บทที่11
“ฮะ?”
เซนหรี่ตามองโยชิอย่างไม่เชื่อหูมันเป็จังหวะที่ต่างฝ่ายก็ชะงักงันไปชั่วครู่ แต่แล้วคนน้องก็หัวเราะในลำคอ
“ ไม่คิดแบบน้องแล้วคิดแบบอะไรแค่กอดยังทำอิ๊อ๊ะจิ๊จ๊ะ หืม ท่านั้นท่านี้ ”
เซนทำเล่นหน้าเล่นตาล้อเลียนพลางก้าวเข้ามาหาคนพี่ที่นั่งอยู่ มือก็เอื้อมไปปัดผมเผ้าที่ปรกหน้าผากแล้วไล้ระเรื่อยมาสะกิดสะเกาสิวผดเล็กๆที่ขึ้นรกอยู่แถวหน้าผากโยชิ
มืออุ่นหนาของเซนแนบลงบนผิวแก้มร้อนแดงของคนพี่
“ หูวว..ทำไมหน้าร้อนจัง”
โยชิหน้าแดงอยู่ไม่คลายหากแต่ตีหน้านิ่ง แล้วฝ่ามือเรียวเนียนของคนพี่ก็จับมือของเซนออกจากผิวแก้มร้อนซ่านนั้น
“ก็ใช่ ที่มันเป็แบบนั้นก็เพราะว่ากูคิดไง มึงดู ”
โยชิจับมือเซนไปวางบนหน้าอกซ้ายของเขาให้เซนััว่าใจเขาเต้นแรงแค่ไหนในตอนนี้
ยอมรับว่าเซนใจแกว่งพิลึกกับการกระทำนี้ของโยชิ นึกไม่ถึงว่าโยชิจะทำอะไรแบบนี้เป็กับเค้าด้วย
หึ! เดี๋ยวนี้ฝีมือการแสดงเค้าพัฒนา ชักนิ่งขึ้นนะพี่โย ไม่โวยวายโหวกเหวกอย่างเคยแต่เซนรู้แหละว่าพี่โยน่ะอดทนอดกลั้นอยู่
งั้นก็มาแบทเทิลกันหน่อย ดูซิจะทนได้นานแค่ไหน
มือข้างหนึ่งของเซนยังเกาะกุมบนหน้าอกโยชิส่วนอีกข้างเท้าพนักเก้าอี้แล้วก้มลงไปกดจมูกโด่งบนแก้มขาวใสของโยชิเขาสูดจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆของโฟมล้างหน้า แล้วถอยออกมา
คนพี่ผิวหน้าเปลี่ยนเป็สีแดงเข้มหัวคิ้วกระตุกเขม่นเข้าหากันทันที
“คนทำเค้าไม่พูดเยอะหรอก จริงปะ ”
เซนพูดอย่างคนที่รู้ว่าตัวเองคือผู้ชนะ
คนพี่หน้าเครียดขมึงผิวหน้าแดงซู่ไปจนถึงหูถึงคอ เซนเห็นอาการโยชิแล้วก็เริ่มหวั่นๆ
“อึ้ยย..เล่นแล้วห้ามโกรธนะพี่โยชิ ” คนน้องรีบทำเสียงอ่อนเสียงหวาน เข้ามาบีบนวดต้นแขนหัวไหล่ด้วยความกลัวเกรง
โยชิลุกพรวดคนน้องผงะถอยชักมือกลับด้วยความใ คนพี่คว้าแขนดึงมากอด แต่คนน้องสะบัดออกทันทีโยชิไม่ทิ้ง่รวบอุ้มช้อนร่างคนน้องตัวลอย
วินาทีนั้นเซนใจหล่นหายวาบมันใเกินกว่าจะคิดอะไรออก และมันเกิดขึ้นเร็วมากเกินกว่าจะร้องอะไรออกมาทัน
แวบแรกเซนนึกว่าโยชิจะเข้ามาผลักหรือทำร้ายด้วยอารมณ์โมโห เขาเตรียมใจอยู่ว่าจะตั้งรับหรือจะหลีกหนีเท่านั้น
“พี่โยๆๆ จะทำอะไรเดี๋ยวๆ ”
โยชิอุ้มเซนมาลงที่เตียงแน่นอนว่าเขาไม่ปล่อยให้คนที่ไวอย่างเซนลุกหนีได้ทันเขาขึ้นคร่อมยึดแขนทั้งสองข้างตรึงไว้กับที่นอน
“พี่โยมึงเล่นเหี้ยอะไรเนี่ย ”
ถึงจะใแต่ถ้าออกมารูปนี้เซนก็เชื่อว่าโยชิไม่มีทางทำอะไรเขาแน่ๆ
“กูไม่ได้เล่น กูบอกอะไรมึงแม่งไม่เคยเชื่อ เสือกมากอดมาหอมกูทำไม ”
น้ำเสียงและแววตาโยชิมันทั้งดุดันและลุกโชนอย่างที่เซนไม่เคยเห็นมาก่อนมันทำให้ความเชื่อของเซนเริ่มสั่นคลอนซึ่งมาพร้อมกับหัวใจที่เต้นถี่รัวขึ้นด้วยความหวาดหวั่น
โยชิก้มลงไปซุกไซ้เข้าที่ซอกคอคนน้องหดคอห่อไหล่ทันที เขาพยายามมุดหน้าไว้แต่ก็ไม่อาจทานแรงของคนที่อยู่เหนือร่างเขาได้
จมูกโด่งกดลงเข้าที่ซอกคอเต็มรัก เสียวซ่านด้วยลมหายใจอุ่นร้อนหนักแน่นของโยชิ
“พี่โย!..”
