บทที่99
ความสามารถที่เพิ่มขึ้น
เซี่ยอันอวี่ไม่คิดมาก่อนเลยว่าในเช้าวันนี้...นางจะได้รับข่าวดีถึงสองเรื่องซ้อนกัน
เริ่มจากมู่ซาน จิตวิญญาณแห่งพฤกษาผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลแปลงเพาะปลูกเมื่อเช้านี้เจ้าตัวได้แสดงพลังวิญญาณสีเขียวออกมาอีกครั้งอย่างมั่นคงและหลังจากงานเสร็จสิ้น มันก็บินกลับมาแจ้งกับนางด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขว่าตนได้พัฒนาระดับขึ้นอีกครั้ง
ไม่เพียงแค่มู่ซานเท่านั้น…
เมื่อกลับมาถึงเรือนและเรียกออกมาจากกำไลหยกหลัวสุ่ย อีกหนึ่งจิตวิญญาณผู้เป็นดั่งเงารัตติกาล ก็เอ่ยเสียงใสพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวานว่า ตนเองก็พัฒนาระดับได้เช่นกัน
เซี่ยอันอวี่รู้สึกเหมือนหัวใจของนางเบาสบายขึ้นถนัดตาแววตาเต็มไปด้วยประกายความยินดีและความภาคภูมิใจ
ในฐานะผู้ครอบครองกำไลหยกนางรู้ดีว่าจิตวิญญาณบรรพกาลเหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดาหากเป็นวิญญาณโบราณที่แต่เดิมเคยทรงพลังและมีสติปัญญาสูงส่ง
เพียงแต่ว่า หลังจากการหลับใหลยาวนานพลังของพวกเขาก็ถดถอยลงไป
พวกเขาเคยบอกนางไว้เช่นนั้น
และการจะฟื้นฟูพลังให้กลับคืนไม่ใช่เรื่องซับซ้อนนัก หากแต่ต้องใช้ "เวลา"และ "การใช้งานจริง"
ทุกครั้งที่พวกเขาใช้พลังไม่ว่าจะเพื่อการเพาะปลูก หรือป้องกันตัว มันคือการกระตุ้นพลังภายในให้กลับคืนมาเป็นการฝึกฝนซ้ำ ๆ คล้ายกับการฝึกกล้ามเนื้อของร่างกายมนุษย์
หากจะเปรียบให้เข้าใจง่ายที่สุด…เซี่ยอันอวี่ก็เปรียบมันกับนักกีฬาในยุคของตนเอง
นักกีฬาผู้เลิกล้มการฝึกซ้อมไปนานย่อมสูญเสียความเฉียบคมของร่างกายและทักษะไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่หากกลับมาฝึกอย่างสม่ำเสมอ…วันหนึ่งก็จะสามารถหวนคืนสู่จุดสูงสุดของตนเองได้อีกครั้ง
สถานการณ์ของมู่ซานและหลัวสุ่ยก็ไม่ต่างกัน
พวกเขา...เพิ่งตื่นขึ้นจากห้วงนิทรายาวนานหลายร้อยปีพลังอำนาจเดิมที่เคยมีก็คล้ายกับฝุ่นที่เกาะอยู่เต็มใบดาบ
แต่ในตอนนี้เมื่อพวกเขาเริ่มกลับมาใช้พลังอย่างต่อเนื่องความสามารถก็เริ่มฟื้นกลับมาอย่างมั่นคง
“มู่ซานความสามารถของเจ้าในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?” เซี่ยอันอวี่เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นดวงตาของนางฉายแววคาดหวังขณะมองไปยังจิตวิญญาณขนาดเล็กที่ลอยตัวอยู่เบื้องหน้า
พูดกันตามตรงความสามารถของมู่ซานนั้นมีประโยชน์อย่างมากในดินแดนแร้นแค้นเช่นนี้
โดยเฉพาะความสามารถในการเร่งการเจริญเติบโตของพืชภายในเขตสวนพิเศษที่พวกเขากำหนดไว้มันกลายเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตเสบียงในยามที่ทั้งเมืองกำลังเผชิญกับความอดอยาก
ขีดจำกัดก่อนหน้านี้ของมู่ซานอยู่ที่500เมล็ด ต่อวัน แต่ใช้งานจริงได้เพียง 400เมล็ด เนื่องจากพลังส่วนหนึ่งต้องใช้ในการหล่อเลี้ยง"ดอกม่านราตรี" พืชล้ำค่าที่ต้องการการบำรุงพิเศษ
หากความสามารถของมู่ซานเพิ่มขึ้นนั่นย่อมหมายความว่า จำนวนเสบียงที่ผลิตได้ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
เมื่อได้ยินคำถามมู่ซานก็ลอยตัวสูงขึ้นเล็กน้อย กอดอกแสดงท่าทางภูมิใจสุดขีดราวกับนักรบผู้เพิ่งได้รับเหรียญกล้าหาญ
เซี่ยอันอวี่มองภาพตรงหน้าแล้วก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อยท่าทีทะเล้นอย่างภาคภูมิของเจ้าจิ๋วตรงหน้า ทำให้นางอดคิดไม่ได้ว่า “ข้าไม่น่าถามเจ้าด้วยซ้ำ...”
