ตอนที่ 5 ความลำบากใจ
ทันทีที่ได้สบดวงตากลมโตหวานคู่นั้นร่างทั้งร่างของเขาก็ราวกับถูกตรึงด้วยด้ายที่มองไม่เห็น รินนรีเองก็เช่นกันเธอไม่เคยได้ใกล้ชิดผู้ชายคนใดมากขนาดนี้และหล่อถึงขนาดนี้ ทั้งใบหน้าคมคาย ผิวสองสีและดวงตาที่จ้องมานั้นก็มีแววระยับแปลกๆ ชวนจั๊กจี้หัวใจพิกล
จนในตอนนั้นเอง ฤดีเห็นว่าจู่ ๆ ทั้งสองก็นิ่งไป จึงสะกิดให้เธอรู้ตัวก่อนจะกึ่งลากกึ่งจูงออกไปจากตรงนั้น
“คุณหนูคะ เดี๋ยวเราไปดูของตรงโน้นกันต่อดีกว่าค่ะ”พี่เลี้ยงสาวคว้าแขนเธอออกจากตรงนั้นอย่างห่วงหวง
รินนรีคว้าถุงใส่ผักจากมือแม่ค้า ก่อนจะเดินออกมาจากแผงผักนั่นอย่างช้าๆ โดยตั้งใจ หางตาแอบเหลือบมองคนตัวใหญ่ที่ยังมองมาที่เธออย่างไม่วางตาก่อนจะต้องเดินออกไปตามแรงของพี่เลี้ยงสาวจอมหวงไม่ต่างจากจงอางหวงไข่คนนี้
‘เขาหล่อจัง’
ส่วนเรวัตรเองก็ได้แต่มองร่างแน่งน้อยนั้นเดินออกไปจนลืมรอบข้างไปชั่วขณะ แม้กระทั่งอาชูที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เองก็ตาม
“เสียดายจังน้า ดันเอาผักกาดหัวสวย ๆ ไปอีกว่าจะเอาไปกินกับกับแกล้มซะหน่อย” ชายสูงวัยบ่นอุบด้วยความเสียดาย
จากนั้นอาชูก็พูดอะไรไปอีกเรื่อยเปื่อย ขณะที่สายตาของเขากลับจดจ้องไปที่ผู้หญิงสูงวัยอีกคนที่เข้ามาสมทบกับหญิงสาวทั้งสองคนนั้นด้วย และไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกคุ้น ๆหน้าหญิงสูงวัยคนนั้นอย่างประหลาด
“ผู้หญิงที่ใส่ชุดลายดอก ๆ สีแดงนั่นเป็ใครกันครับ อาชูรู้จักไหม”
อาชูเงยหน้ามาจากแผงผักก่อนจะมองไปยังทิศทางที่ผู้เป็นายเอ่ยถาม จากนั้นก็หลุดขำออกมาเล็กน้อย
“คุณหนูจำไม่ได้จริง ๆ หรือครับเนี่ย ก็คุณนายสร้อยระย้าคนที่มองเราอย่างดูถูกตอนที่ช่วยลูกสาวแกที่ยืนหัวโด่อยู่นั่นไงล่ะครับ”
“ลูกสาวแก เออาหมายถึงเด็กผู้หญิงที่เราเคยช่วยตอนเกือบโดนรถชนที่ตลาดในตอนนั้น”
“ใช่ครับ แล้วผู้หญิงชุดชมพูนั่นล่ะลูกสาวคุณนายเขา”
เรวัตรนึกไปพักนึง แล้วเขาก็นึกออกในที่สุด ในตอนนั้นเองดวงตาคมก็ยิ่งเพ่งไปยังร่างเล็กที่เดินห่างออกไปเรื่อย ๆ อย่างไม่วางตา
‘นึกไม่ถึงเลยว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ในวันนั้น จะโตมาสวยได้ขนาดนี้’
