ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 41 ที่จริงแล้วเป็นน้ำลายของข้า

            ตี้หลิงหานจ้องไปที่ฮวาเหยียนด้วยดวงตาที่แหลมคมราวกับมีด

            ฮวาเหยียนไม่เอ่ยอันใด ปากของนางเม้มเข้าหากันแน่น

            “ลูกรัก รีบบอกพ่อมาโดยเร็วเข้าเถิดว่าเจ้าให้ฝ่าบาทกินสิ่งใดเข้าไป? ตราบใดที่ไม่ใช่ยาพิษล้วนมิใช่ปัญหา”

            เมื่อมู่เอ้าเทียนเห็นฮวาเหยียนลังเลอยู่นานและไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมาเสียที พอเห็นดวงตาเล็กๆ ของนางเป็นประกายระยิบระยับราวกับจิ้งจอกตัวน้อย มู่เอ้าเทียนก็พลันใจอ่อนแต่เขาก็ยังกังวล เขามองดูบุตรสาวของตัวเองด้วยสายตาที่ให้กำลังใจ

            "ต้องเอ่ยจริงๆ หรือ "

            ฮวาเหยียนกระซิบ แก้มของนางถูกย้อมด้วยสีแดงโดยไม่รู้ตัวและมันก็มีเสน่ห์เหลือเกิน ท่าทีของนางแสดงออกถึงความเขินอายทำให้ผู้คนที่ยืนมุงอยู่ล้วนงงงวย ทุกคนต่างรู้สึกว่าบรรยากาศมันชักจะเริ่มหวานเลี่ยนขึ้นมามันเกิดเรื่องอันใดกันแน่?

            "ไม่เป็นไร ลูกรัก"

            มู่เอ้าเทียนให้กำลังใจ

            ใบหน้าของตี้หลิงหานตึงเครียด เมื่อเขาเห็นดวงตาของฮวาเหยียนจ้องมองไปทางอื่นลางสังหรณ์ที่ไม่ดีพลันสาดเข้ามาในใจ จากนั้นเขาก็ได้ยินฮวาเหยียนเอ่ยว่า "มันคือน้ำหวานชั้นยอด ถือว่าเป็นของดีชั้นหนึ่ง”

            "น้ำหวานชั้นยอด? มันคือสิ่งใด? "

            ใบหน้าของมู่เอ้าเทียนยังคงแสดงออกถึงความไม่เข้าใจ

            เขาแก่เกินไปแล้วหรือ? ถึงไม่เข้าใจสิ่งที่บุตรสาวของตนเอ่ยออกมา

            "มันก็แค่..."

            “มู่อันเหยียน หุบปาก...”

            ตี้หลิงหานเป็นนักปราชญ์ระดับใด ในช่วงเวลาที่ร้อนรนเช่นนี้ ทันใดนั้นเขาก็เดาได้ว่าสิ่งใดกันคือน้ำหวานเย็นๆ นั้นแต่เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฮวาเหยียนจะกล้าทำเช่นนี้ เขาจึงร้องออกมาเพื่อหยุดยั้งนางที่กำลังจะเอ่ยออกไปต่อหน้าฝูงชน

            อย่างไรก็ตาม มันสายเกินไปแล้ว

            ฮวาเหยียนเอ่ยออกมาแล้ว

            ได้ยินเพียงเสียงของนางที่ทั้งอ้อนแอ้น ขลาดกลัวและเขินอาย นางกระซิบเสียงเบาว่า "อันที่จริงแล้ว มันคือน้ำลายของข้าเองเจ้าค่ะ..."

            น้ำลาย…

            น้ำลาย…?

            มู่เอ้าเทียนเกือบจะหูหนวกเพราะสิ่งที่บุตรสาวของเขาเอ่ย เขาคิดว่าตัวเขาอาจมีอาการประสาทหลอนทางหู น้ำลาย? น้ำลายอันใด? บุตรสาวตระกูลเขาป้อนน้ำลายให้แก่องค์รัชทายาทหรือ? ป้อนอย่างไรกัน?

