ข้างฝ่ายติงเฉิงคุนนั้นไม่ได้คิดว่าเื่ออกมากับหลางเชียนอิงต้องเป็เื่ควรปิดบังและเขาก็ไม่คิดว่าจำเป็ต้องบอก มันก็แค่ความบังเอิญและความจำใจที่ต้องพาหญิงสาวไปไหนมาไหนเพราะคำขอร้องของนางหวางกุ้ยเวลาพบหน้าหวงเฟิ่งเหยาจึงไม่เคยพูดเื่เหล่านี้เขาอยากใช้เวลากับนางหงส์น้อยของเขามากกว่าการพูดถึงคนอื่น
เพราะวัดอู๋เหรินอยู่นอกเมืองถนนที่ใช้สัญจรค่อนข้างขรุขระและฟุ้งไปด้วยฝุ่นดินสีเหลืองรถม้าที่โยกไปมาทำให้เรือนร่างบอบบางของหลางเชียนอิงเสียหลักเอนมาทางติงเฉิงคุนหลายหน
“เชียนเอ๋อร์นี่อย่างไรหนอทำคุณชายติงรำคาญแล้ว” นางกล่าวขอโทษ
“เหตุสุดวิสัยข้าไม่ถือหรอก”
“ขอบคุณคุณชายนะเ้าคะที่อุตส่าห์เสียเวลามาเป็เพื่อนเชียนเอ๋อร์”
“มิเป็ไรหรอกขอบคุณเ้ากับฟูเหรินรองเช่นกันที่ทำให้ข้านึกขึ้นได้ว่าน่าจะนำถุงเครื่องรางกลับไปฝากเฟิ่งเอ๋อร์ด้วยสักอัน”
ครั้นได้ยินเขากล่าวถึงหวงเฟิ่งเหยาหลางเชียนอิงก็แทบกรี๊ด่เวลาที่คิดว่าจะหวานชื่นได้ตลอดเส้นทางกลับขมปร่าราวกับกำลังอมดีวัว
เอาเลย...พูดถึงนังเด็กนั่นเสียให้พอเพราะนับจากวันนี้ไปท่านจะไม่มีสิทธิ์เอ่ยถึงนังเด็กเฟิ่งเหยานั่นอีก!
หลางเชียนอิงเปิดตะกร้าหยิบขนมเซาปิ่งไส้ถั่วแดงกวนออกมาแล้วยื่นให้ชายหนุ่ม
“เชียนเอ๋อร์ทำเมื่อเช้านำมาเป็ของว่างระหว่างเดินทาง คุณชายกินเสียหน่อยนะเ้าคะ กว่าจะถึงวัดกว่าจะกลับถึงเรือนก็คงค่ำมืด”
“ข้า...” ยังไม่ทันได้ตอบรับหรือปฏิเสธ นางก็บีบเขาด้วยคำพูดเสียก่อน
“ให้เชียนเอ๋อร์ตอบแทนน้ำใจท่านสักเล็กน้อยเถอะนะเ้าคะ”
เพราะไม่อยากถูกนางเซ้าซี้อีกติงเฉิงคุนจึงรับขนมเซาปิ่งชั้นนั้นมากัดกิน กินจนหมดชิ้น หญิงสาวก็รินชาใส่ถ้วยยื่นให้เขา
“ดื่มชาแก้ฝืดคอสักหน่อยนะเ้าคะ”
อากาศร้อนได้ดื่มชาดีทำให้ชุ่มคอแต่ผ่านไปได้ครู่ใหญ่ชายหนุ่มก็เกิดความรู้สึกร้อนวูบวาบดื่มชาถ้วยที่สองถ้วยที่สามก็ไม่หายจากอาการประหลาดที่เกิดอย่างกะทันหัน
“คุณชายดูท่าไม่สบายเอาเสียเลย”หลางเชียนอิงที่นั่งอยู่ข้างกันในรถม้าเฝ้าสังเกตอาการเขามาหลายอึดใจแล้วนางดึงผ้าเช็ดหน้าจากอกเสื้อยื่นไปซับหยดเหงื่อที่ผุดเต็มหน้าผากชายหนุ่ม
กลิ่นหอมอ่อนๆของผืนผ้าที่ซุกเก็บแถวเนินอกอิ่มบวกกับผิวเนื้อจากเรียวมือของหญิงสาวที่ััถูกเนื้อต้องตัวกะทันหันทำให้ติงเฉิงคุนถึงกับสะดุ้ง ความร้อนรุมที่สะสมในกายคล้ายจะเพิ่มมากขึ้น
“ข้า...” แต่แล้วจู่ๆ รถม้าก็ตกหลุมหลางเชียนอิงร้องว้ายถลากายเข้าไปในอ้อมกอดของติงเฉิงคุน
นอกรถม้าทั้งสองได้ยินเสียงซานไฉตำหนิคนบังคับม้าไปหลายคำ
ร่างนุ่มนิ่มเบียดชิดคละเคล้ากลิ่นกายสาวทำให้ติงเฉิงคุนเกิดความรู้สึกโหยหาบางสิ่งบางอย่างอันคุ้นชินตามวิสัยบุรุษหลางเชียนอิงเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานละมุนพร้อมสายตาหวานหยาดเยิ้ม
“ขออภัยที่เชียนเอ๋อร์นั่งไม่ดีพลอยให้คุณชายลำบากด้วย” นางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ริมฝีปากอิ่มเต็มสีกลีบบัวขยับเอ่ยเสียงกระซิบ เรียวมือเล็กลูบไล้เบาๆบนแผงอกกว้างใต้ร่มผ้าด้วยอารมณ์ปรารถนาที่เฝ้ารอมานาน “คุณชาย...”