นี่มันบ้ามากๆ! ซอกคอเป็จุดอ่อนไหวที่สุดจุดหนึ่งของเซนเขาดิ้นรนสุดกำลังแต่ก็พบว่ามันไม่ใช่ทางออกยิ่งมีแต่โดนตรึงและโยชิก็รุกล้ำรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
“พี่โย..เซนกลัวแล้วว..เซนยอมแพ้แล้วครับ ”
เขาหลับตาแน่นไม่อาจสู้หน้าคนพี่ใบหน้านั้นแดงจัดและมีเหงื่อซึมตามไรผม ซุ่มเสียงของเซนที่คล้ายกับจะร้องไห้แต่ก็ออดอ้อนอยู่ในที
ถ้อยคำนี้ของเซนมันโจมตีความรู้สึกแข็งกร้าวของโยชิให้วูบวาบหวั่นไหวเขาไม่เคยต้องมาใจสั่นกับอะไรแบบนี้มาก่อนเลย มันทำให้โยชิไปต่อไม่ถูก
เสียงโทรศัพท์มือถือเซนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
“เมโทรมาแน่เลย พี่โย ”
เซนลืมตาโพลงส่วนโยก็เหมือนคืนสติเมื่อได้ยินชื่อนี้
ทันทีที่เขาปล่อยเซนเป็อิสระคนน้องก็รีบไปคว้าโทรศัพท์แล้วออกไปคุยนอกระเบียงที่ตอนนี้ฝนซาลงไปแล้ว ส่วนโยชินั่งหายใจหอบเหนื่อย หน่วงอยู่ตามลำพัง
เขาพยายามตั้งสติรวบรวมอารมณ์ที่กระเจิดกระเจิงของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางมองเห็นตัวเองในกระจกก็ให้ใกับการกระทำเมื่อครู่
อะไรมันเข้าสิงเขาให้ทำแบบนั้น
ไม่ดีเลยไม่ดีเอามากๆโดยเฉพาะใจคอของเขาตอนนี้
เซนกลับเข้ามาแล้วและเดินมาส่องกระจกมองหาร่องรอยตามลำคอ
“มีรอยอะไรรึเปล่าเนี่ย พี่โย ” เซนพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มหูตามปกติของเขา
“ไม่มีหรอก กูก็แค่ทำเบาๆ ” โยเหลือบไปมองเซนผาดๆ เขายังไม่สะดวกใจจะมองหน้าคนน้องให้เต็มตานัก
“มึงเบามากมั้งพี่โย พรุ่งนี้แขนเซนจะเป็รอยเขียวรึเปล่าเหอะ ”
เซนว่าพลางตรวจสอบรอบแขนและข้อมือโยชิลอบมองอยู่เงียบๆ
“วันหลังห้ามเล่นแบบนี้อีกนะ ” เซนหันมาพูดขึงขังจริงจัง
“เออ มึงก็ห้ามมากอดมาหอมกูด้วยเหมือนกัน ”
โยชิชักขุ่นๆเพราะเซนพูดเหมือนว่าเขาทำผิดอยู่ฝ่ายเดียว
“นั่นมันก็แค่กอดปะ ” คนน้องอึกอัก
“ส่วนหอม เซนไม่ทำอีกก็ได้แค่อยากแกล้งเท่านั้นแหละ แต่พี่โยเล่นเกินเบอร์ไปอยากเอาชนะอะไรขนาดนั้นล่ะ ”
โยชิมองหน้าคนน้องอย่างยอมจำนน เขาลุกจากเตียงไป
“เออ!..ทีกูบอกไม่ชอบให้มึงกอดมึงก็ไม่ยอมอะไรที่มึงอยากทำมึงก็จะทำ มึงน่ะมันเอาแต่ใจ แพ้แล้วก็พาลด้วย ”
