“เย่ฉีเ้ามัวทำอะไรอยู่ตามข้ามาเร็วเข้า”
เสียงของชูเหลียงดังขึ้นมาขณะที่มองลงมายังเย่ฉีที่ยืนอยู่ตรงทางขึ้นบันไดหลังจากปิดการรับสมัครศิษย์นิกายันพเก้าแล้วชูเหลียงอาสาเป็ผู้นำเย่ฉีไปยังศาลาใหญ่ที่ใช้ในการรับศิษย์ใหม่ที่้าอย่างไรก็ตามเมื่อชูเหลียงเดินขึ้นไปกว่าร้อยขั้นบันไดแล้วเย่ฉีกลับยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมโดยไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียว
เสียงของชูเหลียงปลุกให้เย่ฉีที่ตกอยู่ในห้วงอารมณ์ตื่นขึ้นมาเขาถอนหายใจออกมาอีกครั้งก่อนจะเริ่มก้าวเดินตามชูเหลียงไปปีนั้นเขาตื่นขึ้นมาจากไข่ใบหนึ่ง...มันเป็ไข่โบราณที่ถูกสลักไว้ด้วยอักขระจำนวนมากและเมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็พบว่ารอบด้านคือป่าโบราณที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตอันหยิ่งทระนงและทรงอำนาจัน้อยเย่ฉีตื่นขึ้นมาด้วยพลังอันเต็มเปี่ยมไร้ขีดจำกัดและใช้เวลาอย่างยาวนานในการขึ้นเป็สุดยอดราชันัหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในเก้าโลก ณ เวลานั้น
ใน่เวลาสุดท้ายก่อนที่เย่ฉีจะหลับไปเขาได้นำพาผู้ติดตามที่เขาให้กำเนิดขึ้นจากเืเนื้อและชีวิตของเขาเองออกจากดินแดนัมายังโลกมนุษย์เย่ฉีนั้นสั่งสอนทุกสิ่งทุกอย่างและถ่ายทอดประสบการณ์อันยาวนานของเขาให้กับัผู้ติดตามทั้งเก้าก่อนที่เขาจะหายไปทั้งร่างกายและิญญาทิ้งไว้เพียงนามของราชันัที่เคยเกรียงไกรในอดีต...
ัผู้ติดตามทั้งเก้าแม้จะไม่อาจเทียบได้กับเย่ฉีแต่ก็ยังแข็งแกร่งพอที่จะสยบไปทั้งเก้าโลกในเวลานั้นพวกมันเลือกสถานที่แห่งหนึ่งบนโลกมนุษย์และสร้างสุสานขึ้นเพื่อระลึกถึงราชันัผู้ยิ่งใหญ่หลังจากนั้นหลายปีัทั้งเก้าตัวค่อยๆ ล้มลงจากไปตามห้วงเวลาฝังร่างตัวเองไว้ในสุสานล้อมรอบแท่นบูชาใหญ่ที่ใช้สักการะและใน่สุดท้ายของชีวิตัตัวสุดท้ายนั้นได้รวบรวมเอาสิ่งที่ัทั้งแปดทิ้งไว้มาผนึกรวมเป็มรดกชิ้นหนึ่ง
มันประกอบรวมไปด้วยสายเืร่างกายและชีวิต!ัตนสุดท้ายนั้นได้รับเด็กมนุษย์ผู้หนึ่งมาเป็ผู้สืบทอดและสั่งสอนจนกระทั่งเติบใหญ่ด้วยมรดกรวมกับความรู้ที่สืบทอดมาทำให้มนุษย์ผู้นั้นแข็งแกร่งจนเหยียบย่ำโลกทั้งใบไว้ใต้ฝ่าเท้า
หลังจากนั้นัตัวสุดท้ายก็จากไปทิ้งร่างไร้ิญญาไว้ในสุสานเช่นเดียวกับสหายและผู้เป็นายในภายหลังมนุษย์ผู้นั้นได้ทำตามคำขอเพียงข้อเดียวของัซึ่งอันที่จริงแล้วจริงสำหรับเขา...ัตนนั้นก็เปรียบเสมือนบิดาผู้ให้กำเนิดอีกคนหนึ่ง!
