S Family Love Story

    Sol xx Mifa 21

    Sol xx Mifa 21


    “ขอโทษครับ” จู่ ๆ คนที่ทำตัวซึมตั้งแต่ทานข้าวเดินเข้ามาใกล้ฉันและเอ่ยบอกเสียงเบา มือที่เปื้อนสียื่นมาจับชายเสื้อฉันอย่างออดอ้อน ใบหน้าหล่อนั้นทำหน้าอ้อนอย่างเต็มที่จนนึกขำ

    “เรื่องอะไรคะ?” ฉันถามกลับ หันกลับไปมองก็หลุดยิ้มเล็กน้อยเมื่อคนตรงหน้านั้นจ้องมองฉันตลอดเวลา

    “ที่พูดไม่ดีเมื่อเช้า เข้าใจแล้วครับว่าอยากมาค่ายนี้จริง ๆ ขอโทษที่คิดอะไรแบบนั้นแทน”

    “ไม่เป็นไร ไม่ได้โกรธแล้ว แต่ตอนนั้นเราแค่โมโหที่นายไม่เข้าใจเราเลย”

    “ขอโทษครับ”

    “อื้อ ไม่เป็นไรแล้ว ร้อนไหม?” ฉันถามอีกฝ่ายอย่างเป็นห่วง ใบหน้าขาว ๆ ของเขาเริ่มแดงเพราะบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าว

    “นิดหน่อยครับ”

    “สองคนนั้นน่ะ! อย่าเพิ่งจีบกัน มาช่วยยกของก่อน” ครอสตะโกนมาแซว เพราะไม่อยากถูกมองไม่ดีจึงรีบเดินไปช่วยเพื่อน ๆ ยกของ ไม่สิ ซอลให้ฉันถือกล่องเปล่า ส่วนที่หนักเขาเป็นฝ่ายถือเอง เมื่อแยกจากซอลฉันก็มาช่วยเพื่อน ๆ ต่อ วันนี้เราติดผนังห้องและพื้นเสร็จไปแค่สองห้อง ทาสีเสร็จไปหนึ่ง อ้อ บางส่วนที่ไม่ได้ทำในห้องก็ช่วยกันปรับภูมิทัศน์ของโรงเรียนอยู่ด้านนอก ตลอดทั้งวันเราช่วยกันอย่างแข็งขัน เย็นนี้ชาวบ้านก็จะมาทำอาหารพื้นเมืองให้เราได้ร่วมลิ้มรสกัน ดังนั้นตอนเย็นหลังจากอาบน้ำกันเสร็จเรียบร้อยเราก็มานั่งรวมกันอยู่สนามฟุตบอลเล็ก ๆ พร้อมกับกินข้าวพร้อมกัน ตรงกลางมีกองไฟที่กำลังให้แสงสว่างอยู่ โดยมีเราชาวค่ายนั่งล้อมวง นั่งคุยนั่งเล่นด้วยกัน ได้รู้จักกับเพื่อน ๆ เพิ่มมากขึ้นด้วยนะ

    “ฝนจะตกอีกไหม ถ้าตกไม่มีที่อยู่เลยนะ”

    “น่าจะไม่แล้วล่ะเราว่า ท้องฟ้าไม่มีเมฆฝนเลยนะ”

    “ดูยังไงว่ามีเมฆฝน”

    “ก็ท้องฟ้าที่มองไม่เห็นดวงดาวไง” เสียงเพื่อนพูดคุยกันดังมาให้ได้ยินตลอด ซอลที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เงียบไม่ได้พูดอะไรมากนัก คืนนี้เพราะฝนไม่ตกอาจารย์จึงให้เรานอนที่เต็นท์ดังเดิม น่าแปลกมากที่เมื่อคืนฝนตกหนักแต่พอเช้าเต็นท์ที่เราไม่ได้เก็บกลับมีสภาพที่ปกติราวกับว่าเมื่อคืนไม่ได้มีฝนตกตกลงมาเลยสักเม็ด

    “ซอล”

    “ครับ?” ซอลหันกลับมามองพร้อมกับมองหน้าอย่างสงสัย

    “เหนือใกล้ถึงยัง?”