น้ำเสียงเย้ายั่วทำให้ความ้าถูกกระตุ้นส่งผลให้ความยับยั้งชั่งใจที่เคยมีขาดสะบั้นชายหนุ่มไม่รู้ว่าสิ่งใดกำลังครอบงำเขาอยู่ รู้เพียงว่าเขา้าหญิงสาววงแขนกำยำตวัดร่างแน่งน้อยที่แนบชิดมากอดรัดแล้วบดเบียดริมฝีปากนุ่มนวลด้วยจูบเร่าร้อนหลังจากฟอนเฟ้นความหอมกรุ่นด้วยอารมณ์รีบเร่งครู่ต่อมาเสื้อผ้าของหญิงสาวก็หลุดลุ่ย
“อย่าเ้าค่ะคุณชาย”หลางเชียนอิงแสร้งเอ่ยห้ามเสียงเบาหวิว
“เ้าสวยเหลือเกิน”อารมณ์ที่ถูกปลุกด้วยยาที่ผสมในน้ำชายากจะหยุดยั้ง
“เชียนเอ๋อร์อายนะเ้าคะ”นอกหน้าต่างมีบ่าวในบ้านถึงสามคนนางยังไม่หน้าหนาถึงขนาดยอมทอดกายให้เขาเชยชมแล้วปล่อยให้คนนอกร่วมรับรู้ด้วย
ชายหนุ่มสั่งให้หยุดรถม้าเขาไล่คนบังคับม้ากับบ่าวทั้งสองให้ออกไปจากที่ตรงนั้นเพราะมีเื่จะคุยกับหลางเชียนอิงตามลำพังเมื่อรอบข้างรถม้าไร้คนร่างกายหนาหนักก็โถมกายเข้าหาความอ่อนละมุนที่จุดความปรารถนาในกายเขาก่อนจะส่งมอบความเร่าร้อนให้นางช่วยบรรเทาความอึดอัดคับแน่นทั้งมวล
ร่างนวลเนียนเปลือยเปล่าที่อยู่เบื้องใต้ยิ้มสมใจกับแผนการที่ลุล่วงด้วยดีความสัมพันธ์ที่กำลังเกิดขึ้นจะเป็เชือกผูกมัดชายหนุ่มไว้กับนางต่อให้มีหวงเฟิ่งเหยาอีกสิบคนก็ไม่สามารถดึงความรับผิดชอบที่ชายหนุ่มมีต่อนางให้ขาดสะบั้นได้
ความเร่าร้อนดั่งเปลวไฟถั่งโถมได้ครู่ใหญ่จึงมอดไหม้รถม้าจากสกุลหวงไปไม่ถึงวัดอู๋เหรินเมื่อติงเฉิงคุนได้สติคืนมาครบถ้วนจึงสั่งคนบังคับม้าให้พากลับชายหนุ่มไม่รู้ว่าเื่ราวระหว่างเขากับหลางเชียนอิงเหตุใดถึงได้เลยเถิดมาไกลถึงเพียงนี้แต่ที่รู้ด้วยสำนึกก็คือเขาได้ทำผิดต่อหวงเฟิ่งเหยาอย่างร้ายแรงไปแล้ว
“ข้าเป็คนรับผิดชอบในการกระทำของตนเอง”ชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวที่อิงซบไหล่เขาร้องไห้กระซิกๆ มาตลอดทาง
“อย่าทำอะไรเพื่อคนต่ำต้อยอย่างเชียนเอ๋อร์เลยเชียนเอ๋อร์ไม่อยากทำให้คุณชายลำบากใจ สัญญาจะเก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับเพราะถ้าหากคุณหนูเฟิ่งเหยารู้เื่ นางคงจะไม่ปล่อยเชียนเอ๋อร์ไว้แน่” พูดไปนางก็ร้องไห้ไปทำให้คนฟังรู้สึกเวทนาและรู้สึกว่าตนทำผิดอย่างร้ายกาจที่จะปล่อยนางให้เผชิญชะตากรรมตามลำพัง
“เฟิ่งเอ๋อร์จะทำอะไรเ้า”นางอายุเพียงสิบห้าอีกทั้งเท่าที่รู้ตอนนี้ท่านอาก็ไม่เอ็นดูหลานสาวนัก