เมื่อขึ้นมาบนรถ ฤดีก็จัดการพัดวีไปมาให้คุณหนูของเธอคลายร้อนถึงภายในรถจะเย็นบ้างแล้วเพราะสตาร์ทมาสักพักแต่ก็เย็นไม่ทันใจคนขี้ร้อนอย่างเธออยู่ดี
“โอ๊ย พี่ หยุดพัดเถอะ พัดไปก็มีแต่ลมร้อน” เมื่อเจออากาศร้อนทีไรรินนรีก็มักจะมีอาการหงุดหงิดง่ายแบบนี้ทุกครั้ง
“เธอดูแลลูกสาวฉันยังไง ฮึ ฤดี พัดอีกสิอากาศร้อนจะตาย” คุณนายว่าบ้างก่อนจะสะบัดพัดประจำตัวไปมา
แต่จะว่าไปหญิงสาวเองก็ไม่แน่ใจว่าเป็เพราะอากาศร้อนหรือเพราะเจอชายคนนั้นกันแน่ที่ทำให้เธอรู้สึกว่าอุณหภูมิรอบตัวร้อนรุ่มกว่าปกติ
ระหว่างที่นั่งมาในรถ เรวัตรก็ยิ้มมาตลอดทาง จนเมื่อมาถึงโรงแรม เขาก็ได้เจอกับปานรุ้งที่กำลังนั่งอยู่ที่ล็อบบี้เธอใส่ชุดเดรสเลยเข่าสีฟ้าน่ารักใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางแต่ไม่หนาเท่ากับวันที่เขาเจอเธอเมื่อวานและวันก่อน แถมในมือก็ไม่ได้มีปิ่นโตมาด้วยเหมือนทุกที
‘แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่กันแน่นะ’ เขาแอบถอนใจเบาๆ ไม่รู้จะปฏิเสธเธออย่างไรดี
“สวัสดีค่ะ คุณเรวัตร” แถมรู้ตัวอีกทีปานรุ้งก็เดินมาแทบจะชิดตัวเขาแล้วอีกต่างหาก เมื่อเห็นแบบนั้น เขาก็ผงะถอยอัตโนมัติด้วยความใ
“อะไรกันหรือครับคุณรุ้ง”
“คุณเรย์ไม่ต้องกลัวรุ้งนะคะรุ้งแค่จะมาขอกำลังใจเฉย ๆ เองน่ะค่ะ” และทันทีที่ว่าจบร่างเล็กก็เข้าสวมกอดคนตรงหน้าในทันที เรวัตรได้แต่ยืนตัวแข็งเพราะทำอะไรไม่ถูก“พอดีว่ารุ้งต้องไปทำงาน เลยอยากมาเจอคุณเรย์เพื่อจะได้มีแรงทำงานน่ะค่ะและขอโทษนะคะที่เช้านี้รุ้งไม่ได้ทำอาหารมาให้ เพราะมีงานเช้าน่ะค่ะ”
เมื่อโดนรุกมาแบบนั้นชายหนุ่มก็ถึงกับทำอะไรไม่ถูก และในขณะเดียวกันนั้นเอง การกระทำตรงหน้าก็ไม่อาจพ้นไปจากสายตาคู่คมของหนุ่มชาวไร่ไปได้เลย
ในขณะที่กำลังแอบดูพฤติกรรมของหญิงสาว โทรศัพท์ของเขาก็ได้ดังขึ้นมาพอดี
“อืม ที่ห้างฯใช่ไหม พวกแกไปรอที่นั่นเลยเดี๋ยวฉันตามไป”
เรวัตรค่อย ๆจับไหล่บางของตัวหญิงสาวนั้นขยับออก พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ
“คุณรุ้ง ผมเกรงว่าทำแบบนี้ตัวคุณจะเสียหายได้นะครับ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นแทนที่หญิงสาวจะรู้สึกกระดากอาย แต่เธอกลับยิ้มกว้าง
“ยิ่งคุณเรย์พูดแบบนี้ รุ้งก็ยิ่งรู้สึกดีนะคะนั่นก็แสดงว่าคุณเรย์น่ะ ห่วงรุ้ง”
“คือว่า...”
