บุปผาราชัน

    เล่มพิเศษ : บนเส้นขนานของความรัก - 2 -


    บนเส้นขนานของความรัก #2
    เมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นจีโอเรียก็รู้สึกได้ว่าตนเองกำลังถูกมัด หญิงสาวดิ้นขยับไปมาก่อนจะรู้ตัวว่าถูกปิดปากจับมัดมือมัดเท้าอยู่ในสิ่งที่น่าจะเรียกได้ว่าโลงศพ ด้านข้างมีการเจาะรูเล็กๆ ไว้โดยรอบเพื่อให้นางยังพอมีอากาศหายใจ เมื่อทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ จีโอเรียจึงได้เริ่มสงบสติรวบรวมความทรงจำทั้งหมดกลับมา
    เมื่อคืนนี้นางนอนไม่หลับ เพราะรุ่งสางก็ต้องเดินทางกลับแล้วแต่ผลการดำเนินงานของนางยังไม่คืบหน้าไปไหนเลย นางไม่ได้ฉลาดหลักแหลมเหมือนองค์ราชินี อายุยังไม่มากดูไม่มีบารมีน่าเกรงขามเหมือนพวกท่านหญิงสายเวฮาเนสต์ แม้จะพยายามพูดทุกวิถีทางที่คิดได้แล้ว แต่หญิงสาวก็ยังต่อสู้กับธรรมเนียมเดิมๆ ที่ผู้คนยึดติดกันไม่ไหว แต่นางยังไม่อยากถอดใจ คิดว่าอยากจะลองอยู่ที่นี่ต่อสักหน่อยเผื่อจะโน้มน้าวใจผู้คนได้บ้าง
    จีโอเรียเขียนจดหมายไว้เผื่อว่าจะมอบให้บิดา ทว่าในขณะที่ออกไปเดินเล่นรอบเมืองในตอนฟ้าสางเพื่อคิดหาวิธีแก้ปัญหานั้น อยู่ๆ หญิงสาวก็รู้สึกว่าตัวเองหมดสติไป นางมากับทหารเวรยามสองคนที่ติดตามมาซึ่งในตอนนี้ก็ไม่อาจรู้ชะตากรรมได้เลยว่าเป็นอย่างไรบ้างแล้ว
    นางกำลังอยู่บนรถม้าแน่ๆ คนที่จับตัวนางมาคงกำลังพานางเคลื่อนย้ายไปที่ไหนสักแห่ง แต่ในตอนนั้นเอง เกิดเสียงโหวกเหวกของผู้คนด้านนอก อยู่ๆ รถม้าก็หยุดลงพร้อมกับเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของผู้ชาย สักพักผ่านไปเมื่อทุกอย่างเงียบสงบ และในที่สุดฝาโลงที่ถูกตอกปิดสนิทนั้นก็ถูกงัดให้เปิดขึ้น
    จีโอเรียลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับสูดอากาศเข้าให้เต็มปอด บุคคลคนแรกที่หญิงสาวได้พบคือชายหนุ่มผิวสีแทนผมดำหน้าตาคมคายคนหนึ่ง แต่งตัวดีเหมือนพวกคุณชายลูกเศรษฐีสักตระกูล อายุน่าจะพอๆ กันหรืออาจมากกว่านางล็กน้อย
    “เป็นอะไรรึเปล่า” ชายหนุ่มเอ่ยถาม หลังจากช่วยนางตัดเชือกที่มัดอยู่ตามมือเท้าและผ้าที่ปากออกไป
    “ข้าไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณท่านมากที่ช่วยข้าไว้” จีโอเรียบอกขอบคุณผู้มีพระคุณ ก่อนจะกวาดสายตามองไปโดยรอบ นางกำลังอยู่กลางป่า มีพวกคนร้ายนอนกองรายรอบรถม้าอยู่นับสิบ
