พรึ่บ! พรึ่บ!
ปีกสีขาวสะอาดตากระพือพับๆ ตีอากาศอย่างเอาเป็เอาตายสองตีนผังผืดสีส้มย่ำสับเปลี่ยนทิศทางวิ่งวนเป็วงกลมอยู่กับที่ราวกับหนูติดจั่น
ห้วงสมองของเจียงลี่หยู กำลังนึกหาทางออกของปัญหาจนแทบจะตีบตัน
'หนี! ต้องรีบย้ายสัมมะโนครัวหนีออกจากอุทยานผีสิงนี่เดี๋ยวนี้!'
ทว่าสติสัมปชัญญะอันน้อยนิดก็เบรกความคิดนั้นจนหน้าทิ่ม
'ไม่ได้สิห่านขาวขนฟูอ้วนกลมในอุทยานหลวงแห่งนี้มีแค่ฉันตัวเดียวขืนสับตีนหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว ไอ้พวกขี้ข้าหน้าเหม็นนั่นก็ชี้ตัวถูกอยู่ดีพวกมันเตี๊ยมบทงิ้วกันไว้หมดแล้วนี่หว่า! แถมทางเข้าออกอุทยานก็คุมเข้มราวกับเรือนจำนรก…คิดสิสมอง คิด'
จะงอยปากแบนกว้างอ้าพะงาบๆ สูดลมหายใจเข้าปอด
'งั้นปลอมตัวล่ะ? เอาโคลนมาละเลงให้ดำปิ๊ดปี๋เปลี่ยนเป็ห่านอีกสายพันธุ์ไปเลยดีไหม'
แต่พอก้มมองดูรูปร่างอวบอ้วนราวกับหมอนหนุนยัดไส้จนแทบปริของตนเองอดีตพนักงานออฟฟิศวัยยี่สิบเจ็ดปีก็แทบจะน้ำลายฟูมปาก
'ปลอมให้ตายยังไงสภาพทรงกระบอกหน้าตาโง่งมแบบนี้ใครมองก็รู้ว่าเป็ห่านอยู่ดี ์!นี่ท่านกะจะส่งให้ฉันกลับมาตายซ้ำสองอีกหรือไง'
ตู้ม! ซ่า!
เสียงตะเกียกตะกายตีผิวน้ำดังมาจากในสระบัวดึงให้สตรีที่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างสัตว์ปีกต้องหันขวับกลับไปมอง
ประกายความคิดหนึ่งสว่างวาบขึ้นมาในกะโหลกศีรษะขนาดจิ๋ว
'เดี๋ยวนะ...ถ้าฉันกำลังจะถูกยัดข้อหาฆาตกร งั้นถ้าฉันะโลงไปช่วยยัยเด็กนั่นขึ้นมาได้ฉันก็จะกลายเป็ผู้มีพระคุณน่ะสิ! พลิกวิกฤตให้เป็โอกาส แผนกอบกู้ชื่อเสียงนี่มันอัจฉริยะชัดๆ!'
ทว่าความฮึกเหิมก็ถูกราดด้วยน้ำเย็นจัดจนมอดดับลงในเสี้ยวลมหายใจ
ห่านตัวเมียก้มมองตีนผังผืดของตนเองด้วยแววตาว่างเปล่าและสิ้นหวัง
'ลืมไปเสียสนิทเลย... ฉันเป็นกน้ำที่ว่ายน้ำไม่เป็นี่หว่า!'
ความทรงจำอันเลวร้ายเมื่อครั้งก่อนแล่นปราดเข้ามาในหัวตอนนั้นแค่ลองหย่อนตัวลงน้ำ ร่างอวบอ้วนก็จมดิ่งลงสู่ก้นสระบัว ราวกับก้อนหินถ่วงไหผักดองไม่มีผิด
หากคราวนั้นไม่ได้มือหนาของบุรุษรูปงามอย่างองค์ชายห้าคว้าลำคอหิ้วขึ้นมาเหนือน้ำอดีตมนุษย์เงินเดือนผู้นี้คงได้สละชีพทะลุมิติไปเกิดใหม่อีกรอบเป็แน่แท้
'โอ๊ย... เอาไงดีวะ ขืนชักช้ายัยองค์หญิงแปดนั่นได้สำลักน้ำไปคุยกับรากมะม่วงก่อนฉันแน่!'
ดวงตากลมสีดำขลับจ้องมองร่างเล็กๆ ที่กำลังผลุบๆ โผล่ๆ อยู่กลางสระอย่างชั่งใจ
ไม่มีเวลาให้ยืนลังเลอีกต่อไปแล้ว
ฟืด...
ลมหายใจเฮือกใหญ่ถูกสูดเข้าปอดจนเต็มอก พุงที่เต็มไปด้วยชั้นไขมันพองขยาย
ก้อนขนสีขาวยืดลำคอยาวระหงจนสุดตัวก่อนจะสับตีนผังผืดพุ่งทะยานตรงไปยังขอบสระน้ำเบื้องหน้าด้วยความเร็วสูงสุด เร็ว...เท่าที่สัตว์ปีกต้วมเตี้ยมจะทำได้!
เตาะแตะเตาะแตะ
ร่างห่านวิ่งอุ้ยอ้าย ยืดคอเหมือนกำลังจะทะยานบิน ความเร็วของมันมากกว่าเต่าคลานสักสามเท่าได้กระมัง
ตู้ม!
