Chapter 10
พรุ่งนี้เราต้องเคลียร์กัน
ตกเย็น
เวลา 18.00 นาฬิกา
“พี่ญดา!”
ฉันกำลังช่วยพ่อปิดร้านแต่ก็ต้องหันไปด้านหลังเพราะได้ยินเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งเรียกชื่อ
“ธิชา! มาได้ยังไงเนี่ย? ไหนว่าอาทิตย์นี้ไม่กลับจากโรงเรียนประจำไง?”
ฉันเดินเข้าไปหาธิชาลูกพี่ลูกน้องคนสนิทแล้วสวมกอดด้วยความคิดถึง แปลกใจนิดหน่อยเพราะว่านี่ก็เย็นวันอาทิตย์แล้ว พรุ่งนี้เป็วันจันทร์ซึ่งธิชาน่าจะต้องไปโรงเรีย
ธิชาเรียนอยู่ที่โรงเรียนประจำสายวิทย์คณิต น้องฉันเรียนเก่งมากเลยนะ ได้ทุนไปเรียนที่โรงเรียนประจำซึ่งเป็โรงเรียนทางวิทยาศาสตร์โดยตรงอยู่ที่ต่างจังหวัด
“ที่จริงตอนแรกก็จะไม่กลับหรอกค่ะ หมอนัดเปลี่ยนยางจัดฟันวันจันทร์ทั้งที่ปกติจะนัดวันเสาร์ หนูก็เลยขอลาโรงเรียนกลับมาแล้วเดี๋ยวคงจะให้ลุงชาติไปส่งวันอังคารค่ะ”
ลุงชาติคือคนขับรถที่บ้านคุณปู่คุณย่าค่ะ
“อ้าว แล้วแบบนี้ที่โรงเรียนจะว่าอะไรไหม”
.”ไม่ว่าหรอกค่ะ คุณย่าให้ลุงชาติถือเอกสารไปแทนผู้ปกครองแล้ว ทางโรงเรียนอนุญาตเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“งั้นเหรอ ดีจังเลย”
“พอกลับมาถึงบ้านแล้วรู้ว่าอาทิตย์นี้พี่ญดากลับบ้านหนูก็รีบมาหาเลยนะ คิดถึงมากเลย”
ธิชายังคงเป็น้องสาวที่น่ารักและขี้อ้อนอยู่เสมอ
“คิดถึงเหมือนกันจ้ะ พี่เองก็ไม่ค่อยได้กลับเลย่นี้”
“กลับมาบ่อยๆสิ เอ้อ เมื่อกี้หนูผ่านวัดจากอีกอำเภอมาเห็นมีงานปิดทองอยู่ด้วย เราไปเดินงานวัดกันมั้ยพี่ญดา”
“งานวัดเหรอ? เอาสิ ไปเที่ยวงานวัดกัน”
เวลาต่อมา
@งานปิดทอง
แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก
“เกาลัดมั้ยจ๊ะ เอามั้ยหนู”
ฉันกับธิชาเดินจับมือกันมาเดินงานวัดในวันนี้ คนขายเกาลัดผู้ชายมองหน้าเราสองพี่น้องแล้วยื่นเกาลัดให้ชิม ฉันกับธิชาส่ายหน้าไม่รับเพราะว่ากินไม่เป็ค่ะแหะๆ
เรียกได้ว่าบรรยากาศงานในวันนี้ครื้นเครงสุดๆ คนมาเดินงานเยอะมากเลยล่ะ
“เดี๋ยวเราเข้าไปไหว้พระกันก่อนมั้ยพี่ญดา แล้วค่อยมาเดินเล่นในงาน”