    “ไปเดินทำอะไรที่ไหนคนเดียวมาเนี่ยถึงโดนจับเอาแบบนี้ บางทีนอกกำแพงเมืองก็มีโจรป่านะ ท่านไม่ควรจะไปไหนมาไหนคนเดียว ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้วยิ่งต้องระวังตัวนะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างรถม้าพร้อมกับเงาร่างของเด็กสาว...ไม่สิ คงเรียกว่าหญิงสาวได้แล้วกระมัง อายุคงราวๆ สิบหกสิบเจ็ด ผิวสีแทนเหมือนบุรุษที่อยู่ข้างกัน
    “เอ่อ...ข้าเปล่ามาคนเดียวนะ จริงสิ... พวกท่านเห็นคนใส่ชุดทหารอีกสองคนอยู่ที่ไหนบ้างมั้ย พวกเขามากับข้า”
    “ไม่เลย โจรป่าพวกนี้คงหวังจะดักปล้นเราสองพี่น้องนั่นแหละ แต่เจอพี่ชายของข้าจัดการไปหมดแล้ว พี่ชายข้าเห็นอะไรดิ้นขลุกๆ อยู่ในโลงก็เลยมาเปิดดูก่อนจะเจอท่านเนี่ยแหละ”
    ได้ฟังแล้วในใจหญิงสาวก็นึกห่วงชะตากรรมทหารที่ติดตามนางมาไม่น้อย ยิ่งไม่เห็นกันแล้วแบบนี้ความหวังดูจะริบหรี่เหลือเกิน แต่นางช่างโชคดีที่บังเอิญได้สองพี่น้องคู่นี้ช่วยไว้
    “ว่าแต่... แล้วพวกท่านเข้ามาทำอะไรในป่าแบบนี้กันเหรอคะ”
    “พวกเราเข้ามาเคารพหลุมฝังศพของท่านพ่อท่านแม่น่ะ มากันทุกปีอยู่แล้ว ท่านต่างหากที่จะทำยังไงต่อ”
    “อ้อ ข้ารบกวนพวกท่านพาข้าเข้าไปส่งในตัวเมืองหน่อยจะได้มั้ยคะ ข้าถูกลักพาตัวมา ป่านนี้คนที่บ้านคงห่วงแย่แล้ว ข้ารับรองเลยว่าพ่อของข้าจะต้องมอบรางวัลให้พวกท่านอย่างงามแน่ๆ”
    “กลับเมืองหรือ... อือ... เอายังดีคะท่านพี่ เราก็เพิ่งเข้ามาเอง ข้าไม่สนใจรางวัลหรอก แต่ออกไปแล้วกลับมาใหม่ มันก็ออกจะยุ่งยากอยู่นะ”
    “ขอโทษด้วยค่ะ ข้าไม่ได้ตั้งใจลบหลู่พวกท่านด้วยเรื่องของรางวัลอะไร ข้าแค่อยากตอบแทนพวกท่านจริงๆ เท่านั้น”
    ผู้เป็นน้องสาวหัวเราะก่อนจะอมยิ้มกว้าง
    “โธ่ ท่านก็อย่าคิดมากเลย ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ดูๆ ไปท่านก็ไม่ใช่พวกคุณหนูขี้โอ่สักหน่อยนี่นะ”
    จีโอเรียยิ้มรับเมื่อได้ฟัง ปกตินางก็ไม่ได้ชอบบอกใครไปทั่วอยู่แล้วว่าตัวเองเป็นใคร น้องสาวคนนี้ดูเป็นคนอารมณ์ดี นิสัยน่าคบหาจริงๆ
    “พวกข้าเองก็เพิ่งจะมาจากในเมือง ตรงนี้เป็นป่าลึกมาก ไปกลับอีกรอบคงยุ่งยากทีเดียว ข้าเข้าใจว่าทางบ้านท่านคงร้อนใจแย่แล้ว แต่ช่วยรอสักวันได้ไหมขอรับ พรุ่งนี้เราคงเสร็จธุระ แล้วค่อยกลับเข้าเมืองด้วยกัน คงไม่ดีแน่หากจะปล่อยให้ท่านกลับเข้าเมืองไปคนเดียว”