น้ำในสระบัวแตกกระจายเป็วงกว้างร่างอวบอ้วนสีขาวพุ่งหลาวลงไปในสระเย็นเฉียบ
สตรีวัยยี่สิบเจ็ดปีที่ในร่างห่านตัวเมียหลับตาปี๋ กลั้นลมหายใจจนสุดปอดเตรียมใจดำดิ่งลงสู่ก้นสระเหมือนก้อนหินถ่วงไหผักกาดดองเช่นคราวก่อน
ทว่าเวลาผ่านไปได้สามลมหายใจััอึดอัดขาดอากาศกลับไม่มาเยือน
เจียงลี่หยูค่อยๆ ลืมตากลมสีดำขลับขึ้นมาทีละข้าง
ร่างกายที่เต็มไปด้วยชั้นไขมันและขนฟูฟ่องของเธอไม่ได้จมลงไปทว่ากลับลอยตุ๊บป่องอยู่บนผิวน้ำราวกับทุ่นไม้ก๊อกแห้งๆ
'เดี๋ยวนะ... ฉันลอยน้ำได้นี่หว่า!'
สมองของห่านสาวประมวลผลอย่างรวดเร็วกฎของธรรมชาติแล่นปราดเข้ามาในหัว การกลั้นลมหายใจเอาไว้ในปอดจนเต็ม ประกอบกับขนที่เคลือบน้ำมันตามธรรมชาติทำให้ร่างของนกน้ำลอยตัวได้สบายๆ โดยไม่ต้องพึ่งปาฏิหาริย์
ตีนผังผืดสีส้มแบนกว้างใต้ผิวน้ำเริ่มขยับเจียงลี่หยูเริงร่า พลางลองขยับขาตีสลับซ้ายขวาเบาๆ
ซ่า... ซ่า...
ร่างอวบอ้วนพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างลื่นไหลและรวดเร็วผิดกับตอนที่เดินเตาะแตะส่ายก้นไปมาบนฝั่งราวฟ้ากับเหว
'์!ตีนผังผืดคู่นี้มันคือไม้พายชั้นดีนี่เอง รู้อย่างนี้ลงมาว่ายน้ำเล่นตั้งนานแล้ว!'
เมื่อความมั่นใจพุ่งปรี๊ดห่านกู้ภัยก็สับตีนผังผืดเต็มกำลัง มุ่งหน้าฝ่าดงใบบัวตรงไปยังร่างเล็กๆที่กำลังผลุบๆ โผล่ๆ สำลักน้ำอยู่กลางสระ
บุ๋ง! บุ๋ง!
องค์หญิงแปดตะเกียกตะกายอย่างหมดแรง สองมือน้อยๆปัดป่ายอากาศสะเปะสะปะเหมือนพยายามหาแหล่งยึดเหนี่ยว
เจียงลี่หยูว่ายเข้าไปประชิดยื่นลำคอยาวระหงและปีกที่เต็มไปด้วยชั้นไขมันเข้าไปใกล้แสร้งทำตัวเป็ขอนไม้ลอยน้ำให้เด็กน้อยยึดเกาะ
หมับ!
ดรุณีน้อยคว้าหมับเข้าที่ลำคอและโคนปีกของห่านขาวอย่างคนจมน้ำได้ที่พึ่ง
'โอ๊ย! เบาหน่อยแม่หนูคอฉันไม่ใช่ด้ามไม้กวาดนะเว้ย เดี๋ยวมันก็หักเสียหรอก!'
อดีตพนักงานออฟฟิศร้องโอดครวญในใจแต่ก็ยังกัดฟันตีตีนคู่ดันน้ำหนักของเด็กแปดขวบพุ่งทะยานเข้าหาฝั่งอย่างสุดความสามารถ
สวบ... ครืด...
ในที่สุด ร่างเปียกปอนขององค์หญิงน้อยก็ถูกดันพ้นผิวน้ำจนขึ้นไปนอนแผ่หราอยู่บนผืนหญ้าริมตลิ่งได้สำเร็จ
แค่ก! แค่ก!
เด็กน้อยนอนตะแคงสำลักน้ำออกมาคำโตใบหน้าซีดเผือดแต่ยังพอมีสติครบถ้วน
เจียงลี่หยูปีนตามขึ้นมาบนฝั่งยืนหอบหายใจจนอกอวบอ้วนกระเพื่อมขึ้นลง ก่อนจะยืนเชิดคอขึ้นสูงแบบขี้อวด
'เห็นหรือยังล่ะความเก่งกาจของฉัน!วันนี้แหละ ห่านต๊อกต๋อยตัวนี้จะได้รับป้ายทองคำพระราชทานหรือไม่ก็สวัสดิการกะหล่ำปลีพรีเมียมตลอดชีพ!'
ทันทีที่เสียงในหัวจบลง เจียงลี่หยูก็ตาเบิกกว้างจนแทบถนน
ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง!
เสียงดึงดาบออกจากฝักดังก้องกังวาน ทำเอาความฝันอันสวยหรูแตกกระจายหายไปในพริบตา
สตรีในร่างสัตว์ปีกหันขวับกลับไปมองเื้ั
องครักษ์เสื้อแพรนับสิบชีวิตในชุดเกราะเต็มยศโผล่พรวดพราดกรูกันออกมาจากซอกหลืบไหนของอุทยานหลวงก็สุดจะหยั่งรู้พวกเขายืนล้อมกรอบหน้ากระดานเรียงหนึ่ง แววตาดุดันราวกับมัจจุราชจากนรกที่อยากกินห่านปิ้ง
ปลายดาบเหล็กกล้าคมกริบสิบกว่าเล่มชี้ตรงดิ่งมายังลำคอยาวๆ ของห่านขาวอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งมันห่างเพียงแค่ครึ่งชุนเท่านั้น