“เอ๊า!? ”
เซนตามมาดูหน้าคนพี่ว่าพูดด้วยอารมณ์ไหนโยชิลงนั่งหน้าคอมทำงานของเขาต่อ
“ งอนปะเนี่ย”
“เปล่า...กูจะทำงาน ”
เซนก้มๆเงยๆมองหน้าโยชิรับรู้อารมณ์ขุ่นเคืองได้ภายใต้สีหน้าและแววตานิ่งเฉยนั้น
“ก็เซนไม่มีใครให้กอดก็ต้องหากอดคนรอบตัวแบบนี้แหละ อย่าว่าเซนเลยนะ...คนไหนที่เซนกอดบ่อยก็แสดงว่าไว้ใจคนนั้นมากไงถึงได้กล้ากอดน่ะ ”
เขาทำเสียงแบบเด็กอ้อนอีกแล้วเซนยังคงก้มมามองหน้าคนพี่ แล้วเขาจะมีสมาธิทำงานได้ยังไง
โยชิเหลือบมองคนน้องแล้วก็หยุดมือ
“ที่กูอยากจะบอกมึงก็คือ มึงไม่ควรเที่ยวไปกอดใครๆเค้าทั่วแบบนั้น มันไม่ได้สนุกนะอย่ามั่นอกมั่นใจให้มันมากนัก ”
“แต่เซนเป็ผู้ชายนะ ”
“ ผู้ชายแล้วไงแล้วเมื่อกี้มึงสู้กูได้มั้ยล่ะ ”
คนน้องขยับปากอยากจะเถียงแต่ก็ไม่พูดดีกว่า
“ก็กอดเฉพาะคนที่ไว้ใจได้ไง...อย่างพี่โย ”
“มึงไว้ใจใครไม่ได้ทั้งนั้นแหละ ขนาดกูกูยังไม่ไว้ใจตัวเองเลย ”คำพูดแบบทีเล่นทีจริงของโยชิ ทำเอาเซนหัวเราะ
“หาเื่มาเทศนาเซนจนได้นะพี่โย...เซนไปกอดคนอื่นแล้วทำไม หวงเหรอ ”
ทำเอาโยคิ้วกระตุกอีกรอบ
“กูจะหวงมึงทำเหี้ยอะไรล่ะ!!” โยชิแผดเสียง
ทำให้เซนหัวเราะดังขึ้นกว่าเดิม
“พูดผิดๆ ห่วงไงห่วง พี่โยเป็ห่วงเซนหรอ” ไอ้การแหย่โยชิเล่นนี่มันงานบันเทิงจริงๆ
“มึงนี่มันกะล่อนชิบหาย กูไม่แปลกใจเลยที่เม.. ” เขาหยุดคำโดยฉับพลัน
เซนนิ่งฟังและเหมือนจะพอรู้คำที่โยชิเว้นว่างไว้
“เมื่อกี้เมโทรมาเหรอ ”
“เปล่า พี่บีผู้จัดการโทรมาคอนเฟิร์มตารางงานกับวันถ่ายซีรีส์ ”
“เออ ที่บริษัทเรียกสัมภาษณ์ฝึกงานแล้วนะ ”
“จริงดิแล้วพี่โยส่งเื่ว่าทำแผนกอะไรนะ ”
“ กูระบุตัดต่อกับออกกองแนบผลงานไปด้วยที่เหลือก็สัมภาษณ์ ”
“เดี๋ยวไปดูแนวคำถามมาให้ ”
“ กูหาข้อมูลไว้แล้วกูเกิลก็มีใช้ได้เหมือนกัน ”
เซนขอดูข้อมูลแนวทางการสัมภาษณ์นักศึกษาฝึกงานที่โยชิค้นหามาได้เขาถามเื่วันนัดแล้วตรวจสอบดูตารางงานตัวเอง
“ ถ้า่นั้นเซนก็ไปกองถ่ายแล้ว น่าจะติดงาน ” เซนพูดอย่างเสียดาย
“เออ ทำงานไปเถอะ ไม่เจอกันก็ดีแล้ว ”
“อ้าวทำไมล่ะ ”
“กูไม่อยากเจอมึงที่นั่นหรอก ”
“ เป็อะไร”
โยชิทำอมพะนำ“ เอาเหอะ มึงจะนอนนี่ก็ไปขนของมึงมา..ไป เอาหมอนผ้าห่มมาด้วยนะ ”
