แผนปลูกผักวิเศษ
การฝึกรูปแบบที่สองเป็การฝึกใช้สวิงดักแมลงเนื้อหาของการฝึกนั้นทุกคนจะต้องจับคู่กันฝึกโดยแบ่งออกเป็สองฝ่าย
ฝ่ายหนึ่งทำหน้าที่โยนลูกส่วนอีกฝ่ายทำหน้าที่รับลูกด้วยสวิงทั้งสองฝ่ายจะต้องสลับกันเป็ฝ่ายโยนและฝ่ายรับ
เมื่อเริ่มการฝึกทุกคนดูจะเคลื่อนไหวได้ติดๆขัดๆ กันมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็การโยนที่แรงเกินไป เบาเกินไปจนถึงการรับพลาดทำให้การฝึกดูไม่ค่อยคืบหน้าไปมากเท่าไหร่
แต่หลังจากฝึกฝนไปได้ราวชั่วโมงเศษทุกคนก็เริ่มคล่องเริ่มรับและส่งลูกแบบช้าๆได้แม่นยำมากขึ้น
เมื่อเห็นผลลัพธ์ของการฝึกที่กลายเป็รูปร่างแล้วกัสก็พยักหน้าด้วยความพอใจพลางยิ้มฝืนๆให้กับความผิดพลาดของตัวเขาเองที่ท้ายที่สุดเขาก็จำต้องถอนตัวออกจากการฝึกและปล่อยให้อิจิโกะกับน้องสาวทำการฝึกกันแบบสามคนแทน
ส่วนการฝึกรูปแบบที่สามเป็การฝึกใช้ส่วนของฉมวกในการแท่งเป้าหมายในครั้งนี้กัสให้เด็กสาวทั้งห้าลงมือแทงใส่ใบไม้ที่อยู่ในป่า
ทั้งฝึกความคล่องแคล่วของมือและสายตาให้สัมพันธ์กันใน่เริ่มต้นนั้นจะฝึกจากใบไม้ที่อยู่บนพื้นหากคล่องแล้วก็ให้เปลี่ยนไปยังใบไม้ที่ร่วงลงมาจากต้น
แม้ว่ากัสจะประสบกับความล้มเหลวในการฝึกแต่เขาก็ยังวางแผนฝึกได้ดีพอสมควร ทำให้ฝีมือของทุกคนก้าวหน้าไปตามลำดับ
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆหลังจากเสร็จสิ้นงานประจำวันเด็กสาวทั้งห้าก็เริ่มฝึกฝนกันอย่างตั้งใจแรกเริ่มก็ยังเป็การฝึกที่ดูเคร่งเครียดจริงจัง
แต่หลังจากผ่านไปสามวันมันก็กลายเป็การละเล่นที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะแทน
กัสที่มองดูอยู่ห่างๆก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ให้กับการละเล่นของเด็กสาวไม่ว่าจะเป็การวิ่งไล่จับในพื้นที่ตารางที่เคยใช้ในการฝึกหรือการเล่นเกมโยนรับด้วยสวิงและการละเล่นแทงเป้าของเด็กสาวที่ดูจะสนุกสนานกันมากเป็พิเศษ
ผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมายนี้ทำเอากัสถึงกับยิ้มไม่ถูกเลยทีเดียวประสิทธิภาพในการฝึกยกระดับขึ้นในมิติใหม่โดยสิ้นเชิงเพราะความสนุกของเด็กๆที่ช่วยให้พวกเธอไม่เบื่อและมีความมุ่งมั่นที่มากกว่าเดิม
