ย้อนไปสมัยไทเฮายังเป็ฮองเฮาอยู่นั้นพระนางมีรูปโฉมที่งดงาม มีจิตใจที่ดี แต่ด้วยความเมินเฉยของฮ่องเต้ที่ให้ความสนใจและความสำคัญต่อหวังกุ้ยเฟยมากกว่านางทำให้นางมีความอิจฉาริษยาอยู่ในใจและมีความคิดชั่วร้ายเสมอมา
‘ว่าไง คืนนี้ฮ่องเต้เสด็จที่ตำหนักไหน’ฮ่องเฮาที่กำลังแต่งตัวอยู่ถามนางกำนัลคนสนิททันที
‘ทูลฮองเฮาเพคะฮ่องเต้เสด็จตำหนักของหวังกุ้ยเฟยั้แ่ก่อนค่ำแล้วเพคะ คงจะอยู่ที่นั้นถึงเช้า’นางกำนัลคนสนิทบอก
‘ไปที่นั้นอีกแล้วเหรอหวังกุ้ยเฟยเ้ามีอะไรดีนักหนา ฝ่าาถึงได้ไปหาแค่เ้า’ฮองเฮาพูดออกมาอยากเจ็บใจ
ครั้งหนึ่งฮองเฮาเดินประพาสอุทยานหลวงไปเจอรัชทายาทกำลังใช้กิ่งไม้ต่อสู้กับองค์ชายซูิผู้เป็เสด็จพี่แต่ด้วยความแข็งแรงขององค์ชายซูิทำให้รัชทายาทสู้ไม่ได้และล้มลง
‘บังอาจองค์ชายซูิ นี่เ้าคิดจะทำร้ายองค์รัชทายาทหรืออย่างไรหรือเ้าคิดอยากจะขึ้นเป็รัชทายาทเอง”เสียงของฮองเฮาที่ดังทำให้องค์ชายซูิใยืนก้มหน้านิ่งหวังกุ้ยเฟยที่เดินเล่นแถวนั้นได้ยินเสียงขึ้นก็เดินมาดู
‘ถวายพระพรฮองเฮาเพคะมีเื่อะไรกันเหรอเพคะ’หวังกุ้ยเฟยเดินเข้ามาถวายพระพรและเดินไปหาองค์ชายซูิบุตรชายของตนเองที่ยืนกลัวตัวสั่นอยู่
‘เกิดอะไรขึ้นซูิ’หวังกุ้ยเฟยถามลูกชายตัวเอง
‘ลูกแค่เล่นต่อสู้กับองค์รัชทายาทแต่ก็พลาดทำน้องชายล้มลง’องค์ชายซูิบอก
‘ข้าไม่ได้เป็อะไรมากพะยะค่ะเสด็จแม่พระสนมหวังกุ้ยเฟย อย่าว่าพี่ชายเลยเสด็จแม่’รัชทายาทบอกเพื่อปกป้องเสด็จพี่
‘เ้าไม่ต้องพูดมากรัชทายาทกลับไปอ่านตำราที่ตำหนักเดี๋ยวนี้’ฮองเฮาตวาดรัชทายาทก่อนให้นางกำนัลพากลับตำหนักไป
‘ฮองเฮาเพคะเด็กผู้ชายเขาเล่นกันตามประสาเด็ก หม่อมฉันขอประทานอภัยแทนองค์ชายซูิด้วยเพคะที่ทำให้พระองค์ทรงตกพระทัย จนคิดว่าองค์ชายซูิทำร้ายรัชทายาท’หวังกุ้ยเฟยหวังเจรจากับฮองเฮาอย่างสันติ แต่เหมือนว่าจะไม่ได้ผลเพระฮองเฮาดูจะหาเื่เต็มที
‘ข้าไม่เชื่อว่าองค์ชายซูิไม่ได้ตั้งใจพวกเ้าตั้งใจจะทำร้ายรัชทายาท และยกองค์ชายซูิขึ้นเป็รัชทายาทแทนลูกข้าใช่ไหม’ฮองเฮายังคงยัดเยียดความผิดให้องค์ชายซูิ
‘ข้าไม่เคยคิดอยากจะเป็รัชทายาทเลยนะเสด็จแม่ข้าไม่ได้เป็อย่างที่ฮองเฮาพูด’องค์ชายซูิจับมือหวังกุ้ยเฟยเขย่าไปมาพร้อมอธิบาย