“รุ้งเข้าใจค่ะว่างานแบบรุ้งคงทำให้คุณเรย์รู้สึกลังเล แต่อย่างที่รุ้งบอกถ้ารุ้งหาเงินได้จำนวนหนึ่งอย่างที่ตั้งใจไว้ รุ้งจะหยุดทำงานพวกนี้ทันที”
“คุณรุ้งครับ อย่าลำบากเลยครับ”
“หรือคุณเรย์รังเกียจรุ้งจริง ๆ ใช่ไหมคะ”
เสียงตัดพ้อของร่างเล็กตรงหน้าทำให้เขาพูดอะไรไม่ออกขึ้นไปอีกจนในที่สุดเขาก็ได้สูดหายใจลึก ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยขึ้น
“แต่ผมคิดกับคุณรุ้งแค่เพื่อนเท่านั้นจริง ๆนะครับ อีกอย่างมิตรภาพแบบเพื่อนเป็อะไรที่ยั่งยืนมากกว่าด้วย”
“ไม่รู้ล่ะค่ะ รุ้งจะมาหาคุณเรย์ทุกวัน จนกว่าคุณเรย์จะใจอ่อนกับรุ้ง”
เื่อะไรที่เธอจะปล่อยผู้ชายนิสัยดีคนนี้ไปเพราะก่อนหน้านี้เธอเคยลองถาม ๆ คุย ๆ กับพนักงานที่นี่ ใคร ๆต่างก็พูดเป็เสียงเดียวกันว่าเรวัตรกับน้องชายของเขาอย่างพลระพีรวมถึงพ่อแม่ของเขาเองนั้นเป็เ้านายที่ใจดีกับลูกน้องมาก ๆ ใคร ๆ ต่างก็เคารพรัก
“ตอนนี้คุณเรย์ไม่รักรุ้งก็ไม่เป็ไรค่ะแต่อนาคตเราก็ต้องดูกันยาว ๆ นะคะ ถ้ายังไง รุ้งขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวไปทำงานสาย”
หลังจากปานรุ้งกลับไปแล้ว เขาก็โล่งอกปนกังวลเล็กน้อยก่อนจะเดินขึ้นไปที่ห้องทำงาน
‘เราก็ต้องทำให้คุณรุ้งเลิกตามเราให้ได้ แต่จะทำยังไงดีนะ’
----------------------------------------------------------------------------------------------
ทันทีที่รถของบ้านคุณนายสร้อยระย้าขับมาใกล้ถึงบริเวณบ้านรถคันสีแดงคันหนึ่งที่โดดเด่นขึ้นมาเพราะอยู่ใกล้รั้วบ้านสีขาวก็ปรากฏขึ้นแก่สายตาของพลขับรวมถึงคุณนายที่นั่งหน้าด้วย
“นั่นรถคุณอนันต์นี่ครับ”
“ลุงยงค์” ในตอนนั้นเอง ฤดีก็เอ่ยขึ้นเสียงเข้มพลางส่งสายตาให้ลุงแกเงียบปากเดี๋ยวนี้
“อุ่ย ลืมไป” ชายสูงวัยค่อย ๆ ชะลอรถ“เอาไงดีครับ คุณนาย”
แววตาของหญิงสาวสูงวัยดูนิ่งสงบ ในขณะที่มือทั้งสองกำแน่น
“ขับไปปกติเถอะ ยงค์”
ส่วนฤดีก็แอบมองไปที่รินนรีที่ตอนนี้มีสีหน้ายิ้มแย้มดูสดใสขึ้นมา
“พี่ฤดี คุณพ่อมาเยี่ยม”
“ค่ะ”น้ำเสียงที่เอ่ยขึ้นของพี่เลี้ยงสาวดูจืดเจื่อนลงเล็กน้อยแต่ด้วยความดีใจทำให้ร่างเล็กไม่ทันสังเกต
ทันทีที่รถจอดต่อจากรถคันสีแดงนั้นรินนรีก็รีบลงมาจากรถก่อนจะกวาดสายตามองหาบิดาของตนจนกระทั่งเมื่อเห็นชายร่างท้วมยืนอยู่หน้าบ้านหญิงสาวก็เรียกเสียงลั่น
“พ่อคะ”
ท่าทางร่าเริงของลูกสาวในสายตาผู้เป็แม่เมื่อได้เจอพ่อของเธอนั้นยิ่งชวนสะท้านใจความรู้สึกผิดที่ไม่สามารถประคองชีวิตคู่ได้สำเร็จยังคงฝังแน่นมาตลอดหลายปี
