ป้านเซี่ยที่ถูกตบจนเสียหลัก ล้มก้นกระแทกพื้นอย่างแรง
เสิ่นอี๋เหวินก้มมองรอยฟันบนท่อนแขนเล็กของตน โทสะพลันพุ่งขึ้นเต็มอก “สารเลว กล้ากัดข้าหรือ!”
นางรู้สึกว่าตบไปหนึ่งฝ่ามือยังไม่สาแก่ใจ จึงตั้งใจจะเตะป้านเซี่ยที่ล้มก้นจ้ำเบ้าอยู่บนพื้นอีกสักที
“หยุด!”
หลินซื่อที่รีบมาหลังได้ยินข่าวตวาดลั่น คนที่ตามมาด้านหลังนางคือชิวเย่ว์สาวใช้เรือนว่านโซ่ว รวมถึงสาวใช้คนอื่นๆ
แต่พวกนางยังอยู่ห่างจากตรงนี้อีกระยะหนึ่ง
แววตาของเสิ่นอี๋เหวินวาบประกายเย็นเยียบ หากรอให้พวกเขามาถึงตรงนี้ นางคงตีคนต่อไม่ได้แน่
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ มิสู้เตะเพิ่มอีกสักที!
คิดได้ดังนั้น เสิ่นอี๋เหวินก็ยกเท้าหมายจะเตะไปที่ใบหน้าของป้านเซี่ย
ป้านเซี่ยกำลังดิ้นรนจะลุกขึ้น แต่นางไม่คิดเลยว่า ทั้งๆ ที่ฮูหยินใหญ่กับคนอื่นๆ ก็มาถึงแล้ว แต่คุณหนูสี่ผู้นี้จะยังลงมือทำร้ายตนต่อ
ชั่วขณะนั้นจึงนิ่งอึ้งอยู่ตรงนั้น เห็นอยู่แล้วว่าเท้าข้างนั้นกำลังจะเตะโดนใบหน้าของนาง ทว่าเงาร่างหนึ่งพลันพุ่งเข้ามา ผลักป้านเซี่ยกลิ้งหลบไปยังพื้นหญ้าด้านข้าง
ลูกเตะของเสิ่นอี๋เหวินจึงวืดไปทันที
นางใช้แรงเต็มสิบส่วน ตั้งใจจะให้บทเรียนแก่สาวใช้สารเลวคนนี้เสียหน่อย ใครใช้ให้นางอาศัยฐานะสาวใช้ของพี่หญิงสามที่เป็นบุตรสาวเอกไม่เห็นคุณหนูสี่อย่างนางอยู่ในสายตาเล่า ทว่าผลลัพธ์ของการออกแรงเต็มที่แล้วเตะวืดก็คือร่างกายเสียหลัก
เสิ่นอี๋เหวินหัวทิ่มลงพื้น งับหญ้าเข้าไปเต็มปาก จมูกถูกกระแทกอย่างจัง จากนั้นความอุ่นร้อนสายหนึ่งก็ไหลออกมา
ไม่นะ ข้าเลือดกำเดาไหล!
สาวใช้รีบประคองนางขึ้นมา เช็ดเลือดตรงจมูกให้นางอย่างลนลาน
เสิ่นอี๋เหวินร้องไห้โฮ
“เจ้าทำข้าเลือดไหล! ป้านเซี่ย สาวใช้สารเลว ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!”
“หุบปาก!”
หลินซื่อมาถึงตรงนี้ในชั่วพริบตา นางมองเสิ่นอี๋เหวินที่ร้องไห้จนไม่เหลือภาพลักษณ์ของคุณหนูก่อนถามเสียงเย็น “เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ทางด้านนั้น เจ๋อหลันก็พยุงป้านเซี่ยขึ้นมาเช่นกัน
เมื่อป้านเซี่ยเห็นเจ๋อหลัน ก็วางใจลงได้ในที่สุด นางค้อมกายคารวะหลินซื่อด้วยท่าทีน่าสงสารพลางกล่าว “ฮูหยินเจ้าคะ คุณหนูไม่สบาย หลังกินยาก็พักอยู่ในห้อง ทว่าจู่ๆ คุณหนูสี่ก็มาส่งเสียงเอะอะวุ่นวาย ยืนกรานจะเข้าไปรบกวนคุณหนูพักผ่อนให้ได้ ก่อนคุณหนูนอนได้สั่งบ่าวไว้ว่าไม่พบใครทั้งนั้น แต่คุณหนูสี่ไม่เพียงตีบ่าว มิหนำซ้ำยังจะบุกเข้าไปให้ได้...”