“เอ้า เปลี่ยนเื่เฉย ”
“มึงไม่ต้องรู้สักเื่ก็ได้มั้ง ” โยชิว่าพลางดันคนน้องให้ลุกไป
“ไปเร็วกูเริ่มง่วงแล้ว เอาหมอนข้างมาด้วยนะ...จะได้ไม่ต้องมานอนใกล้กูมาก ”
เซนที่จับลูกบิดประตูอยู่เลยหันมากอดล็อคคอคนพี่อย่างหมั่นเขี้ยวก่อนจะแผ่นแน่บออกไปด้วยเสียงหัวเราะอย่างลิงหลอกเ้าทิ้งให้โยชินั่งทอดอาลัยให้กับความสันโดษและสงบสุขที่มันหายไปจากชีวิตั้แ่เซนก้าวเข้ามา
เซนขับรถมาถึงตึกZMGแต่เช้า เพราะจากหอพักมาตึกต้องเผื่อเวลาเดินทางเสมอแม้ว่าวันนี้จะเริ่มถ่ายกันประมาณ10โมงก็ตาม ตั้งใจว่าจะจอดรถทิ้งไว้ที่ตึกแล้วนั่งรถตู้กองถ่ายไปยังมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งอันเป็สถานที่ถ่ายทำ
ถ้าเซนออกจากหอพักสายหน่อยแล้วตรงไปยังสถานที่กองถ่ายเลยก็กลัวจะหวุดหวิดไม่ทัน ความไม่คุ้นชินสถานที่ทำให้ต้องเผื่อเวลาหลงอีกรถติดอีก วุ่นวายกับที่จอดรถอีก คิดแล้วเขาเลยตัดสินใจออกแต่เช้ามาอาศัยนั่งรถกองถ่ายจากที่ตึกไปด้วยเลยดีกว่าเดี๋ยวค่อยไปงีบหลับเอาที่กอง
“อ้าว เซนจะนั่งรถกองไปเหรอ ”
ว่านหนุ่มรุ่นน้องเ้าของใบหน้าหล่อคมแวะมาทำธุระที่ออฟฟิต เจอเซนหน้าง่วงๆที่เตรียมตัวจะลงไปขึ้นรถเลยเข้ามาพูดคุยทักถาม
“ใช่ ออกมาเช้าเลยี้เีขับรถไป...เจอกันที่กองว่าน ” เขาว่าพลางจะเดินไป
“เอ้ย ไปรถเรามั้ยอะ ” ว่านรีบชวน
เซนก็อยากไปแต่นัดพี่บีไว้ที่ข้างล่างแล้วเขาเลยโทรไปชวนผู้จัดการสาว แต่บีบอกให้เซนไปกับว่านเลยเพราะบียังติดภาระกิจอยู่
มันก็สะดวกดีเพราะต้องไปกองถ่ายด้วยกันอยู่แล้วเซนก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธว่านเสียด้วย
สำหรับว่านการที่มีเซนคนที่เขาหลงใหลได้ปลื้มมาตลอดมานั่งอยู่ในรถมันเป็อะไรเหมือนฝันไปมากๆการที่เขาแสร้งตีหน้านิ่งเดินเข้าไปทักถามชวนให้มานั่งรถเขาด้วยอาการปกติธรรมดาทั้งที่ใจเต้นไม่เป็ส่ำไปหมดมันโคตรคุ้มและได้ผลลัพธ์ที่เกินคาด
ภายในรถแอร์เย็นฉ่ำว่านเห็นเซนนั่งหาววอดอยู่หลายหนแล้ว
“ หาวตลอดเลยง่วงมากล่ะสิ เซนตื่นกี่โมงเนี่ย ”
“ตื่นตี5 ถึงได้ไม่เอารถไปไง ”
“ ขับรถมาไกลเหรอเซนวิ่งมาจากไหนอะ ”
เซนบอกย่านของหอพักและมหาลัยที่เซนเรียนซึ่งจัดว่าอยู่ชานเมืองเลย
