นวลเสน่หา

    ตอนที่ 5 : ความลำบากใจ

    ตอนที่ 5 ความลำบากใจ

            ทันทีที่ได้สบดวงตากลมโตหวานคู่นั้นร่างทั้งร่างของเขาก็ราวกับถูกตรึงด้วยด้ายที่มองไม่เห็น รินนรีเองก็เช่นกันเธอไม่เคยได้ใกล้ชิดผู้ชายคนใดมากขนาดนี้และหล่อถึงขนาดนี้ ทั้งใบหน้าคมคาย ผิวสองสีและดวงตาที่จ้องมานั้นก็มีแววระยับแปลกๆ ชวนจั๊กจี้หัวใจพิกล

            จนในตอนนั้นเอง ฤดีเห็นว่าจู่ ๆ ทั้งสองก็นิ่งไป จึงสะกิดให้เธอรู้ตัวก่อนจะกึ่งลากกึ่งจูงออกไปจากตรงนั้น

            “คุณหนูคะ เดี๋ยวเราไปดูของตรงโน้นกันต่อดีกว่าค่ะ”พี่เลี้ยงสาวคว้าแขนเธอออกจากตรงนั้นอย่างห่วงหวง

            รินนรีคว้าถุงใส่ผักจากมือแม่ค้า ก่อนจะเดินออกมาจากแผงผักนั่นอย่างช้าๆ โดยตั้งใจ หางตาแอบเหลือบมองคนตัวใหญ่ที่ยังมองมาที่เธออย่างไม่วางตาก่อนจะต้องเดินออกไปตามแรงของพี่เลี้ยงสาวจอมหวงไม่ต่างจากจงอางหวงไข่คนนี้

            ‘เขาหล่อจัง’

            ส่วนเรวัตรเองก็ได้แต่มองร่างแน่งน้อยนั้นเดินออกไปจนลืมรอบข้างไปชั่วขณะ แม้กระทั่งอาชูที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เองก็ตาม

             “เสียดายจังน้า ดันเอาผักกาดหัวสวย ๆ ไปอีกว่าจะเอาไปกินกับกับแกล้มซะหน่อย” ชายสูงวัยบ่นอุบด้วยความเสียดาย

            จากนั้นอาชูก็พูดอะไรไปอีกเรื่อยเปื่อย ขณะที่สายตาของเขากลับจดจ้องไปที่ผู้หญิงสูงวัยอีกคนที่เข้ามาสมทบกับหญิงสาวทั้งสองคนนั้นด้วย และไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกคุ้น ๆหน้าหญิงสูงวัยคนนั้นอย่างประหลาด

            “ผู้หญิงที่ใส่ชุดลายดอก ๆ สีแดงนั่นเป็๞ใครกันครับ อาชูรู้จักไหม”

            อาชูเงยหน้ามาจากแผงผักก่อนจะมองไปยังทิศทางที่ผู้เป็๲นายเอ่ยถาม จากนั้นก็หลุดขำออกมาเล็กน้อย

            “คุณหนูจำไม่ได้จริง ๆ หรือครับเนี่ย ก็คุณนายสร้อยระย้าคนที่มองเราอย่างดูถูกตอนที่ช่วยลูกสาวแกที่ยืนหัวโด่อยู่นั่นไงล่ะครับ”

            “ลูกสาวแก เออาหมายถึงเด็กผู้หญิงที่เราเคยช่วยตอนเกือบโดนรถชนที่ตลาดในตอนนั้น”

            “ใช่ครับ แล้วผู้หญิงชุดชมพูนั่นล่ะลูกสาวคุณนายเขา”

            เรวัตรนึกไปพักนึง แล้วเขาก็นึกออกในที่สุด ในตอนนั้นเองดวงตาคมก็ยิ่งเพ่งไปยังร่างเล็กที่เดินห่างออกไปเรื่อย ๆ อย่างไม่วางตา

            ‘นึกไม่ถึงเลยว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ในวันนั้น จะโตมาสวยได้ขนาดนี้’

            เมื่อขึ้นมาบนรถ ฤดีก็จัดการพัดวีไปมาให้คุณหนูของเธอคลายร้อนถึงภายในรถจะเย็นบ้างแล้วเพราะสตาร์ทมาสักพักแต่ก็เย็นไม่ทันใจคนขี้ร้อนอย่างเธออยู่ดี

