ภายหลังจากคลื่นั์แห่งความวินาศสันตะโรสงบลงไม่นานแสงสีโลหิตเริ่มมลายหายไปแทนที่ด้วยแสงขมุกขมัว จนสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวได้อย่างชัดเจนเมืองทั้งเมืองถูกกวาดจนราบเรียบเป็หน้ากลองมีเพียงบ้านไม่กี่หลังที่ยังยืนหยัดอยู่ได้ ศพและชิ้นส่วนมนุษย์เกลื่อนกลาดอยู่เต็มไปทั่วทุกพื้นที่ปะปนกับเหล่าเศษซากปรักหักพังกลายเป็ภาพชวนหดหู่ นอกจากเล้นแล้วยังมีผู้รอดชีวิตคนอื่นๆอยู่บ้างประปราย สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดผวาเสียขวัญ ดวงตาเหลือกค้าง ร่างกายสั่นเทาบางคนร้องไห้สะอึกสะอื้นจนแทบขาดใจ บางคนกรีดร้องออกมาอย่างเสียสติ
“ปอนด์! ปอนด์!” เล้นะโเรียกหาชายหนุ่มรุ่นน้องสุดเสียงพลางกวาดสายตามองหาไปรอบๆก่อนที่สายตาของเล้นจะสะดุดเข้ากับชายร่างผอมแห้งคุ้นเคยเขากำลังนอนคุดคู้พร้อมกับสะอึกสะอื้นตัวสั่นอยู่บนพื้น ใบหน้าซูบตอบอาบไปด้วยน้ำตาดวงตาแดงก่ำเหม่อมองออกไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย เล้นถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“ปอนด์!” เล้นนั่งลงจะประคองรุ่นน้องให้ลุกขึ้นแต่ปอนด์ต้องร้องสะดุ้งลั่นออกมาด้วยความเ็ป เล้นถึงกับตาเบิกโพลง เมื่อสำรวจอย่างละเอียดพบว่ามือของปอนด์ขาดไปข้างหนึ่งเป็แผลฉกรรจ์น่าสลด และแผลนั้นยังคงมีเืไหลซึมออกมาเป็สาย
“ฮึก! ฮือ! ปอนด์เจ็บ! ไม่ไหวแล้ว!”ปอนด์ส่ายหน้าร้องไห้ฟูมฟายน้ำหูน้ำตาไหล อารมณ์หลากหลายถาโถมเข้ามาหาชายหนุ่มจนยากที่เขาจะรับมันไหวทั้งหวาดกลัว โกรธ เสียใจ มันสับสนปนเปกันไปหมด
“กูอยู่นี่แล้วกูจะพามึงออกไปเอง!” เล้นฉีกเสื้อบางส่วนของตนเองมาพันปิดแผลให้หนุ่มรุ่นน้อง เขากดห้ามเืเอาไว้นานจนแน่ใจว่าเืได้หยุดไหลแล้ว ท่าทางที่ดูชำนิชำนาญนั้นเป็ผลพวงมาจากเส้นทางอาชีพของเขาที่พัวพันกับเหตุการณ์ให้เืตกยางออกอยู่บ่อยครั้ง
ขณะที่เล้นกำลังปฐมพยาบาลให้รุ่นน้องอยู่นั้นสภาพแวดล้อมรอบกายพลันเริ่มเกิดปรากฏการณ์ผิดธรรมชาติขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเหล่าศพและเศษชิ้นส่วนมนุษย์ที่เกลื่อนกลาดกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นได้ล่องลอยขึ้นไปบนอากาศอย่างช้าๆจนกระจายเต็มท้องฟ้า คล้ายกับฝูงแมลงขนาดใหญ่เป็ปื้นที่กำลังทั่วทุกพื้นที่บนน่านฟ้าคนทั้งสองมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างตกตะลึง ก่อนที่ร่างไร้ชีวิตเ่าั้จะลอยสูงขึ้นไปเรื่อยๆจนหายลับสายตาไป
พอหันไปมองชาวเมืองผู้รอดชีวิตคนอื่นๆปรากฏว่า ตอนนี้พวกเขาต่างพากันก้มหน้าก้มตาเก็บเศษซากปรักหักพังตามพื้นมาก่อสร้างบ้านของตนด้วยสีหน้าเฉยเมยราวกับว่าได้ชินชาไปแล้ว
ปอนด์ยังคงทรุดนั่งลงกับพื้นร้องไห้คนเดียวเงียบๆดวงตาเหม่อลอยจับจ้องไปยังแผลข้อมือของตนนิ่ง ส่วนเล้นนั้นกำลังยืนนิ่งมองดูชาวเมืองที่กำลังก่อสร้างอาคารบ้านเรือนอยู่ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะนึกไปถึงคำพูดของผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นที่เขาพูดมาทั้งหมด...ไม่ใช่เื่โกหก คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวของเล้นไม่หยุดหย่อนจนปวดหัว
เล้นตัดสินใจก้มเก็บเศษไม้และสังกะสีจากกองซากความเสียหายบริเวณนั้นโดยเขาเลือกเอาเฉพาะเศษขยะที่มีขนาดใหญ่และคิดว่าทนทานพอ
“ตามกูมา” เล้นหันไปเอ่ยบอกรุ่นน้องหลังจากเก็บของได้ประมาณหนึ่งแล้ว