‘แม่รู้แม่เชื่อลูก’หวังกุ้ยเฟยปลอบใจลูกชายตัวเอง
‘เกิดเื่อะไรขึ้นเสียงดังไปทั่วอุทยานหลวง’ฮ่องเต้ที่ยืนดูและฟังเหตุการณ์อยู่นานแล้วก็ออกมาถาม
‘ฝ่าาถวายพระพรเพคะฝ่าา/ถวายพระพรเพคะฝ่าา’ฮองเฮาและหวังกุ้ยเฟยทำความเคารพฮ่องเต้
‘ถวายบังคมเสด็จพ่อพะยะค่ะ’องค์ชายซูิวิ่งไปหาเสด็จพ่อของตัวเอง
‘ว่าไงมีเื่อะไรกัน พวกเ้าบอกข้าได้หรือยัง’ฮ่องเต้ถามขึ้นเสียงดัง
‘ฝ่าามาก็ดีแล้วเพคะองค์ชายซูิกระทำการอุกอาจหมายป้องร้ายรัชทายาทเพคะ’ฮองเฮาเริ่มกราบทูลเื่ราวแก่ฮ่องเต้ก่อน
‘กระทำการอุกอาจหมายป้องร้ายรัชทายาทองค์ชายซูิกระทำอะไรงั้นเหรอฮองเฮา”ฮ่องเต้ถาม
‘เอาไม้ฟาดรัชทายาทเพคะ’ฮองเฮาตอบ
‘ลูกเปล่าทำเช่นนั้นเสด็จพ่อลูกแค่เล่นต่อสู้ฟันดาบกับน้องชายเอ่อ...รัชทายาทพะยะค่ะ ลูกไม่ได้คิดร้ายกับรัชทายาทจริงๆ’องค์ชายซูิพูดไปร้องไห้ไปเพราะกลัวเสด็จพ่อจะไม่เชื่อตัวเอง
‘ฮองเฮาเ้าคิดมากไปหรือเปล่า เขาทั้งสองคนเป็พี่น้องกัน เป็ลูกชายของข้าทั้งคู่อีกอย่างทั้งสองคนยังเด็กมาเกินกว่าจะมาแย่งชิงอำนาจกัน’
‘มันก็ไม่แน่หรอกเพคะฝ่าา’
‘พอเถอะฮองเฮาข้าขอให้จบเื่นี้ กลับกันไปได้แล้ว’ฮ่องเต้พูดจบก็เดินจากไปพร้อมกับองค์ชายซูิและหวังกุ้ยเฟยทำให้ฮองเฮายืนมองกำมือทั้งสองข้างด้วยความโกรธและแค้นใจ
‘สักวันหม่อมฉันจะทำให้ฝ่าาไม่แม้แต่จะช่วยปกป้องมันสองแม่ลูกได้อีก’ฮองเฮากัดฟันพูดออกมา
หลังจากเหตุการณ์วันนั้นไม่นานรัชทายาทถูกฮองเฮาสั่งห้ามไม่ให้ออกไปข้างนอก ทำให้พระองค์ไม่ยอมเสวยอาหาร เื่ทราบถึงหูหวังกุ้ยเฟยนางจึงเตรียมสำรับอาหารมาให้กับองค์รัชทายาท
‘รัชทายาทอาหารอร่อยไม่เพคะ หม่อมฉันเข้าครัวทำอาหารถวายรัชทายาทเองเลยนะเพคะ’
‘อืมอร่อยมากเลยหวังกุ้ยเฟย แล้วเสด็จพี่ละ ไม่มากับท่านด้วยเหรอ’
‘องค์ชายซูิเองก็อ่านตำราอยู่ที่ตำหนักตัวเองเพคะเขาคิดว่าเมื่อรัชทายาทเรียนตำราจบจะได้เอาไปพูดคุยแบ่งปันความรู้กันเพคะ’
‘จริงเหรองั้นข้าต้องขยันอ่านหนังสือมากขึ้นนะสิ หวังกุ้ยเฟยพรุ่งนี้ทำอาหารให้ข้าอีกนะ’รัชทายาทบอกก่อนจะยิ้มให้หวังกุ้ยเฟยอย่างมีความสุขเมื่อเื่รู้ถึงฮองเฮาทำให้พระนางกรธที่หวังกุ้ยเฟยมาวุ่นวายและคิดว่าหวังกุ้ยเฟยจะมาแย่งความรักจากรัชทายาทไปจากนางอีกคนนางจึงปรึกษาเสนาฟ่านเสด็จพี่ของนางวางแผนกำจัดหวังกุ้ยเฟย