“เอาสิ พี่อยากจะกินขนมจีนแกงเขียวหวานจังเลย หรือจะไปกินหมูกระทะร้านนั้นก็ดีนะธิชา”
ฉันชี้ไปทางร้านหมูกระทะภายในงานที่มีโต๊ะญี่ปุ่นสำหรับนั่งพื้นและมีเตาแก๊สกระป๋องพกพาพร้อมกับวางเตาหมูกระทะสำหรับย่าง แม้จะไม่ใช่เตาถ่านแต่ก็ดูน่ากินไม่น้อยเลย
“หมูกระทะก็น่าโดนนะพี่””
“งั้นเดี๋ยวเราเข้าไปไหว้พระกันก่อนดีกว่า”
ฉันกับธิชาจูงมือกันพาเข้าไปไหว้พระแล้วปิดทองฝัั่งลูกนิมิตเพื่อรับศีลรับพรกันสักหน่อย ่นี้ไม่ได้เข้าวัดทำบุญนาน
หลังจากไหว้พระทำบุญกันภายในโบสถ์เสร็จแล้วฉันกับธิชาก็พากันเดินออกมาแล้วมองว่าจะไปเดินเล่นโซนไหนกันดี
“อ๊ะ พี่คราม เคียงฟ้า!“
ธิชาดูเหมือนจะดีใจมากที่ได้เจอเพื่อน ส่วนฉันก็ได้แต่ยืนอึ้ง...เจอครามอีกแล้ววันนี้ทั้งที่เพิ่งจะเจอไปเมื่อเช้า เฮ้อ ยิ่งไม่อยากเจอก็ยิ่งเจอบ่อยขึ้นไปอีกไม่รู้ว่าเป็อะไร
“ไง พาน้องมาเที่ยวเหรอ?”
ครามเดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เดินเข้ามาหาฉัน ส่วนิธิชากับเคียงฟ้าก็หันไปคุยเล่นกัน เพราะว่าทั้งสองเรียนคนละโรงเรียนตอนมอปลายเลยทำให้ไม่ค่อยได้เจอกัน ตอนมัธยมต้นทั้งคู่เรียนอยู่ห้องเดียวกันโรงเรียนเดียวกันเลยสนิทกันมาก
“อือ ธิชาบอกอยากมาเดินงานวัด”
“เราสี่คนก็ไปเที่ยวด้วยกันเลยสิคะพี่ญดา”
ธิชาหันมายิ้มหยีให้กับฉันแล้วจับมือเคียงฟ้าเอาไว้ส่วนฉันก็ได้แต่ทำหน้าหนักใจพร้อมกับเหลือบไปมองครามที่มองหน้าฉันอยู่เช่นกัน
“เอ่อ..”
ฉันอึกอัก ี้เีจะเดินกับมันแล้วอ่ะ ไม่อยากจะเจอหน้าไม่อยากจะเห็นหน้า ยิ่งเห็นก็ยิ่งคิด ยิ่งเศร้า
“ก็ไปด้วยกันนี่แหละ”
พูดจบมันก็ยื่นมือมากอดคอฉันแล้วดันตัวให้เดินตามมันไป ส่วนธิชากับเคียงฟ้าก็เดินนำหน้า เราเดินตามน้องสาวสองคนไปติดๆโดยที่ธิชากับเคียงฟ้าไม่ได้หันมาสนใจเราสองคน ทั้งสองชี้นิ้วซื้อนั่นซื้อนี่กันสนุกสนาน ทิ้งให้ฉันยืนกระอักกระอ่วนอยู่ตรงนี้คนเดียวกับไอ้บ้าคราม
ส่วนฉันก็ได้แต่มองของกินข้างทางตาปริบๆแทบไม่ได้แวะไหนเพราะมัวแต่ตามน้องกลัวว่าน้องจะหลง เห็นครามมันอย่างนี้แต่มันรักน้องสาวมันมากนะ กลัวจะคาดสายตา แล้วเด็กสองคนนี้ก็ดื้อซะเหลือเกินเดินเร็วไม่รอพวกพี่เล้ยย