            “โอ๊ย พี่ หยุดพัดเถอะ พัดไปก็มีแต่ลมร้อน” เมื่อเจออากาศร้อนทีไรรินนรีก็มักจะมีอาการหงุดหงิดง่ายแบบนี้ทุกครั้ง

            “เธอดูแลลูกสาวฉันยังไง ฮึ ฤดี พัดอีกสิอากาศร้อนจะตาย” คุณนายว่าบ้างก่อนจะสะบัดพัดประจำตัวไปมา

            แต่จะว่าไปหญิงสาวเองก็ไม่แน่ใจว่าเป็๞เพราะอากาศร้อนหรือเพราะเจอชายคนนั้นกันแน่ที่ทำให้เธอรู้สึกว่าอุณหภูมิรอบตัวร้อนรุ่มกว่าปกติ

            ระหว่างที่นั่งมาในรถ เรวัตรก็ยิ้มมาตลอดทาง จนเมื่อมาถึงโรงแรม เขาก็ได้เจอกับปานรุ้งที่กำลังนั่งอยู่ที่ล็อบบี้เธอใส่ชุดเดรสเลยเข่าสีฟ้าน่ารักใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางแต่ไม่หนาเท่ากับวันที่เขาเจอเธอเมื่อวานและวันก่อน แถมในมือก็ไม่ได้มีปิ่นโตมาด้วยเหมือนทุกที

            ‘แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่กันแน่นะ’ เขาแอบถอนใจเบาๆ ไม่รู้จะปฏิเสธเธออย่างไรดี

            “สวัสดีค่ะ คุณเรวัตร” แถมรู้ตัวอีกทีปานรุ้งก็เดินมาแทบจะชิดตัวเขาแล้วอีกต่างหาก เมื่อเห็นแบบนั้น เขาก็ผงะถอยอัตโนมัติด้วยความ๻๠ใ๽

     “อะไรกันหรือครับคุณรุ้ง”

            “คุณเรย์ไม่ต้องกลัวรุ้งนะคะรุ้งแค่จะมาขอกำลังใจเฉย ๆ เองน่ะค่ะ” และทันทีที่ว่าจบร่างเล็กก็เข้าสวมกอดคนตรงหน้าในทันที เรวัตรได้แต่ยืนตัวแข็งเพราะทำอะไรไม่ถูก“พอดีว่ารุ้งต้องไปทำงาน เลยอยากมาเจอคุณเรย์เพื่อจะได้มีแรงทำงานน่ะค่ะและขอโทษนะคะที่เช้านี้รุ้งไม่ได้ทำอาหารมาให้ เพราะมีงานเช้าน่ะค่ะ”

            เมื่อโดนรุกมาแบบนั้นชายหนุ่มก็ถึงกับทำอะไรไม่ถูก และในขณะเดียวกันนั้นเอง การกระทำตรงหน้าก็ไม่อาจพ้นไปจากสายตาคู่คมของหนุ่มชาวไร่ไปได้เลย

            ในขณะที่กำลังแอบดูพฤติกรรมของหญิงสาว โทรศัพท์ของเขาก็ได้ดังขึ้นมาพอดี

            “อืม ที่ห้างฯใช่ไหม พวกแกไปรอที่นั่นเลยเดี๋ยวฉันตามไป”

            เรวัตรค่อย ๆจับไหล่บางของตัวหญิงสาวนั้นขยับออก พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ

            “คุณรุ้ง ผมเกรงว่าทำแบบนี้ตัวคุณจะเสียหายได้นะครับ”

            เมื่อได้ยินแบบนั้นแทนที่หญิงสาวจะรู้สึกกระดากอาย แต่เธอกลับยิ้มกว้าง

            “ยิ่งคุณเรย์พูดแบบนี้ รุ้งก็ยิ่งรู้สึกดีนะคะนั่นก็แสดงว่าคุณเรย์น่ะ ห่วงรุ้ง”

            “คือว่า...”