“คุณชายไม่รู้ความจริงว่านางร้ายกาจเพียงไรอย่างไรเชียนเอ๋อร์ก็เป็แค่น้องสาวอนุภรรยานายของบ้านสกุลหวง ลับหลังท่านคุณหนูเฟิ่งเหยาด่ากระทบกระเทียบเชียนเอ๋อร์ไม่เว้นวันว่าเป็กาฝากของสกุลหวงนางยังเคยแอบเข้าไปในห้องเชียนเอ๋อร์เพื่อเทน้ำล้างเท้าใส่ที่นอนบางวันก็เอารังมดแดงไปซ่อนในผ้าห่มหนักกว่านั้นนางเคยใช้กรรไกรตัดเสื้อผ้าของเชี่ยนเอ๋อร์จนขาดหมดหากพี่เขยไม่ให้ความเป็ธรรมด้วยการลงโทษนางเชียนเอ๋อร์ก็คงไปจากบ้านสกุลหวงนานแล้ว ที่ทนอยู่เพราะ้าอยู่เป็เพื่อนพี่สาวเลี้ยงอาจี้เท่านั้นเอง”
ด้วยนิสัยอารมณ์ร้อนเป็เด็กเอาแต่ใจมาั้แ่เล็กของหวงเฟิ่งเหยาแต่ก็ไม่ได้ทำให้ติงเฉิงคุนมีใจเอนเอียงเขาจะไม่ตัดสินใจว่าเด็กสาวกระทำเื่ร้ายกาจพวกนั้นจริงจนกว่าจะได้ฟังจากปากของนาง
“ขอเวลาข้าจัดการเื่นี้สักหน่อยเถอะ”
“เชียนเอ๋อร์รักคุณชายนะเ้าคะ”หลางเชียนอิงกอดเขาแน่นขึ้นนางยื่นหน้าจูบเขาที่ข้างแก้มอย่างเอาอกเอาใจทำให้จิตใจชายหนุ่มหวั่นไหวไม่น้อย
ติงเฉิงคุนลงจากรถม้าที่หน้าบ้านสกุลหวงเขาจากไปพร้อมจิตใจสับสน พยายามหาทางออกกับความสัมพันธ์สามเส้าที่เพิ่งเกิดขึ้น
หวงเฟิ่งเหยาออกมาไม่ทันพบหน้าติงเฉิงคุนแต่นางพบหลางเชียนอิงที่ส่งรอยยิ้มเหยียดให้หนำซ้ำอีกฝ่ายยังเดินกระทบไหล่ ทำให้นางโมโหที่ถูกหาเื่ในวันที่จิตใจกำลังไม่แข็งแรงั้แ่สองคนออกจากบ้านไป นางก็เฝ้ารอคอยด้วยใจไม่เป็สุข หวงเฟิ่งเหยาจึงกระชากแขนหลางเชียนอิงหญิงสาวก็ได้โอกาสเปิดสาบเสื้อเผยให้เห็นไหล่ซึ่งมีร่องรอยของติงเฉิงคุนฝากไว้
“คุณหนูเ้าคะทำไมมีรอยแดงมากมายอย่างนี้เล่า” สาวใช้ผู้รู้เล่ห์มารยาของนายสาวดีพยายามสื่อให้อีกคนรู้เห็น
หลางเชียนอิงดึงแขนเสื้อขึ้นขณะพูดสายตาก็จิกกัดศัตรูที่ตกเป็รองอย่างหมดรูป
“ข้าตอบไม่ได้เื่นี้คงต้องถามคุณชายติงเองว่า เพราะเหตุใดร่องรอยเหล่านี้จึงเกิดขึ้นบนตัวข้า”
สองนายบ่าวทิ้งปริศนาไว้ให้หวงเฟิ่งเหยาขบคิดมันสมองของเด็กน้อยยังไม่ทันเล่ห์กลอันเกิดด้วยราคะเท่าไรความสงสัยเคลือบแคลงที่มีจะหายไปได้ คงต้องถามเอาความจริงกับติงเฉิงคุนเท่านั้น