การแข่งขันระหว่างทั้งสองฝ่ายเองก็เกิดขึ้นแบบเงียบๆแต่ช่วยให้ผลลัพธ์ของการฝึกพัฒนาขึ้นไปอีกหลายส่วน
ส่วนตัวกัสนั้นเขาพบว่าตัวเขาไม่มีทักษะในการใช้แขนและขาที่ดีพอต่อให้ฝึกฝนอย่างหนักระยะเวลาเพียง 7วันก็สั้นเกินกว่าที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ใช้งานได้จริง
ท้ายที่สุดกัสก็ตัดสินใจหยุดการฝึกของตัวเองเอาไว้แล้วหันไปขัดเกลาทักษะที่เขาชำนาญมากกว่า
ภายในป่าหลังจากที่บอกกล่าวกับน้องสาวทั้งสองเล็กน้อยถึงการฝึกแบบพิเศษของเขากัสก็ตรงเข้าไปในป่าแล้วมองหาต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุด
“มาลองดูกันสิว่าข้าจะทำได้ไหม”
กัสสูดลมหายใจเข้าไปช้าๆเพื่อควบคุมสมาธิให้สงบนิ่งมากที่สุดจากนั้นเขาก็กระตุ้นพลังของพรเพื่อใช้งานหัวสิงโตสีดำ
ครั้งนี้กัสแบ่งพลังิญญาออกเป็หลายๆส่วน โดยเริ่มต้นจากสองส่วน
พลังของพรที่ถูกกระตุ้นก่อตัวขึ้นมาอย่างช้าๆแต่เมื่อแยกมันออกเป็สองรูปทรงของมันก็ไม่สมบูรณ์และยากที่จะก่อตัวขึ้นมาได้
ทว่ากัสก็ยังยึดมั่นใจแนวทางของเขาและพยายามฝึกต่อไป
ครั้งแรกล้มเหลวครั้งที่สองก็ล้มเหลวครั้งที่สามก็ยังล้มเหลวและล้มเหลวอย่างต่อเนื่องไปหลายต่อหลายครั้ง
ทว่าทุกครั้งที่ล้มเหลวก็ยังมีพัฒนาการที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนทำให้กัสยิ่งฝึกยิ่งมีกำลังใจมากยิ่งขึ้น
ในตอนนี้เขาพบว่าความทรงจำจากชีวิตก่อนนั้นเป็ความทรงจำยามที่เขาเป็าาอันเดธที่ไร้ซึ่งสติเขาไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้จำมันได้อย่างชัดเจนแบบนี้
ความทรงจำทั้งหลายที่เขามีอยู่นั้นเป็ความทรงจำของ่ที่เขาเป็าาอันเดธ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำทักษะทั้งหมดที่เขาใช้ล้วนเกิดขึ้นจากสัญชาตญาณทั้งสิ้น
สิ่งนี้ทำให้เขาพบว่าตัวเขายังมีจุดที่สามารถพัฒนาได้อีกมากและทำให้กัสมองเห็นหนทางในการฝึกฝนของตัวเองชัดเจนยิ่งขึ้น
จากเดิมที่ใช้ได้เพียงหัวสิงโตสีดำเพียงหัวเดียวหลังจากฝึกฝนอยู่สองวันกัสก็แยกมันออกมาเป็สองหัวได้สำเร็จ
“ยอดเยี่ยม!! สำเร็จแล้ว!!ต่อไปก็สาม!!”
