"วันแรกก็เกือบสาย" น่านฟ้าหันไปทำตาขุ่นใส่ไนท์ที่อ้าปากหาวอยู่ข้างๆ
“อะไร”
“ขี้เซา” อดไม่ได้ที่จะบ่นว่าให้อีกหนึ่งที มีอย่างที่ไหน เล่นเกมจนดึกดื่นไม่ยอมหลับยอมนอน เช้ามาก็ไม่ยอมตื่น นี่ถ้าไม่ติดว่าทั้งคณะน่านฟ้ารู้จักแค่ไนท์คงไม่รอมาพร้อมกันหรอก
“หวัดดี ตรงนี้มีคนนั่งยังอะ” จากที่ค่อนขอดรูมเมทในใจอยู่นานก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาทัก พร้อมชี้ถามยังตำแหน่งนั่งข้างๆกับที่น่านฟ้านั่งอยู่
“ยังไม่มีๆ นั่งได้ครับ” น่านฟ้าพูดด้วยรอยยิ้ม ในใจพลันรู้สึกดีใจที่จะได้รู้จักเพื่อนคนอื่นเพิ่มขึ้น
“ชื่อวิปครีมนะ เรียกครีมก็ได้”
“น่านฟ้า เรียกน่านก็ได้”
“ไนท์...”
เสียงเอื่อยเฉื่อยดังแทรกบทสนทนาจนทั้งน่านฟ้าและวิปครีมหันขวับมองอย่างพร้อมเพรียงกันพลางเห็นไนท์ฟุบหลับต่อทันทีหลังจากที่แนะนำตัวเพียงคำเดียวสั้นๆน่านฟ้าอดไม่ได้ยกมือขึ้นมาทุบๆ ไปกลางอากาศถ้าไม่เกรงใจรูปร่างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของไนท์ ก็อยากจะทุบจริงดูสักที
“รูมเมทเราเอง”
“อ๋อ ถึงว่า” วิปครีมร้องและอุทานออกมาตรงๆ ก็สองคนนี้บุคลิกต่างกันชนิดที่ว่าไม่น่าโคจรมาเป็เพื่อนกันได้
จับพลัดจับผลูนี่เอง
น่านฟ้าเป็ผู้ชายผิวขาวหน้าตาสะอาดสะอ้านเธอเดินเข้ามาก็สะดุดตากับใบหน้าหล่อเกลี้ยงก่อนเลย แต่พอเข้ามาทักแล้วเ้าตัวยิ้มให้เท่านั้นแหละ
...ละมุนมากแม่
ปักธงเป็โพแม่ไว้ในใจอิอิ
ส่วนอีกคนที่ฟุบหลับไปหน้าตาก็หล่อดีอยู่หรอกแต่ดูเป็พวกไม่เอาสังคม หรือจะว่าสังคมไม่เอาก็ได้ออกแนวเป็พวกไม่ชอบความวุ่นวาย และขวางโลกสุดๆ
"แล้วน่านมาเรียนที่นี่คนเดียวเหรอ"
"ใช่ เรามาคนเดียว ครีมล่ะ"
"แบบว่าก็มีเพื่อนอยู่นะ แต่อยู่คนละคณะ"
น่านฟ้าพยักหน้ารับเขาไม่ใช่คนเข้าหาคนอื่นเก่งแต่พอได้วิปครีมที่มนุษยสัมพันธ์ดีเป็เลิศบทสนทนาก็เลยลื่นไหลไปต่อได้เรื่อยๆ จวบจนอาจารย์เข้าสอนนั่นแหละเราถึงได้หันไปสนใจอาจารย์แทน
.
.