เช้าวันต่อมาขณะที่รัชทายาทกำลังเสวยอาหารฝีมือของหวังกุ้ยเฟยอยู่ๆ ก็มาอาการอาเจียนออกมาพร้อมหน้ามืดและหมดสติไป หมอหลวงเข้ามาตรวจอาการพบว่ารัชทายาทถูกวางยาในอาหารหวังกุ้ยเฟยถูกจับกุมทันทีในฐานะผู้ต้องสงสัย หลังจากทราบเื่ฮ่องเต้รีบไปหาหวังกุ้ยเฟยทันทีเนื่องจากหลักฐานทุกอย่างชี้ไปยังหวังกุ้ยเฟยว่าเป็ผู้ลงมือวางยารัชทายาทในเครื่องเสวย
‘ฝ่าาเพคะหม่อมฉันไม่ได้...’หวังกุ้ยเฟยกอดฮ่องเต้แน่นเพราะรู้ชะตากรรมของตนเองแล้ว
‘ข้ารู้ดีว่าเ้าไม่ใช่คนทำ แต่.. ไม่เป็ไร ข้าจะออกหน้าปกป้องเ้าเอง’
‘อย่าเลยเพคะฝ่าาหม่อมฉันคงจะหนีเคราะห์กรรมครั้งนี้ไม่รอดแล้วหากฝ่าายื่นมือเข้ามาปกป้องหม่อมฉันอาจจะสั่นคลอนบัลลังก์ของพระองค์ได้ก่อนตายหม่อมฉันอยากจะทูลขออย่างหนึ่งจากพระองค์เพคะ’
‘หวังกุ้ยเฟยทำไมเ้าพูดเยี่ยงนั้น’
‘หม่อมฉันอยากจะขอให้ฝ่าาทรงส่งตัวองค์ชายซูิไปอยู่ชายแดนกับแม่ทัพหลี่เพคะ’
‘ทำไมละหวังกุ้ยเฟย เ้าคิดว่าข้าจะปกป้องเ้ากับลูกไม่ได้อย่างนั้นเหรอ’
‘ไม่ใช่อย่างนั้นเพคะแต่หม่อมฉันไม่อยากให้พวกเขา เอาหม่อมฉันกับลูกเป็เครื่องมือต่อรองฝ่าาหม่อมฉันเขียนจดหมายไว้หนึ่งฉบับ ฝากพระองค์เอาไปให้เขาด้วยเพคะหม่อมฉันไม่อยากให้เขาเห็นหม่อมฉันถูกปะาชีวิต’หวังกุ้ยเฟยส่งจดหมายถึงลูกชายสุดที่รักทั้งน้ำตาพร้อมทั้งคิดในใจแม่ไม่สามารถกอดเ้าเป็ครั้งสุดท้ายได้อีกแล้วแม่หวังว่าเ้าจะเติบโตขึ้นได้อย่างมีความสุขหากเป็ไปได้แม่อยากให้เ้าได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ชายแดนตลอดไป
หลังจากเยี่ยมหวังกุ้ยเฟยจากคุกหลวงฮ่องเต้กลับไปคิดไตร่ตรองเื่ทั้งหมดที่ตำหนักของตนเองตลอดทั้งคืนจนพระองค์ตัดสินใจได้ จึงเรียกประชุมขุนนางในเช้าวันต่อมาเพื่อประกาศราชโองการ
‘ราชโองการด้วยมีเหตุการณ์วางยารัชทายาทเมื่อหลายวันที่ผ่านมาและมีข่าวลือเื่องค์ชายซูิคิดจะสั่นคลอนแย่งตำแหน่งรัชทายาท ฮ่องเต้มีประกาศขับองค์ชายซูิให้ออกจากวังไปอยู่ชายแดนให้ออกเดินทางั้แ่วันนี้และห้ามกลับเข้ามาวังหลวงจนกว่ารัชทายาทจะได้ขึ้นครองราชย์ส่วนหวังกุ้ยเฟยที่ลอบวางยาพิษรัชทายาทให้รับโทษปะาโดยพระราชทานยาพิษในอีก 