กัสพยายามอย่างสุดชีวิตเขาพัฒนาทักษะในการควบคุมพลังิญญาอย่างต่อเนื่องหลังจากแยกออกเป็สองส่วนได้สำเร็จกัสก็เพิ่มเป็สามซึ่งกว่าจะสำเร็จก็กินเวลาไปอีกหนึ่งวันเต็มๆตามด้วยสี่หัวและห้าหัว
จนกระทั่งเวลาฝึกหมดลงในค่ำคืนของวันที่ 44 กัสได้เปิดงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ ให้กับทุกคน
บนโต๊ะอาหารของวันนี้มีผักและผลไม้ที่ไม่เคยเห็นอยู่มากทีเดียวและที่วางอยู่ตรงกลางโต๊ะคือหัวผักกาดที่มีสีเขียวมรกตซึ่งเป็สีสันที่สดใสผิดธรรมชาติเป็อย่างมาก
ไม่เพียงแค่สีสันที่สวยสดงดงามเพียงเท่านั้นมันยังมีกลิ่นที่หอมเป็พิเศษ เพียงได้กลิ่นจิตใจของทุกคนก็ผ่อนคลายรู้สึกสดชื่นแจ่มใสราวกับได้นอนมาจนเต็มอิ่ม
“สิ่งนี้คือผักที่ข้าจะปลูกในวันพรุ่งนี้..อันนี้ข้าใช้DP 20หน่วยซื้อมันมาให้พวกเ้าได้ลองทานกันก่อนเพื่อเป็กำลังใจให้กับพวกเ้าในการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้”
ราคาของหัวผักกาดแก้วมรกตที่กัสพูดออกมานั้นทำเอาเด็กสาวทุกคนถึงกับตาโตของกินราคามากสุดที่พวกเธอเคยกินนั้นมีราคาเพียง 3 DP เท่านั้น
ทว่าวันนี้กัสกับซื้อผักวิเศษให้พวกเธอกินทำให้เด็กสาวทั้งห้าใจนอ้าปากค้าง
“รีบกินเถอะ กินมันก่อนที่จะเย็นไม่งั้นคงน่าเสียดายแย่เลย”
กัสยิ้มขำๆ จากนั้นลงมือตัดแบ่งหัวผักกาดแก้วมรกตออกเป็ 6 ส่วนเท่าๆกันแล้วแบ่งให้กับเด็กสาวทุกคนต่อจากนั้นเขาก็ใช้ส้อมจิ้มลงไปยังหัวผักกาดแก้วมรกตที่อยู่ในจานแล้วยัดใส่ปาก
รสชาติที่ได้รับคือความหวานที่ละมุนลิ้นมันไม่หวานจนเกินไปแต่ก็ไม่น้อยจนเกินไปรสชาติของมันนั้นเด่นชัดทั้งยังให้ความรู้สึกสดชื่นไปจนถึงดวงิญญา
เพียงแต่กัดลงไปคำแรกกัสก็ได้รับความรู้สึกเหมือนเกิดใหม่พลังิญญาของเขาตอบสนองต่อพลังอันบริสุทธิ์ของหัวผักกาดแก้วมรกตยิ่งเคี้ยวก็ยิ่งรู้สึกหวาน ความหวานนี้ไม่ได้ทวีความเข้มข้นมากขึ้นแต่ยิ่งเคี้ยวกลิ่นหอมของมันก็ยิ่งแทรกซึมเข้าไปในจิตใจมากขึ้นเท่านั้น
ความรู้สึกที่เพลิดเพลินใจนี้แทบจะทำให้กัสเสพติดแต่เขาก็ยังสงบใจและเสพรับรสชาติที่ล้ำเลิศต่างจากผักชนิดใดที่เขาเคยกินมาทั้งหมด
เมื่อเห็นสีหน้าสุขล้ำของกัสก็ไม่มีใครเลยที่จะไม่รู้สึกอยากไม่นานนักเหล่าเด็กสาวก็พากันกินส่วนของตัวเองลงไปและมีสีหน้าเปี่ยมสุขราวกับได้ลิ้มลองรสชาติของอาหารที่ล้ำเลิศอย่างถึงที่สุดลงไป
่เวลานั้นราวกับมีมนตร์เสน่ห์ที่ทำให้ทุกคนลุ่มหลงและกว่าจะได้สติก็ตอนที่รสหวานของหัวผักกาดแก้วมรกตจางหายไปทีละน้อยจนเหลือเพียงกลิ่นหอมสดชื่นที่ติดค้างอยู่ในปาก