“มีเวลาอีกหนึ่งชั่วโมง ไปไหนกันดี”วิปครีมถามขึ้นหลังจากที่เห็นว่าทั้งไนท์ และน่านฟ้าเก็บของเสร็จแล้ว
“เราหิว” เสียงระโหยเอ่ยบอก เพราะใครบางคนทำให้เกือบเข้าเรียนสายก็เลยยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย น่านฟ้าลูบพุงตัวเองปรอยๆส่งตาใสมองทั้งวิปครีมและไนท์สลับกันปริบ
“ไปศูนย์อาหารคณะแล้วกัน ใกล้กับซุ้มที่รุ่นพี่นัดด้วย” วิปครีมเป็คนเสนอซึ่งน่านฟ้าไม่ติดหรอก หิวขนาดนี้อะไรก็กินได้หมดแล้วแหละตอนนี้
ตกลงกันได้แล้วเราก็พากันมาถึงศูนย์อาหารที่ว่าได้วิปครีมเป็คนนำ เพื่อนคนนี้ดูคุ้นชินกับทุกอย่างจนถูกไนท์ซักไซ้ปนข่มขู่ไปแล้วว่าเป็พี่เนียนรึเปล่ากว่าจะงัดสองคนที่แรงเยอะทั้งคู่ออกจากกันได้ น่านฟ้าถึงกับต้องปาดเหงื่อ
สองคนนี้เป็พวกรุนแรงกันทั้งคู่น่านฟ้าที่รู้สึกว่าตัวเองพลังชีวิตต่ำมาตลอด รู้สึกมีแรงเพิ่มมากขึ้นก็วันนี้แหละเป็คนกลางให้คู่นี้ไม่ง่ายเลย
ติ๊ด~
“รออยู่นี้แหละ เดี๋ยวไปซื้อมาให้”
เพราะเสียงโทรศัพท์ของน่านฟ้าดังเข้ามาพอดีเขาที่จะเดินตามวิปครีมไปก็หยุดมองหน้าคนพูดอย่างงงๆ ไนท์พูดกับเขาเหรอ
“ไถ่โทษ” ไนท์พูดสั้นๆ อีกเหมือนเคย
แต่น่านฟ้าก็เริ่มจับทางได้แล้ว
“อ๋อ งั้นซื้อมาเยอะๆ เลย” พอเข้าใจเจตนาน่านฟ้าก็ไม่ขัดเพราะไนท์เป็ต้นเหตุให้เขาไม่ได้กินข้าวเช้าวันนี้เลยมองค้อนรูมเมททุกครั้งที่มีโอกาส ไนท์ก็คงจะรู้ตัวแหละเพราะสายตาน่านฟ้าตอนหิว เอาเื่นะบอกเลย
เพราะไม่ต้องไปซื้อข้าวเองน่านฟ้าก็เลยนั่งรออยู่ที่โต๊ะพลางเปิดเครื่องมือสื่อสารพิมพ์ตอบข้อความแชตที่ขึ้นแจ้งเตือน
ปกติแล้วน่านฟ้าไม่ใช่คนติดโซเชียลแล้วยิ่งตอบแชตกลับไปมาแบบนี้ก็ไม่เคยทำมาก่อน
TAWAN : ได้กินข้าวยังครับ
น่านอยู่ศูนย์อาหารแล้วครับ : NANFA
เกือบได้กินหัวไนท์แล้ว : NANFA
TAWAN : ฮ่าๆ ไม่กลัวเพื่อนแล้วเหรอเรา
ใครกลัว น่านไม่เคยกลัวหรอกนะ :P : NANFA
TAWAN : คร้าบๆ คนเก่ง
TAWAN : น่านกินข้าวเถอะ เจอกันที่ซุ้มครับ
โอ๊ะ จริงด้วย : NANFA
พี่ตะวันเป็รุ่นพี่คณะนี่นา : NANFA
TAWAN : อะไรกัน ลืมกันแล้วเหรอครับ ToT
แหะๆ น่านขี้ลืม : NANFA
แล้วเจอกันครับ : NANFA
ปึก!
เสียงจานกระทบโต๊ะน่านฟ้าเลยเงยหน้าขึ้นมามองคนต้นเหตุอย่างเอาเื่
“รุนแรง บ้าพลัง” น่านฟ้าบ่นให้คนที่วางจานข้าวให้ตรงหน้า รู้เลยว่าจงใจไนท์คงรู้ว่าเขากำลังคุยแชตกับคนที่เ้าตัวกรอกหูนักหนาว่าอย่าไปยุ่ง
“เออ วางเบาๆ ก็ได้ ดูสิเนี่ยลูกกูใหมด ขวัญเอ้ยขวัญมานะน่านนะ”วิปครีมที่เดินกลับมาพร้อมไนท์ พอเห็นว่าเพื่อนที่เธอเอ็นดูนักหนาใก็ช่วยรุมพูดใส่ไนท์ไปด้วยโดยลืมตัวหลุดคำพูดคำจาที่แสนจะเอ็นดูน่านฟ้าออกมาจนคนถูกเรียกว่าลูกมองหน้าเหวอ
“ลูกเลยเหรอ” น่านฟ้าเอ่ยถาม พยายามทำความเข้าใจกับประโยคและท่าทางของเพื่อนที่แสดงออกราวกับกำลังปลอบลูกน้อย
“อ่าว โป๊ะแล้วเหรอ...” วิปครีมเองก็เหมือนจะเพิ่งรู้ตัว แต่ว่าไหนๆก็หลุดแสดงตัวว่าเป็โพแม่ไปแล้ว งั้นเริ่มเลย~ “ก็น่านโคตรน่าเอ็นดูเลยขอเป็หม่ามี้นะ”
“หม่ามี้คืออะไรอะ”
“ก็แม่นั่นแหละ โพแม่ไง”
“...” น่านฟ้ากะพริบตาปริบๆ เขายังไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ๆเพื่อนถึงกลายมาเป็แม่ได้
“นี่กูเป็เพื่อนกับใครอยู่วะเนี่ย” ไนท์เองก็เหมือนจะช็อกไปด้วยกับบทสนทนาแปลกประหลาดของวิปครีม แต่ให้ตายเขาก็คงไม่เข้าใจหรอกเลยทำได้แค่หันไปบอกน่านฟ้าให้ปล่อยเบลอแทน “กินข้าวเถอะ”
และแน่นอนว่าน่านฟ้าต้องเลือกที่จะกินข้าวไปอย่างเงียบๆไม่ถามหาอะไรจากวิปครีมอีกแล้ว
วิปครีมมีแต่เื่ทำให้รู้สึกประหลาดใจเต็มไปหมดแต่เขาก็จะพยายามทำความเข้าใจแหละนะ
..