ปอนด์ที่กำลังเหม่อลอยอยู่นั้นเงยหน้าขึ้นมามองรุ่นพี่พร้อมด้วยสายตาอันว่างเปล่าเขาไม่ได้อยู่ใน่อารมณ์ที่อยากจะสนทนาใดๆ มากนัก แต่ร่างผอมแห้งก็ได้ลุกขึ้นเดินตามชายหนุ่มรุ่นพี่ไปอย่างเงียบๆ
เล้นเดินนำรุ่นน้องตรงกลับไปยังทางเดิมที่ประตูบานนั้นตั้งอยู่แต่คนทั้งสองก็ต้องหยุดชะงักเท้าไปกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า เป็ภาพของเหล่าผู้คนจำนวนมากเดินทะลุออกมาจากกำแพงด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์
“ผู้หญิงคนนั้น...”ปอนด์เอ่ยออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง ดวงตาของเขาเบิกกว้างจ้องเขม็งไปยังผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง
“อะไร?”เล้นขมวดคิ้วมุ่นสงสัยไปกับท่าทางตกตะลึงของหนุ่มรุ่นน้อง
“เธอพึ่ง...ตายไป”ปอนด์เล่าต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเทา ใบหน้าของเด็กหนุ่มซีดเซียวยิ่งกว่าเดิม เมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนผู้หญิงคนนี้ถูกไม้แหลมพุ่งเสียบทะลุกลางอก เธอกรีดร้องทุรนทุรายก่อนจะหมดลมหายใจไปอย่างช้าๆต่อหน้าต่อตาของปอนด์
คำตอบและท่าทางสั่นผวาของชายหนุ่มรุ่นน้องทำให้เล้นถึงกับเงียบไปในหัวกลับมาครุ่นคิดอย่างหนักอีกครั้งกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา...ผู้ชายคนนั้นพูดถูกอีกแล้ว
“กูจะไปสร้างบ้านใกล้ๆประตูบานนั้น” เล้นเปลี่ยนเื่ก่อนจะเดินต่อไป สวนทางกับเหล่าผู้คน
เล้นลองเปิดประตูบานนั้นดูอีกครั้ง ก่อนจะสบถออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อพบว่าหลังประตูยังคงปิดตายอยู่ ไม่รอให้เสียเวลามากกว่านี้ เขาหมุนตัวเดินออกมาจัดการวางโครงบ้านขนาดกะทัดรัดทันทีโดยเลือกที่ตั้งใกล้ๆ กับประตูไม้นั้น เล้นวางแผนไว้ว่า จะทำเป็ห้องโถงเดียวคล้ายบ้านคนอื่นๆแต่ขนาดใหญ่พอที่จะให้คนสองคนอยู่ร่วมกันได้
“เสียใจให้พอแล้วค่อยลุกขึ้นมาช่วยกู” ขณะที่มือกำลังยุ่งง่วนกันการขุดดินลงเสา เล้นก็ได้หันมาเอ่ยเสียงเรียบกับหนุ่มรุ่นน้องที่กำลังนั่งกอดเข่าหมดอาลัยตายอยากอยู่
ความเศร้าเสียใจเกินที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งจะรับไหวทำให้ปอน์ยังคงนั่งนิ่งใช้เวลาเรียกสติตนเองอยู่สักพักใหญ่ก่อนจะลุกขึ้นไปเก็บเศษไม้มาเติมให้รุ่นพี่โดยไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆ พวกเขาช่วยกันสร้างที่พักให้แข็งแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้แม้จะใช้เวลาอยู่มาก แต่ก็ถือว่าคุ้มที่จะทำ
“ไม้หมดแล้ว”ปอนด์บอกรุ่นพี่เสียงเบา เมื่อพื้นที่โดยรอบพวกเขาหลงเหลือเพียงเศษขยะชิ้นเล็กๆและพลาสติก
“งั้นก็ไปที่เมือง”ทันทีที่เล้นพูดจบ เขาเดินนำรุ่นน้องตรงกลับไปยังเมืองในทันทีเพราะไม่อยากให้เสียเวลา
“กูอยากคุยกับพี่คนนั้นอีก”เล้นพูดขึ้นระหว่างเดินทางไปในเมือง ปอนด์หันมามองหน้ารุ่นพี่พร้อมสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยทันทีเมื่อสมองประเมินผลเสร็จ
“เหมือนกัน” ผู้ชายคนนั้นเป็ที่พึ่งเพียงคนเดียวสำหรับพวกเขาท่ามกลางเมืองวิปริตแห่งนี้
เมื่อไปถึงในเมืองคนทั้งสองเดินตามหาผู้ชายคนนั้นทันทีเป็เป้าหมายแรก แต่โชคกลับไม่เข้าข้างพวกเขาเมื่อพากันตามหาเนิ่นนานเท่าใดก็ไม่พบ ชายทั้งสองจึงเลือกที่จะตัดใจไปก่อนวันนี้ แล้วช่วยกันขนวัสดุกลับไปที่บ้านจนเต็มไม้เต็มมือสองคนช่วยกันต่อเติมบ้านด้วยความเร่งรีบด้วยความกลัวว่า จะมืดเสียก่อน พวกเขาช่วยกันสร้างจนแน่ใจว่าแข็งแรงทนทานพอจึงพากันเข้าไปนั่งอยู่ข้างใน