    จีโอเรียนิ่งไปชั่วขณะ กลั้นลมหายใจที่เกือบจะพ่นฟึดฟัดออกมาซึ่งเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง หากเป็นคนอื่นๆ ที่รู้จักนาง รู้จักบิดาของนาง พวกเขาคงจะรีบพานางกลับไปส่งเป็นอย่างแรกแน่ๆ แต่หญิงสาวรู้ดีว่าในตอนนี้นางไม่ใช่คนที่จะออกคำสั่งกับใครได้ ที่นางอยากกลับไวๆ ไม่ใช่แค่กังวลว่าทางบ้านจะเป็นห่วงเพียงอย่างเดียว แต่เพราะท่านหญิงแห่งเฟรนด์สเกลรู้ดีว่ายิ่งผ่านเวลาไปนานเท่าไร ก็ยิ่งจะมีผู้คนนายทหารอีกไม่รู้ตั้งเท่าไรที่จะต้องเป็นเดือดเป็นร้อนออกตามหานาง ยิ่งที่นี่เป็นหัวเมืองทางใต้แล้ว หากพี่ชายทั้งสองของนางที่อยู่ชายแดนรู้เรื่องเข้า ก็คงจะแห่แหนคนมาสักครึ่งกองทัพพลิกเมืองพลิกป่าตามหานางแน่ๆ
    “ถ้าอย่างนั้นก็คงจะช่วยไม่ได้ค่ะ แค่พวกท่านช่วยข้าไว้ก็ต้องขอบคุณมากแล้ว รออีกสักวันคงไม่เป็นไร แต่ว่า...อยู่กลางป่ากันแบบนี้จะไม่เป็นไรเหรอคะ ถ้ามีเสือมีหมีโผล่ออกมาจะทำยังไงกัน”
    “ท่านไม่ต้องห่วงหรอกนะ พี่ชายข้าน่ะเก่งสุดๆ ไปเลยล่ะ อีกอย่างพวกข้ามีบ้านพักกลางป่าอยู่อีกไม่ไกลนี้เอง ต่อให้มีเสือมีหมีมาทั้งฝูงก็หาเราไม่เจอหรอก...”
    จีโอเรียทำอะไรไม่ได้นอกจากขึ้นรถม้าไปกับน้องพี่น้องแปลกหน้าที่ช่วยชีวิต ไม่นานจากนั้นรถม้าของทั้งสามก็มาหยุดอยู่ตรงพื้นที่โล่งกลางป่าแห่งหนึ่ง ดวงตาของหญิงสาวเบิกออกกว้างอย่างประหลาดใจ เมื่อผู้มีพระคุณคนพี่เดินไปยังใต้ต้นไม้ที่สูงเพียงท่วมหัวต้นหนึ่ง ซึ่งมันเป็นต้นที่สูงที่สุดในลานโล่งกว้างมีแต่พื้นหญ้านี้แล้ว เขาเริ่มขุดดิน ไม่นานหลังจากนั้นจีโอเรียก็ได้พบอะไรบางอย่างที่ชวนตกตะลึง เมื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามีลักษณะคล้ายกับประตูนั่นเอง
    “ลงไปกันเถอะในนี้จะปลอดภัย เอ้อ คุยกันมาตั้งนานลืมถามไปเลย ท่านชื่ออะไรนะ ข้าชื่อซิลวี่ พี่ชายข้าชื่อซัลฟา”
    “ข้าชื่อจีโอเรีย”
    “โอ้โห พ่อแม่ท่านเป็นใครเนี่ยถึงได้กล้าตั้งชื่อลูกสาวเป็นชื่อนี้ เป็นดอกฟ้าแห่งอาณาจักรเชียว”
    “เอ่อ... พ่อข้าเป็นทหารน่ะ”
    “ลงไปได้แล้วซิลวี่ พี่จะได้ปิดประตู” ซัลฟาเอ่ยแทรกบทสนทนาของสองสาวขึ้น
    จีโอเรียมองสำรวจลงไปเบื้องหน้าที่ซิลวี่เดินลงไป แม้จะดูน่าตื่นเต้นแต่จีโอเรียกลับรู้สึกไม่วางใจเอาเสียเลย ข้างล่างมีอะไรบ้างก็ไม่รู้ แต่ยังไงก็คงดีกว่าอยู่ตรงนี้ไปเรื่อยๆ แน่ ใจหนึ่งนางก็อยากจะขี่ม้ากลับเมืองไปเอง แต่ก็กลัวว่าจะไปพบกองโจรเข้าอีก ซึ่งหนนี้อาจไม่มีใครบังเอิญมาช่วยนางได้อีกแล้ว
    เบื้องล่างที่ถูกนำพามาคือบ้านตามที่ซิลวี่บอก มันมีการจัดแบ่งสัดส่วนเป็นห้องหับต่างๆ ที่เหมือนจะใช้อยู่อาศัยได้จริง แต่จีโอเรียก็ไม่พบเห็นใครอาศัยอยู่ที่นี่ แม้จะไม่มีหน้าต่าง แต่ก็มีแสงสว่างรอดเข้ามาจากขอบบนของเพดานที่เจาะรูเล็กๆ เรียงรายเป็นแถวไว้อยู่เหนือพื้นดิน มีผ้ามุ้งปิดทับไว้อีกชั้นคงเพื่อป้องกันพวกเศษดินหรือแมลง