..
“คุยกับใครอยู่วะ”
“ไม่ดิ” ตะวันพูดพลางเอาโทรศัพท์หลบ
“ไม่อะไร”
“ไม่เสือกไงไอ้สัตว์ มึงต้องให้ไอ้ตะวันมันย้ำด้วยรึไง”
“อ่าวๆ ไอ้เชี่ยไบร์ท นี่มึงหลอกด่ากูเหรอ”
“โอ๊ย กูด่าตรงๆ โว้ย”
“พวกมึงเงียบดิ แล้วรีบยกได้ไหม ของเนี่ย เดี๋ยวก็ไปช้า”ตะวันที่ทนฟังเพื่อนเถียงกันอยู่นานก็รู้สึกหงุดหงิดจนต้องเอ่ยปาก“เดี๋ยวถ้ากูไปไม่ทันนะ พวกมึงโดนแน่”
“ทัน ทันอะไรวะ”
“ไอ้ตะวันมันติดเด็ก มึงก็รีบๆ เข้าเถอะ”โชพอเห็นว่าเพื่อนดูจะหัวเสียแล้วจริงๆเลยส่งสัญญาณให้ไบร์ทหุบปากแล้วรีบหยิบของที่จะต้องใช้ออกมา
“กูว่าครบแล้ว ไปมึงกลับไปที่คณะก่อนที่เพื่อนมึงจะอกแตกตาย”
“มึงอยากไปเห็นหน้าเด็กไอ้ตะวันก็พูด”
“เดี๋ยว” ตะวันก้าวดักหน้าเพื่อนทั้งสองมือข้างที่ถือไม้กลองชี้หน้าพวกมันอย่างเอาจริง “อยู่ต่อหน้าน้อง พวกมึงต้องทำตัวดีๆด้วยล่ะ”
“ก็เชี่ยแหละ พวกกูเคยทำตัวไม่ดีด้วยเหรอ มึงว่าไง”โชคว้าคอไบร์ทแล้วพยักหน้าหาพวก
ไบร์ทปัดแขนเพื่อนลงส่งๆตบท้ายด้วยปัดเสื้อตัวเอง แกล้งทำทีเป็รังเกียจมันหนักหนาความสัมพันธ์ของพวกเขาก็แบบนี้แหละ ศีลต้องเสมอ “เดี๋ยวกูคอยระวังสันดานไอ้โชให้”
พูดจบก็ตบบ่าเพื่อนไปทีตะวันก็ได้แต่ส่ายหน้า รู้หรอกว่าไม่ควรหวังอะไรจากพวกมันนักนอกจากจะไม่ช่วยให้เขาดูดีในสายตาของคนที่อยากเจอได้แล้วพวกมันคงหาเื่แกล้งให้เขาปวดหัวมากกว่า
“น้องชื่ออะไร น้องชื่ออะไรน้องชื่อ…”เสียงจังหวะกลองคลอกับเสียงเพลงสันทนาการดังอยู่ในบริเวณสถานที่ซุ้มของคณะบริหารบรรยากาศครื้นเครงช่วยคลายให้น้องๆ ปีหนึ่งรู้สึกสนุก และไม่รู้สึกอยากต่อต้านรุ่นพี่ที่คณะตะวันหยุดยืนอยู่บริเวณด้านหลัง สายตาสอดส่องไม่นานก็เจอคนที่อยากเจอ
คิดไว้ไม่ผิดว่าน่านฟ้าจะต้องเป็ที่น่าจับตามองแน่ดูจากแป้งที่แต้มสามขีดบนสองข้างแก้มใบหน้าที่เคยเกลี้ยงเกลาพอมีลวดลายแต้มไว้ยิ่งเสริมให้น่ามองเข้าไปอีกและที่ยืนอยู่บริเวณนั้น ใกล้ๆ กับจุดที่น่านฟ้าอยู่ เห็นนะว่ามีตากล้องจากเพจคิ้วบอยของมหาวิทยาลัยมาด้วย
“คนนั้นเหรอ”
“น่ารักโคตรเลยมึง”
“นั่นไอ้ปันเพจคิ้วบอยมาไวขนาดนี้เลย” โชชี้ให้เพื่อนดูปันเป็ช่างภาพประจำเพจคิ้วบอย และยังเป็แฟนของเพื่อนพวกเขาด้วย