หวงเฟิ่งเหยารออยู่สามวันชายหนุ่มก็ไม่มาให้พบหน้า กระทั่งวันที่สี่ความอดทนนางใกล้หมดรอมร่อเขาก็มาพบนางพร้อมของกินของฝากที่ขนมาเอาใจนางเช่นเคยทว่าความกังวลฉาบใบหน้าที่พยายามจะแสดงถึงความสดชื่นกระตือรือร้นที่จะเอาใจนางนั้นอย่างไรนางก็รู้สึกว่ามันมีสิ่งผิดปรกติ
“ท่านมีเื่รบกวนใจอะไรสามารถบอกข้าได้หรือไม่”
ติงเฉิงคุนพยายามสู้หน้าเด็กสาวด้วยความรู้สึกผิดที่ไหลบ่าเขาเคยบอกว่ารักนาง เคยบอกว่าจะรอจนกว่านางจะพร้อมแต่งงานกับเขาแต่เขากลับทรยศไปยุ่งเกี่ยวกับหลางเชียนอิง ครั้นจะไม่รับผิดชอบหญิงสาวก็มิใช่วิสัยสุภาพบุรุษที่พึงมีจะเอ่ยปากขอร้องให้หวงเฟิ่งเหยายอมรับให้เขามีหลางเชียนอิงด้วยอีกคนก็น้ำท่วมปากเกินจะกล่าว
“ถ้าข้าแต่งกับท่านก็เป็คนของท่านเป็ภรรยาที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน แม้ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา แต่ถ้าท่านมีเื่ทุกข์ใจข้าก็พร้อมยินดีช่วย ท่านดีต่อข้าเสมอมา ข้าอยากตอบแทนน้ำใจท่านสักน้อยนิดก็ยังดี”ถ้อยคำอ่อนหวานเอาน้ำเย็นเข้าลูบหวังให้เขาบอกสิ่งที่กลัดกลุ้มใจออกมานางอยากรู้ว่าเื่ที่เขาเป็กังวลจะใช่เื่ของหลางเชียนอิงหรือไม่
“ข้า...ข้า” ชายหนุ่มผู้เคยเปิดเผยในทุกคำพูดเกิดอาการอึกอักอ้ำอึ้ง
ขณะไม่อยากเห็นผีผีก็มา หวงเฟิ่งเหยาทำหน้าเนือยเมื่อเห็นหลางเชียนอิงเดินเข้ามาในสวนเล็กหน้าเรือน
“บ่าวเพิ่งไปบอกเชียนเอ๋อร์ว่าคุณชายติงมาวันนั้นคุณชายลืมของไว้บนรถม้า เชียนเอ๋อร์จึงนำมาคืนเ้าค่ะ”
ติงเฉิงคุนจำไม่ได้ว่าตนลืมสิ่งใดไว้ขณะที่หลางเชียนอิงยื่นสิ่งหนึ่งคืนมาให้ หวงเฟิ่งเหยาก็แย่งจากมือหญิงสาวมาท่าทางของนางระหว่างกำของสำคัญสิ่งนั้นจนแน่นทำให้ชายหนุ่มหายใจไม่ทั่วท้อง
“ข้าอธิบายได้”
“คุณชายเ้าคะ” หลางเชียนอิงแทรกเข้ามา รอยร้าวที่มันเกิดแล้ว นางจะทำให้มันแตกหักเร็ววัน
“เ้าถอยออกไปก่อนเถอะนะข้าขอเวลาคุยกับเฟิ่งเอ๋อร์สักครู่”
หญิงสาวหน้าเสียแต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของติงเฉิงคุนก็ใจหายหวั่นใจว่าตนเองอาจจะลงทุนแบบเสียเปล่า นางไม่ยอมหรอกนะหากชายหนุ่มคิดจะให้นางเป็แค่อนุ ถ้าหวงเฟิ่งเหยาได้แต่งงาน นางก็จะต้องแต่งขึ้นเกี้ยวเ้าสาวไปพร้อมกับนังเด็กคนนี้ด้วย
ผู้ที่เคยคิดว่าตนเองกุมชัยชนะได้แล้วยอมถอยแต่มีคำสั่งให้สาวใช้วนเวียนแอบฟังทั้งสองคนคุยกันแล้วค่อยกลับไปรายงานนาง