ป้านเซี่ยพูดไปพูดมา น้ำตาก็ยิ่งไหลพราก นางกล่าวต่อ “คุณหนูน่าสงสารเกินไปแล้ว ช่วงนี้เกิดเรื่องมากมายเช่นนั้น เดิมทีนางก็อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว ร่างกายก็ยังไม่หายสนิท กว่าจะได้นอนหลับอย่างสงบสักตื่น แต่คุณหนูสี่กลับมาก่อเรื่องเช่นนี้...คุณหนูสี่ ท่าน...ท่านไม่อยากเห็นคุณหนูของพวกเราดีขึ้นใช่หรือไม่เจ้าคะ”
เดิมทีป้านเซี่ยก็รูปร่างแบบบางอ่อนแอ ยามนี้นางร้องไห้ตาแดงก่ำ มิหนำซ้ำแก้มยังบวมเป่ง ดังนั้นทันทีที่นางพูดจบ แทบทุกคนในที่นั้นก็เชื่อคำพูดของนางไปแล้วเก้าส่วน
เสิ่นอี๋เหวินเห็นสายตาคมกริบของหลินซื่อกวาดมองมา นางจึงรีบกรีดร้องทันที “ไม่ใช่เช่นนั้นนะเจ้าคะป้าสะใภ้ใหญ่! ข้าเพียงอยากไปเยี่ยมพี่หญิงสาม แต่สาวใช้สารเลวนี่กลับขวางทางข้า เป็นตายอย่างไรก็ไม่ให้ข้าเข้าไป! ข้าสงสัยว่าพี่หญิงสามอาจตกอยู่ในอันตราย ดังนั้นถึงคิดจะบุกเข้าไปดูเจ้าค่ะ!”
ความจริง เสิ่นอี๋เหวินคาดเดาไว้ว่าเสิ่นม่านซูไม่ได้อยู่ในห้อง ไม่เช่นนั้นสาวใช้ของนางจะขวางอย่างเอาเป็นเอาตายไปเพื่ออะไร
ตอนนี้ในจวนเกิดเรื่องมากมาย ซูฉินก็ยังหาไม่พบ เวลานี้เสิ่นม่านซูแอบหนีออกไป นางต้องไปทำเรื่องไม่ดีแน่
เสิ่นอี๋เหวินคิดว่าขอเพียงพิสูจน์ได้ว่าเสิ่นม่านซูไม่ได้อยู่ในห้อง นางก็สามารถปัดตนเองออกจากเรื่องนี้ได้ทันที!
บทที่ 76 เกินขีดจำกัด
ขณะเดียวกัน เรื่องนี้ยังจะทำให้ทุกคนรู้ด้วยว่าเสิ่นม่านซูคุณหนูบุตรสาวภรรยาเอกผู้สง่างามมิได้อยู่ในห้อง แล้วนางไปอยู่ที่ใดกันแน่!
หลินซื่อได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย
และในตอนนั้นเอง ประตูในลานเรือนพลันเปิดออกพร้อมเสียงเอี๊ยดอ๊าด
เสิ่นม่านซูเดินออกมาในสภาพเพิ่งตื่นนอน ผมยังไม่ทันหวีให้เรียบร้อย เสื้อคลุมก็สวมอย่างลวกๆ ใบหน้าแดงเรื่อนิดๆ นางขยี้ตามองผู้คนเต็มลานเรือนด้วยความสงสัย
“เหตุใดถึงมีคนมากมายเพียงนี้”
นางขมวดคิ้วกวาดตามองไปรอบๆ ครั้นเห็นหลินซื่อ กำลังจะเอ่ยปาก ทว่ากลับเห็นสภาพของป้านเซี่ยเสียก่อน
นัยน์ตาของเสิ่นม่านซูหดวูบ รีบหันไปถามหลินซื่อทันที “ท่านแม่ ตกลงเกิดเรื่องอะไรขึ้นเจ้าคะ ใครทำกับป้านเซี่ยเช่นนี้”
หากคำพูดของป้านเซี่ยเมื่อครู่ทำให้ผู้คนเชื่อไปแล้วเก้าส่วน เช่นนั้นการปรากฏตัวของเสิ่นม่านซูก็เท่ากับยืนยันคำพูดเหล่านั้นจนหมดสิ้น
หลินซื่อรีบกล่าว “ซูเอ๋อร์ เจ้าเพิ่งตื่นอย่ายืนตากลม รีบกลับเข้าห้องไปเถิด เรื่องของป้านเซี่ย แม่จะทวงความเป็นธรรมให้เอง”
พอเสิ่นอี๋เหวินได้ยินเช่นนั้นก็หน้าซีดทันที
นางซวนเซถอยหลังไปหลายก้าว เอ่ยเสียงสั่น “พี่หญิงสาม ท่านอยู่ในห้องหรือ ข้าตะโกนโวยวายอยู่ตั้งนาน ท่านไม่ได้ยินเลยหรือ”
เสิ่นม่านซูสูงกว่าเสิ่นอี๋เหวินเกือบครึ่งศีรษะ แม้จะหน้าซีดเซียว ทว่าเพียงกวาดตามองมา แรงกดดันอันน่าเกรงขามนั้นก็ทำให้เสิ่นอี๋เหวินใจฝ่อ
เสิ่นม่านซูมองนาง สายตาล้ำลึกยากคาดเดา “ข้ากินยาต้มลดไข้ไป ย่อมหลับสนิทเป็นธรรมดา ที่แท้เจ้าจงใจมาตะโกนโหวกเหวกไม่ให้ข้าได้พักผ่อนดีๆ สินะ ข้าเข้าใจแล้ว น้องสาวสี่ เจ้าคงทนเห็นข้าสบายดีไม่ได้จริงๆ”
“ไม่ใช่นะ!”