            เฮือก

            การแสดงออกของมู่เอ้าเทียนไม่อาจใช้คำว่าตกใจอธิบายได้อีกต่อไป เขาหันศีรษะช้าๆ เพราะอยากเห็นสีหน้าของตี้หลิงหาน แต่กลับได้ยินเพียงคำรามต่ำที่เต็มไปด้วยความโกรธ

            "มู่ อัน เหยียน"

            นามของฮวาเหยียนโผล่ออกมาจากร่องระหว่างฟันของตี้หลิงหานทีละคำราวกับว่ากำลังเคี้ยวนางอยู่เป็นชิ้นๆ

            แรงอารมณ์อันโหดเหี้ยมที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกชาไปทั้งตัว

            ฮวาเหยียนโผล่หัวออกมาจากด้านหลังมู่เอ้าเทียน ก่อนจะกะพริบตา "อยู่นี่เพคะ"

            ตี้หลิงหานรู้สึกอยากฆ่าคนและต้องการจับสตรีผู้หาญกล้าที่อยู่ข้างหน้าเขามาหั่นเป็นชิ้นๆ

            แต่นางเป็นเหมือนสุนัขจิ้งจอกตัวเล็กๆที่กำลังซ่อนตัวอยู่หลังมู่เอ้าเทียน

            ต่อหน้าท่านพ่อและท่านพี่ของนาง เขาจึงไม่สามารถลงมือได้

            แต่โทสะนี้ก็ไม่อาจกลืนลงไปได้เช่นกัน

            ดังนั้นเขาจึงก้าวไปข้างหน้าและยื่นมือออกไปเพื่อคว้าจับฮวาเหยียน ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมยิ่งนัก

            “ฝ่าบาท ทรงเข้าใจผิดแล้ว โปรดอย่าหุนหันพลันแล่น ทรงฟังกระหม่อมก่อน นี่ต้องเป็นความเข้าใจผิดเป็นแน่”

            มู่เอ้าเทียนได้สติกลับมาจึงรีบหยุดตี้หลิงหานเอาไว้ เขายืนขวางหน้าโดยมีฮวาเหยียนหลบอยู่ด้านหลัง ป้องกันไม่ให้ตี้หลิงหานสัมผัสต้องตัวบุตรสาวอันเป็นที่รักของเขา

            ที่ด้านหลังของเขา หยวนเป่ากำลังนอนอยู่บนไหล่ของมู่เสวียนเย่ เขาถอนหายใจ ดูเอาเถิด ท่านแม่ก่อเรื่องอีกแล้ว

            “ช่างเป็นการเข้าใจผิดที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก”

            สีหน้าและแววตาของตี้หลิงหานประเดี๋ยวสว่างโรจน์ประเดี๋ยวดับ สายตาของเขามองผ่านมู่เอ้าเทียนไปที่ฮวาเหยียน ด้วยความที่นางรู้ดีว่าตนเองมีผู้หนุนหลังอยู่ นางจึงไม่เกรงกลัว ทั้งยังยิ้มมุมปากใส่เขาอีก การกระทำเช่นนี้ทำให้โทสะในร่างของตี้หลิงหานพลุ่งพล่านเป็นอย่างยิ่ง

            เขากำมือสองข้างที่ขนาบอยู่ข้างลำตัวไว้แน่นจนเกิดเสียงดังลั่นกร๊อบ

            หูของผู้คนที่ได้ยินเสียงนั้นล้วนสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

            “ลูกเหยียน ยังไม่รีบขออภัยองค์รัชทายาทอีก เจ้าลูกคนนี้ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคอยแต่จะสร้างเรื่องให้คนอื่นโมโห เมื่อกลับถึงจวนจงรีบไปคุกเข่าสำนึกผิดที่ห้องบรรพบุรุษเสีย ได้ยินที่พ่อเอ่ยหรือไม่? ”

            มู่เอ้าเทียนทำหน้าดุราวกับเสือ เขาขมวดคิ้วและตำหนิฮวาเหยียน

            แต่ในที่นี้มีผู้ใดที่ฟังแล้วไม่รู้บ้างว่าเขาเอ่ยคำเอ่ยพวกนี้ออกมาเพื่อปกป้องฮวาเหยียน?

