ในตอนเย็นเย่จื้อเฟิงกลับมาพร้อมกับรายได้ของร้านไป่เว่ยที่เก็บมาหลายวันเป็นเงินสิบกว่าตำลึง ซึ่งถือว่าเพียงพอให้คนธรรมดากินดีอยู่ดีได้ครึ่งปี
นางซูมองดูรายรับเหล่านี้ด้วยความยินดีตอนนี้ร้านสามารถขายเนื้อตุ๋นหม้อดินหรือปลาหมักหม้อดินได้เฉลี่ยห้าสิบไหต่อวันกำไรประมาณห้าตำลึงต่อวัน หักต้นทุนและค่าเช่าร้านแล้วก็ยังเหลือกำไรสามถึงสี่ตำลึง ความเหน็ดเหนื่อยทั้งหมดนั้นคุ้มค่าแล้ว!
อำนาจการเงินของบ้านย่อมอยู่ในมือนางซูนางเก็บเงินไปครุ่นคิดแล้วหยิบเงินหนึ่งตำลึงมอบให้เย่จื้อเฟิง
“เจ้าควรหาเวลาไปเยี่ยมแม่นางทังบ้าง ซื้อของอร่อยและของเล่นให้บ้างแม้พี่ชายของนางจะไม่ชอบพวกเรา ก็ไม่มีเหตุผลที่เขาจะไล่แขกแต่อย่าไปบ่อยเกินไปนัก จะได้ไม่เป็นที่น่ารังเกียจ”
เย่จื้อเฟิงตาเป็นประกายเมื่อได้รับคำแนะนำเพียงแต่... “ก่อนหน้านี้ข้าเคยไปครั้งหนึ่งแต่ไม่พบนาง...”
“เจ้าลูกชายโง่เขลาของแม่ หญิงสาวในตระกูลจะออกมาพบเจ้าง่ายๆ ได้อย่างไร”นางซูพูดอย่างใจเย็น “อย่ากลัวว่าครอบครัวของนางจะขัดขวางเจ้าต้องมีความอดทน”
เรื่องการตามจีบหญิงสาวน่ะหรือ?เย่ชิงชิงหัวเราะแล้วพูดแทรก “ความหน้าหนาเท่านั้นที่สำคัญเจ้าค่ะ!ท่านพี่ควรพยายามให้มากกว่านี้แล้วจะได้เจอพี่ทังเองเจ้าค่ะ”
เย่จื้อเฟิงยกมือขึ้นเคาะศีรษะนางเบาๆ“นี่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าควรเข้ามายุ่งนะ รีบกลับห้องไปนอนซะ”
เจ้าคนโง่เขลา!กล้าทิ้งผู้ช่วยมือทองอย่างนางไปได้อย่างไร เย่ชิงชิงเบะปากแล้วกลับห้องไป
หลังจากทำงานมาทั้งวันสิ่งที่สบายที่สุดคือการได้แช่น้ำร้อนอ่างไม้ขนาดใหญ่พอที่จะให้ผู้ใหญ่คนหนึ่งนอนได้ ร่างกายเล็กๆของนางยิ่งไม่เป็นปัญหา
น้ำอุ่นซึมซาบเข้าสู่ทุกส่วนของร่างกายเย่ชิงชิงสบายจนเกือบจะหลับไป ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไรนางก็กะพริบตาแล้วปีนขึ้นมา สวมชุดนอนที่ทำเองพร้อมผมเปียกชุ่มกลับห้อง
นางใช้ผ้าฝ้ายซับน้ำออกจากเส้นผมเย่ชิงชิงเปิดลิ้นชัก แล้วคลำหากล่องไม้เล็กๆ ของตัวเองซึ่งข้างในคือขุมทรัพย์น้อยๆ ของนาง
ช่วงปีใหม่ของทุกปีนางซูจะมอบเงินแต๊ะเอียหนึ่งตำลึงให้ เมื่อถึงเทศกาลต่างๆก็จะให้เงินค่าขนมแก่นางบ้าง เพราะลูกสาวโตแล้ว บางครั้งเมื่อเข้าเมืองไปเที่ยวก็ไม่ควรไม่มีเงินติดตัวเลย
ปกติแล้วนางไม่ค่อยได้ใช้เงินไม่รู้ตัวเลยว่าในกล่องไม้เล็กๆ นี้มีเงินอยู่สิบกว่าตำลึงแล้วแต่นี่ยังไม่ใช่สมบัติทั้งหมดของนาง
อย่าลืมนับน้ำค้างกุหลาบครั้งก่อนนางได้มาถึงสองร้อยสี่สิบตำลึงเต็มๆ!เย่ชิงชิงดึงกล่องไม้ใหญ่อีกกล่องใต้เตียงออกมา เปิดออกแล้วยิ้มตาหยี
แม้แต่คุณหนูตระกูลใหญ่ในวัยเดียวกันก็แทบจะไม่ได้เงินค่าขนมมากเท่านางนางเป็นเศรษฐีน้อยแล้ว เฮะเฮะเฮะ...