“สบายดีนะ วิว”
“ค่ะ พอได้เจอพ่อก็รู้สึกสบายดีเลยค่ะ”
“แล้วคุณล่ะ สร้อย”เสียงที่เปล่งออกมานั้นดูเหมือนจะถามในเชิงคนรู้จักทั่ว ๆ ไปเสียมากกว่าราวกับว่าเื่ระหว่างพวกเขาใน่ที่เป็สามีภรรยานั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“ค่ะ สบายดี” เสียงที่ตอบออกมานั้นฟังดูแกน ๆ“คุณก็คงสบายดีนะคะ คุณอนันต์”
“อืม ครับ สบายดี”
ยิ่งได้ยินน้ำเสียงแบบนั้นสร้อยระย้าจึงยั้งคำพูดที่จะถามต่อก่อนจะเดินออกไปด้วยความน้อยใจที่อดีตสามีดูจะไม่มีเยื่อใยอะไรกับเธอเลยจริง ๆ
‘ช่างทำใจได้เร็วเสียจริง แต่ก็แน่ล่ะ มีแม่น้ำผึ้งหวานหยดย้อยคนนั้นคอยดูแลใส่ใจแล้วนี่’
ซึ่งต่างกับเธอที่ทุ่มเทกับงานจนไม่ได้ปรนนิบัติสามีเท่าที่ควร
รินนรีกึ่งเดินกึ่งวิ่งนำผู้เป็บิดาเข้ามาในสวนหลังบ้านที่เป็มุมของเธอ
“นั่งเลยค่ะ พ่อ ตรงนี้เป็มุมส่วนตัวของวิวเอง”
โดยหลังจากนั่งลงเรียบร้อยแล้วรินนรีก็คอยชวนพ่อคุยเื่ต่าง ๆ นานา ตามแต่ที่เธอจะคิดออก
“หนูคิดถึงพ่อมาก รู้ไหมคะเมื่อไหร่พ่อจะเสร็จงานจากต่างจังหวัดเสียทีคะ เราจะได้มาเจอกันบ่อย ๆ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ผู้เป็บิดาก็ยิ้มน้อย ๆก่อนจะเอามือหนาลูบศีรษะบุตรี
“นี่วิวที่พ่อมาหาลูกวันนี้ก็เพราะมีเื่หนึ่งที่พ่ออยากจะคุยกับลูกด้วย”
“คะ” หญิงสาวหน้าเจื่อนเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าที่บิดามาหาในวันนี้เป็เพราะมีเื่อยากจะคุยด้วยหาใช่คิดถึงไม่
“พ่อได้ร่วมหุ้นกับเพื่อนในบริษัทผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นพ่ออยู่ฝ่ายการตลาด เลยอยากจะมาถามลูกเื่เสื้อผ้าที่ผู้หญิงเขาชอบใส่กันหน่อยน่ะ”
“นี่ที่พ่อมาหาวันนี้ จริง ๆ คือเื่งานหรอกหรือคะ”รอยยิ้มที่กำลังประดับบนใบหน้างามอยู่ค่อย ๆ หุบลง
“ก็ทั้งสองอย่างล่ะก็คิดถึงลูกด้วยแล้วก็พอดีลูกเป็ผู้หญิง พ่อก็เลยถือโอกาสมาทำงานด้วยน่ะ ลูก”
“พ่อก็ไปถามคุณสายน้ำผึ้งสิคะจะถ่อมาหาหนูถึงที่นี่ทำไม” ใบหน้าหวานเริ่มงอง้ำด้วยความไม่พอใจ ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ภาพที่พ่อเดินไปกับผู้หญิงคนใหม่ก็ยังคงตราตรึงในความทรงจำของเด็ก 13 ขวบ
“ก็ลูกเป็ลูกของพ่อนี่ พ่อก็อยากมาหาด้วยไง”
“อย่ามาอ้างหนูเลยค่ะ พ่อแค่อยากทำงานของพ่อแค่นั้นเอง”