            นี่คือจิ้งจอกเฒ่าขนานแท้ บุตรสาวของเขาทำตัวหยาบคายต่อองค์รัชทายาทแค่ขอโทษคำเดียวก็จบเรื่องแล้วหรือ? เสนอบทลงโทษให้โดยการกลับจวนไปคุกเข่าที่ห้องโถงบรรพบุรุษ จะคุกเข่าจริงหรือไม่ ผู้ใดเลยจะล่วงรู้? เมื่อพิจารณาถึงความรักที่เขามีต่อบุตรสาวอย่างมากล้น เขาคงไม่ปล่อยให้บุตรสาวต้องคุกเข่าอย่างแน่นอน นี่เป็นเพียงการเอ่ยให้ฝ่าบาทรู้สึกดีในขณะที่อยู่ต่อหน้าพระองค์ก็เท่านั้น

            ฮวาเหยียนเองก็เป็นคนฉลาดมีไหวพริบเช่นกัน ท่านพ่อมู่เตรียมปูทางมาเช่นนี้แล้ว ดังนั้นนางจึงคล้อยตามอย่างว่าง่าย หญิงสาวค่อยๆ ปรากฏตัวออกมาจากด้านหลังของมู่เอ้าเทียนพร้อมกับวางตัวอย่างมีมารยาท หลังจากนั้นใบหน้าของนางพลันปรากฏรอยยิ้มเล็กน้อย นางเอ่ยด้วยดวงตาเป็นประกายว่า “ฝ่าบาท หม่อมฉันขออภัยเป็นอย่างยิ่งที่ก่อนหน้านี้ได้หยอกล้อล่วงเกินพระองค์ไป พระองค์ก็ทรงทราบสถานการณ์ในยามนั้นดีว่ามีความเข้าใจผิดเกิดขึ้นระหว่างเราหากหม่อมฉันไม่ช่วยตนเอง เกรงว่าพระองค์จะทรง..." ฆ่าหม่อมฉัน..

            คำว่าความเข้าใจผิดของฮวาเหยียนถือได้ว่าเป็นคำจำกัดความของเวลานี้และคำเอ่ยที่ยังเอ่ยไม่จบในเวลาต่อมาก็ทิ้งเอาไว้ให้ทุกคนจินตนาการ

            แต่พวกเขาสองคนต่างรู้ดี ในคุกที่มืดมิด พวกเขาทั้งสองก่อเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นและนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องราวต่อเนื่องขึ้นมา

            จูบนั้นเป็นอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่สุดระหว่างทั้งสองคน ทว่าสตรีผู้นี้กลับอาศัยช่วงเวลานั้นป้อนน้ำลายเข้าปากเขา! ตอนนี้เขาอยากจะฆ่าแม่นางที่อยู่ตรงหน้าจริงๆ !

            ทว่าสตรีตรงหน้ากลับได้รับการสนับสนุนจากท่านพ่อและพี่ชายของนางอีกทั้งยังท้าทายฟางอารมณ์เส้นสุดท้ายของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            “ฝ่าบาท พระองค์อย่าได้ทรงถือสาเลยเพคะ หม่อมฉันมิได้วางยาพิษพระองค์จริงๆ พระองค์สามารถเรียกให้หมอหลวงตรวจดูอย่างละเอียดได้ หากมีปัญหาอันใด พระองค์ก็ทรงสามารถมาหาหม่อมฉันได้ทุกเมื่อ หม่อมฉันเป็นคนใจปลาซิว ไม่มีทางที่จะซ่อนยาพิษไว้ในปากอย่างแน่นอน นั่นเป็นเพียงแค่การเอ่ยหยอกเล่นกับพระองค์ก็เท่านั้นเพคะ”