“ยอดเยี่ยม!! สมแล้วที่เป็ผักวิเศษราคาแพงจนไม่กล้าซื้อกินเลยจริงๆ”
กัสครางออกมาเสียงดังด้วยความรู้สึกสุขสมเป็ที่สุดรสชาติที่ยอดเยี่ยมนี้ช่วยกระตุ้นความหิวกระหายในหัวใจของเขาได้เป็อย่างดีและยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าแผนการในวันพรุ่งนี้ได้กลายเป็สิ่งที่เขาไม่มีวันปล่อยให้มันผิดพลาดได้
ความคิดที่คล้ายๆกันนี้ปรากฏขึ้นในใจของเด็กสาวทุกคนทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและความหิวกระหายของเด็กสาว
“ท่านพี่คะ หัวผักกาดแก้วมรกตหัวนี่ราคาถึง 20 DPเลยหรือคะ”
“ใช่..แต่ถ้าซื้อมาเป็เมล็ดละก็ มันจะมีราคาเพียง 1 DP เท่านั้น”
พอได้ยินคำพูดนี้เด็กสาวทุกคนก็ตาโตพลางคิดในใจว่ากัสนั้นสิ้นเปลืองกินไปแล้วจริงๆ ที่กล้าซื้อหัวผักกาดแก้วมรกตมาเป็หัวแบบนี้แทนที่จะซื้อมาปลูกเอง
กัสนั้นเหมือนจะเข้าใจความคิดของเด็กสาวกลุ่มนี้ได้เขายิ้มน้อยๆ ด้วยรอยยิ้มที่มีความหมายแล้วมองลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กสาวทุกคน
“พวกเ้าสงสัยละสิว่าทำไมข้าถึงได้ยอมทำอะไรที่สิ้นเปลืองแบบนี้..ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้พวกเ้ารู้ว่าผักวิเศษมันดียังไง..พวกเ้าจะได้พยายามอย่างสุดใจและข้าขอบอกไว้ก่อนว่าผลผลิตที่พวกเราเก็บได้จะถูกเก็บไว้กินครึ่งหนึ่ง!!”
พริบตานั้นเสียงกลืนน้ำลายก็ดังขึ้นจากรอบทิศทางทำให้กัสยิ้มกว้างขึ้นไปอีกในขณะที่เด็กสาวทั้งห้าหน้าแดงก่ำขึ้นมาด้วยความขัดเขิน
“ข้าบอกก่อนนะว่าราคาขายของหัวผักกาดแก้วมรกตคือ 10DPต่อหัว ดังนั้นพวกเราจะพลาดไม่ได้เลยทีเดียวและที่สำคัญที่สุดคือ..ถ้าพวกเราพลาดสิ่งที่พวกเราเสียจะไม่ใช่แค่หัวผักกาดหัวเดียวเท่านั้นแต่จะเป็ทุกอย่างที่อยู่ในแปลงผัก”
“อะไรนะคะ!! ทำไมถึงเป็แบบนั้นได้ละคะท่านพี่!!”
“เมื่อไหร่ที่แมลงกัดกินผักวิเศษได้ แมลงตัวนั้นจะกลายพันธุ์กลายเป็แมลงอสูรและมันจะกินพืชผักทุกชนิดที่มันเห็นจนหมดและจากไป..เพราะงั้นไม่ต้องห่วงว่าถ้าพลาดพวกเราจะมีอันตรายแมลงพวกนั้นเกิดมาเพื่อกินพืชผลไม่ใช่มนุษย์..แต่ถ้าพวกเราพลาดหนึ่งเดือนครึ่งก็จะสูญเปล่า”
หัวใจของเด็กสาวเต้นระรัวด้วยความตื่นกลัวก่อนที่มันจะสงบลงอย่างช้าๆเพราะความมุ่งมั่นที่ได้มาจากการฝึกฝนมาตลอดทั้งอาทิตย์
“เอาละกินให้อิ่มแล้วนอนพักให้มากพรุ่งนี้เช้าข้าจะเริ่มปลูกผักวิเศษ”
“ค่ะ!”