            “รุ้งเข้าใจค่ะว่างานแบบรุ้งคงทำให้คุณเรย์รู้สึกลังเล แต่อย่างที่รุ้งบอกถ้ารุ้งหาเงินได้จำนวนหนึ่งอย่างที่ตั้งใจไว้ รุ้งจะหยุดทำงานพวกนี้ทันที”

            “คุณรุ้งครับ อย่าลำบากเลยครับ”

            “หรือคุณเรย์รังเกียจรุ้งจริง ๆ ใช่ไหมคะ”

            เสียงตัดพ้อของร่างเล็กตรงหน้าทำให้เขาพูดอะไรไม่ออกขึ้นไปอีกจนในที่สุดเขาก็ได้สูดหายใจลึก ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยขึ้น

            “แต่ผมคิดกับคุณรุ้งแค่เพื่อนเท่านั้นจริง ๆนะครับ อีกอย่างมิตรภาพแบบเพื่อนเป็๞อะไรที่ยั่งยืนมากกว่าด้วย”

            “ไม่รู้ล่ะค่ะ รุ้งจะมาหาคุณเรย์ทุกวัน จนกว่าคุณเรย์จะใจอ่อนกับรุ้ง”

            เ๹ื่๪๫อะไรที่เธอจะปล่อยผู้ชายนิสัยดีคนนี้ไปเพราะก่อนหน้านี้เธอเคยลองถาม ๆ คุย ๆ กับพนักงานที่นี่ ใคร ๆต่างก็พูดเป็๞เสียงเดียวกันว่าเรวัตรกับน้องชายของเขาอย่างพลระพีรวมถึงพ่อแม่ของเขาเองนั้นเป็๞เ๯้านายที่ใจดีกับลูกน้องมาก ๆ ใคร ๆ ต่างก็เคารพรัก

            “ตอนนี้คุณเรย์ไม่รักรุ้งก็ไม่เป็๲ไรค่ะแต่อนาคตเราก็ต้องดูกันยาว ๆ นะคะ ถ้ายังไง รุ้งขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวไปทำงานสาย”

            หลังจากปานรุ้งกลับไปแล้ว เขาก็โล่งอกปนกังวลเล็กน้อยก่อนจะเดินขึ้นไปที่ห้องทำงาน

            ‘เราก็ต้องทำให้คุณรุ้งเลิกตามเราให้ได้ แต่จะทำยังไงดีนะ’

    ----------------------------------------------------------------------------------------------

            ทันทีที่รถของบ้านคุณนายสร้อยระย้าขับมาใกล้ถึงบริเวณบ้านรถคันสีแดงคันหนึ่งที่โดดเด่นขึ้นมาเพราะอยู่ใกล้รั้วบ้านสีขาวก็ปรากฏขึ้นแก่สายตาของพลขับรวมถึงคุณนายที่นั่งหน้าด้วย

            “นั่นรถคุณอนันต์นี่ครับ”

            “ลุงยงค์” ในตอนนั้นเอง ฤดีก็เอ่ยขึ้นเสียงเข้มพลางส่งสายตาให้ลุงแกเงียบปากเดี๋ยวนี้

            “อุ่ย ลืมไป” ชายสูงวัยค่อย ๆ ชะลอรถ“เอาไงดีครับ คุณนาย”

            แววตาของหญิงสาวสูงวัยดูนิ่งสงบ ในขณะที่มือทั้งสองกำแน่น

            “ขับไปปกติเถอะ ยงค์”

            ส่วนฤดีก็แอบมองไปที่รินนรีที่ตอนนี้มีสีหน้ายิ้มแย้มดูสดใสขึ้นมา

            “พี่ฤดี คุณพ่อมาเยี่ยม”

            “ค่ะ”น้ำเสียงที่เอ่ยขึ้นของพี่เลี้ยงสาวดูจืดเจื่อนลงเล็กน้อยแต่ด้วยความดีใจทำให้ร่างเล็กไม่ทันสังเกต

            ทันทีที่รถจอดต่อจากรถคันสีแดงนั้นรินนรีก็รีบลงมาจากรถก่อนจะกวาดสายตามองหาบิดาของตนจนกระทั่งเมื่อเห็นชายร่างท้วมยืนอยู่หน้าบ้านหญิงสาวก็เรียกเสียงลั่น

            “พ่อคะ”

            ท่าทางร่าเริงของลูกสาวในสายตาผู้เป็๞แม่เมื่อได้เจอพ่อของเธอนั้นยิ่งชวนสะท้านใจความรู้สึกผิดที่ไม่สามารถประคองชีวิตคู่ได้สำเร็จยังคงฝังแน่นมาตลอดหลายปี

    “สบายดีนะ วิว”

            “ค่ะ พอได้เจอพ่อก็รู้สึกสบายดีเลยค่ะ”