            ในยามนั้นฮวาเหยียนดูมีมารยาทมากเหลือเกินและสิ่งที่นางเอ่ยก็ค่อนข้างน่าพอใจ

            แววตาของตี้หลิงหานเคร่งขรึม ช่างเป็นเรื่องล้อเล่นที่ยอดเยี่ยมเหลือเกิน

            เขายืนอยู่ที่นั่นอย่างเย่อหยิ่งเฉยเมยโดยไม่เอ่ยอันใดออกมาสักคำ

            บรรยากาศกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง

            การต่อสู้ห้ำหั่นกันไปมา ไม่รู้ว่ามีกี่คราแล้วที่บรรยากาศเงียบสงบถึงเพียงนี้

            คนไม่กี่คนที่อยู่ที่นั่น ไม่ต้องเอ่ยถึงท่านพ่อและท่านพี่ใหญ่ตระกูลมู่ ตรงนั้นยังมีหยวนเป่า อั้นจิ่ว และอั้นปาอยู่ ทุกคนล้วนฉลาดเฉลียวจากคำเอ่ยไม่กี่คำของฮวาเหยียนก็ทำให้ความจริงของเรื่องราวทั้งหมดล้วนประกอบกันเป็นภาพพื้นใหญ่ที่สมบูรณ์ ทุกคนล้วนตกอยู่ในความเงียบงันเพราะเกรงว่าจะเป็นการสร้างปัญหาให้กับตนเองแต่ในใจก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจว่าในท้ายที่สุดแล้วชะตากรรมอันเลวร้ายนี้จะเป็นอย่างไร

            แต่ก็ยังมีคนที่สติปัญญาไม่อยู่กับร่องกับรอยซึ่งมีการตอบสนองช้ากว่าคนอื่นอยู่มากคนหนึ่ง คนนั้นก็คือเจียงจื่อเฮ่า หลังจากที่เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็มีปฏิกิริยาตอบสนองเขาจ้องไปที่องค์รัชทายาท ก่อนจะตะโกนว่า "องค์รัชทายาท ข้าว่าข้าฟังเข้าใจแล้วยามที่มู่อันเหยียนถูกท่านบังคับจุมพิต นางจึงพ่นน้ำลายใส่ปากท่านและโกหกว่านางวางยาพิษท่าน เรื่องราวเป็นแบบนี้ใช่หรือไม่?"

            ตี้หลิงหาน "...! "

            มันยากที่จะเอื้อนเอ่ย

            กลิ่นอายสังหารของเขาพลันสลายหายไป

            ยิ่งไปกว่านั้น เหตุใดเขาถึงมีลูกพี่ลูกน้องที่แสนโง่เขลาถึงเพียงนี้กัน

            “สตรีนางนี้ เจ้าเจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว! ”

            เจียงจื่อเฮ่าโหยหวน เมื่อได้ข้อสรุป

            "อั้นจิ่ว อุดปากเขาไว้"

            ตี้หลิงหานโบกมือออกคำสั่ง ในยามนั้นเขาไม่ต้องการที่จะได้ยินเสียงของเจียงจื่อเฮ่า

            อั้นจิ่วกับอั้นปาก้าวเข้าไปข้างหน้า พวกเขาก้มหัวเพื่อขอขมาเจียงจื่อเฮ่า หลังจากเอ่ยคำว่าล่วงเกินแล้ว พวกเขาก็รีบปิดปากเจียงจื่อเฮ่าเอาไว้ทันที องค์รัชทายาทในตอนนี้กำลังพยายามระงับความโกรธเอาไว้และพวกเขาก็กลัวเหลือเกินว่าจะถูกลากเข้าไปพัวพันด้วย...

            “อือๆๆ...”

