ตอนที่20 นี่งานประลองจริงๆ นะเหรอ
วันแห่งความว้าวุ่น ควรเรียกแบบนี้เพราะสมาชิกกิลด์ต้องขนอุปกรณ์หลายอย่างไม่ว่าจะเป็ดยเฉพาะวัตถุดิบเก่ากองเอกสารจำนวนมากโดยมีเป้าหมายที่ต้องคือใจกลางเมืองสถานที่สำหรับการประลองแต่ละปีนอกจากนี้ทางกิลด์ใหญ่จะได้รับการสนับสนุนจากเ้าเมืองและราชวงศ์การจัดงานในปีนี้เป็ไปอย่างคึกคักกว่าทุกปีที่จัดขึ้น
เพราะในงานประลองครั้งนี้จะมีการคัดเลือกบุคคลมีฝีมือไปร่วมต่อสู้กับกับผู้กล้าทั้ง 8สมาชิกกิลด์ใดถูกคัดเลือกจะได้รับเครื่องบรรณาการพิเศษจากอาณาจักร นอกจากนี้ยังมีผู้กล้า2 คนมาคัดเลือกคนเข้าสังกัดด้วยตัวเอง
กิลด์ใหญ่ทั้ง 4 ต่างจัดเตรียมความพร้อมของสมาชิกอย่างเต็มที่ประชาชนเองต่างเดินทางเข้ามาหวังพบเจอกับผู้กล้าสักครั้งในชีวิต
ที่นั่งพิเศษถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมสามารถมองเห็นการต่อสู้ได้ชัดเจนของต้อนรับถูกจัดหามาอย่างดีเพื่อเอาอกเอาใจผู้กล้าเมื่อถึงเวลาที่กำหนดพิธีเปิดได้เริ่มขึ้น กล่าวเปิดพิธีในปีนี้คือ 1 ในผู้กล้า
“ช่างเป็บรรยากาศที่น่าตื่นตาตื่นใจขอให้ทุกท่านแสดงฝีมือออกมาอย่างสุดความสามารถและจงรอฟังผลในตอนท้ายว่าใครจะถูกเลือกให้ได้ร่วมรบกับพวกเราเพื่อนำแสงสว่างมาสู่โลกของเราเปิดงาน!” เสียงของบุรุษคนหนึ่งยืนพูดเปิดพิธีด้วยเสียงอันทรงอำนาจชุดสวมแต่งราคาแพงไม่อาจประเมินมูลค่า เมื่อสิ้นคำพูด พลุเวทก็ถูกจุดพร้อมกับเสียงเฮของผู้คนที่มากันอย่างคับคั่ง
งานประลองได้เริ่มขึ้นแล้ว
..................................
ท่ามกลางเสียงพูดคุยด้วยความตื่นเต้นเมื่อทุกคนได้เห็นผู้กล้าตัวจริงไผ่นั่งอยู่ด้านหลังเอามือข้างหนึ่งยันหัวตัวเองไม่ให้ตกพื้นเขารู้สึกเบื่อกับงานในวันนี้เป็อย่างยิ่ง
“เอาล่ะ ได้เวลาที่เหล่าสมาชิกของกิลด์เล็กๆจะทำการประลองฝีมือกันแล้วเราจะได้ดูกันว่าแต่ละกิลด์จะแสดงความสามารถออกมาได้มากแค่ไหนกันเรามาเริ่มการประลองแรกกันเลยดีกว่า ซึ่งกิลด์ที่จะได้ประลอง ได้แก่ กิลด์แกะทองกิลด์หมาป่าดำ กิลด์เสือเงิน และกิลด์โครบิลอส ให้ทุกกิลด์ส่งทีมลงมาต่อสู้กันกิลด์ไหนยืนหยัดได้เป็คนสุดท้ายถือว่าชนะ” เสียงประกาศของพิธีกรดังขึ้นทำเอาคนในกิลด์ต่างตื่นเต้นกันยกใหญ่
เรย์ล่า เมลล์ ลูซ ทอร์ซ เมนเดอล่าและเบบับต่างจับกลุ่มกันเพื่อที่จะเตรียมต่อสู้ เบบับชำเลืองสายตาดูอาวุธ ชุดเกราะและรองเท้าหนังของสมาชิกกิดล์แทบตลอดเวลา ในที่สุดอดสงสัยไม่ได้จึงเอ่ยคำถามที่ค้างคามาหลายชั่วโมง