“จริงจังกว่าเื่เรียน” ตะวันพูดเสริมพลางส่ายหน้าเอือมแต่แล้วแรงสะกิดจากไบร์ทก็ทำให้เขากลับไปสนใจยังน่านฟ้าเหมือนเดิมถึงคราวที่น่านฟ้าต้องแนะนำตัวแล้ว
“น้องชื่ออะไร น้องอะไร น้องชื่อ…”
“น่านครับ…”
เพลงสันทนาการยังดำเนินต่อไปจนกระทั่งไมค์มาหยุดอยู่ที่น่านฟ้า เขาต้องก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าวตอนดูคนอื่นแนะนำตัวก็ตลกและสนุกไปกับกิจกรรมแล้วก็สนุกเพลินจนลืมคิดท่าของตัวเองเลย
“น้องชื่อน่าน… ชอบทำท่า…”
“…” น่านฟ้าตาโตเพราะเขายังคิดไม่ออก เสียงกลองที่เงียบลงเพื่อเว้นจังหวะ ทำให้เกิดความเงียบเงียบจนรู้สึกไม่มั่นใจ
“ชอบทำท่า…” รุ่นพี่นำสันทนาการ ร้องซ้ำอีกรอบพร้อมพยักหน้าส่งยิ้มให้กำลังใจ
น่านฟ้าหันรีหันขวางสายตามองสบกับเพื่อนที่ส่งบอกใบ้มาให้ ซึ่งก็คือวิปครีมที่ช่วยคิดท่าให้แล้ว
“ชอบทำท่า …เหมียว~”
“โอ๊ะ” พี่ที่ถือไมค์ไว้ให้ถึงกับหลุดร้องออกมา ส่วนบรรยากาศโดยรอบอยู่ๆก็กริบยิ่งกว่าเดิม
…แต่สักพักก็มีเสียงหวีด สำทับเสียงอื้ออึงออกมาน่านฟ้าพอเห็นว่าสถานการณ์กลับมาคึกคักเหมือนเดิมแล้ว ก็ผ่อนหายใจออกมาอย่างโล่งอกตอนนี้ไมค์ไปหยุดที่ไนท์แล้ว น่านฟ้าได้จังหวะเลยหันไปถามวิปครีมที่ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองอยู่
“เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นเหรอครีม”
“อุ๊ป… กะ กรี๊…!” วิปครีมเริ่มเก็บอาการไม่อยู่เธอพยายามยั้งตัวเองไม่ให้หลุดเสียงกรี๊ดออกมาแต่ท่าทางแบบนี้สำหรับน่านฟ้าแล้วเพื่อนน่าเป็ห่วงมากๆ
“ครีมเป็ไร” น่านฟ้าถามอย่างตื่นตระหนก เหมือนเพื่อนจะไม่สบายเขาต้องเรียกรุ่นพี่มารึเปล่านะ
“กรี๊ดดด” บรรยากาศโดยรอบเงียบลงอีกครั้งเหลือทิ้งไว้เพียงเสียงร้องกรี๊ดของวิปครีม น่านฟ้าใผละออกจากเพื่อนแทบจะในทันที
ส่วนไนท์ที่อยู่ใกล้เหตุการณ์ยกมืออุดหูพลางกลอกตามองบนไปด้วย
“น่าร๊ากกก เหมียวน้อยโคตรน่ารักเลย” วิปครีมเก็บอาการไม่อยู่ปรี่เข้าหาน่านฟ้าโดยที่น่านฟ้าก็ไม่ทันระวังตัวรู้ตัวอีกทีมือก็บู้บี้แก้มนุ่มของเพื่อนที่เธอมองเป็โพลูกด้วยความมันเขี้ยวแล้ว
พอรู้สึกตัวน่านฟ้าก็พยายามหลีกหนีเป็พัลวันทั้งไม่เข้าใจ ทั้งใ แต่ก็วิ่งเลี่ยงให้พ้นจากเพื่อนให้ได้ก่อน