            “แล้วคุณล่ะ สร้อย”เสียงที่เปล่งออกมานั้นดูเหมือนจะถามในเชิงคนรู้จักทั่ว ๆ ไปเสียมากกว่าราวกับว่าเ๱ื่๵๹ระหว่างพวกเขาใน๰่๥๹ที่เป็๲สามีภรรยานั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

            “ค่ะ สบายดี” เสียงที่ตอบออกมานั้นฟังดูแกน ๆ“คุณก็คงสบายดีนะคะ คุณอนันต์”

            “อืม ครับ สบายดี”

            ยิ่งได้ยินน้ำเสียงแบบนั้นสร้อยระย้าจึงยั้งคำพูดที่จะถามต่อก่อนจะเดินออกไปด้วยความน้อยใจที่อดีตสามีดูจะไม่มีเยื่อใยอะไรกับเธอเลยจริง ๆ

            ‘ช่างทำใจได้เร็วเสียจริง แต่ก็แน่ล่ะ มีแม่น้ำผึ้งหวานหยดย้อยคนนั้นคอยดูแลใส่ใจแล้วนี่’

            ซึ่งต่างกับเธอที่ทุ่มเทกับงานจนไม่ได้ปรนนิบัติสามีเท่าที่ควร

            รินนรีกึ่งเดินกึ่งวิ่งนำผู้เป็๲บิดาเข้ามาในสวนหลังบ้านที่เป็๲มุมของเธอ

            “นั่งเลยค่ะ พ่อ ตรงนี้เป็๞มุมส่วนตัวของวิวเอง”

            โดยหลังจากนั่งลงเรียบร้อยแล้วรินนรีก็คอยชวนพ่อคุยเ๱ื่๵๹ต่าง ๆ นานา ตามแต่ที่เธอจะคิดออก

            “หนูคิดถึงพ่อมาก รู้ไหมคะเมื่อไหร่พ่อจะเสร็จงานจากต่างจังหวัดเสียทีคะ เราจะได้มาเจอกันบ่อย ๆ”

            เมื่อได้ยินแบบนั้น ผู้เป็๲บิดาก็ยิ้มน้อย ๆก่อนจะเอามือหนาลูบศีรษะบุตรี

            “นี่วิวที่พ่อมาหาลูกวันนี้ก็เพราะมีเ๹ื่๪๫หนึ่งที่พ่ออยากจะคุยกับลูกด้วย”

            “คะ” หญิงสาวหน้าเจื่อนเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าที่บิดามาหาในวันนี้เป็๲เพราะมีเ๱ื่๵๹อยากจะคุยด้วยหาใช่คิดถึงไม่

            “พ่อได้ร่วมหุ้นกับเพื่อนในบริษัทผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นพ่ออยู่ฝ่ายการตลาด เลยอยากจะมาถามลูกเ๹ื่๪๫เสื้อผ้าที่ผู้หญิงเขาชอบใส่กันหน่อยน่ะ”

            “นี่ที่พ่อมาหาวันนี้ จริง ๆ คือเ๱ื่๵๹งานหรอกหรือคะ”รอยยิ้มที่กำลังประดับบนใบหน้างามอยู่ค่อย ๆ หุบลง

            “ก็ทั้งสองอย่างล่ะก็คิดถึงลูกด้วยแล้วก็พอดีลูกเป็๞ผู้หญิง พ่อก็เลยถือโอกาสมาทำงานด้วยน่ะ ลูก”

            “พ่อก็ไปถามคุณสายน้ำผึ้งสิคะจะถ่อมาหาหนูถึงที่นี่ทำไม” ใบหน้าหวานเริ่มงอง้ำด้วยความไม่พอใจ ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ภาพที่พ่อเดินไปกับผู้หญิงคนใหม่ก็ยังคงตราตรึงในความทรงจำของเด็ก 13 ขวบ

             

            “ก็ลูกเป็๲ลูกของพ่อนี่ พ่อก็อยากมาหาด้วยไง”

            “อย่ามาอ้างหนูเลยค่ะ พ่อแค่อยากทำงานของพ่อแค่นั้นเอง”

            “นี่ลูก อย่างี่เง่าแบบนี้สิ โตแล้วนะเราถ้าพ่อไม่อยากเจอเรา พ่อโทรถามก็ได้นี่ แต่นี่พ่ออยากมาเจอลูกด้วยนะ”อนันต์พยายามหว่านล้อมจนเมื่อเห็นท่าทีของลูกสาวอ่อนลงเขาจึงได้คุยเ๱ื่๵๹งานของตนต่อ

