ตอนที่ 2 ข้าไม่ยอมรับ
ใช้เวลาจนถึง*ยามจื่อของทุกชิ้นที่เป็ของเส้าเฟยก็ถูกขนย้ายมาอีกเรือนไม่ใช่แค่ของที่ได้มาจากจวนหลี่แล้ว ยังถามบ่าวรับใช้มาด้วยอีกหนึ่งคน
“พระชายาเพคะ...”
“ไม่ๆเ้ามิต้องเรียกข้าเช่นนั้น เรียกข้าอย่างที่เคยเถิด”
“แต่...”
“มิเป็อะไรเ้าทำตามที่ข้าบอกเถิด”
“เ้าค่ะท่านเส้าเฟย”
อีกฟากของฉินอ๋องกับซูไท่เฟยกำลังทานอาหารที่เรือนใหญ่ต่างไม่มีใครสนใจเื่ของเส้าเฟยที่มาอยู่ในจวน
“เสด็จแม่พะยะค่ะลูกไม่ยอมรับคนผู้นั้นมาเป็พระชายาเด็ดขาด”
“แม่ก็รับมิได้เช่นกันคนอะไรจะหน้าด้านหน้าทนเดินเข้ามาในจวน โดยมิได้มีเ้าบ่าวไปรับเข้าจวนคนของจวนหลี่เขาสั่งสอนมายังไงก็เป็เช่นนั้น”
ส่วยเส้ยเฟยเองก็เห็นทีท่าว่าจะสนใจเื่ของจวนมู่เขานั้นรีบล้างเนื้อตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะออกจากจวนไปเดินตลาดกับบ่าวผู้ติดตาม
“ท่านเส้าเฟยออกมาเช่นนี้พวกเขาจะมิว่ากระไรรึเ้าคะ”
“ตอนที่ข้าอยู่จวนหลี่ข้าก็ออกมาเช่นนี้อยู่บ่อยครั้งเ้าอย่างได้นำมาใส่ใจ”
“เ้าค่ะ”
เป็ปกติที่เส้าเฟยออกมาจากจวนก็เพื่อหาซื้อเนื้อสัตว์พืชผักกลับไปประกอบอาหาร เขาซื้อไม่ใช่ของอะไรมากมายเขาซื้อตามที่เคยซื้อทุกวันตอนอยู่ที่จวนหลี่เงินที่เข้าได้มาจากเหม่าจื้อแม้เขาจะไม่ได้เป็ที่ใส่ใจแต่ก็พอที่จะได้ค่าเลี้ยงดูมาพอสมควร
“วันนี้ท่านเส้าเฟยจักลงมือทำเองหรือเ้าคะ”
“อื้มข้าจักลงเองทั้งหมด”
ระหว่างทั้งสองคนกำลังเข้ามายังภายในจวนก่อนจะตรงไปยังเรือนจู่ๆก็มีเสียงเรียกให้พวกเขาหยุดแล้วหันไปมอง
“พวกเ้าไปที่ใดมารึ”ปากพูดตาก็มองไปยังคนทั้งสอง เนื้อสัตว์ พืชผักที่พวกเขาถือมานี่มันอะไรกัน
“เรียนท่านอ๋องกะหม่อมกับเจ่าเจียงแค่ออกไปซื้อเนื้อสัตว์กับพืชผักเพื่อนำมาประกอบอาหารทานก็เท่านั้นพะยะค่ะ”
“ที่จวนของข้ามีไม่พอเช่นนั้นรึพวกเ้าถึงได้ออกไปซื้อ!” เวียงตะหวาดดุบุคคลทั้งสองรีบคุกเข่าก้มหน้าทันที
“มิได้พะยะค่ะ....”เส้าเฟยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“อ่อข้าลืมบอกเ้าสองคน คนในจวนนี้หากจักออกไปที่ใดต้องมาขออนุญาตกับข้า”
“พะยะค่ะ”
“เพคะ...”
กว่าฉินอ๋องจากปล่อยเส้าเฟยได้ก็แทบหยุดหายใจทั้งชีวิตต้องมาอยู่กับผู้คนเหล่านี้งั้นรึไม่ใช่ว่าออกจากถ้ำเสือแล้วจะไม่เจอเสืออีก
“ท่านเส้าเฟย...”