“พวกเ้าไปเอาอาวุธกับชุดมาจากที่ไหนแล้วทำไมไม่เอามาเผื่อข้าด้วยล่ะ” เบบับถามด้วยคำถามที่บงบอกเป็นัยอยากได้เหมือนกัน
“จะเอามาให้เ้าได้อย่างไรเ้าต้องไปหาเขาเองสิ” ทอร์ซตอบทำเอาเบบับเกิดความสงสัยไปอีก
“ก็แล้วพวกเ้าเอาของพวกนี้มาจากใครล่ะ”เบบับเริ่มมีน้ำโห
“นู่นคนที่นายด่าว่าเขาอู้งานนู่น ถ้าอยากได้ก็ไปขอเค้าเอง” ทอร์ซตอบอย่างไม่ใยดีแล้วเดินนำออกไปทำให้เบบับจิกมือตัวเองแน่น
“หึ ฝากไว้ก่อนเถอะพวกเอ็ง"เบบับพูดอย่างแค้นเคืองเขาชำเลืองดูไผ่ที่นั่งหลับอยู่ไม่สนใจการประลองของกิลด์ตัวเองที่กำลังจะเกิดขึ้นพลันหยิบเศษหินติดรองเท้าที่พื้นขึ้นมา แล้วขว้างมันไปทางไผ่ทันที แต่อนิจจัง อยู่ๆ หินที่กำลังจะโดนกลางหัวของไผ่ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เบบับไม่ได้สังเกตเห็นเขาเดินกระทืบเท้าไปยังเวทีประลองทันที
ไผ่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาช้า ๆมือข้างซ้ายแบออกเผยให้เห็นก้อนหินเล็ก ๆ อยู่ในนั้น
“ได้อริมา 1 ea” คำพูดธรรมดาๆ เอ่ยออก พลันไผ่ก็จับมือนานะที่เกาะบนหลังตัวเองแล้วดึงเธอมาอยู่ในอ้อมแขนใบหน้าที่หลับปุ๋ยไม่รับรู้เื่ราวของนานะราวกับไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น
“ออกไปดูงานประลองกันเถอะนานะ”ไผ่พูดโดยที่ไม่มีเสียงตอบรับจากเด็กสาว พลันอุ้มเธอออกไปดูการประลองที่กำลังจะเกิดขึ้น
ภาพของผู้คนที่แออัดอยู่ข้างสนามบนลานประลองมีตัวแทนของกิลด์ทั้งสี่ยืนประจัญหน้าเข้าหากัน เมื่อกรรมการให้สัญญาณเริ่มทุกคนก็เข้าตะลุมบอนกันทันที
ไผ่ยืนอึ้งกับสิ่งที่เห็นเบื้องหน้า มันแตกต่างจากภาพที่ไผ่คิดเกี่ยวกับบรรยากาศงานประลองคือการที่ตัวแทนแต่ละกิลด์ต่างช่วยกันต่อสู้ผลัดการรับรุกและแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็ทีมเวอร์ค
"ไรว้า คิดเป็ตุเป็ตะไปซะดิบดีแต่นี่มันมวยวัดชัด ๆ” ไผ่กล่าว บรรยากาศบนเวทีตอนนี้เขาเห็นชายผอมแห้งไร้เรี่ยวแรงถือดาบหวดเหมือนเอาไม้ไปตีไล่แมลงวันผูหญิงของกิลด์หนึ่งกรี๊ดลั่นนั่งคู้เข่าไม่ยอมขยับเมื่อเห็นเื หญิงสาวอีกคนทนไม่ไหววิ่งลงเวทีจนถูกตัดสิทธิ์ชายที่ร่างกายบึกบึนคนคนหนึ่งเหวี่ยงหมัดแบบว่ายน้ำท่ากรรเชียง ไผ่กุมขมับข้างเวทีเขามองสมาชิกกิลด์ของตนอย่างเอือมระอา สภาพไม่ต่างจากกิลด์อื่นเลยแม้เเต่น้อย