เขาก่อตั้งนิกายันพเก้าขึ้นมาและนำพาให้มันรุ่งเรืองจนถึงขีดสุดโดยทุกปีเขาจะเข้าไปในสุสานเพื่อกราบไหว้เหล่าับรรพชนและก่อตั้งวิหารโบราณขึ้นโดยภายในนั้นคือคำขอสุดท้ายของัที่มอบทุกสิ่งให้กับเขา...การสืบทอดนามของัทั้งเก้าและราชันัผู้ยิ่งใหญ่ให้คงอยู่ตัวไปชั่วกาลนาน
ดวงอาทิตย์เคลื่อนเลยกลางศีรษะเย่ฉีและชูเหลียงก็เดินขึ้นมาถึง้าที่บนยอดเขาแห่งนี้เป็เพียงลานกว้างที่ดูเงียบเหงาตรงกลางมีศาลาเก่าทรุดโทรมหลังหนึ่งตั้งอยู่ซึ่งเป็ศาลาเดียวกับที่มองเห็นจากด้านล่างตรงหน้าศาลามีคนกลุ่มหนึ่งกำลังยืนรวมตัวกันอยู่และมองมายังผู้มาใหม่ทั้งสองที่พึ่งก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้ายเหยียบลงบนยอดเขา
“คารวะผู้าุโเฟยนี่คือผู้สมัครคนสุดท้ายของปีนี้”
ชูเหลียงกล่าวออกมาพร้อมกับผายมือไปยังเย่ฉีที่ยืนอยู่ด้านข้างซึ่งกำลังเดินตามเข้าไปรวมกลุ่มกับผู้าุโเฟยชายวัยกลางคนคิ้วดกดำผู้ถูกเรียกว่าผู้าุโเฟยมองสำรวจเย่ฉีอยู่ครั้งหนึ่งก็ถอนหายใจออกมานิกายนั้นเสื่อมถอยลงทุกวันและในปีนี้ก็มีศิษย์ใหม่เพียงแค่หกคนเท่านั้นเฟยอี้นั้นเป็ศิษย์ของเผ่ยิดังนั้นความจงรักภักดีที่มีต่อนิกายย่อมไม่น้อยไปกว่าผู้เป็อาจารย์
“ความหวังของนิกายเราขึ้นอยู่กับพวกเ้าแล้วไปเถอะ...ปีนี้ผู้าุโใหญ่จะทำพิธีรับศิษย์ในวิหารันพเก้า”
เฟยอี้กล่าวออกมาพร้อมกับนำกลุ่มคนด้านหลังเดินจากไประหว่างทางขึ้นมาถึงยอดเขาแห่งนี้เย่ฉีได้ถามหลายอย่างเกี่ยวกับนิกายันพเก้าจากชูเหลียงจนทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะสลดลงอย่างไรก็ตามความรู้สึกสายหนึ่งก็แล่นผ่านดวงตาของเขาราวกับประกายสายฟ้า เย่ฉีตัดสินใจที่จะฟื้นฟูนิกายแห่งนี้ให้รุ่งเรืองขึ้นเฉกเช่นอดีตอีกครั้ง...เพราะจะอย่างไรสถานที่แห่งนี้ก็คือสิ่งที่ลูกหลานของเขาทิ้งเอาไว้!