เด็กสาวทุกคนตอบรับเป็เสียงเดียวกันจากนั้นก็เริ่มทานอาหารเย็นต่อทว่ารสชาติของหัวผักกาดแก้วมรกตที่ได้ลิ้มลองไปนั้นได้ทำให้รสชาติของผักทั่วไปกลายเป็จืดชืดไปเสียแล้วแม้กระทั่งเนื้อสัตว์ที่ชื่นชอบก็ยังรู้สึกว่าธรรมดาเสียเหลือเกิน
ในขณะที่เด็กสาวทั้งห้าทานอาหารกันเงียบๆด้วยสีหน้าเหมือนไม่พอใจนั้นกัสก็อมยิ้มอยู่ในใจถึงความสำเร็จของแผนกระตุ้นเป็ครั้งสุดท้าย
ด้วยการใช้ของกินเข้าล่อและตบท้ายด้วยบทลงโทษที่รุนแรงเพียงเท่านี้กัสก็มั่นใจได้ว่าเด็กสาวเหล่านี้จะพยายามอย่างสุดชีวิตเพื่อแผนการของเขาในวันพรุ่งนี้
ใจจริงกัสก็ไม่ได้อยากที่จะลงทุนเสียขนาดนี้สักเท่าไหร่แต่เขารู้ว่าพวกเธอยังเด็กทำให้ความมุ่งมั่นตั้งใจอาจจะไม่เข้มแข็งพอ
แม้ว่าพวกเธอจะอดทนและสนุกสนานไปกับการฝึกจนได้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งแต่กัสก็ไม่มั่นใจว่าสถานการณ์จริงที่เต็มไปด้วยแรงกดดันนั้นจะทำให้พวกเธอเกิดความคิดย่อมแพ้ขึ้นมาเมื่อไหร่
ด้วยเหตุนี้กัสถึงได้พยายามปลูกฝังความตั้งใจให้เด็กสาวเหล่านี้ด้วยรสชาติที่ล้ำเลิศของผักวิเศษและความสูญเสียที่ร้ายแรงหากเกิดความผิดพลาด
นอกจากเหตุผลสองข้อใหญ่นี้แล้วก็ยังมีอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้กัสตัดสินใจลงทุนแบบนี้
ทั้งนี้ก็เพราะสรรพคุณของหัวผักกาดแก้วมรกตที่ช่วยชำระล้างจิตใจและทำให้จิตใจสงบเมื่อกินหัวผักกาดแก้วมรกตเข้าไปก่อนนอนเด็กสาวทั้งห้าก็จะไม่เกิดปัญหาตื่นเต้นจนนอนไม่หลับอีกต่อไป
หลังจากนั้นไม่นานยามที่ทุกคนนอนหลับเพียงไม่กี่อึดใจน้องสาวทั้งสองก็หลับไปในอ้อมกอดของเขาทำให้กัสเบาใจไปได้มากและหลับตาลงในที่สุด
รุ่งเช้าของวันใหม่มาถึงอย่างรวดเร็วทุกคนตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นแจ่มใสทั้งยังรู้สึกว่าหัวสมองปลอดโปร่งกว่าปกติอีกด้วย
พลังกายเองก็เต็มเปี่ยมทำให้เด็กสาวทั้งห้ารู้สึกพร้อมที่จะสู้และเต็มเปี่ยมไปด้วยกำลังใจ
กัสมองดูเด็กสาวทั้งห้าด้วยความยินดีและคิดถึงความคุ้มค่าที่จ่ายDP ไปมากเพื่ออาหารราคาแพงแบบนี้
มื้อเช้าของวันนี้เป็อาหารง่ายๆจำพวกผลไม้ที่ให้พลังงานและนมอีกคนละแก้วใหญ่เท่านั้นทั้งนี้ก็เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานที่มากพอสำหรับการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น
เมื่อทุกคนกินอิ่มและพักผ่อนจนพอแล้วกัสก็เรียกรวมตัวอีกครั้งที่แปลงผัก
“เริ่มทำตามแผน ก่อนอื่นเตรียมพื้นที่จัดวางกระถางต้นไม้ในตำแหน่งที่กำหนด!”