            ขณะที่ในบ้านนั้น สร้อยระย้าได้แต่มองภาพอดีตสามีและลูกที่สวนหลังบ้านอย่างเหม่อลอย

            “คุณนายคะ”ป้าแจ๋วที่เห็นท่าทางเศร้าสร้อยของคุณนายก็อดที่จะเข้ามาปลอบไม่ได้

            “ฉันไม่เป็๞ไรหรอก พี่แจ๋ว”ประมุขสาวของบ้านปาดน้ำตาออกเล็กน้อย “แค่รู้สึกสงสารลูกที่แกไม่มีครอบครัวที่สมบูรณ์เหมือนคนอื่นๆ”

            “ใครว่าไม่สมบูรณ์กันล่ะคะ ที่ผ่านมาแจ๋วก็เห็นคุณนายเป็๲ทั้งพ่อและแม่ให้แกได้เป็๲อย่างดีเลยต่างหากล่ะคะคุณนายเก่งมาก ๆ เลยนะคะ”

            “คงปลอบใจฉันล่ะสิ แต่ก็ขอบคุณนะ”

            แม่บ้านสาวยิ้มให้ผู้เป็๲นาย นึกสงสารจับใจ

            จนเมื่อใกล้เที่ยง เสียงเคาะประตูก็ได้ดังขึ้นขัดจังหวะทำงานของเรวัตร

            “ขอเข้าไปหน่อยนะครับ พี่เรย์”

             ร่างผอมสูงของผู้เป็๞น้องชายเดินมาหาเขาด้วยใบหน้าอารมณ์ดี

            “ว่าไง พี”

            “พอดีว่าผมจะมาชวนพี่ไปงานโชว์รถที่ห้างในเมืองน่ะครับเป็๞ยี่ห้อที่ผมสนใจพอดีเลย”

            “จะไปดูพริตตี้ล่ะสิไม่ว่า”เขาเอ่ยแซวอย่างรู้ทันและนั่นก็ทำเอาพลระพีหัวเราะลั่น

            “นี่ พี่ ใช่ที่ไหน ผมมีลูกปลาทั้งคนแล้วนะ”

            “ทำไมฉันจะไม่รู้ นายก็พอ ๆ กับเ๽้าเชนนั่นล่ะเ๽้าชู้ได้โล่พอกัน” ชายหนุ่มเอ่ยถึงเชนหรือนเรนทรเพื่อนของน้องชายที่เรียนจบปริญญาโทจากประเทศฝรั่งเศสมาด้วยกัน

            “ผมเหมือนเชนมันที่ไหน ผมน่ะเก่งกว่าเยอะ อย่างน้อยก็ไม่เคยโดนฝรั่งหักอกแบบมันนะ”ได้ทีชายหนุ่มก็คุยโว

            “เฮ้อ ฟาเบียนเขานอกใจเชนนี่อุตส่าห์ทิ้งลายแล้วแท้ ๆ”

            “แล้วสรุปว่าพี่จะไปกับผมเปล่า”

            ด้วยเหตุนั้นเขาจึงต้องเลยตามเลยถือว่าไปพักสมองสักหน่อยก็ดี

            จากนั้นทั้งคู่ก็ไปถึงงานแสดงรถยนต์ที่ห้างในเมืองและในขณะที่เรวัตรกำลังดูรถที่จัดแสดงอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้นเขาก็ไปสะดุดตากับพริตตี้สาวที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ กับรถสีขาวคันถัดไป

            “พี่ ๆ พริตตี้คนนี้เอ็กซ์เป็๲บ้าเลย” พลระพีแอบสะกิดพี่ชายตัวเอง

            “พีเพิ่งจะบอกพี่เองนะว่ามีลูกปลาแล้วทั้งคนนี่ถ้าเธอรู้เข้านะ” เขาขู่หยอก ๆ

            “หึย ก็แค่ชี้ให้ดูเองพี่แต่ไม่ได้คิดอะไรเกินเลย” พลระพีแก้ตัวพัลวัน

            แต่เมื่อหันไปมองทิศทางที่น้องชายตนว่าหญิงสาวในชุดเกาะอกสีขาวมีสายสองสายปาดไหล่ กระโปรงสั้นเลยเข่า รวมถึงใบหน้าที่แต่งไว้ค่อนข้างจัดนั้นดูคุ้นหน้าอย่างประหลาดและหลังจากพยายามเพ่งมองอยู่นาน เขาก็อึ้งไปเมื่อเห็นว่าเป็๞ใคร