ดูเหมือนบรรยากาศตอนนี้เกินคำว่าครื้นเครงไปมากเรียกว่าวุ่นวายจะเหมาะกว่าเมื่อน่านฟ้าต้องพยายามวิ่งหนีเพื่อนที่จะเข้ามาบู้บี้แก้มเขาไม่ลดละคนน่ามันเขี้ยวก็เลยต้องหาตัวช่วยโดยการวิ่งไปหลบกับคนนู้นทีคนนี้ที
กว่าเหตุการณ์จะกลับมาปกติได้ก็ต้องให้รุ่นพี่เข้ามาช่วยหยุดความชุลมุน และดึงสติวิปครีมกลับมาถึงสงบลงได้และก็ถึงเวลาที่ต้องปล่อยน้องปีหนึ่งกลับไปพักผ่อน
แต่ก่อนจะกลับได้พวกเรายังต้องนั่งรอรุ่นพี่แจกป้ายชื่อให้เสียก่อนนั่นเลยน่านฟ้าถึงนั่งหน้าบึ้งโดยที่วิปครีมก็ยังคงพูดพร่ำง้องอนอยู่ข้างๆ
“น่านคร้าบ ครีมขอโทษ ผิดไปแล้ว”
“ไม่ต้องเลย เจ็บแก้ม”
“ก็ใครใช้ให้น่ารัก มันอดใจไม่อยู่จริงๆ ไม่โกรธนะ นะๆๆ น้า”
“เราก็ทำท่าตามที่ครีมบอกไง ท่าแมวอะ” น่านฟ้าพูดไปก็เผลอมุ่ยปากอย่างไม่ชอบใจวิปครีมเกือบลืมตัวเผลอไปจับแก้มน่านฟ้าอีกแล้ว ดีว่าตีมือตัวเองทัน
“ไนท์ก็ไม่ช่วย” น่านฟ้าหันไปโวยวายใส่ไนท์บ้าง
“เออ เดี๋ยวพรุ่งนี้พาไปฉีดยา เคปะ”
“ไอ้ไนท์ ฉันไม่ใช่แมว”
“หมาโว้ย”
“หยุดตีกันก่อนๆ” รุ่นพี่ที่เดินมาแจกป้ายชื่อพอมาถึงคิวพวกเขาก็ร้องห้ามอย่างกลัวว่าจะก่อเื่กันอีก
วันแรกก็น่าจดจำซะไม่มี
“อันนี้ของไนท์ อันนี้ของวิปครีม อ่าว…แล้วของน่านไปไหนเนี่ย”พี่ที่ทำหน้าที่แจกป้ายชื่อ พูดงึมงำในประโยคท้ายๆ แล้วก็รื้อหาป้ายชื่อใหญ่เลย
“อันนี้ของน่านฟ้าครับ” เสียงที่น่านฟ้าคุ้นเคยดี เปล่งขึ้นพร้อมกับเ้าของใบหน้าหล่อเหลาในมือพี่ตะวันมีป้ายชื่อที่เขียนชื่อของน่านฟ้าเอาไว้
“ขอบคุณครับ” น่านฟ้ารับป้ายชื่อมาพลางส่งยิ้มให้ตอนเข้าซุ้มคณะมาสิ่งแรกที่น่านฟ้าทำคือมองหารุ่นพี่ที่ทิ้งท้ายไว้ในแชตว่าไว้เจอกันแต่เขาก็ไม่เห็นจนกิจกรรมเริ่ม และมีสถานการณ์วุ่นวายเข้ามาแทรก “นึกว่าจะไม่เจอ”
ตะวันย่อตัวลงนั่งให้เสมอกับน้องไม่รู้ว่าน่านฟ้าจะรู้ตัวบ้างไหม ว่าประโยคที่เอ่ยกับท่าทางรอคอยของเ้าตัวทำให้เขารู้สึกดีมากๆ
“ก็บอกไว้แล้วนี่ ว่าไว้เจอกัน”
“อือ เจอกันแล้ว” น่านฟ้าพยักหน้าหงึกก็บอกตัวเองไม่ได้หรอกว่าทำไมต้องดีใจขนาดนี้
น่านฟ้าก็เป็แบบนี้แหละเป็คนไม่ซับซ้อนปล่อยให้ความรู้สึกเป็ตัวนำ