            เจียงจื่อเฮ่ายังคงใช้เรี่ยวแรงที่มีดิ้นรนขัดขืนแต่ก็ถูกแรงของอั้นจิ่วลากออกไป

            “ฝ่าบาท ระหว่างพระองค์กับบุตรสาวของกระหม่อมนั้นมีเรื่องเข้าใจผิดเกินขึ้นระหว่างกัน แต่พวกท่านล้วนยังเป็นคนหนุ่มสาว การที่ทะเลาะกันไปทะเลาะกันมาหรือหยอกเล่นกันไม่กี่ครั้งนั้นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด กระหม่อมเห็นว่าเรื่องวันนี้ควรยุติกันเพียงเท่านี้ องค์รัชทายาทคิดเห็นเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ? ”

            มู่เอ้าเทียนยืนขึ้นก่อนจะเอ่ยออกมากลางวง

            ในยามนั้น ในใจเขารู้สึกขอบคุณเจียงจื่อเฮ่าเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากเขาไม่เน้นว่าองค์รัชทายาท 'บังคับจุมพิต' จากบุตรสาวของเขาเรื่องนี้ก็คงไม่มีใครกล้าเอ่ยออกมาได้

            หากกล่าวว่าตี้หลิงหานบังคับบุตรสาวของเขาจุมพิต เขาก็คงจะไม่เชื่อ

            เขาเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับองค์รัชทายาทองค์นี้มาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว พระองค์ทรงมีอุปนิสัยโดดเดี่ยวรักสันโดษและเยือกเย็น อีกทั้งไม่ใกล้ชิดกับสตรีคนใด

            องค์รัชทายาทที่ไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับหญิงสาวเช่นนี้จะมาบังคับจุมพิตจากบุตรสาวของเขาได้อย่างไร? เกรงว่าจะเป็นไปไม่ได้ดังนั้นมันก็น่าจะเป็นเพียงอุบัติเหตุหรือความเข้าใจผิด และที่ยิ่งไปกว่านั้นอุบัติเหตุครั้งนี้ที่ร้ายแรงไปกว่านั้นคือบุตรสาวของเขาได้พ่นน้ำลายใส่องค์รัชทายาทและข่มขู่หลอกลวงอีกฝ่ายว่าเป็นยาพิษ เรื่องนี้ยากที่จะเอื้อนเอ่ย จะนับว่าเป็นเรื่องใหญ่หรือจะเป็นเรื่องเล็กก็ย่อมได้ หากเอ่ยไปในทางเรื่องใหญ่โตกล่าวได้ว่าเป็นการหลอกให้องค์รัชทายาทเสียขวัญหากเป็นเช่นนั้นโทษทัณฑ์ย่อมไม่เบาเลยสักนิด แต่หากเอ่ยไปในทางเรื่องเล็ก ก็นับว่าเป็นเรื่องตลกที่ไม่เป็นอันตรายระหว่างชายหญิง

            มู่เอ้าเทียนฉลาด เขานิยามทันทีว่าเหตุการณ์นี้ถือว่าเป็นเรื่องตลกขบขัน

            หลังจากที่ได้ยินคำกล่าวของมู่เอ้าเทียน ตี้หลิงหานก็ไม่ได้เอ่ยอันใดออกมาอยู่เป็นนาน ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาว่า “เป็นจริงตามที่ท่านว่า เปิ่นกงเห็นแก่หน้าของท่านอ๋องมู่เอ้าเทียน และจะไม่ไล่ตามเรื่องนี้อีก แต่สำหรับเรื่องของดอกบัวพันปี..."

            สัญญาถูกวางลงต่อหน้ามู่เอ้าเทียน

            มู่เอ้าเทียนสำลัก ในขณะนี้เขาไม่สามารถเอ่ยอันใดที่จะเป็นการปฏิเสธได้

            “กระหม่อม ลงนาม...”