    หญิงสาวถูกพามาไว้ในส่วนของห้องนอนห้องหนึ่ง ซึ่งมีเพียงเตียง โต๊ะเขียนหนังสือและเก้าอี้หนึ่งตัว แม้ไม่ได้ดูสะอาดมาก แต่อย่างน้อยก็ไม่สกปรก อากาศโดยรอบค่อนข้างเย็นทั้งที่ไม่มีลมพัดผ่าน
    “นี่เป็นเสบียงชั่วคราว ข้าไม่รู้มาก่อนว่าจะมาเจอท่านแบบนี้ก็เลยไม่ได้เตรียมมาเผื่อสามคน เราแบ่งส่วนของเรามา ยังไงก็กินอยู่อย่างประหยัดจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้ล่ะ”
    หลังจากทิ้งนางไว้ในห้องครู่หนึ่งแล้ว ซัลฟาผู้พี่ก็กลับมาใหม่พร้อมกับน้ำดื่มขนมปังและผลไม้อีกเล็กน้อย จีโอเรียซาบซึ้งในน้ำใจของสองพี่น้องคู่นี้เหลือเกิน
    “ขอบคุณพวกท่านมากเลยนะคะ ถ้าไม่ได้พวกท่านมาช่วยข้าคงต้องแย่แน่ๆ”
    “เป็นใครก็ต้องช่วยอยู่แล้ว ท่านอย่าได้คิดมากเลย”
    จีโอเรียยิ้มรับ ในขณะที่ชายหนุ่มได้แต่ยืนจ้องมองนางอยู่เงียบๆ
    “เอ่อ... ยังไงก็ตามสบายนะขอรับ”
    จนท้ายที่สุดชายหนุ่มก็ทิ้งท้ายไว้ก่อนจะหมุนตัวออกจากห้องไป และสวนทางกับซิลวี่ที่หน้าประตู เด็กสาวทำท่าหันมองกลับไปมาระหว่างพี่ชายกับจีโอเรียหลายครั้ง จนในที่สุดก็ยิ้มกว้างออกมา ผู้เป็นน้องสาวปิดประตูห้องก่อนจะถลาเข้ามาหาจีโอเรียให้นั่งคุยกันบนเตียง
    “นี่ๆ พี่ชายข้าต้องหลงรักท่านเข้าแล้วแน่ๆ เลย ข้าไม่เคยเห็นเขาเข้ามาคุยกับผู้หญิงก่อนแบบนี้เลยนะ แถมเมื่อกี้ก็ทำหน้าเขินประหลาดๆ ด้วย”
    “เอ่อ...ไม่มั้ง”
    “แล้วนี่ท่านแต่งงานแล้วรึยัง”
    “เอ่อ... ก็ไม่เชิงนะ ต้องบอกว่าเคยมากกว่าถึงจะถูก”
    “หา! นี่ท่านเป็นหม้ายตั้งแต่ยังสาวแบบนี้เลยเหรอ”
    “เปล่าๆ คือข้าเป็นคนจากเขามาเอง เราจากกันด้วยดีน่ะ แถมตอนนี้เขาก็แต่งงานมีลูกไปแล้ว แม่ของข้าชอบให้ข้าไปดูตัวอยู่เหมือนกัน แต่ข้ายังไม่อยากแต่งงานตอนนี้หรอก ข้าอยากทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีมากกว่า”
    “งานอะไรเหรอ สำคัญขนาดนั้นเชียว”
    “อืม...ก็ สำคัญเลยล่ะ ว่าแต่เจ้าอายุเท่าไหร่แล้วซิลวี่”
    “ข้าสิบหก แต่อีกสองเดือนก็จะสิบเจ็ดแล้ว พี่ชายข้าอายุยี่สิบห้าแล้ว เราอายุห่างกันเยอะเลย พอพ่อแม่เสียไปเขาก็เป็นเหมือนพ่อคนที่สองของข้าแทนเชียวล่ะ เขาคอยดูแลปกป้องข้าเสมอเลย อ้อ พี่ชายข้ายังโสดนะ สาวๆ ติดเขาตรึมเลยนะ แต่ข้าก็ไม่เห็นเขาจะสนใจใครสักที เพิ่งมีท่านเป็นคนแรกเนี่ยแหละ ถึงเขาจะไม่ค่อยแสดงออกแต่ข้ารู้ดีที่สุดเลยล่ะ”