ทอร์ซเหวี่ยงดาบผิดหลักจนหลุดมือแล้ววิ่งหนีออกนอกวงเพื่อไปเก็บดาบแต่โดนสมาชิกกิลด์อื่นคว้าดาบไปคนอื่น ๆวิ่งหนีอลหม่านจนโดนไล่ฟาดอย่างน่าสังเวช เรย์ล่าคือสตรีเพียงคนเดียวที่พอจะเป็ความหวังของกิลด์แม้ว่าทักษะการต่อสู้จะไม่ได้ดีอะไรมากนัก แต่เธอก็สามารถปัดป้องและสวนกลับได้ส่วนเบบับ รายนั้นยืนอยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย ไผ่ส่ายหัวกับการต่อสู้ครั้งนี้
“ไม่ได้การละ ต้องรีบโปรโมท”ไผ่พูดกับตัวเองแล้วเบียดคนดูไปจนถึงหน้าลานประลอง
“เรย์ล่า ใช้เกราะเวทสิแล้วลุยเข้าไปเลยไม่ต้องสนอาวุธที่โจมตีมา” ไผ่ะโสุดเสียงขนาดที่ว่า คนในลานได้ยินทุกคน เรย์ล่าเมื่อมีคนพูดแนะนำเธอชะงักครู่หนึ่งแต่เมื่อเห็นว่าเป็ไผ่ก็เกิดนึกขึ้นได้ว่าไผ่เคยสอนการใช้สลักเวทอยู่ จึงทำตามทันทีอัดพลังเวทเข้าสัญลักษณ์แล้วเรียกใช้งาน
“เกราะเวท” คำพูดปลดปล่อยดังขึ้นพลันแสงสีเขียวอ่อนก็ปกคลุมร่างกายเธอเรย์ล่าไม่รอช้าลุยเข้าไปตามที่ไผ่บอกอาวุธที่เหวี่ยงแบบมั่วๆ เมื่อใกล้จะโดนตัวเธอก็เกิดปฏิกิริยา
เคร้ง!!
อาวุธของคู่ต่อสู้กระเด็นออกไปจากมือผู้เหวี่ยงทันทีภาพนี้สร้างเสียงฮือฮาให้คนดูอย่างยิ่ง พวกเขาพึ่งเห็นการต่อสู้แบบนี้เป็ครั้งแรกบนที่นั่งพิเศษหากผู้กล้าทั้ง 2 ให้ความสนใจสักนิดคงจะอึ้งไม่ต่างจากคนดูอย่างไรพวกนั้นเดินทางมาไกลคงหิว ขึงง่วนอยู่กับการกินของว่างอย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
เรย์ล่าสามารถจัดการคู่ต่อสู้ได้ถึง 4คนในการลุยครั้งเดียว ทอร์ซเอาบ้าง เขาใช้เกราะเวทแล้วบุกเข้าไปสามารถจัดการได้อีก2 คน สิ่งนี้สร้างความได้เปรียบให้กับกิลด์โครบิลอสอย่างไม่ต้องสงสัยจนในที่สุดก็คว้าชัยชนะมาอย่างหวุดหวิด
เหล่าคนดูเมื่อเห็นแสงครอบคลุมสมาชิกกิลด์โครบิลอสต่างอยากรู้คำตอบแต่ไม่รู้จะถามใครทันใดมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งะโขึ้นบนเวที มือทั้งสองของเขากำลังอุ้มเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักน่าชังคนหนึ่งอยู่
“สวัสดีครับทุกคนไม่ต้องถามว่าผมชื่ออะไร ที่ผมขึ้นมาบนนี้เพื่อจะมาอธิบายในสิ่งที่ทุกคนกำลังสงสัยกันอยู่ว่าแสงสีที่ครอบคลุมสมาชิกกิลด์โคบิลอสคืออะไร” ไผ่กล่าวเสียงผู้ชมต่าวะโกลับมาด้วยความไม่พอใจ
“เฮ้ ไอ้หนูอย่ามาพูดมั่วซั่วรีบลงเวทีไปเลยไป๊”
“ไรวะ ใครปล่อยเด็กขึ้นเวที”