เด็กสาวทั้งห้าทำตามคำสั่งทำการขนย้ายกระถางต้นไม้ไปวางไว้ตรงทางเข้าออกของแปลงผัก พวกเธอจัดวางตามตำแหน่งวางกระถางสามใบปิดเส้นทางสามสายเอาไว้และวางหนึ่งใบในเส้นทางที่เหลือ
แปลงผักถูกแบ่งออกเป็3 ชั้นด้วยกำแพงของหัวผักกาดกลิ่นหอมและแครอทใบหนามทำให้กัสต้องใช้กระถางต้นไม้ถึง 30 ใบในการปิดกั้นเส้นทางในแต่ละชั้นเอาไว้
และเหลือกระถางอีก10 ใบที่ใช้วางไว้ตามชั้นต่างๆ ชั้นละ 1 ใบโดยวางไว้ในแนวเดียวกับเส้นทางที่ไม่ได้ถูกปิดไว้โดยกระถาง
ชั้นแรกนั้นเว้นทางเข้าไว้ที่ทิศใต้ส่วนชั้นสองเว้นทางเข้าไว้ที่ทิศเหนือ จากนั้นจึงย้อนกลับไปยังทิศใต้อีกครั้ง
ด้วยวิธีจัดวางเช่นนี้พวกแมลงจะถูกล่อลวงเข้ามายังแปลงผักด้วยกลิ่นหอมของหัวผักกาดกลิ่นหอมซึ่งถูกปกป้องโดยใบที่แหลมคมของแครอทใบหนาม
แมลงที่เข้าไปใกล้ใบของหัวผักกาดไม่ได้จะค่อยๆวิ่งไปตามแนวของแปลงผักเพื่อหาทางเข้า พอมันไปเจอกับกระถางต้นไม้พวกมันก็จะถูกดึงดูดต่อไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้
ทั้งนี้เพื่อให้แนวกำแพงถูกปิดเอาไว้กัสจึงใช้มีดกรีดลงบนลำต้นของดอกไม้ให้เกิดเป็าแขนาดเล็ก
ทันทีที่กัสกรีดลงบนลำต้นของดอกไม้จนเกิดเป็แผลกลิ่นหอมของดอกตูมที่ยังไม่เบ่งบานก็แปรเปลี่ยนเป็กลิ่นเหม็นที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ในทันที
คนที่มีปฏิกิริยาตอบสนองรุนแรงที่สุดก็คืออิจิโกะกับน้องสาวซึ่งเป็เผ่าแมลง
ผลลัพธ์นี้ทำให้กัสพึงพอใจเป็อย่างมากเพราะว่าเขารู้ว่าหากกลิ่นเหม็นของดอกไม้ทำให้อิจิโกะกับน้องสาวรังเกียจได้มันก็จะให้ผลแบบเดียวกันกับพวกแมลงได้เช่นกัน
เมื่อใช้วิธีเดียวกันนี้กับชั้นที่สองและสามผลที่ได้ก็จะกลายเป็แนวกำแพงที่สมบูรณ์สามชั้นที่ทำหน้าที่ล่อลวงแมลงให้เข้าใกล้และขับไล่มันออกจากทางเข้าออกที่ถูกปิดส่วนทางเปิดที่วางกระถางต้นไม้เอาไว้ 1ใบนั้นเป็ตัวล่อที่ชวนให้แมลงตรงเข้าไปยังทางเข้านั้นๆ
ด้วยวิธีนี้กัสก็แค่ให้น้องสาวของเขาเฝ้าประจำทางเข้าของชั้นนอกสุดและชั้นกลางเอาไว้ก็สามารถรับมือกับแมลงได้อย่างง่ายดาย
ส่วนตัวเขานั้นจะเฝ้าชั้นสุดท้ายเอาไว้เพื่อปกป้องหัวผักกาดแก้วมรกต
ทางด้านของอิจิโกะและน้องสาวที่สามารถบินได้นั้นจะถูกแบ่งให้รับผิดชอบพื้นที่รอบนอกหนึ่งคนพื้นที่ระหว่างชั้นนอกกับชั้นกลางหนึ่งคนและพื้นที่ระหว่างชั้นกลางและชั้นในหนึ่งคน
เพียงเท่านี้ก็จะมีคนประจำอยู่ทุกพื้นที่ถือได้ว่าเป็รูปแบบการป้องกันที่สมบูรณ์ที่กัสพอจะวางออกมาได้
เขาไม่รู้ว่ามีวิธีที่ดีกว่านี้หรือไม่แต่เขาสามารถคิดออกมาได้เท่านี้ หลังจากอธิบายให้เด็กสาวทั้งห้าฟังถึงแผนการทั้งหมดดวงตาของเด็กสาวทั้งห้าก็เบิกกว้างและมองไปยังกัสด้วยสายตาที่ตกตะลึงและชื่นชม
แผนการของกัสนั้นเรียบง่ายมากเพียงใช้กลิ่นหอมและใบหนามในการชักนำเส้นทางการเคลื่อนไหวของพวกแมลงจากนั้นก็เฝ้ารักษาทางเข้าออกเอาไว้และเพื่อให้มั่นใจว่าแมลงจะไม่บุกเข้ามาทางอื่นก็เลยใช้ดอกไม้ที่สามารถเปลี่ยนกลิ่นหอมเป็เหม็นได้เมื่อได้รับาแ
นี่เป็การใช้กลไกป้องกันตัวของพืชในการรับมือกับแมลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“สุดยอดเลยค่ะ!! ท่านพี่สุดยอด!!”