    “ไม่รู้อ่ะเดี๋ยวโทรถามก่อน” ว่าจบคนข้าง ๆ ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาเหนือทันที รอไม่นานก็ได้ยินเสียงเหนือรับสาย

    (ไงพ่อหนุ่ม)

    “พ่อหนุ่มบ้านมึงสิเหนือ” ซอลตอบกลับไปทันทีน้ำเสียงเจือแววขบขัน ไม่ต่างจากปลายสายอย่างดาวเหนือที่หัวเราะลั่นอย่างพอใจเมื่อได้ยินซอลพูดแบบนั้น

    (ฮา ๆ ๆ มึงหงุดหงิดไรวะเนี่ย) บ้าจริง สองคนนี้พูดหยาบ ๆ กันด้วยเหรอ น้อยครั้งมากที่จะได้ยินพวกเขาคุยกันแบบนี้ ทั้งเหนือและซอลพูดเพราะมาก แสดงว่าสนิทกันมากจริงถึงพูดมึงกูอะไรแบบนี้ได้

    “อยู่ไหน ถึงหรือยัง”

    (ถึงแล้ว นั่งเครื่องมา เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเข้าไป เอาอะไรไหม?)

    “ไม่มีอะ เดี๋ยวนะ อยากได้อะไรไหม” ท้ายประโยคซอลหันมาถามฉัน

    “ไม่มีค่ะ”

    (แหม ถามกันเสียงหวาน กูเจอฟากูจะเล่าเรื่องที่มึงหึงเขาตอนไปกินหมูกระทะ)

    “มึงหุบปากเลยเหนือ” หึงเหรอ? ตอนไหนกัน เขาไม่เคยหึงฉันเลยด้วยซ้ำ

    (ฮา ๆ ๆ ๆ แกล้งมึงสนุกว่ะ // เหนือ // ครับพี่ // ไปกินข้าวกันจะได้รีบกลับมานอน // ครับ กูไปละ เจอกันพรุ่งนี้)

    “เออ เจอกัน ดูแลพี่สะใภ้กูดี ๆ”

    (พี่สะใภ้มึงก็พี่กูอ่ะซอล)

    “ฮา ๆ ๆ เออ เจอกัน”

    (บายมึง)

    “บาย”

    “กูนึกว่าพวกมึงจะตีกัน ไม่ชินเลยเวลาพวกมึงคุยกันแบบนี้” มาร์ชเอ่ยขึ้นขำ ๆ หลังจากซอลวางสายจากดาวเหนือ เดี๋ยวนะ ฉันลืมไปได้ยังไงว่าเวลาซอลคุยกับเพื่อนในกลุ่มเขาก็ใช้มึงกู แต่เวลาอยู่กับฉันเขาจะพูดคำที่มันดูไม่แรงแค่นั้นเอง

    “มันกวนอ่ะ”

    “มึงก็ชอบกวนมันเถอะ เออ มีหนุ่มมาจีบมันนะไอ้เหนืออ่ะ”

    “มันไม่ออกกูนะ มันกลัวถูกแซว” ซอลยิ้มน้อย ๆ แต่ฉันว่าไม่ใช่หรอก เหนือน่ะบอกซอลแล้วฉันเห็นแชทข้อความพวกเขาอยู่

    “เออ แต่พวกกูไม่อะไรนะ ถ้ามันบอกมึงแล้ว มึงก็บอกมันด้วยว่าพวกกูไม่ได้รังเกียจมันนะเว้ย” ริคพูดด้วยความจริงจัง เพราะริคเองก็คบกับมาร์ช เอาจริง ๆ เลยเพื่อนเราทั้งกลุ่มเดิมและกลุ่มใหม่ต่างไม่มีใครรังเกียจใคร เราคบกันด้วยใจนะทำไมต้องคอยเอาคำพูดของคนภายนอกมาตัดสินใจที่จะเลือกเกลียดหรือไม่ชอบคน ๆ หนึ่งล่ะ

    “เออ มันรู้แต่คงยังไม่พร้อมล่ะมั้ง”

    “ก็คงใช่ มึงคุณลุงเอาอะไรบางอย่างมาให้เราชิมว่ะ” ครอสยิ้มเจ้าเล่ห์ ยื่นแก้วกระดาษมาให้ซอล คนข้างกายก็รับมาอย่างไม่เกี่ยง เขาดมดูก่อนจะยื่นมาให้ฉันดมบ้าง กลิ่นหอมหวาน ๆ กระตุ้นให้น้ำลายสออย่างไร้สาเหตุ น้ำสีขาวขุ่นนั้นยิ่งกระเพื่อมยามหมุนแก้วกลิ่นยิ่งออกชัดเจน

    “อะไรอ่ะ” ฉันถามคนข้าง ๆ เสียงเบา ซอลหัวเราะน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยถาม

    “อยากลองชิมไหม”

    “ไม่เอาอ่ะ”