“ที่นี่คือวิหารศักดิ์สิทธิ์ของนิกายันพเก้า...จงสำรวมให้มากแล้วตามข้ามา”
เฟยอี้กล่าวอย่างจริงจังด้วยสายตาเย็นเยียบขณะมองมายังผู้สมัครทั้งหกคนรวมไปถึงเย่ฉียด้วยอย่างไรก็ตามมันมีแรงกดดันบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวของเฟยอี้ทำให้ผู้สมัครทั้งห้าคนยกเว้นเย่ฉีต้งอหน้าซีดลงเฟยอี้จ้องมองไปยังเย่ฉีอย่างประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะเดินนำผู้สมัครทั้งหกคนเข้าสู่วิหารด้านหน้า
วิหารแห่งนี้ไม่ได้ใหญ่โตมากนักและถึงแม้มันจะดูทรุดโทรมไปตามกาลเวลาแต่ก็ยังคงมีกลิ่นอายเก่าแก่อันศักดิ์สิทธิ์แผ่ออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้ดูเหมือนราวกับว่าเป็วิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ดำรงอยู่มาั้แ่ยุคโบราณซึ่งมันก็เป็เช่นนั้นจริงๆ วิหารหลังนี้ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ก่อตั้งนิกายันพเก้าและยังเป็สถานที่ใช้สืบทอดมรดกโบราณของนิกายอีกด้วย
เย่ฉีเดินตามเฟยอี้เข้าไปด้านในวิหารเช่นเดียวกับคนอื่นๆและทันทีที่เขาเหยียบย่างลงไปบนพื้นวิหารร่างกายของเขาก็สั่นเทิ้มอย่างรุนแรงพร้อมกับแผ่นดินทั่วทั้งนิกายันพเก้าเกิดสั่นะเืการสั่นะเืนี้เกิดขึ้นเวลาชั่วอึดใจเท่านั้นและมีเพียงผู้าุโใหญ่กู่หยาเท่านั้นที่พอจะััได้สายตาของกู่หยาหดเล็กลงก่อนจะปลดปล่อยััออกไปครอบคลุมทั้งนิกายเพื่อตรวจสอบอย่างไรก็ตามเมื่อไม่พบสิ่งใดกู่หยาก็ได้แต่เก็บความสงสัยไว้และรอออกไปตรวจสอบด้วยตัวเองหลังจากเสร็จพิธี
อย่างไรก็ตามสำหรับเย่ฉีการสั่นะเืเมื่อครู่นี้ราวกับว่าเป็คลื่นความรู้สึกลูกใหญ่ที่โถมซัดเข้าใส่เขาที่ดวงตาทั้งสองข้าของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรงก่อนจะก่อนมีหยดน้ำเล็กๆสายหนึ่งไหลออกมามันเป็เพียงเวลาชั่วขณะเท่านั้นที่เขาจมดิ่งลงสู่ห้วงความรู้สึกก่อนจะมองไปยังเสาทั้งเก้าต้นที่ค้ำยันเพดานในวิหารโบราณแห่งนี้ั้แ่อดีตนอกจากประมุขทั้งสิบรุ่นไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วด้านในของเสาต้นใหญ่เหล่านี้คือรูปปั้นัโบราณทั้งเก้าตัวที่สร้างจากกระดูกของัทั้งเก้าที่ผู้ก่อตั้งนำออกมาจากสุสาน
“ข้ากลับมาแล้ว...”
ราวกับการตอบรับคำพูดของเย่ฉีเสาหินโบราณทั้งเก้าต้นสั่นไหวไปมาอย่างรุนแรงก่อนจะเกิดรอยปริร้าวลามไปจนทั่วทั้งต้นใบหน้าของผู้าุโทั้งสามรวมถึงเฟยอี้ซีดลงในทันทีแรงกดดันราวกับูเากระจายออกเป็คลื่นวงกว้างผลักดันราวกับจะกำจัดทุกคนที่อยู่ในวิหารให้ออกไป
เมื่อเห็นท่าไม่ดีเฟยอี้รีบคว้าตัวผู้สมัครเพื่อเตรียมออกจากวิหารแต่อย่างไรก็ตามหลังจากคว้าจับได้ห้าคนก่อนที่จะสามารถััตัวของเย่ฉีแรงกดทับระลอกหนึ่งก็กระจายออกมาจากเสาโบราณทั้งเก้าพุ่งตรงไปยังเฟยอี้เหมือยกับว่ามัน้าบดขยี้เขาให้สิ้นซากเมื่อเห็นเช่นนั้นใบหน้าของเฟยอี้สลดลงจนน่าเกลียดในสายตาปรากฏเป็แววขอโทษเมื่อมองไปยังเย่ฉีวูบหนึ่งก่อนจะกัดลงไปที่ปลายลิ้นของตัวเองพ่นโลหิตออกมาะเิพลังความเร็วถอยกลับไปนอกวิหารในทันที