“มองไก่ตาเป็มันเลยนะมึง”
ครามมองฉันสลับกับร้านไก่ย่างบางตาลที่ย่างบนตะแกรงหอมกลิ่นถ่านกลิ่นควันไฟ
“เปล่าสักหน่อย”
ฉันทำเมินไม่สนใจร้านไก่ย่างนั้นอีก เดี๋ยวมันจะหาว่าฉันเห็นแก่กิน
“เคียงฟ้า! ธิชา! ยืนรอแป๊บนึงพี่ซื้อไก่ก่อน”
ครามะโบอกน้องสาวที่เดินอยู่ข้างหน้า ทั้งสองคนกำลังถือสายไหมอันใหญ่อยู่หันมามองแล้วยืนรออยู่ด้านหน้าพร้อมกับคุยหัวเราะคิกคักกัน
“เอากี่ไม้”
ครามที่กอดคอฉันอยู่ก้มลงมามองแล้วถามแบบนั้น แต่ถ้าฉันพูดไปก็เสียฟอร์มแย่น่ะสิ ทั้งที่เป็คนบอกเองว่าไม่ได้อยากจะกินสักหน่อย
“ไม่ได้อยากกิน”
“กูถามว่ากี่ไม้”
“ไม่กิน”
ถ้าบอกไปว่าอยากกินก็เสียฟอร์มแย่น่ะสิ
“งั้นกูกินเอง เอาสามไม้ครับลุง”
“เอาไม้ไหนล่ะลูก”
คุณลุงร้านไก่บางตาลถามฉันกับคราม ตอนนี้หน้าร้านเต็มไปด้วยไก่ย่างที่ดูน่ากินหอมหวนสีส้มนวลผสมกับกลิ่นเครื่องเทศ โอ้ย หิวขึ้นมาจริงๆซะแล้วสิ กะว่าจะฟอร์มไม่กินสักหน่อย
“เอาสามไม้ครับ มันเยอะๆหนังเยอะๆ”
คุณลุงหยิบไก่ทั้งสามไม้ใส่ถุงแล้วส่งให้คราม ครามผละตัวออกจากฉันแล้วหยิบเงินยื่นให้กับคุณลุงพร้อมกับรอเงินทอน
มันหยิบไก่ย่างขึ้นมาแล้วดมกลิ่นสูดหายใจเข้าลึกๆอย่างยั่วยวน
“อืม หอมมากเลยนะไก่ย่างบางตาลเ้านี้”
“อึก”
ฉันได้แต่ลอบกลืนน้ำลายในลำคอ ไอ้บ้าครามทำไมต้องไปยั่วกันด้วย
“พี่คราม พี่ญดา เดินกันต่อได้ยังคนเริ่มเยอะแล้วนะ”
เคียงฟ้าหันมาะโบอกฉันกับครามซึ่งมันก็เป็จริงอย่างที่น้องว่า ตอนนี้คนเริ่มจะเยอะขึ้นเรื่อยๆเบียดเสียดไปมาจนแทบจะมองไม่เห็นหน้าธิชากับเคียงฟ้าที่รออยู่ข้างหน้าแล้ว
“ซื้อเสร็จแล้ว เดินต่อได้เลย เดินไปรอพี่ข้างหน้าก็ได้ฟ้า”
“โอเคค่ะ ถ้าหลงหากันไม่เจอก็ไปเจอกันที่รถเลยนะพี่คราม เดี๋ยวฟ้าเดินซื้อของไปกินที่บ้านก็ได้”
คงจะต้องทำอย่างที่น้องว่า จากที่ตอนแรกว่าจะเข้าไปนั่งกินขนมจีนไม่ก็หมูกระทะกันสักหน่อย แต่ดูเหมือนคนจะเยอะจนไม่น่านั่งแล้วล่ะตอนนี้ ฉันเองก็ไม่ชอบที่คนเยอะซะด้วย