“พี่คิดว่า...ที่นี่คือที่ไหน?”ปอนด์เป็คนเปิดประเด็นขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงัดในนี้
“กูว่า เรากำลังฝันอยู่”เล้นตอบหลังจากนึกย้อนทบทวนกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในสถานที่แห่งนี้ หลายเหตุการณ์มันแปลกประหลาดเกินกว่าจะอยู่ในโลกแห่งความเป็จริงได้
“แล้วถ้า...นี่ไม่ใช่ฝันล่ะ”ปอนด์ถามต่อ ในใจก็หวังลึกๆ ว่า นี่เป็เพียงความฝัน แต่ความเ็ปทรมานที่เกิดขึ้นกับเขานั้นมันดูจะสมจริงเกินความฝันไปมาก...จนรู้สึกใจไม่ดี
“ก็ต้องออกไปให้ได้! ถ้ามีทางเข้ามายังไงมันก็ต้องมีทางออก!” น้ำเสียงของเล้นเต็มไปด้วยอารมณ์คุกรุ่นแม้สถานการณ์รอบตัวเขาจะดูน่าอึดอัดเพียงใด แต่ในใจเขายังคงมีความหวังเสมอ
“คอยดูเถอะ! ถ้ากูออกไปได้ กูจะพาคนในแก๊งกูมาถล่มให้มันราบคาบไปเลย และถ้ากูรู้ว่า ใครเป็เ้าของที่นี่กูจะไม่ปล่อยมันไว้แน่นอน!”เล้นให้คำปฏิญาณด้วยสีหน้าแน่วแน่ ดวงตาแข็งกร้าวแดงก่ำเบิกโพลงขึ้นด้วยไฟแห่งความอาฆาตแค้นและได้จุดประกายส่งต่อให้ผู้เป็รุ่นน้องที่นั่งอยู่ใกล้กัน
“ใช่! กูจะให้พ่อกูมาจัดการ!”ปอนด์พูดขึ้นพลางกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้น พ่อของเขาเป็ผู้มีอิทธิพลและเส้นสายใหญ่ระดับประเทศไม่มีใครกล้ามาหยามหน้าครอบครัวเขาได้ ขนาดผู้อำนวยการโรงเรียนเดิมของปอนด์พ่อก็เคยจัดการไล่มันจนย้ายหนีหางจุกตูดไปแล้ว
บทสนทนาของพวกเขาแปรเปลี่ยนเป็ความเงียบงันไปในทันใดเมื่อแสงจากภายนอกเริ่มขมุกขมัวลง สถานการณ์แวดล้อมตกอยู่ภายใต้ความมืดและเงียบสงัดหลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจหนักหน่วงของคนทั้งสอง มันกำลังมาแล้วสินะ... ปอนด์รีบซุกซบใบหน้าเข้าหาตัว เด็กหนุ่มขบกัดริมฝีปากตนเองแน่นจนรับรู้ได้ถึงรสเืฝาด ร่างกายของเขาสั่นเทาขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
แต่ทว่าเวลาผ่านไปสักพักภายนอกยังคงมีแต่ความมืดอันเงียบเชียบ ปอนด์เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งพลางสอดส่องสายตาในความมืดเห็นเล้นที่กำลังจ้องมองออกไปข้างนอกด้วยท่าทีระแวดระวังโสตประสาทของคนทั้งสองเปิดรับทุกสรรพเสียงรอบกายหากทว่ากลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเลย
ขณะที่ชายทั้งสองกำลังจมอยู่กับคำถามมากมายที่ผุดขึ้นมาในหัวทันใดนั้นแสงสีโลหิตจากเบื้องบนพลันสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงกึกก้องกัมปนาทคล้ายเสียงของกลุ่มอะไรบางอย่างที่มีขนาดมหึมาตกลงมาจากฟากฟ้าจนผืนดินสั่นะเืตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักของสิ่งมีชีวิตจำนวนมากกำลังเยื้องกายช้าๆจนส่งเสียงอื้ออึงดังมาจากในเมือง ดูจากพื้นที่กำลังสั่นไหวไปทั่วบริเวณคาดว่าสิ่งมีชีวิตเ่าั้ คงจะมีขนาดใหญ่โตกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไปมาก
ยังไม่ทันมีเวลาให้ได้คิดวิเคราะห์ไปมากกว่านี้เสียงกรีดร้องโหยหวนทุรนทุรายของเหล่าชาวเมืองพลันดังระงมขึ้นไปทั่ว...
+++++++++++++++++++++++++++++++
อะไรจะมาอีกล่ะทีนี้ เจอกันอีกทีวันพุธนะคะ หรือใครรอไม่ไหวสามารถเข้าไปอุดหนุนกันได้ที่ meb จ้า