ที่ด้านในวิหารนั้นผู้าุโทั้งสามตกอยู่ในความตื่นตระหนกอย่างถึงที่สุดพวกเขาทั้งสามคนไม่รู้จริงๆ ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นอย่างไรก็ตามด้วยการฝึกบำเพ็ญเพียรมานับหมื่นปีแรงกดดันระดับนี้พวกเขายังพอทนได้ในเวลาเดียวกันนั้นเสาหินทั้งเก้าก็เริ่มแตกออกเผยให้เห็นรูปปั้นัที่ซ่อนอยู่ด้านในสายตาของผู้าุโทั้งสามคนเบิกกว้างจ้องมองไปยังอย่างไม่เชื่อสายตา
ในตอนนั้นเองเย่ฉีก็เริ่มเคลื่อนไหวทำให้ผู้าุโทั้งสามคนได้สติหันมามองที่เขาเย่ฉีเดินออกไปอย่างช้าๆ โดยไม่ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยเขาค่อยๆเดินตรงไปยังรูปปั้นัตัวแรกก่อนจะยกฝ่ามือขึ้นมาลูบไล้ไปยังหัวของรูปปั้นัทำให้ในดวงตาของรูปปั้นัเกิดแสงวูบหนึ่งกลายเป็เปลวไฟลุกโชนอยู่ด้านในราวกับตะเกียงที่ไม่มีวันมอดดับและก็เป็เช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงเสาต้นสุดท้ายใน่เวลาที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ผ่านไปเพียงไม่นานเท่านั้นและเย่ฉีเองก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับผู้าุโทั้งสามคนที่ยืนอยู่ด้านในวิหารเลยแม้แต่น้อย
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ใน่เวลาที่เย่ฉีเดินเข้าไปหารูปปั้นัตัวแรกผู้าุโเผ่ยิได้เตรียมจะเข้าไปหยุดเขาแต่ก็ถูกห้ามไว้โดยกู่หยาเมื่อเวลาผ่านไปพวกเขาก็ได้เฝ้ามองการกระทำของเย่ฉีจนไปถึงตอนที่รูปปั้นัทั้งเก้าปลดปล่อยลำแสงออกมาจากดวงตาไปลงที่กลางห้องโถงก่อเกิดกลายมาเป็เม็ดยาสีชาดเม็ดหนึ่ง
“ในที่สุด...ก็สืบทอดแล้ว...”
กู่หยากล่าวออกมาพร้อมกับจ้องมองไปยังกลางวิหารน้ำตาของเขาไหลพรากออกมาอาบสองแก้มอย่างไม่สามารถหยุดได้ความทุ่มเทและความเหน็ดเหนื่อยตลอดหลายปีที่ผ่านมาในที่สุดวันนี้ก็มาถึง!เผ่ยิกับเหลียนซานเองก็ไม่ต่างกันในเวลานี้ไม่มีผู้ใดเข้าใจความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ภายในหัวใจของพวกเขาทั้งสามคนได้ดีกว่าตัวพวกเขาเองอีกแล้ว
จวบจนเม็ดยาสีชาดหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเย่ฉีเสร็จสมบูรณ์เหตุการณ์ก็กลับมาสงบลงอีกครั้งชายชราทั้งสามคนมองหน้ากันก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกและเดินตรงไปยังเบื้องหน้าของเด็กชายอายุราวสิบขวบปีที่ยืนอยู่กลางวิหาร
ปึก! ปึก! ปึก!
หัวเข่าของผู้าุโทั้งสามคนกระแทกลงกับพื้นอย่างรุนแรงก่อนจะค้อมตัวลงไปประสานมือทั้งสองข้างและกล่าวออกมาอย่างจริงจังสุดเสียง
“คารวะท่านประมุขน้อย!”