            "ข้าเอง"

            ทันทีที่มู่เอ้าเทียนอ้าปาก ฮวาเหยียนก็ยืนขึ้นจากด้านหลังมู่เอ้าเทียนและรับสัญญาเอาไว้ในมือของนาง ท่านพ่อมู่พยายามปกป้องนาง ทว่านี่เป็นความผิดของนาง นางก็ควรจะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง รอยพิมพ์มือประทับตรานี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามนางไม่สามารถให้ท่านพ่อของนางประทับตราลงไปได้

            “คุณหนูใหญ่มู่ช่างมีจิตใจที่หยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีโดยแท้”

            ตี้หลิงหานเอ่ยอย่างไม่ร้อนไม่หนาว

            ฮวาเหยียนแสยะยิ้มตอบเขา "ขอบคุณสำหรับคำชม หลายคนยกย่องข้าเช่นนั้น"

            ยิ่งกว่าคำว่าหน้าด้าน หากฮวาเหยียนเป็นที่สองที่ย่อมไม่มีใครกล้าเป็นที่หนึ่ง

            ผู้ใดฟังก็ทราบว่าคำกล่าวของตี้หลิงหานเป็นคำเสียดสี แต่ฮวาเหยียนก็สามารถตีความคำกล่าวของเขาได้ว่าเป็นคำชมได้

            “เช่นนั้นข้าก็หวังเพียงคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่จะหยิ่งทระนงจนถึงวินาทีสุดท้าย เงินสามล้านตำลึงนี้ก็คงไม่ต้องไปรบกวนครอบครัวของตน”

            คำว่ารบกวนครอบครัวนี้เป็นการเอ่ยถึงการที่มู่เอ้าเทียนจะช่วยนาง ทุกคนที่ได้ยินคำเอ่ยที่ยั่วยุเช่นนี้ เป็นผู้ใดฟังก็ล้วนเข้าใจ

            ฮวาเหยียนพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา “ไม่ต้องห่วง ข้าไม่หวังพึ่งใคร ข้าพึ่งตัวเองได้”

            “เปิ่นกงจะรอดู”

            คนสองคนกับคำเอ่ยสองสามประโยคแต่ราวกับเกิดระเบิดที่รุนแรง

            มู่เอ้าเทียนเมื่อได้ยินฮวาเหยียนเอ่ยว่าไม่ต้องการพึ่งพาครอบครัว ในใจเขาก็เป็นกังวลยิ่ง บุตรสาวคนนี้เอ่ยอันใดใหญ่โต เมื่อลองคิดทบทวนดู บุตรสาวคงไม่อยากเสียหน้าต่อหน้าองค์รัชทายาท เงินสามล้านตำลึงนี้ ลำพังนางคนเดียวจะไปเอามาจากที่ใด แต่เขาก็คงสามารถคิดหาวิธีได้ เพราะเขาไม่อาจปล่อยให้บุตรของตนต้องกลายมาเป็นสาวรับใช้ของจวนไท่จื่ออย่างแน่นอน

            ฮวาเหยียนไม่เอ่ยอันใด นางกดนิ้วลงบนคอตนเอง นั่นเป็นรอยกัดของตี้หลิงหาน ซึ่งตอนนี้มีสะเก็ดเลือดติดอยู่ หลังจากที่ฮวาเหยียนกดลงไปด้วยความรุนแรง เลือดพลันซึมออกมา ฮวาเหยียนยังคงกดลงไปบนเลือดนี้ก่อนจะกดลายนิ้วมือที่เปื้อนโลหิตลงบนข้อตกลง

            หญิงสาวตัวน้อยเงยหน้าขึ้นอย่างหยิ่งผยองและตามมาด้วยท่าทีที่โหดเหี้ยม ทำให้ตี้หลิงหานหรี่ตาลงครู่หนึ่ง หลังจากนั้นก็มีเสียงเกิดขึ้นในใจ เขาอยากทำลายความเย่อหยิ่งของนางด้วยมือของเขาเองและปล่อยให้นางร่ำไห้อย่างหนัก...

            เขาจะไม่มีวันลามือจากสตรีผู้นี้แน่!

             

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245