    จีโอเรียได้แต่กะพริบตาปริบๆ เมื่อเรื่องวกกลับมาที่พี่ชายของนางอีกแล้ว
    “เขาก็ดูเป็นคนดีนะ แต่ข้าคงไม่เหมาะสมกับเขาหรอก ข้าเป็นผู้หญิงที่เคยแต่งงานแล้ว”
    “ไม่เห็นเป็นไรเลย บ้านเราไม่ถือสาเรื่องนี้กันหรอกนะ นี่ จีโอเรีย การที่เราได้เจอกันต้องเป็นโชคชะตาแน่ๆ ข้าเองก็ถูกชะตากับท่านมากเหมือนเป็นพี่สาวข้าจริงๆ เลย ไม่ลองพิจารณาพี่ชายของข้าดูสักหน่อยเหรอ เผื่อเราจะได้กลายเป็นพี่น้องกันจริงๆ ไงล่ะ”
    “เอ่อ... เราก็เป็นพี่น้องกันได้โดยที่ข้าไม่ต้องแต่งงานกับพี่ชายของเจ้านะ ข้าเชื่อว่าสักวันเขาจะได้พบคนที่เหมาะสมกับเขาจริงๆ ส่วนข้า... ข้าไม่คิดจะแต่งงานอีกแล้วล่ะ พอเรื่องนี้เถอะนะ ว่าแต่...เจ้าเคยได้เรียนหนังสือหรือเปล่า”
    “เรียนไปทำไม แต่งงานไปก็ไม่ได้ใช้ทำอะไรอยู่ดี แต่พี่ชายข้าก็สอนให้ข้าอ่านออกเขียนได้นะ”
    “ชีวิตผู้หญิงอย่างเราไม่ได้มีแค่การแต่งงานนะซิลวี่ เจ้าไม่เคยลองคิดดูเหรอว่าถ้าผู้หญิงแบบเรามีความรู้มีการศึกษาเทียบเท่าผู้ชาย เราก็จะทำงานต่างๆ ได้เหมือนพวกผู้ชายบ้าง ถ้าเราสามารถทำมาหากินเลี้ยงดูตัวเองได้ ชีวิตเราจะมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่แค่รอคอยการแต่งงานเพื่อให้สามีดูแล”
    ซิลวี่นิ่งงันไปราวกับครุ่นคิด จีโอเรียรอลุ้นอย่างเต็มเปี่ยมว่านางจะช่วยทำให้อีกฝ่ายฉุกคิดได้บ้างหรือไม่
    “แล้วการแต่งงานให้สามีคอยดูแลมันไม่ดีตรงไหนกันละ เราก็ทำงานที่บ้านไง คอยดูแลบ้าน เลี้ยงลูกให้เติบโต ดูมีความสุขจะตาย ถ้าพวกผู้หญิงพากันออกไปทำงานนอกบ้านด้วย แล้วใครจะคอยดูแลบ้านเลี้ยงลูกกันล่ะ”
    จีโอเรียลอบถอนใจเมื่อได้ฟังคำตอบ นางไม่แปลกใจหรอกที่ใครๆ ก็มีความคิดแบบนี้ ค่านิยมเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่จะเปลี่ยนแปลงกันได้ง่ายๆ พวกผู้หญิงถูกสั่งสอนกันมากี่ร้อยกี่พันปีแล้วให้เติบโตมาเป็นภรรยาที่ดี เป็นแม่บ้านอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน การศึกษาคือเรื่องของผู้ชายที่ตนเองทำได้แค่คอยสนับสนุนสามีหรือบุตรหลาน ตัวเองแค่อ่านหนังสืออกได้ก็นับว่ามีความรู้พอแล้ว ที่น่ากลัวกว่าการกีดกัน คือการที่เด็กผู้หญิงทั้งหลายนั้นจมปลักกับความคิดที่ว่า นั่นคือเป็นเรื่องที่ตัวเองไม่สมควรทำต่างหาก