“นี่ลูก อย่างี่เง่าแบบนี้สิ โตแล้วนะเราถ้าพ่อไม่อยากเจอเรา พ่อโทรถามก็ได้นี่ แต่นี่พ่ออยากมาเจอลูกด้วยนะ”อนันต์พยายามหว่านล้อมจนเมื่อเห็นท่าทีของลูกสาวอ่อนลงเขาจึงได้คุยเื่งานของตนต่อ
ขณะที่ในบ้านนั้น สร้อยระย้าได้แต่มองภาพอดีตสามีและลูกที่สวนหลังบ้านอย่างเหม่อลอย
“คุณนายคะ”ป้าแจ๋วที่เห็นท่าทางเศร้าสร้อยของคุณนายก็อดที่จะเข้ามาปลอบไม่ได้
“ฉันไม่เป็ไรหรอก พี่แจ๋ว”ประมุขสาวของบ้านปาดน้ำตาออกเล็กน้อย “แค่รู้สึกสงสารลูกที่แกไม่มีครอบครัวที่สมบูรณ์เหมือนคนอื่นๆ”
“ใครว่าไม่สมบูรณ์กันล่ะคะ ที่ผ่านมาแจ๋วก็เห็นคุณนายเป็ทั้งพ่อและแม่ให้แกได้เป็อย่างดีเลยต่างหากล่ะคะคุณนายเก่งมาก ๆ เลยนะคะ”
“คงปลอบใจฉันล่ะสิ แต่ก็ขอบคุณนะ”
แม่บ้านสาวยิ้มให้ผู้เป็นาย นึกสงสารจับใจ
จนเมื่อใกล้เที่ยง เสียงเคาะประตูก็ได้ดังขึ้นขัดจังหวะทำงานของเรวัตร
“ขอเข้าไปหน่อยนะครับ พี่เรย์”
ร่างผอมสูงของผู้เป็น้องชายเดินมาหาเขาด้วยใบหน้าอารมณ์ดี
“ว่าไง พี”
“พอดีว่าผมจะมาชวนพี่ไปงานโชว์รถที่ห้างในเมืองน่ะครับเป็ยี่ห้อที่ผมสนใจพอดีเลย”
“จะไปดูพริตตี้ล่ะสิไม่ว่า”เขาเอ่ยแซวอย่างรู้ทันและนั่นก็ทำเอาพลระพีหัวเราะลั่น
“นี่ พี่ ใช่ที่ไหน ผมมีลูกปลาทั้งคนแล้วนะ”
“ทำไมฉันจะไม่รู้ นายก็พอ ๆ กับเ้าเชนนั่นล่ะเ้าชู้ได้โล่พอกัน” ชายหนุ่มเอ่ยถึงเชนหรือนเรนทรเพื่อนของน้องชายที่เรียนจบปริญญาโทจากประเทศฝรั่งเศสมาด้วยกัน
“ผมเหมือนเชนมันที่ไหน ผมน่ะเก่งกว่าเยอะ อย่างน้อยก็ไม่เคยโดนฝรั่งหักอกแบบมันนะ”ได้ทีชายหนุ่มก็คุยโว
“เฮ้อ ฟาเบียนเขานอกใจเชนนี่อุตส่าห์ทิ้งลายแล้วแท้ ๆ”
“แล้วสรุปว่าพี่จะไปกับผมเปล่า”
ด้วยเหตุนั้นเขาจึงต้องเลยตามเลยถือว่าไปพักสมองสักหน่อยก็ดี
จากนั้นทั้งคู่ก็ไปถึงงานแสดงรถยนต์ที่ห้างในเมืองและในขณะที่เรวัตรกำลังดูรถที่จัดแสดงอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้นเขาก็ไปสะดุดตากับพริตตี้สาวที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ กับรถสีขาวคันถัดไป
“พี่ ๆ พริตตี้คนนี้เอ็กซ์เป็บ้าเลย” พลระพีแอบสะกิดพี่ชายตัวเอง
“พีเพิ่งจะบอกพี่เองนะว่ามีลูกปลาแล้วทั้งคนนี่ถ้าเธอรู้เข้านะ” เขาขู่หยอก ๆ
“หึย ก็แค่ชี้ให้ดูเองพี่แต่ไม่ได้คิดอะไรเกินเลย” พลระพีแก้ตัวพัลวัน
แต่เมื่อหันไปมองทิศทางที่น้องชายตนว่าหญิงสาวในชุดเกาะอกสีขาวมีสายสองสายปาดไหล่ กระโปรงสั้นเลยเข่า รวมถึงใบหน้าที่แต่งไว้ค่อนข้างจัดนั้นดูคุ้นหน้าอย่างประหลาดและหลังจากพยายามเพ่งมองอยู่นาน เขาก็อึ้งไปเมื่อเห็นว่าเป็ใคร