            “คุณปานรุ้ง” ปากหนานั้นพึมพำเบา ๆอย่าง๻๠ใ๽ไม่น้อย

            “เนอะ พี่เรย์ สุด ๆ เลย”

            “เบา ๆ หน่อย เป็๲สุภาพบุรุษหน่อยอย่าเกินไปนัก” น้ำเสียงเขาเผลอเข้มขึ้นมาเล็กน้อย

            “อะไรพี่เรย์ ผมหมายถึงรถต่างหาก สุดยอดแจ่มแมวยิ่งกว่าเห็นในเน็ตอีก”

            เขาปล่อยให้น้องชายเดินดูรถไปแบบนั้นพลางแอบชำเลืองมองหญิงสาวอยู่ห่าง ๆ แต่แล้วในตอนนั้นเองสายตาของเธอก็หันมาสบกับเขาเข้าพอดี ใบหว้าหวานนั้นยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจอย่างปิดไม่มิดก่อนจะหันไปหาเพื่อนแล้วเดินออกมาจากตรงนั้น

            ส่วนเขาเองเมื่อเห็นเป็๞แบบนั้น การเดินหนีก็ดูจะน่าเกลียดจึงจำต้องยืนรอให้เธอเดินเข้ามาหา

            “รุ้งดีใจจังเลยค่ะที่ได้เจอคุณเรย์ที่นี่”

            โดยไม่รู้เลยว่าได้มีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมาอย่างไม่พอใจ

            ที่บ้านของรินนรีในยามเย็น หลังจากส่งผู้เป็๲บิดากลับบ้านหญิงสาวก็เดินเข้าไปบ้าน พลันจมูกก็ได้กลิ่นหอม ๆ มาจากในครัวจนเมื่อไปถึงในครัวเธอก็เห็นว่าแม่กำลังทำกับข้าวอยู่ก็อดจะแซวขึ้นมาไม่ได้

            “วันนี้แม่ลงครัวเองเลยหรือคะ”

            “ไปเรียกพ่อมากินข้าวไปลูกไป”ที่อยากให้มากินด้วย ไม่ใช่เพราะอาลัยอาวรณ์ เพียงแต่เชิญในฐานะเ๽้าบ้านเท่านั้น

            “พ่อกลับไปแล้วค่ะ”

            เมื่อได้ยินแบบนั้นมือที่กำลังบีบมะนาวใส่ถ้วยเล็ก ๆ อยู่ก็นิ่งไปจนเมื่อได้สติอีกครั้งก็เมื่อบุตรีมายืนข้าง ๆ พลางเอ่ยด้วยเสียงเจื้อยแจ้ว

    “ไม่ต้องห่วงค่ะ แม่ หนูจะช่วยกินให้หมดเลย”

    “แต่ปกติลูกไม่ค่อยกินอะไรมื้อเย็นนี่จ๊ะ”

            “แต่แม่ลงมือเองแบบนี้ ไม่กินถือว่าพลาดค่ะ”ว่าจบ หญิงสาวก็เดินไปช่วยจัดแจงจาน ช้อนส้อนตามที่เธอถนัดในขณะที่สร้อยระย้ามองผู้เป็๞ลูก พลางนิ่งคิดอะไรบางอย่างอยู่คนเดียวเงียบ ๆ

            ที่งานโชว์รถ หลังจากเรวัตรออกมาจากห้องน้ำ จู่ๆก็มีชายแปลกหน้าคนหนึ่งเดินมาดักหน้าเขาด้วยท่าทางที่ดูคุกคามไม่น้อยสายตาคมคู่นั้นจ้องมาที่เขาเขม็งราวกับโกรธเขามาหลายชาติ สันกรามขบกันแน่นจนเขาเองยังกลัวว่าฟันในปากจะแตกร่วงมาหมดเสียก่อนที่จะได้คุยกันให้รู้เ๱ื่๵๹ 

            “นี่คุณเป็๞ใคร”

            “คุณเป็๲อะไรกับรุ้ง” เสียงห้าวนั้นเปล่งออกมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวไม่น้อยอีกทั้งยังไม่สนใจจะตอบคำถามที่เขาถามออกมาอีกด้วย

            ------------------------------------------------------------------------------------------------