“ไม่นึกเลยว่าเสี่ยวชิงชิงจะเป็นคนรักเงินขนาดนี้~”
ไม่ให้สุ้มให้เสียงเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มก็ดังขึ้นในห้อง และเป็นเสียงที่คุ้นเคยอย่างยิ่ง?!
เย่ชิงชิงใจเต้นแรงหันไปมองด้วยท่าทางเหมือนเห็นผี “เผยรุ่นจือ? ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร!”
บ้าจริงยามวิกาลเช่นนี้ เขาท่องมาเป็นพันลี้หรือกระโดดข้ามมิติมานะ?อย่าบอกนะว่ามาบุรุกในยามวิกาล?
เผยรุ่นจือยังคงยิ้มแย้มเขายกแขนขึ้นกอดอก แล้วเดินย่างก้าวไปข้างหน้า “เสี่ยวชิงชิงมีเงินมากมายขนาดนี้เหตุใดจึงไม่ซื้อที่ดินของตระกูลข้าเล่า?”
ที่ดินตระกูลเขา?เย่ชิงชิงหนังตากระตุก นางเหลือบมองเขาโดยไม่ได้แสดงอาการใดๆนี่หมายถึงที่ดินผืนนั้นของเขา หรือภูเขาลูกนั้นกันนะ? ไม่ใช่สิ!จุดสำคัญคือ...
“ข้าไม่ใช่ผู้หญิงหรืออย่างไร?” เย่ชิงชิงตบโต๊ะข้างเตียงมองเขาด้วยความโกรธ “คุณชายเจ้าของห้างบุกรุกห้องข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าต้องการสิ่งใดกันแน่?!”
“ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย” เผยรุ่นจือกะพริบตาขยับแพขนตายาวๆ ด้วยท่าทางไร้เดียงสา
“ท่านยังกล้าพูดอีกนะ ครั้งนั้นไม่ใช่ว่าทำกับข้า...” เย่ชิงชิงพูดไปก็เจ็บฟัน เรื่องนี้ยากจะพูดออกมาจริงๆ
ไร้เหตุผลสิ้นดีนางเป็นมนุษย์ที่เปิดกว้างจากโลกใหม่แต่กลับถูกคนโบราณที่อ้างตัวว่าหัวโบราณเอาเปรียบซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
“ทำกับเจ้าอย่างไร?” เผยรุ่นจือเอียงศีรษะมองนางอย่างใจเย็น
เวรเอ๊ย!ทำให้นางดูเหมือนหญิงสาวที่ถูกลวนลามแต่ไม่กล้าปริปาก!เย่ชิงชิงโกรธจัดและเดือดดาล พุ่งเข้าใส่แล้วผลักเขาจนล้มลง
สาวน้อยผมเผ้ายุ่งเหยิงและมีสีหน้าดุดันราวกับแมวตัวน้อยที่กำลังขู่ฟ่อ เผยรุ่นจือรับนางไว้แล้วหัวเราะเบาๆ“เจ้ากับเจ้าถ่านดำเหมือนกันจริงๆ”
เหมือนบ้านเจ้าสิ!เย่ชิงชิงใช้มือข้างหนึ่งบีบใบหน้าของเขา แล้วกัดฟันกรอด“ถ้ายังพูดจาไร้สาระอีก ใบหน้าเนียนนุ่มของท่านจะไม่เหลือแล้วนะ!บอกมา คืนนี้มาทำอะไร?”
เผยรุ่นจือยังมีรอยยิ้มไม่เปลี่ยนแปลงปล่อยให้นางกระทำตามอำเภอใจ เขาวางมือข้างหนึ่งที่หลังนาง แล้วลูบไล้เส้นผมยาว“ยังเปียกอยู่เลย แช่น้ำนานเกินไปก็ไม่ดีนะ”
ตอนนี้ท่าทางของทั้งสองคนแทบไม่ต่างจากการกอดกันเลยใกล้ชิดจนได้กลิ่นหอมสดชื่นจากอีกฝ่าย เย่ชิงชิงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าแม้จะยังเยาว์วัย แต่นางก็มีทรวงอก หลังจากอาบน้ำเสร็จ นางสวมเพียงชุดนอนตัวเดียวเสื้อผ้าในฤดูร้อนนั้นบางเบา...
พอเห็นท่าทางสงบของใครบางคนเย่ชิงชิงก็ยอมแพ้ในที่สุด นางผลักเขาออกด้วยมือข้างหนึ่งแล้วกลอกตา“ท่านมันไร้ยางอาย ไปไกลๆ เลย”
เผยรุ่นจือทำหน้าตาไร้เดียงสา“เสี่ยวชิงชิงเองนั่นแหละที่พุ่งเข้ามาเอง แม้ข้าจะไม่เอาไปบอกใครแต่...”
อยากบอกก็บอกไปเถอะหากข้าไม่ได้แต่งงานกับท่าน ถือว่าข้าแพ้! เย่ชิงชิงยกแขนขึ้นกอดอกแล้วกล่าวว่า“ท่านมีธุระอันใดกันแน่ หากยังมัวแต่ลีลาอยู่อย่างนี้ฟ้าก็สว่างก่อนพอดี ท่านคงไม่ได้คิดจะมาค้างคืนในห้องของข้าใช่ไหม?”