรข้าได้” ปีศาจกุมารทองเย้ยหยัน
อาอู่ยิ้มเย็น แล้วแบมือออกมา ไม้พญางิ้วดำ ก็โผล่ขึ้นมาที่มือ แล้วอาอู่ก็แบ่งไปออกเป็ 10 อัน แล้วปล่อยให้เข้าไปไล่ตี เ้ากุมารทอง ทีทำท่าเย้ยหยัน เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ โครม ๆ ๆ ๆ ตุบๆ ๆ ๆ ๆ ไม่ถึง 5 นาทีกุมารทองก็ร้องพอแล้ว ยอมแล้ว ขณะจะยกมือ ก็ถูกไม่ฟาดลงไปอีก จึงได้แต่ตระโกน พอแล้ว ยอมแล้ว บอกแล้ว อาอู่ถึงได้หยุด
“ เด็กพวกนั้นยังไม่ตาย แค่ถูกดูดเืออกไปเท่านั้น แต่ถ้าข้าจับไปได้อีกคนครบสี่คน ก็จะต้องถูกตัดหัวบูชายันต์ ให้กับ เทพจันทรา เพื่อเพิ่มพลังให้นายท่าน”ปีศาจกุมารทองกล่าวหมดเปลือก
“ แล้วทำไมต้องมาเจาะจงมาที่สำนักาาวดีแห่งนี้ และทำไมต้องรอ7วันถึงมาจับอีกพวกเ้าไม่กลัวพวกข้าวางกับดักหรอกหรือ” เทียนสงสัยอีกสองข้อ
“ เ้านายข้า้าร่างของผู้หญิงที่อาบแสงจันทร์เท่านั้น เพราะที่นี่มีผู้ที่อาบแสงจันทร์ทุก7 วัน จึงต้องมาที่นี่ที่เดียว” อาอู่ฟังจบก็หันไปหาเ้าสำนักดาราณี
“ ใช่แล้วสำนักเราจะมีการอาบแสงจันทร์เพื่อให้ความสวยงามและอายุยืนยาวแต่นี่เป็ความลับของสำนักข้าพวกเ้ารู้ได้อย่างไรนี่” เ้าสำนักสงสัย
“ เ้านายข้าเคยเป็ศิษย์สำนักนี้มาก่อน” ปีศาจกุมารทองบอก
“ เ้านายเ้าเป็ผู้หญิงรึ?” อาอู่ใ
“ ใช่แล้ว”
เ้าสำนักพอฟังจบก็ใ พยายามนึกว่าใครเป็คนทำเื่เช่นนี้ได้ แต่ก็นึกไม่ออก
“ ข้านึกไม่ออกจริง เพราะคนที่มาเรียนที่นี่ ส่วนใหญ่ก็เป็พวกมีตระกูล เชื้อพระวงศ์ทั้งนั้น แต่ไม่มีปรากฏว่ามีใครมีความรู้เื่เวทมนตร์มาก่อน” เ้าสำนักยืนยันว่าไม่รู้
“ เ้านายเ้าชื่ออะไร” อาอู่ถาม
“ เ้านายข้าชื่อ เ้าแพรไหม” ปีศาจกุมารทองพูดจบ เ้าสำนักดาราณียืนอึ้งทันที
“ ท่านเ้าสำนักท่านรู้จักเ้าแพรไหมด้วยหรือ” อาอู่ถามแต่ก็รู้สึกคุ้นๆกับชื่อนี้เหมือนกัน
“ เฮ้อ ไม่นึกเลย เ้าแพรไหมยังไม่ตาย กลับยังมีชีวิตอยู่ เธอคงแค้นาาคนปัจจุบันมาก เพราะั้แ่าาองค์ก่อนจากไป าาละโว้องค์ใหม่ก็ปราบปรามคนที่เคยหนุนหลัง หรือมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด กับองค์รัชทายาท คนของเ้าแพรไหมก็เช่นกัน พวกเขาใกล้ชิดกับองค์รัชทายาทมาก สุดท้ายจึงฆ่าล้างตระกูลจนหมด เธอคงอยากแก้แค้นจนลืมความรู้สึกรับผิดชอบชั่วดีไปแล้ว” เ้าสำนักกล่าวอย่างปลงปลง
“ ท่านเ้าสำนัก เื่นี้ก็คลี่คลายแล้ว ต่อไปเป็หน้าที่ของข้าที่จะจัดการกับเ้ากุมารทองกับเ้านายของมัน ส่วนเื่ที่นี่ ท่านบอกพวกเขาว่าข้าจัดการไปทั้งหมดแล้ว ไม่ต้องห่วง” อาอู่หันไปมอง อาจารย์แก้วยังนอนแผ่หรา สลบยังไม่ฟื้น ส่วนมือปราบไม่มีใครเหลืออยู่เลย จากนั้นเทียนก็ให้ปีศาจกุมารทองพาไปพบ เ้าแพรไหมทันที