“เสิ่นอี๋เหวิน หุบปาก!” หลินซื่อตวาดอย่างเดือดดาลถึงที่สุด
ปกตินางเป็นคนอ่อนโยนยิ่ง แทบไม่เคยดุด่าผู้ใดรุนแรง แต่เสิ่นม่านซูคือดวงใจของนาง ห้ามแตะต้องเด็ดขาด!
ผู้ใดกล้ารังแกเสิ่นม่านซูของนาง นางไม่มีวันปล่อยให้คนผู้นั้นอยู่อย่างสงบสุขแน่นอน!
หลินซื่อสั่งให้ชุนเถาไปเชิญหมอประจำจวนมาตรวจอาการป้านเซี่ย ดูว่านางมีอาการบาดเจ็บตรงที่อื่นอีกหรือไม่ ส่วนเลือดกำเดาของเสิ่นอี๋เหวิน อย่างไรก็หยุดไหลแล้ว หลินซื่อจึงไม่คิดจะใส่ใจ
จากนั้นนางเอ่ยเสียงเย็น “สาวใช้ข้างกายคุณหนูสี่ทุกคนถูกปรับเบี้ยหวัดหนึ่งเดือน ส่วนคุณหนูสี่ ไปคุกเข่ารับโทษที่ศาลบรรพชนสามวัน ภายในหนึ่งเดือนห้ามก้าวออกจากประตูลานเรือนแม้แต่ก้าวเดียว!”
“อะไรนะ” เสิ่นอี๋เหวินมองหลินซื่ออย่างไม่อยากเชื่อ
พอรู้ว่าต้องไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชน นางก็ลนลานทันที “ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ ข้าก็แค่ตีสาวใช้คนหนึ่งเท่านั้นเอง อย่างมากท่านดุด่าข้าสักสองคำก็พอแล้ว อีกอย่าง ท่านดูข้าสิ ข้าก็บาดเจ็บเหมือนกันนะ! อย่าให้ข้าไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชนเลยเจ้าค่ะ”
ศาลบรรพชนยามค่ำคืนชวนขนลุกถึงเพียงนั้น มิหนำซ้ำยังต้องคุกเข่าตั้งสามวัน นางไม่ยอมไปเด็ดขาด!
หลินซื่อมองนางอย่างเย็นชา “คนที่เจ้าตีไม่ใช่สาวใช้ แต่เป็นหน้าตาของซูเอ๋อร์ พวกเจ้ายังยืนอึ้งอะไรกันอยู่ พาคุณหนูสี่ไปศาลบรรพชนเดี๋ยวนี้!”
“เจ้าค่ะ”
หญิงรับใช้ซึ่งเป็นคนคล่องแคล่วข้างกายหลินซื่อสองคนก้าวเข้ามาจับแขนเสิ่นอี๋เหวิน จากนั้นพาเดินตรงไปทางศาลบรรพชนทันที
ไม่ว่าเสิ่นอี๋เหวินจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่หลุด นางตะโกนลั่น “ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ ท่านลำเอียง!”
มุมปากหลินซื่อกระตุกเล็กน้อย
เสิ่นม่านซูเป็นบุตรสาวแท้ๆ ของนาง นางจะดีกับบุตรสาวตนเองก็เป็นเรื่องสมควรมิใช่หรือ!
เหตุใดยังมีหน้ามากล่าวหาว่านางลำเอียง
เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ เห็นชัดเจนว่าเสิ่นอี๋เหวินจงใจมาหาเรื่อง
ดูสิ ตีสาวใช้ของบุตรสาวนางจนมีสภาพเช่นนี้!
หลินซื่อกล่าวเสียงเรียบ “เพิ่มโทษปิดประตูสำนึกผิดอีกสองเดือน คุณหนูสี่จะได้หลาบจำ”
เสิ่นอี๋เหวิน “…”
ชิวเย่ว์ซึ่งยืนรออยู่ด้านข้างมาตลอดยอบกายคำนับหลินซื่อ ก่อนหมุนตัวกลับไปรายงานฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น
ยามนี้ หมอประจำจวนตรวจอาการป้านเซี่ยเรียบร้อยแล้ว พบว่าไม่มีบาดแผลอื่น
นับว่าโชคดีที่เจ๋อหลันมาถึงได้ทันเวลา เสิ่นอี๋เหวินจึงเตะไม่โดนใบหน้าของป้านเซี่ย
หลินซื่อหันไปกล่าวกับเสิ่นม่านซู “ซูเอ๋อร์ เจ้ารีบกลับเข้าไปนอนในห้องเถิด อย่ายืนตากลม มิฉะนั้นจะล้มป่วยซ้ำ”
“เจ้าค่ะ”
หลินซื่อมองลานเรือนของบุตรสาว พบว่านอกจากเจ๋อหลันกับป้านเซี่ยแล้ว ที่เหลือล้วนเป็นสาวใช้ทั้งสิ้น