“มิเป็ไรเ้าไม่ต้องกลัว”
“ข้ามิได้หมายความเช่นนั้นเ้าค่ะท่านอ๋องแต่งท่านเข้ามาเป็พระชายาแล้ว เหตุใดยังกระทำต่อท่านเช่นนั้น”
“ความจริงแล้วข้าว่าพวกเขามิได้อยากแต่งกับข้าแต่เป็เพราะพระราชทานสมรส เอาเถิด...ข้าจักมาอยู่ในฐานะอะไรก็ไม่สำคัญแค่เ้ากับข้าไม่ต้องอดตายก็ดีแล้ว”
“เ้าค่ะ”
ทั้งสองต่างมีความสุขกันทั้งคู่ถึงแม้แต่ทานข้าวพวกเขายังไม่แบ่งเ้าแบ่งนายเพราะถือว่าเข้ามาร่วมทุกข์ร่วมสุขกันแล้ว ถือว่าเป็พี่น้องกัน
แม้ฉินอ๋องจักทำตัวไม่สนใจในความมีตัวตนของเส้าเฟยแต่ก็มิได้ละเลยแล้วส่งองครักษ์คนสนิทอย่าง หานเมิ่ง มาคอยดูพฤติกรรมของเส้าเฟย
ไม่ว่าจักทำสิ่งใดต่างก็อยู่ในสายตาของหานเมิ่งแม้อีกฝ่ายจักไม่รู้ว่ามีคนกำลังสะกดรอยอยู่ก็ตาม
“อยู่แต่ในเรือนข้าชักเบื่อยิ่งนัก”เส้าเฟยบ่นออกมาไม่ดังมากนัก แต่ก็พอที่เจ่าเจียงจะได้ยิน
“ท่านเส้าเฟยข้าว่าท่านออกไปเดินเล่นที่สวนข้างๆเรือนดีหรือไม่เ้าคะ”
“ดี...”
ว่าจบเ้าตัวก็ลุกพรวดขึ้นจากเตียงก่อนจะเปิดประตูออกแล้วเดินออกมายังสวนข้างเรือนที่มีโขดหินวางเรียงรายสระน้ำขนาดเล็กมีปลากำลังแหวกว่าย
“มีส้มปลูกเอาไว้อย่างนั้นรึ”เส้าเฟยเดินไปเรื่อยเปื่อยจนเจอกับต้นส้มเขียวหวาน ที่ออกลูกดกเต็มไปหมด
“ข้าจักเก็บมันได้หรือไม่...”เส้าเฟยหันไปถามเจ่าเจียงที่เดินตามเขามา
“ข้าว่าท่านเส้าเฟยเก็บได้เ้าค่ะ”
“ข้าเก็บไปคงมิดีนักหากท่านอ๋องรู้ข้าคงถูกเขาจับไปโบยหลังลายเป็แน่”
เห็นดังนั้นแล้วหานเมิ่งถึงกับกลั้นหัวเราะเพราะความซื่อของพระชายานับว่ายังมีคนที่ซื่อตรงต่อนายของเขายิ่งแม้กระทั้งลูกส้มยังมิกล้าจักเก็บมันมาทาน
ครั้งที่แล้วเห็นฉินอ๋องว่าห้ามออกไปซื้อของเข้ามาหากในจวนมีมากพอเส้าเฟยก็จะขอแบ่งมาประกอบอาหารเพื่อทานตอนเย็นคงมิเป็อะไรว่าแล้วหลังจากเดินชมสวนชมปลาเส้าเฟย จึงมุ่งหน้าไปยังโรงครัว
“พระชายา...มาถึงที่โรงครัวมีอันใดให้พวกบ่าวรับใช้เพคะ”พวกเหล่าบ่าวไพร่ที่เห็นเส้าเฟยมาที่โรงครัวต่างพากันใ
“มิได้ๆพวกเ้ามิต้องเรียกข้าว่าพระชายา ข้าชื่อหลี่เส้าเฟย เรียกข้าว่าเส้าเฟยเถิดอ่อ...อีกอย่างข้าขอผักกับเต้าหู้นี้ได้หรือไม่”
บางสิ่งเส้าเฟยไม่จำเป็ต้องขอหรอกยิ่งเอ่ยความออกไปเช่นนั้นเหล่าบ่าวไพร่จึงหันไปมองหน้ากันอย่างแปลกใจ
“ท่านเส้าเฟยเ้าคะของทุกอย่างเป็ของท่านฉินอ๋องท่านมิต้องของพวกบ่าวแต่ท่านสามารถหยิบไปใช้ได้ตามสมควรเถิดเ้าค่ะ”
“ขอบใจพวกเ้ามาก”
นับว่าไม่เคยพบเคยเห็นเ้านายท่านใดเป็อย่างเส้าเฟยมาก่อนและไม่มีเ้านายท่านใดลงมาที่โรงครัว แถมเป็คนที่ไม่ถือยศศักดิ์ใดๆเลย