3วัน และนำศพไปฝั่งที่สุสานหลวงต่อไป’ขันทีราชเลขาได้อ่านราชโองการจบเหล่าขุนนางฝ่ายฮ่องเฮาได้ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจกับการตัดสินโทษของฮ่องเต้ข่าวการตัดสินได้รู้ถึงหูของฮองเฮา พระนางมีสีหน้ากังวลจนท่านเสนาฟ่านสงสัย
‘ฮองเฮาไม่พอใจการตัดสินของฮ่องเต้เหรอพะยะค่ะ’เสนาฟ่านถาม
‘ก็ไม่เชิงไม่พอใจหรอกท่านเสนาแต่การส่งองค์ชายซูิไปชายแดน ฝ่าากำลังคิดปกป้องเด็กคนนั้นอยู่หากมันแค้นแล้วกลับมาล้างแค้นเราในอนาคตละ’ฮองเฮาบอกอย่างเป็กังวล
‘หม่อมฉันคิดว่าฮองเฮาทรงคิดมากไปแล้วแต่ถ้าหากเพื่อความสบายใจของฮองเฮา เราก็ส่งคนไปกำจัดเสียสิไปอยู่ชายแดนแบบนั้นโดนโจรป่าดักปล้น ลอบฆ่า ข้ออ้างเยอะแยะที่จะกำจัดมันได้’เสนาฟ่านพูดเหมือนได้วางแผนการทุกอย่างไว้ล่วงหน้าแล้ว
‘จริงด้วยงั้นข้าฝากท่านเสนาจัดการเสี้ยนหนามหัวใจให้ข้าด้วย ส่วนเื่ชายารัชทายาทท่านเสนาวางใจได้ ข้าจะยกตำแหน่งนี้ให้บุตรสาวของท่านอย่างแน่นอน’ฮองเฮาบอกข้อเสนอของนางให้เสนาบดีฟ่านฉางเจามั่นใจว่าทั้งสองคนจะอยู่พวกเดียวกันตลอดไป
‘ขอบพระทัยฮองเฮาที่ทรงเมตตา’เสนาบดีฟ่านฉางเจาคำนับให้ฮองเฮา พร้อมยิ้มออกมาอย่างพอใจกับข้อเสนอของพระนาง
วันนั้นหลังจากที่ฮ่องเต้ให้ขันทีราชเลขาประกาศราชโองการเสร็จองค์ชายซูิก็ถูกพาตัวขึ้นรถม้าไปพร้อมกับขันทีคนสนิททันที
‘หลิวกงกงท่านจะพาข้าไปที่ไหน เสด็จพ่อเสด็จแม่ละ’องค์ซูิถามด้วยความสงสัยเพราะเขาไม่ได้เจอหน้าเสด็จพ่อเสด็จแม่มาหลายวันแล้ว ถามใครก็ไม่มีใครบอก
‘กราบทูลองค์ชายฮ่องเต้กับพระสนมคงจะตามมาพะยะค่ะ ตอนนี้มีรับสั่งให้พาท่านเดินทางล่วงหน้าไปก่อน’หลิวกงกง จำใจต้องโกหกองค์ชาย
‘ไปเที่ยวอย่างนั้นเหรอเสด็จพ่อเสด็จแม่จะพาข้าไปเที่ยวใช่หรือไม่’องค์ชายซูิพูดออกมาอย่างดีใจที่จะได้ไปเที่ยวกับเสด็จพ่อเสด็จแม่
‘พะยะค่ะ’หลิวกงกงรับคำอย่างอดสงสารไม่ได้ หลังจากนั้นเพียงสามวันหวังกุ้ยเฟยต้องโทษปะาด้วยยาพิษ ส่วนฮ่องเต้ก็ตรอมใจและสิ้นพระชนม์หลังจากนั้นไม่ถึงเดือน ทำให้รัชทายาทขึ้นรับตำแหน่งฮ่องเต้องค์ใหม่และมีฮองเฮาที่ขึ้นเป็ไทเฮาเป็ผู้สำเร็จราชการแทนใน่ที่ฮ่องเต้ยังทรงเยาว์อยู่