อาอู่มาหยุดที่หน้าถ้ำแห่งหนึ่ง อยู่ห่างจากตัวเมืองละโว้ไม่ไกลนัก อาอู่เดินเข้าไปในถ้ำโดยไม่ได้กลัวเกรงใดใด ทั้งสิ้น เพราะพี่เทพธิดาบอกว่าไม่มีอันตรายใดใดทั้งสิ้น
“เ้ากุมารทอง เ้าพาใครมา” อาอู่มองเห็นสาวชุดดำอายุราว 30 ปี ที่จ้องมาที่อาอู่
“ พราหมณ์น้อยท่านมาทีนี่้าอะไร” เสียงนางไม่มีความเป็ศัตรูแม้แต่นิดเดียว อาอู่ถอนใจ แล้วเอ่ยว่า
“ ข้ามาช่วยคน อยากให้ท่านปล่อยพวกศิษย์สำนักดาราณี ทั้งสามคนด้วย”
“ เื่นี้ท่านพราหมณ์น้อย อย่ายุ่งจะดีกว่า” เ้าแพรไหมเริ่มเสียงแข็ง
“ าาไชยเชษฐ์ ทำร้ายครอบครัวพวกท่าน แต่ว่าคนบริสุทธิ์เหล่านี้ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเลย”
“ ข้า้าพลัง และก็อำนาจ ข้าไม่สนว่าจะต้องฆ่าคนอีกกี่คน ถ้ามันจะทำให้ข้าสังหาราาไชยเชษฐ์ได้” เ้าแพรไหมส่งเสียงที่น่ากลัวออกมา
“ าาไชยเชษฐ์เป็คนชั่ว แต่ท่านก็ไม่จำเป็ต้องเป็คนชั่วตามเขาก็ได้นี่”
“ ข้าไม่สนใดใดทั้งสิ้น ข้าจะจับนางพวกนี้มาบูชายัน เพื่อขอพลังจากดวงจันทร์ท่านกลับไปซะเถิด” เ้าแพรไหมดื้อรั้นจริงๆ
“ ท่านนี่ เ้ากุมารทอง คอยดูเ้านายเ้าซะ ข้าไม่อยากทำร้ายนาง” อาอู่ะโสั่งกุมารทอง ตอนนี้เ้ากุมารทองเครียดทันที อาอู่ให้มันหยุดเ้านายตนเองเนี่ยนะ แล้วเ้านานมันจะคิดยังไงละเนี่ย
“ ท่านว่าไรนะ นี่ท่านกล้าสั่งกุมารทองของข้าเชียวรึ? “ เ้าแพรไหมสงสัยเป็อย่างยิ่ง กุมารทองมากระซิบกับเ้านายทันที
“เป็ความจริง?” เ้าแพรไหมใ ที่ได้ฟังว่าพราหมณ์น้อยผู้นี้กำราบกุมารทองจนหัวหดขนาดนี้
“ ท่านเป็ใครกันแน่พราหมณ์น้อย” เสียงเ้าแพรไหมอ่อนโยนมากขึ้น
“ ข้าเป็ศิษย์ท่านสุกกทันตะ ส่งให้ข้ามาจัดการเื่นี้” อาอู่กล่าวความจริง
“ อ้อเป็เช่นนี้เอง ข้าใช้ชีวิตมาสิบกว่าปี เพื่อแก้แค้น ทำให้ชีวิตของข้าไม่มีความสุขเลย” เ้าแพรไหมเอ่ย
“ ศิษย์พี่ของข้าก็ถูกาาไชยเชษฐ์ฆ่าตาย วันหนึ่งข้าจะเป็คนแก้แค้นเื่นี้ด้วยตัวของข้าเอง แต่ว่าตอนนี้ บ้านเมืองยุ่งเหยิง เ้าเมืองแต่ละเมืองต่างยื้อแย่งแข่งขัน ่ชิงผลประโยชน์ ข้าต้องให้ความสำคัญเป็อันดับแรกก่อน เื่การแก้แค้นอีกไม่นานหรอก ตอนนี้แม่ทัพเมฆา ซึ่งเป็อาจารย์ของข้าอีกคน คงกำลังเดินสาย เพื่อกระทำการบางอย่าง เ้าแพรไหมข้าหวังว่า ท่านคงไม่อยากทำให้แผนของข้าในอนาคตต้องเสียไปนะ” อาอู่พูดอย่างจริงใจ เพราะรู้ว่าตอนนี้จิตใจของนางเริ่มเชื่อฟังแล้ว
“ ได้ ได้ ข้าจะเชื่อฟัง ไว้วันที่ท่าน้ากำลัง บอกข้าได้ข้าจะรออยู่ที่นี่ ไม่สร้างปัญหาใดใดอีก” เ้าแพรไหม พูดง่ายขึ้นเยอะ แล้วก็สั่งให้กุมารทองพาเด็กสาวสามคนไปส่งที่สำนักของนาง ส่วนอาอู่ก็ขี่ม้าน้อยกลับสำนักตักศิลา