“ท่านเส้าเฟยท่านจักทำสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่”สาวรับใช้ผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าเส้าเฟยกำลังหยิบจับกระทะร้อนเตรียมจะทำอาหาร
“มิเป็อันใดเ้าจงกลับไปทำสิ่งที่เ้าต้องทำเถิด”
“ท่านเส้าเฟยข้าล้างผักเหล่านี้เสร็จแล้วท่าน้าให้ข้าทำสิ่งใดอีกหรือไม่เ้าคะ”เจ่าเจียงนำผักที่นำไปล้างมาให้กับเส้าเฟย
“ไม่แล้ว...”
แม้จักไม่มีผู้ใดมาข้องแวะตอนที่เส้าเฟยทำอาหารแต่สายตาของบ่าวรับใช้ที่อยู่ตรงนั้นยังคงเหลือบมองด้วยความแปลกใจอยู่ไม่น้อยสิ่งที่เส้าเฟยทำมันเป็อาหารที่ชาวบ้านทั่วไปประกอบรับประทานกัน ก็ในเมื่อวัตถุดิบในจวนมีมากมายทำไมไม่เลือกทำ
“เจ่าเจียง...”
“เ้าค่ะท่านเส้าเฟย”เจ่าเจียงรีบมายกสำรับตามเส้าเฟย กลับไปยังเรือน
ระว่างที่ทั้งสองคนกำลังเดินกลับไปยังเรือนพวกเขาก็ต้องกับหานเมิ่งที่ยืนรออยู่หน้าประตูเรือน
“พระชายา”หานเมิ่งโค้งคำนับเส้าเฟยก่อนจะเอ่ยประโยคต่อไป“ท่านอ๋องให้กะหม่อมมาตามไปที่เรือนใหญ่พะยะค่ะ”
“ข้าเข้าใจแล้ว...”
เส้าเฟยตอบกลับหานเมิ่งก่อนที่จะเดินตามไปเขาเดินมาจนถึงเรือนใหญ่และที่นี่ก็เป็ที่ที่ไม่เหมาะสำหรับเขาเอาเสียเลย
“คำนับซูไท่เฟย/คำนับท่านอ๋องฉินพะยะค่ะ”
ซูไท่เฟยเห็นหน้าของเส้าเฟยแล้วก็ต้องถอนหายใจไม่ยอมรับอย่างไรก็ต้องยอมรับให้ได้ แล้วค่อยหาลูกสาวขุนนางผู้อื่นมาตบแต่งทีหลัง
“วันนี้ข้าจักพาเ้าไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้อีกสองเค่อเ้าจงจัดเตรียมตัวเองให้เรียบร้อย แล้วไปรอข้าอยู่หน้าจวน”
“พะยะค่ะ”
เส้าเฟยเดินกลับออกมาจากเรือนใหญ่แล้วตรงมายังเรือนของตนไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้อย่างนั้นรึแล้วเขาต้องทำตัวเช่นไรดี
“พระชายา...”เส้าเฟยเดินออกไปเปิดประตูดูว่าเป็ผู้ใด
“หานเมิ่งเ้ามีกระไรกับข้ารึ”
“มิได้พะยะค่ะกะหม่อมเพียงนำสิ่งนี้มาให้พระชายาตามที่ท่านอ๋องบอก”
เขารับสิ่งของจากหานเมิ่งก่อนจะปิดประตูสิ่งที่ได้มาคือเสื้อผ้าแถมยังเป็เนื้อผ้าชั้นดีที่หายได้ยากยิ่งแล้วเขาต้องใส่เสื้อผ้าชิ้นนี้อย่างนั้นรึในการเข้าเฝ้าฮ่องเต้
มันแต่คิดนั่นนี่จนลืมไปว่าฉินอ๋องให้เวลาเพียงสองเค่อเพลานี้ก็ผ่านไปแล้วหนึ่งเค่อเส้าเฟยเองก็ยังมิได้เตรียมตัวอันใดเลย
หลี่เส้าเฟยหากเ้าชักช้าท่านอ๋องมีต้องโบยเ้าเป็แน่
ก่อนจักครบเพลาสองเค่อเส้าเฟยก็เตรียมการจนแล้วเสร็จแล้วจึงเดินออกไปรอฉินอ๋องอยู่หน้าประตูของจวนเป็อันเสร็จสิ้น
การเดินทางเข้าวังนั้นทั้งเส้าเฟยและฉินอ๋องได้นั่งเกี้ยวขบวนซึ่งเป็เื่ปกติของเชื้อพระวงศ์แต่เส้าเฟยแล้วมันไม่ใช่
“เรียนฉินอ๋อง...”