“เฮ้ย แน่จริงก็ลองบอกมา ถ้าหิวแสงเดี๋ยวพ่อเล่นให้สุดแรงเลยไอ้หนู”
“อะแฮ่ม อย่าพึ่งอารมณ์เสียสิครับ สิ่งนั้นเรียกว่าเกราะเวทมันเป็ความสามารถประจำอาวุธที่ทางกิลด์เราสร้างขึ้นมา เมื่อถูกใช้งานจะมีแสงสีต่างๆตามธาตุของพลังเวทที่ใส่เข้าไป เกราะเวทนี้ป้องกันการโจมตีทางกายภาพได้พอสมควรและผมขอประกาศตรงนี้เลยว่าตอนนี้กิลด์โครบิลอสจะเปิดร้านขายอาวุธที่มีความสามารถเหล่านี้ในราคาถูกแสนถูก มันสามารถนำไปใช้ต่อสู้กับมอนสเตอร์ได้ดีอีกด้วยนับั้แ่จบงานประลองจัดอันดับขอเชิญทุกท่านเข้ามาอุดหนุนได้เลยนะครับ”ไผ่พูดโดยไม่สนสายตาของใครแล้วะโลงเวทีพร้อมกับหายวับไปในสายตาผู้คนอย่างรวดเร็ว
การประกาศของไผ่ได้จุดประเด็นความสนใจให้กับหลายคน
“เด็กคนนั้นพูดว่ากิลด์อะไรนะ”....
“กิลด์โครบิลอส”...
“แล้วมันอยู่ที่ไหนของเมือง?”...
“ข้าไม่รู้ อย่าถามดิ”...
“เออ ๆไว้ค่อยตามหาก็แล้วกัน ข้าจะต้องมันให้ได้” ...
.....................แผนการสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี...............................
ณ ห้องพัก
“พวกเ้าเมื่อกี้มันคืออะไร แสงพวกนั้น” เบบับถาม สมาชิกทุกคนหันมาทางเบบับแล้วส่งสายตาไม่พอใจ
“ทำไมข้าต้องบอกคนอย่างเ้าด้วย” ทอร์ซพูดด้วยเสียงไม่พอใจ
“เอ็งจะตอบหรือไม่ตอบ”เบบับพุ่งเข้าประชิดทอร์ซแล้วบีบคอคาดคั้น
“ไม่” เสียงของทอร์ซพูดด้วยอาการไม่พอใจที่เพิ่มมาอีกชั้น
“หึ..ได้ งั้นข้าขอดาบนี่ก็แล้วกัน”เบบับไม่พูดเปล่ากระชากดาบออกจากมือทอร์ซทันทีแต่ไม่ทันที่จะได้เชยชมดาบก็มีมือหนึ่งมาจับไว้เบบับพยายามสะบัดมือนั้นออกแต่อนิจจัง เหมือนว่ามือเล็กๆนั้นหนักแน่นดุจศิลาแท่งทึบก็ไม่ปาน
“ไอ้หนู เอ็งกล้าสอดรึ”เบบับมองไปยังไผ่ กิริยาท่าทางของไผ่ในตอนนี้กำลังอุ้มนานะอยู่ เขาจับมือเบบับด้ยท่าทีสงบนิ่งจนทำให้เบบับรู้สึกถึงความอันตราย
“ปล่อยมือข้าเดี๋ยวนี้!!!”เบบับตะคอกเสียงดังกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกในใจ
“ปล่อยดาบนั่นก่อนสิ”เสียงอันเรียบนิ่งที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเย็นยะเยียบจับจิตถูกเอ่ยออกมาจากปากของไผ่
“ไม่ปล่อยแล้วจะทำไม หา!!”เบบับกระแทกเสียงแล้วเหวี่ยงหมัดใส่ไผ่ทำเอาเหล่าสมาชิกต่างใกันกลัวว่าไผ่จะได้รับอันตรายแต่ไม่เลย มือน้อยๆ บิดข้อมือของเบบับแล้วเตะสวนไปทีหนึ่ง
...เหมือนเรย์ล่าจะได้ยินเสียงอะไรหัก...