    “ให้ชิมได้นิดหนึ่ง” ซอลคงรู้ว่าฉันอยากลองจึงบอกมาแบบนั้นก่อนจะยื่นแก้วมาให้ ฉันรับมาก่อนจะจิบเล็กน้อยและส่งแก้วกลับคืนไป ทันทีที่จิบไอร้อนวูบวาบที่ไหลจากคอลงไปสู่กระเพาะทำให้ฉันร้อนวูบทันที ซอลหัวเราะน้อย ๆ เมื่อเห็นท่าทีของฉัน จากนั้นเขาก็กระดกน้ำสีขาวลงคอทีเดียวจนหมดแก้ว

    “มันแรงมากอ่ะ”

    “เขาเรียกว่าเหล้าสาโท คุณลุงบอกเพื่อนที่นครพนมเคยสอนวิธีทำ พอกลับมาที่นี่แกเลยทำไว้กิน”

    “โห แบบ ร้อนท้องเลยอ่ะ” ฉันว่าแบบนั้นซอลจึงยื่นไปหยิบน้ำเย็นมาส่งให้

    “ให้ชิมพอนะครับ”

    “ค่ะ”

    “ง่วงหรือยัง?”

    “นิดหน่อย วันนี้เหนื่อยอ่ะ”

    “งั้นเดี๋ยวกินข้าวเสร็จจะพาไปนอน”

    “อื้อ”

    “โทรหาพี่ ๆ ด้วยนะ รัวแชทหาเรามาก” ซอลเอ่ยย้ำ ฉันจึงพยักหน้าและตั้งใจเอาไว้ว่าถ้ากลับไปถึงเต็นท์นอนจะรีบส่งข้อความบอกพี่ ๆ รวมถึงพ่อกับแม่ด้วย เมื่อถึงเวลาอันสมควรทุกคนต่างแยกย้ายเตรียมจะเข้านอน เป็นค่ายที่แปลกดีนะสำหรับฉัน ทีแรกนึกว่าจะมีกิจกรรมตอนกลางคืนเสียอีก แต่แบบนี้ก็ดีแล้วจะได้ไม่เหนื่อยมากจนเกินไป เพราะในวันต่อ ๆ ไปเราก็มีกิจกรรมที่หนักตลอดทั้งวัน

    “ยังไม่ง่วงเลยว่ะ”

    “เหมือนกัน”

    “เรามานั่งเล่น นั่งกินขนมที่หน้าเต็นท์กันไหมง่วงก็ค่อยเข้าไปนอน” ริค ครอส มาร์ช เอ่ยชวนกัน ไม่ลืมเอ่ยชวนสาว ๆ มาร่วมด้วย กลายเป็นว่าเราทุกคนนั่งรวมกันอยู่ที่หน้าเต็นท์เพื่อกินขนมและนั่งคุยกัน เนื่องจากบริเวณนี้ไม่มีรุ่นพี่หรือเพื่อน ๆ ในรุ่นอยู่เลยอย่างที่บอกไปว่าตรงนี้ถูกกั้นไว้ให้ผู้บริจาคตั้งแต่แรก ทำให้มีเพียงแค่กลุ่มเราเท่านั้น

    ระหว่างที่เพื่อนคุยกันอยู่นั้นฉันก็ไม่ลืมกดส่งขอความไปหาพี่ ๆ ทันทีที่ส่งข้อความไป ทั้งพี่มีเงินและพี่มีตังค์ก็รีบกดคอลในกลุ่มไลน์ครอบครัวทันที

    “ค่ะพี่”

    (เป็นยังไงบ้าง อยู่ได้ใช่ไหม) คนแรกที่รีบเอ่ยถามคือพี่มีตังค์ แต่เพียงเสี้ยววิพี่มีเงินก็ถามด้วยความเป็นห่วงเช่นเดียวกัน

    (นอนได้ไหม? กินข้าวหรือยัง)

    “อยู่ได้ค่ะ นอนได้สบายมาก” ฉันโกหกไปหวังให้พี่ ๆ คลายความเป็นห่วงลงบ้าง

    (แล้วกินข้าวหรือยัง)

    “กินแล้วค่ะ พี่กินหรือยัง หรือยังทำงานกันอยู่”

    (พี่เตรียมบินครับ) พี่มีเงินตอบ

    (พี่เองก็กำลังจะนอน เงียบหายไปทั้งวันเลย เป็นห่วงมากนะรู้ไหม) พี่มีตังค์ตอบและเอ่ยถามในประโยคเดียวกัน

    “ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะคะ วันนี้เริ่มกิจกรรมตั้งแต่เช้าเลย ไม่ได้จับโทรศัพท์เลยค่ะ”

    (อย่าบาดเจ็บนะรู้ไหม ดูแลตัวเองดี ๆ พี่ต้องวางแล้วล่ะจะออกไปสนามบินแล้ว) พี่มีเงินบอกอย่างเสียดายที่มีความจำเป็นต้องวางสายก่อนแบบนี้