“ข้ารู้แล้ว”
ฉินอ๋องรีบลงจากเกี้ยวก่อนจะเดินตรงไปยังตำหนักกลางเขาไม่คิดที่จะรอเส้าเฟยด้วยซ้ำและอีกฝ่ายเพียงรีบตามไปเท่านั้น
“ฝ่าา....ฉินอ๋องมาขอเข้าเฝ้า....”
“ให้เข้ามา”
ฮ่องเต้มองไปยังผู้มาเยือนอย่างฉินอ๋องที่ทำสีหน้าบึ้งตึงก่อนที่อีกฝ่ายจะประสานมือโค้งคำนับตามธรรมเนียมไม่นานผู้ที่รีบวิ่งตามมาติดๆอย่างเส้าเฟยก็จัดท่าทางแล้วทำตามฉินอ๋อง
“สีหน้าของเ้าดูไม่สู้ดีนักฉินอ๋อง”
“ฝ่าา...เหตุใดเล่าถึงให้ข้าแต่งงานกับบุรุษเช่นนี้”
“ฉางิ...ข้ามิได้ตั้งใจจักให้เป็เช่นนี้ระหว่างที่ข้าร่างราชโองการนั้นข้าง่วงจนเบลอ จึงทำให้ร่างราชโองการเปลี่ยนไป”
“แล้วเหตุใดฝ่าาถึงได้ส่งราชโองการมาให้กับข้าอีกเล่า....”
“อภัยให้ข้าทีเถิดฉางิเ้าก็แต่งคนผู้นั้นเข้ามายังจวนแล้ว ราชโองการก็เปลี่ยนแปลงมิได้”
เส้าเฟยฟังบุคคลสองคนพูดคุยกันเื่ราชโองการคิดแล้วคิดอีกว่าเหตุใดถึงเป็เช่นนี้ ความจริงแล้วฮ่องเต้เป็ผู้ร่างมันขึ้นมาผิดแทนที่จะเป็ลูกสาวของเหม่าจื้อแต่กลับกลายมาเป็หลี่เส้าเฟยเสียได้
“ฝ่าา....ข้าแต่งกับบุรุษเช่นนี้แล้วข้าจักมีลูกหลานสืบสกุลได้อย่างไรเล่า”
“เอ่ยเช่นนี้เ้าอยากจะได้อนุหรืออย่างไร”
“แล้วแต่พระประสงค์ของฝ่าาพะยะค่ะข้าทูลลา....”
ฉินอ๋องกล่าวจบก็สะบัดหน้าแล้วเดินออกไปมิได้สนใจเลยว่าเส้าเฟยจักอยู่ตรงนั้นเห็นฉินอ๋องเดินออกไปเช่นนั้นเส้าเฟยเองจึงรีบหันกลับแล้วตามออกไป
“เ้า...อยู่พูดคุยกับข้าก่อน...”เส้าเฟยหยุดชะงักก่อนจะหันกลับไปดังเดิม
“เอ่ยเรียกกะหม่อมหรือพะยะค่ะ”