..ทอร์ซก็เช่นกัน...
...ลูซก็ได้ยินด้วย...
ภาพทุกอย่างตรงหน้าของเบบับดับวูบไปพร้อมกับสติไผ่มองดูร่างเบบับอย่างเฉยชา สมาชิกกิลด์ทุกคนไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเองแม้จะรู้อยู่แล้วว่าไผ่อาจไม่ธรรมดา เมื่อเห็นกับตา ัักับตัวยิ่งเห็นความไม่ธรรมดาเกินที่คาดคิดไว้ถ้าไม่ได้เห็นกับตาก็คงไม่เชื่อ
ความหวังของกิลด์ท่วมท้นเพราะไผ่พวกเขาต่างยอมรับด้วยใจจริง ว่าไผ่นี่แหละ ที่จะช่วยให้กิลด์รอดพ้นจากการถูกยุบ
การแข่งขันของกิลด์เล็กๆยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งเป็อะไรที่น่าเบื่อสำหรับไผ่ เวลา 2ชั่วโมงผ่านไปกับการต่อสู้ของกิลด์เล็กเสร็จสิ้น จนได้กิลด์ที่เข้ารอบ ซึ่งจะได้ต่อสู้กับกิลด์ระดับกลางต่อไปกิลด์โครบิลอสก็เป็หนึ่งในนั้น
..............................................
“เอาล่ะเมื่อทุกคนได้ดูการต่อสู้อันน่าตื่นเต้นเป็ที่เรียบร้อยแล้วต่อจากนี้จะเป็การประลองเดี่ยวของกิลด์ระดับเล็ก ซึ่งปีนี้มีการส่งรายชื่อเข้าร่วมแข่งขันเพียง5 กิลด์เท่านั้น คือกิลด์แบล็ก กิลด์หมูป่า กิลด์เสือเขี้ยวเงิน กิลด์ราชันแมวและกิลด์โครบิลอส”สิ้นเสียงพิธีกรก็ได้รับเสียงเฮไปชุดหนึ่ง
“เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลาการต่อสู้ครั้งนี้เป็การต่อสู้แบบ ตะลุมบอน ใครยืนหยัดเป็คนสุดท้ายถือว่าชนะเอาล่ะๆ ขอเชิญตัวแทนกิลด์ออกมาได้เลย......” เสียงพิธีกรลากยาวเพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันออกมาสู่สนามประลอง
“ไผ่คะ ถึงตาไผ่แล้วค่ะ”เรย์ล่าเข้ามาเรียกไผ่
“ครับ” ไผ่ตอบสั้นๆ แล้วเดินออกไป แต่เรย์ล่าก็เรียกไว้ก่อน
“เอ่อ ไผ่คะ ฝากนานะไว้ที่เรย์ล่าก่อนไหม”เธอพูดด้วยความเป็ห่วง
“ไม่เอานานะจะไปกับพี่ชาย” นานะพูดขึ้นมาแล้วหลับต่ออย่างรวดเร็ว
“ผมขอตัวก่อนนะ” ไผ่ไม่พูดเปล่าขยับนานะไปเกาะบนหลังดังเดิมแล้วเดินออกไปพร้อมกับสายตาของสมาชิกกิลด์ที่มองมาด้วยความเห็นห่วงนานะ
................................