ครามเก็บไก่เข้าถุงแล้วยกมือขึ้นมากอดคอฉันไว้แล้วดันตัวฉันให้เดินไปข้างหน้า
“รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวดึกกว่านี้วัยรุ่นตีกันแล้วจะยุ่ง”
“อื้อ”
ฉันได้แต่ครางตอบรับในลำคอ ไม่รู้ว่าทำไมครามมันถึงชอบทำแบบน ชอบกอดไหล่ฉันเอาไว้ ถ้าไม่ได้คิดอะไรกันทำไมต้องทำตัวให้แนบชิดแบบนี้ มันจะรู้บ้างไหมว่าทำแบบนี้ทำให้ฉันคิดมากและคิดไปเอง
หัวของฉันชิดเข้ากับแผงอกกำยำของคนที่สูงกว่า กลิ่นโคโลญอ่อนๆหอมเย้ายวนแต่ก็มีความเท่ เป็กลิ่นซิกเนเจอร์ของครามเลยก็ว่าได้ที่ใครได้กลิ่นก็คงจะต้องหลงใหล ไม่เว้นแม้แต่ฉันเองด้วย
“คราม”
“อะไร”
ครามที่กำลังกอดคอฉันที่เดินไปข้างหน้าฝ่าฝูงชนก้มลงมามองหน้าฉันที่อยู่ๆก็เรียกชื่อมันขึ้นท่ามกลางความเงียบ
“เปล่า”
คำตอบของฉันยิ่งทำให้ครามขมวดคิ้วมุ่นไปกันใหญ่
“มึงสงสัยอะไรก็ถาม มาทำแบบนี้กูยิ่งสงสัย”
“เมื่อตอนกลางวันมึงคุยอะไรกับดาวอ่ะ”
“...”
ได้ยินคำถามที่ฉันถามเข้าไปครามก็ถึงกับเงียบ ฉันรู้ว่าในใจมันคิดอะไร มันก็คงคิดว่าเมื่อไหร่ฉันจะเลิกชอบมันสักที
ฉันเองก็เกลียดตัวเองเหมือนกันนะที่เลิกชอบมันไม่ได้แล้วซ่ำแซะ่อยู่กับมันแบบนี้ ทำแบบนี้มันจะทำให้เพื่อนอึดอัด เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวแบบนี้สักทีวะญดา ทำไมห้ามตัวเองไม่ได้เลย!
“ไม่มีอะไรหรอก กูถามไปงั้นแหละมึงอย่าคิดมาก เดินตามน้องไปดีกว่า”
ฉันพูดตัดบทไม่อยากให้มันคิดมาก แต่สีหน้าของครามยังคงมีความเคร่งเครียด
มันไม่ได้ตอบอะไร ส่วนเราสองคนก็เดินตามด้านหน้าไปเรื่อยๆจนถึงธิชากับเคียงฟ้าที่รออยู่ด้านหน้า
“พี่ครามมัวทำอะไรอยู่ทำไมเพิ่งมาถึง หนูกับธิชารออยู่ตั้งนานแล้วนะ”
“โทษทีคนมันเยอะ”
ครามตอบออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ไหวติงกับสิ่งใด
“แน่ะ มัวแต่ยืนจีบกันอยู่ก็บอกเถอะคิกๆ”
เคียงฟ้าแซวขึ้นมาแล้วหันไปยิ้มคิกคักกับธิชา ส่วนธิชาก็ยกมือขึ้นป้องปากแล้วขำขึ้น
“เื่ของผู้ใหญ่เด็กไม่ต้องยุ่งหรอก ไปๆกลับรถกันได้แล้ว”
“แล้วธิชากับพี่ญดามากันยังไง จะกลับกันยังไงคะ?”