    “ค่ะพี่ เซฟไฟลท์นะคะ เจอกันที่บ้านนะ”

    (ครับเจอกัน)

    (เซฟไฟลท์นะครับ รอของฝากอยู่นะ)

    (รู้น่า เดี๋ยวซื้อของมาฝาก เจอกันทั้งสองคนดูแลตัวเองดี ๆ ด้วย)

    “ค่ะพี่” พี่มีเงินวางสาย พี่มีตังค์ก็เอ่ยกำชับให้ฉันดูแลตัวเองดี ๆ นอนหลับให้เพียงพอแล้วก็อย่าลืมกินข้าว ย้ำอยู่สามสี่รอบก่อนจะวางสายไปเพราะพรุ่งนี้เช้าต้องเดินทางไปต่างจังหวัด

    “เราง่วงแล้ว ขอไปนอนก่อนได้ไหม?” ฉันเอ่ยถามเพื่อน ๆ ที่กำลังคุยกันอยู่อย่างสนุก

    “ง่วงแล้วเหรอ?” ริคหันมามองพร้อมกับเอ่ยถามเสียงเบา

    “อื้อ ง่วงแล้วล่ะ” เมื่อคืนนอนนิดหน่อยเอง ตอนกลางวันก็ทำกิจกรรมทั้งวัน คืนนี้เลยอยากจะนอนพักให้เร็วกว่าเดิม เพราะเริ่มรู้สึกเพลียมาก ๆ แล้ว

    “ได้ งั้นก็นอนพักนะ เจอกันพรุ่งนี้เช้า” ริคบอก ฉันยิ้มรับอย่างดีใจ ไม่ลืมบอกลาฝันดีเพื่อน ๆ จากนั้นก็มุดเข้าไปในเต็นท์นอนของตัวเอง เมื่อจัดการที่นอนเสร็จก็ล้มตัวลงนอนทันทีอย่างเมื่อยล้า รู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้เอนหลังนอนบนพื้น ขอให้วันนี้ฉันหลับฝันดี ไม่มีอะไรให้ต้องกลัวนะ

    แต่เหมือนความคิดฉันจะไม่เป็นจริงเอาเสียเลย เพราะเมื่อเข้าเต็นท์มาคล้อยจะหลับก็คล้ายกับมีลมพัดเต็นท์แรง ๆ เสียงหวีดหวิวดังจนน่ากลัว เสียงกรีดร้องดังจนความกลัวเริ่มเกาะกินที่หัวใจฉัน เสียงลมดังอยู่นานกระทั่งมีเสียงเรียกพร้อมกับแรงเขย่าจากคนข้างกาย ซอลที่ยังไม่นอนเอ่ยเรียกอย่างตกใจ

    “เป็นอะไรครับ ร้องไห้ทำไม”

    “เมื่อกี้...” พอเว้นเสียงไปซอลก็มองหน้าอย่างสงสัยทันที

    “ลมแรงไหม? เสียงร้องไห้ ได้ยินหรือเปล่า?”

    “ไม่ครับ ฟาหลับไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลยไม่มีอะไรเลยนะ” ซอลใช้สายตาห่วงใยจ้องมองฉัน ทั้งยังรวบฉันเข้าไปกอดไว้ ฉันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ซอลยื่นมือไปใกล้สร้อยพระเส้นคุ้นตาถูกสวมให้ฉันอย่างเบามือ สร้อยที่เห็นแม่สวมอยู่บ่อย ๆ ทำไมถึงมาอยู่กับซอลได้

    “แม่ฝากมา บอกว่าถ้านอนไม่ได้ให้สวมสร้อยเส้นนี้ให้ฟา”

    “แม่ไม่ได้บอกเรา”

    “แม่คงลืม แต่แม่ฝากมาตั้งแต่วันที่ไปบ้านแล้ว”

    “อือ ขอบใจนะ”

    “ยินดีครับ นอนพักได้แล้วนะ เมื่อคืนก็แทบจะไม่ได้นอนไม่ใช่เหรอ” เขารู้อย่างนั้นเหรอ?

    “ฝันดีนะครับ ไม่ฝันร้ายไม่ต้องรับรู้อะไรแล้วนะครับ”

    “...”


    =====

    ถ้าไม่นับตอนใจร้าย ซอลคือดีอ่ะ แบบ ผีเหรอ ไม่กลัวไม่ลบหลู่ไม่อะไรทั้งนั้น แต่จะอยู่ข้างๆเธอนะ จะปกป้องเธอเอง แงงง ผู้ชายที่แสนดีของหนู!!!

    คล้ายกับเรื่องS Family Love Story ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808