    “เอาเถอะ...คนแต่ละคนก็คงมีชีวิตมีความชอบที่แตกต่างกัน ข้าไม่ได้จะบอกว่าเส้นทางที่เจ้าว่ามามันไม่ดี แต่ข้าคงจะชอบวิถีชีวิตอีกแบบมากกว่ากระมัง รู้มั้ย ข้ารู้จักผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง นางเป็นคนเก่งมาก ความสามารถของนางเป็นประโยชน์กับผู้คนมากมาย ข้าเองก็อยากจะเป็นแบบนั้นให้ได้บ้าง การที่ได้รู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์ต่อใครด้วยตัวเราเอง ไม่ใช่เพราะชื่อวงศ์ตระกูลที่ติดตัวเรามามันเป็นเรื่องที่วิเศษมากจริงๆ นะ เอาเถอะ พูดไปเจ้าก็คงไม่เข้าใจข้าสินะ ใครๆ ก็ว่าข้ามันเพ้อเจ้อทั้งนั้น”
    จีโอเรียหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อพูดจบ ซิลวี่นิ่งมองหญิงสาวตาปริบๆ อยู่สักพักก่อนจะลุกขึ้นยืน
    “เดี๋ยวข้าจะไปเตรียมของออกไปเคารพศพท่านพ่อท่านแม่ก่อน กลับมาแล้วเดี๋ยวจะมาคุยด้วยใหม่นะ อ้อจริงสิ...ข้ามีหนังสือติดตัวมาด้วยหนึ่งเล่มกะไว้อ่านแก้เซ็งระหว่างเดินทางน่ะ ข้าเอามาให้ท่านเผื่อแก้เหงาไม่มีอะไรทำระหว่างรอพวกเราดีกว่า เดี๋ยวข้าเอามาให้นะ”
    จีโอเรียส่งยิ้มเป็นคำตอบ ซิลวี่วิ่งออกจากห้องไปก่อนจะกลับมาพร้อมกับหนังสือหนึ่งเล่มตามที่บอกไว้ สาวน้อยจากไปและประตูก็ปิดลงอีกครั้ง จีโอเรียถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ สุดท้ายแล้วนางก็คงจะทำอะไรไม่ได้แล้วจริงๆ กลับไปคงต้องไปขอคำชี้แนะจากราชินียกใหญ่ว่าจะทำอย่างไรกันต่อไปดี
    เมื่อไม่รู้จะทำไรจีโอเรียก็คว้าหนังสือขึ้นมาอ่าน ตอนนี้เป็นช่วงกลางวันยังพอมีแสงสว่างให้อ่านได้อย่างชัดเจน แต่ทันทีที่เปิดหนังสือดูคร่าวๆ หญิงสาวก็แทบทำมันหลุดมือ ท่านหญิงกะพริบตาปริบๆ อย่างตื่นตระหนก ก่อนจะเปิดดูมันใหม่ให้ชัดเจนอีกครั้ง และได้รู้ว่ามันคือหนังสือภาพลามก!
    ยัยเด็กนั่นอ่านหนังสือแบบนี้ตั้งแต่อายุเท่านี้เลยหรือ นางแอบเอาของพี่ชายนางมาหรือเปล่า ตามหน้ากระดาษมีตัวอักษรอยู่บ้าง แต่ก็เป็นคำบรรยายภาพ ถึงลักษณะวิธีการต่างๆ ของการร่วมเพศ
    ให้ตายเถอะ เด็กสาวสมัยนี้เป็นอะไรกันไปแล้ว
    แต่ถึงจะคิดแบบนั้น...เมื่อไม่มีใครนอกจากตนเองในห้อง หญิงสาวก็ค่อยๆ เอื้อมมือขยับมือเปิดหน้าต่อไป...

    ----------------------------------------------สวัสดีค่า มาอัพอีกรอบรู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปแล้วอีก 1 อาทิตย์แบบงงๆยังคงเร่งทำงานด่วนล้นมือหัวทิ่มหัวตำเดดไลน์อยู่เลยค่ะ T^Tตอนพิเศษนี้ ไปดูมาอีกที มีทั้งหมด 15 ตอนนะคะ ไม่ใช่ 7 แฮะ เขียนเองลืมเอง วงวารตัวเองมาก 555แล้วจะมาอัพเดท + ทักให้รู้ว่าไรท์ยังมีชีวิตอยู่จ้า แล้วเจอก๊านนนนนน

    คล้ายกับเรื่องบุปผาราชัน ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199