“ไกลเหมือนกันเนาะ ”
ใช่บางทีเซนก็นึกอยากมานอนบ้านตัวเองเหมือนกัน่วันที่มีถ่ายซีรีส์หรือมีงานเข้ามา
“แล้วเดี๋ยวงานวันเกิดออดี้ จะขับกลับไหวเหรอ เมานะ ” ว่านพูดหัวเราะๆ
“ก็ต้องไม่ให้เมาสิ เซนไม่ค่อยกินหรอกถ้ารู้ว่าต้องขับรถกลับน่ะ ”
“เหรอ แล้วที่เห็นเวลาเซนไปเที่ยวผับนี่เมาปะ ”
“ก็มีบ้าง แต่ก็ไม่เคยถึงขนาดขับรถกลับไม่ไหวนะ ”
“แต่ขับกลับหอพักย่านนั้นมันก็ไกลอยู่นะ ”
เซนได้แต่เออออ พยักหน้าตอบรับคำพูดว่านไป
ั้แ่เซนมาอยู่หอก็ยังไม่ได้ไปเหยียบผับไหนเลยที่ผ่านมาเที่ยวผับแล้วก็กลับคอนโดเมตลอด
“แล้วรู้จักร้านที่ออดี้จัดงานยัง ”
“ หึ ยังไม่ได้ดูเลย ”
“ เอางี้มั้ยถ้าวันนั้นเซนี้เีขับรถไปรถเรามั้ยล่ะ ”
ว่านรวบรวมความกล้าพูดออกไป
เพื่อพบกับเซนที่นั่งนิ่งเงียบเหมือนคนสมองยังไม่สั่งงาน
“เงียบเลย..” ทักทั้งที่ใจเขาเริ่มฝ่อ
“ ยังไงนะ?”
ว่านหัวเราะ
“ เราถามว่าวันนั้นเซนไปรถเรามั้ยคือเราไปบ่อยร้านนี้มีพี่รู้จักสนิทกันเป็หุ้นส่วนอยู่ เซนจะได้ไม่ต้องขับรถไม่ต้องกลัวหลงไง ”
เซนรู้แน่นอนว่าคำตอบมันไม่ใช่แค่พูดออกไปว่า ‘ไปด้วย’ กับ ‘ไม่ไปด้วย’ เท่านั้น ที่เงียบเพราะตอนนี้หัวสมองเขายังไม่พร้อมจะคิดอะไรซับซ้อนเลยจริงๆ
“ เซนไม่รู้อะถ้าพี่บีไปเซนก็ไปแล้ววันนั้นมันเป็วันทำงานหรือว่าวันเรียนเซนก็ยังไม่ได้ดูเลย ถ้าถ่ายละครเสร็จก็ออกไปพร้อมว่านกับพี่บีเลยอย่างนี้ใช่มั้ย” เซนว่า
“ช่ายๆ แต่ถ้ามันเป็วันเรียน เราไปรับเซนที่มหาลัยได้นะ ”
เซนเริ่มรู้สึกหน้าม้านกับการออกตัวแรงของว่านแสดงเจตจำนงชัดเจนกันแต่เช้าเลยทีเดียว ที่ผ่านมาก็ไม่ใช่ว่าเซนจะไม่รู้ แค่ไม่อยากแสดงอาการอะไรออกไปให้อยู่กันลำบากเท่านั้น
และว่านก็ยังเก็บอาการสงวนท่าทีมากกว่านี้อย่างดีก็แค่ชอบมาอยู่ใกล้ แอบมองแอบถ่ายเซนบ้าง ในไอจีว่านกดไลค์เซนย้อนหลังไปแทบทุกโพสต์แต่ไม่ค่อยได้คุยกันนัก มีเพียงสายตากับรอยยิ้มของว่านเวลามองเซนมันค่อนข้างชัดเจนว่าหลงใหลได้ปลื้มแทบจะกลืนกิน
รุ่นพี่ตัวเล็กหน้าหวานได้แต่ผุดอมยิ้มน้อยๆแล้วเบนหน้าหลบสายตาคมของว่านที่กำลังรอคอยคำตอบจากเขาด้วยสีหน้าแดงเรื่ออย่างคนที่พยายามเก็บอาการเขินสุดๆไว้