มู่ซานยิ้มกว้างก่อนจะยกนิ้วชี้เล็กๆ ขึ้นมาเพียงหนึ่งนิ้ว พร้อมเอ่ยเสียงดังฟังชัดอย่างอหังการ
“ตอนนี้ข้าสามารถหล่อเลี้ยงเมล็ดพืชได้ถึง1,000 เมล็ดต่อวันแล้วขอรับ!”
ประโยคนั้นเปล่งออกมาด้วยความภาคภูมิใจเต็มเปี่ยม
เซี่ยอันอวี่ที่เพิ่งแสดงท่าทีสงวนอารมณ์เมื่อครู่ดวงตาของนางก็พลันเบิกกว้างทันที ความตกตะลึงแผ่กระจายไปทั่วทั้งใบหน้า
หนึ่งพันเมล็ดต่อวัน...?
มันเพิ่มขึ้นถึง สองเท่า ของขีดจำกัดเดิมอย่างนั้นหรือ?
แม้จะเป็นตัวเลขเรียบง่ายแต่นั่นหมายความว่า…ในหนึ่งวัน พวกเขาสามารถเพาะปลูกพืชให้เจริญเติบโตถึง หนึ่งพันต้น
จำนวนเช่นนี้ไม่ใช่จำนวนน้อยแม้แต่น้อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจำนวนประชากรภายในเมือง รวมถึงทาสที่เพิ่งได้รับมาเพิ่ม มีอยู่ราว ห้าร้อยชีวิต
หากใช้จำนวนเมล็ดพันธุ์อย่างพอเหมาะและมีการบริหารจัดการเสบียงอย่างเป็นระบบ แม้ผู้คนจะต้องอดออมลงบ้างแต่ก็สามารถจัดสรรให้ทุกคนได้ทั่วถึง
เซี่ยอันอวี่พอคิดถึงจุดนี้ใจของนางก็เต้นแรงด้วยความหวังที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างจริงจัง
เซี่ยอันอวี่พยักหน้ารับอย่างพึงพอใจก่อนจะหันสายตาไปยังหลัวสุ่ยที่ลอยนิ่งอยู่ใกล้ ๆ
หลัวสุ่ยแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยนราวกับรับรู้ถึงความคาดหวังในดวงตาของนายหญิงของตนโดยไม่ต้องให้เอ่ยถาม
“หากพูดถึงความสามารถของข้าในตอนนี้…”น้ำเสียงของหลัวสุ่ยไพเราะนุ่มนวล แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ “ข้าสามารถกลั่นน้ำวิญญาณได้ถึงสามถ้วยชาแล้วเจ้าค่ะ”
คำพูดนั้นทำเอาเซี่ยอันอวี่ชะงักดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นในทันที ความตกตะลึงแผ่ซ่านผ่านสีหน้าอย่างชัดเจน
สามถ้วย...?
ในขณะที่มู่ซานสามารถเพิ่มขีดจำกัดการหล่อเลี้ยงเมล็ดพืชขึ้นเป็นหนึ่งเท่าตัวหลัวสุ่ยกลับทำได้มากกว่านั้นถึง สามเท่า
จากเดิมที่หลัวสุ่ยสามารถกลั่นน้ำวิญญาณได้เพียงถ้วยชาเล็กๆ เพียงหนึ่งถ้วยพลังที่แม้มีน้อยแต่ก็มีประโยชน์อย่างยิ่งในการบำรุงสมุนไพรและรักษาอาการบาดเจ็บภายในเมือง
ตอนนี้...กลับสามารถผลิตได้ถึงสามถ้วยในวันเดียว
เทียบกับความสามารถก่อนหน้าแล้วนี่นับว่าเป็นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด
เซี่ยอันอวี่ที่ยืนอยู่กลางห้องถึงกับหลุดยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่อยู่มุมปากของนางยกขึ้นสูงอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตาสะท้อนความยินดีจนยากจะกลั้นไว้
“บิดามันเถอะ...”นางหลุดสบถอย่างขบขันเบา ๆ พลางหัวเราะในลำคอ “เมื่อวานยังเล่นเอาข้าแทบหมดเรี่ยวแรงใครจะคิดว่าวันนี้จะโชคดีถึงเพียงนี้”
ใช่เมื่อวานคือวันที่นางต้องเห็นความตายอยู่ตรงหน้าจิตใจถูกโยนลงสู่ห้วงความหวาดกลัวและสับสน
แต่ในวันนี้…ยามเช้ายังไม่ทันล่วงเลยไปครึ่งช่วงวันนางกลับได้รับข่าวดีถึงสองเรื่อง
เป็นดั่งคำโบราณที่เคยได้ยิน
‘พบเคราะห์ร้ายก่อนถึงเจอเรื่องดี’