“สุดยอดเลยพี่กัส!! เพราะอ่านหนังสือมากๆเลยฉลาดแบบนี้ใช่ไหม วันหน้าขอหนูอ่านบ้างนะ!!”
อิจิโกะกับน้องสาวไม่ได้เอ่ยปากชมออกมาตรงๆแต่ดวงตาที่มองมานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความเคารพนับถือและความเทิดทูนบูชาที่มากยิ่งกว่าเดิม
กัสเองก็ทำได้เพียงยิ้มฝืนๆโดยไม่รู้ว่าจะพูดอะไรได้เพราะว่าแผนการนี้เป็แผนการที่ถูกเขาลอกมาเกินครึ่งจากแผนการของเพื่อนในชีวิตก่อนของเขา
ถึงแม้ว่าครึ่งหนึ่งของมันจะถูกเขาดัดแปลงใหม่จากความรู้ที่ได้ศึกษามาก็ตามแต่กัสก็ไม่กล้าที่จะรับความดีความชอบนี้ไว้จริงๆ
“พอแล้วๆ ไม่ต้องชมข้าแล้ว ชมไปก็ไม่มีขนมให้หรอกนะตอนนี้ตั้งสมาธิให้ดี ข้าจะเริ่มปลูกผักวิเศษแล้ว..”
หลังจากบ่นว่าไปหลายคำเด็กสาวทั้งห้าก็สงบลงแต่ดวงตาก็ยังทอประกายวาววับเต็มไปด้วยความชื่นชมและบูชา
กัสพยายามสลัดความเขินอายออกไปแล้วตั้งสมาธิจากนั้นจึงเดินตรงเข้าไปยังพื้นที่ว่างที่ในตอนแรกเขาตั้งใจจะใช้ปลูกผักวิเศษ
แต่หลังจากย้ายบ่อน้ำออกไปพื้นที่เดิมของบ่อน้ำก็กว้างยิ่งกว่ากัสจึงเปลี่ยนตำแหน่งมาอยู่ตรงนี้แทน
พื้นดินถูกขุดลงไปอย่างช้าๆจนกลายเป็หลุมที่ลึก 1 ฟุตในระยะห่าง 1 เมตรกัสวางตำแหน่งของเมล็ดเป็รูปกากบาทจำนวน 5 เมล็ดด้วยกัน
กัสหยุดนิ่งไปชั่วขณะแล้วมองไปรอบๆครั้งหนึ่ง จากนั้นใช้มือกลบดินลงไปทีละหลุมๆ แล้วยกบัวรดน้ำขึ้นมารดน้ำลงไป
่เวลาสั้นๆเพียงไม่กี่อึดใจนั้นหัวใจของทุกคนเต้นระรัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ต่อจากนั้นไม่กี่วินาทีกลิ่นหอมที่สดชื่นก็แผ่ขยายออกมาจากตำแหน่งที่เมล็ดถูกกลบฝัง
วินาทีต่อจากนั้นเสียงแปลกๆก็ดังขึ้นมาให้ได้ยินทำให้กัสต้องรีบมองออกไปก่อนจะหรี่ตาลงด้วยท่าทางที่เคร่งเครียด
“พวกมันมาแล้ว!!”