“คุณปานรุ้ง” ปากหนานั้นพึมพำเบา ๆอย่างใไม่น้อย
“เนอะ พี่เรย์ สุด ๆ เลย”
“เบา ๆ หน่อย เป็สุภาพบุรุษหน่อยอย่าเกินไปนัก” น้ำเสียงเขาเผลอเข้มขึ้นมาเล็กน้อย
“อะไรพี่เรย์ ผมหมายถึงรถต่างหาก สุดยอดแจ่มแมวยิ่งกว่าเห็นในเน็ตอีก”
เขาปล่อยให้น้องชายเดินดูรถไปแบบนั้นพลางแอบชำเลืองมองหญิงสาวอยู่ห่าง ๆ แต่แล้วในตอนนั้นเองสายตาของเธอก็หันมาสบกับเขาเข้าพอดี ใบหว้าหวานนั้นยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจอย่างปิดไม่มิดก่อนจะหันไปหาเพื่อนแล้วเดินออกมาจากตรงนั้น
ส่วนเขาเองเมื่อเห็นเป็แบบนั้น การเดินหนีก็ดูจะน่าเกลียดจึงจำต้องยืนรอให้เธอเดินเข้ามาหา
“รุ้งดีใจจังเลยค่ะที่ได้เจอคุณเรย์ที่นี่”
โดยไม่รู้เลยว่าได้มีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมาอย่างไม่พอใจ
ที่บ้านของรินนรีในยามเย็น หลังจากส่งผู้เป็บิดากลับบ้านหญิงสาวก็เดินเข้าไปบ้าน พลันจมูกก็ได้กลิ่นหอม ๆ มาจากในครัวจนเมื่อไปถึงในครัวเธอก็เห็นว่าแม่กำลังทำกับข้าวอยู่ก็อดจะแซวขึ้นมาไม่ได้
“วันนี้แม่ลงครัวเองเลยหรือคะ”
“ไปเรียกพ่อมากินข้าวไปลูกไป”ที่อยากให้มากินด้วย ไม่ใช่เพราะอาลัยอาวรณ์ เพียงแต่เชิญในฐานะเ้าบ้านเท่านั้น
“พ่อกลับไปแล้วค่ะ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นมือที่กำลังบีบมะนาวใส่ถ้วยเล็ก ๆ อยู่ก็นิ่งไปจนเมื่อได้สติอีกครั้งก็เมื่อบุตรีมายืนข้าง ๆ พลางเอ่ยด้วยเสียงเจื้อยแจ้ว
“ไม่ต้องห่วงค่ะ แม่ หนูจะช่วยกินให้หมดเลย”
“แต่ปกติลูกไม่ค่อยกินอะไรมื้อเย็นนี่จ๊ะ”
“แต่แม่ลงมือเองแบบนี้ ไม่กินถือว่าพลาดค่ะ”ว่าจบ หญิงสาวก็เดินไปช่วยจัดแจงจาน ช้อนส้อนตามที่เธอถนัดในขณะที่สร้อยระย้ามองผู้เป็ลูก พลางนิ่งคิดอะไรบางอย่างอยู่คนเดียวเงียบ ๆ
ที่งานโชว์รถ หลังจากเรวัตรออกมาจากห้องน้ำ จู่ๆก็มีชายแปลกหน้าคนหนึ่งเดินมาดักหน้าเขาด้วยท่าทางที่ดูคุกคามไม่น้อยสายตาคมคู่นั้นจ้องมาที่เขาเขม็งราวกับโกรธเขามาหลายชาติ สันกรามขบกันแน่นจนเขาเองยังกลัวว่าฟันในปากจะแตกร่วงมาหมดเสียก่อนที่จะได้คุยกันให้รู้เื่
“นี่คุณเป็ใคร”
“คุณเป็อะไรกับรุ้ง” เสียงห้าวนั้นเปล่งออกมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวไม่น้อยอีกทั้งยังไม่สนใจจะตอบคำถามที่เขาถามออกมาอีกด้วย
------------------------------------------------------------------------------------------------