“คนขับรถที่บ้านคุณย่ามาส่งจ้ะ เดี๋ยวก็น่าจะโทรตามลุงชาติให้มารับนะ”
โอ้ย ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวกลับด้วยกันเนี่ยแหละ
จะดีหรอเคียงฟ้า นี่ก็ดึกแล้วนะกว่าพี่ครจะวนไปส่งอีกเว้นวรรคบ้านคุณลุงเชียรกับบ้านคุณย่าก็คนละทางกัน
ถ้ากลับจากวัดนี้ก็จะถึงบ้านครามก่อนเป็บ้านแรกตามด้วยบ้านคุณพ่อฉันและก็บ้านของคุณย่าซึ่งจะต้องไปส่งธิชาที่นั่น
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวพี่ไปส่งเอง”
หลังจากได้ข้อสรุปกันแล้วเราก็ไปที่รถของคราม ฉันนั่งที่เบาะหน้าข้างมันส่วนธิชากับเคียงฟ้านั่งคุยเล่นกันอยู่ข้างหลังเื่การเข้ามหาลัยเพราะน้องทั้งสองตอนนี้ก็อยู่ชั้นมัธยมปีที่หกแล้ว
ครามขับรถมาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ ซึ่งก็คือบ้านของมันเอง
“อ้าวพี่คราม ทำไมจอดบ้านเราก่อนล่ะ ไม่เลยไปส่งธิชากับพี่ญดาก่อน”
“ดึกแล้ว ลงไปอาบน้ำแต่งตัวนอนก่อนเลยฟ้า พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแต่เช้า”
“แต่ฟ้าอยากไปด้วยอ่ะ”
แต่กว่าเราจะออกจากงานมาได้ตอนนี้ก็สี่ทุ่มเกือบจะห้าทุ่มแล้ว ถ้าขืนเคียงฟ้าตามไปด้วยกลับมาถึงก็คงจะเที่ยงคืนกว่าแล้วต้องตื่นไปโรงเรียนอีก
“ไม่ต้องเลย เดี๋ยวพ่อแม่ก็ดุ”
สุดท้ายเราเลยได้ข้อสรุปคือให้เคียงฟ้าลงบ้านก่อนและครามก็ขับรถไปส่งธิชาที่บ้านคุณย่า ส่วนฉันเดี๋ยวครามจะย้อนกลับมาส่งเพราะว่าฉันต้องนั่งรถไปเป็เพื่อนมันก่อนเนื่องจากทางไปบ้านคุณย่าตอนกลางคืนค่อนข้างมืด
“ขอบคุณที่มาส่งนะคะพี่คราม ไว้เจอกันใหม่นะคะพี่ญาดา”
ธิชาหันมาบอกลาเราสองคนก่อนที่จะเดินเข้าบ้านสวนของคุณย่าไป
ครามหันมาสบตาฉันก่อนจะพูดออกมา
“พรุ่งนี้หกโมงเช้ากูจะไปรับที่บ้าน กูมีเรียนบ่าย”
“อือ”
ฉันทำได้แค่ครางตอบในลำคอเพราะไม่รู้จะคุยอะไรกับมันเมื่ออยู่กันสองต่อสองบนรถแบบนี้
“หวังว่ากลับไปรอบนี้จะไม่เห็นมึงติดต่อกับไอ้ไทอีกนะ”
เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดูเหมือนว่ามันจะโกรธจริงแต่แล้วไงล่ะ มันเกลียดไทเกอร์แต่ฉันไม่ได้เกลียดอะไรสักหน่อย
“กูจะไปไหนกับไทมันก็เื่ของกู หรือต่อให้กูจะไปกับคนอื่นมันก็เื่ของกูอีกนั่นแหละ ก็เหมือนที่มึงไปกับดาวไง”
“ญดา!”
ครามดูเหมือนจะไม่พอใจที่ฉันพูดแบบนั้นมันจอดรถแล้วกระชากข้อมือให้ฉันเขยิบเข้าไปชิดใกล้มัน
“อะไรมึง กูพูดสะกิดต่อมเหรอ?”
“เดี๋ยวพรุ่งนี้กลับคอนโดกูกับมึงมีเื่ต้องคุยกัน”
“เื่พรุ่งนี้ก็ไว้ว่ากันพรุ่งนี้แล้วกัน ตอนนี้ไปส่งกูที่บ้านก่อน...ง่วงละ”
ฉันพูดอย่างคนไม่ใส่ใจอะไร จะทำอะไรก็ทำไปสิ สุดท้ายก็ทำได้แค่โกรธแล้วก็บ่นนั่นแหละ...ครามมันไม่กล้าทำอะไรฉันไปมากกว่านี้หรอก