หมออั้นออกเวรเวลาแปดโมงเช้า...
แต่อย่าได้คิดว่าเขาจะได้กลับไปนอนสบายใจที่หอพักนักศึกษาแพทย์ ตรงกันข้าม...ชายหนุ่มกลับต้องตาลีตาเหลือกอาบน้ำอาบท่าแล้วรีบยัดอาหาร ใช่...ต้องใช้คำว่า ‘ยัดอาหาร’ ลงกระเพาะเพื่อให้อิ่ม ไม่มีแม้แต่เวลาจะเลือกด้วยซ้ำว่าจะกินอะไรดี หมอหนุ่มได้แต่ชี้มั่วๆ ไปตามสิ่งที่เห็น กว่าจะรู้ว่าตัวเองได้ข้าวราดไข่พะโล้กับกุนเชียงทอดมากินก็ซัดเสียจนหมดชามแล้ว
หมออั้นเดินจ้ำขึ้นตึกสูติฯที่บัดนี้มีหญิงสาวท้องแก่มานั่งรอเต็มพรึบจนแน่นขนัด ทันทีที่เขาเดินผ่านพวกเธอเ่าั้ หมออั้นก็ต้องยกมือไหว้กลับคนไข้ที่ต่างก็ไหว้เขากันเป็ทิวแถวทั้งๆที่หมออั้นเองยังไม่เคยได้ตรวจพวกเธอเลยด้วยซ้ำ นี่แหละนะ...อิทธิพลของเสื้อกาวน์1 ที่ถือว่าเป็นักบุญเดินดินอย่างที่อาจารย์แพทย์หลายๆ คนว่าเอาไว้
“สวัสดีค่ะหมออั้น” นางพยาบาลเอ๋ลุกขึ้นจากเคาน์เตอร์ ยกมือไหว้ชายหนุ่ม หมออั้นพยักหน้ารับ ดูท่านางพยาบาลสาวคงกำลังยุ่งจากการจัดคิวคนไข้เตรียมรออาจารย์หมอกวีขึ้นวอร์ดเช้านี้ อีกด้านมีโต๊ะตัวเล็กๆ ที่มีนางพยาบาลเปียกำลังเรียรายชื่อสาวท้องเข้ามาตรวจวัดน้ำหนักและความดันเพื่อลงในแฟ้มประวัติคนไข้ก่อนพบแพทย์ดูจากสีหน้าแล้วคงเบื่อกิจกรรมนี้อย่างเต็มทน อย่างที่ทางการแพทย์ชอบเรียกว่าReutine work2 นั่นเอง
“อืม...แบ่งเคสมาให้หมอตรวจบ้างก็ได้นะ เคสพื้นๆ น่ะ ที่ไม่ต้องถึงมือของอาจารย์หมอกวี”
“อ้อ แยกไว้ให้แล้วค่ะ หมออั้นจะตรวจเลยไหมคะ”
“ได้ครับได้” ชายหนุ่มรับคำทั้งๆ ที่ใจจริงอยากจะบอกว่า “ไม่ดีกว่าครับ...ขอหมอนอนพักสักสามชั่วโมงค่อยปลุกมาตรวจคนไข้แล้วกัน” ก็ตาม อนิจจา...คนเป็หมอ...ใครว่าสบาย!
ห้องตรวจถูกซอยเป็ห้องย่อยๆสามสี่ห้อง แต่ละห้องมีรายชื่อแพทย์แปะไว้หน้าห้อง มีแต่ห้องท้ายสุดที่ไม่ระบุชื่อแพทย์ หมออั้นรู้ทันทีว่าเขาต้องเดินไปที่ห้องนั้น...ห้องของแพทย์Extern
หมออั้นเข้าไปในห้อง มีโต๊ะทำงานเล็กๆ ตั้งชิดอยู่ทางผนังด้านซ้าย ทางด้านขวามีเตียงตรวจตั้งอยู่ มีราวม่านไว้สำหรับการตรวจที่ต้องใช้ความมิดชิด เมื่อวานเขามัวแต่ขลุกอยู่กับเคสที่ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่ตั้งอยู่ทางชั้นสอง เลยยังไม่ได้เข้ามาในบริเวณห้องตรวจ วันนี้เป็วันแรกที่หมออั้นจะได้ตรวจอย่างอื่นบ้าง
คนไข้ส่วนใหญ่ที่นางพยาบาลเอ๋จัดให้นั้นมักเป็คนไข้รายใหม่ที่ไม่ได้มีแพทย์ประจำ บ้างก็มาปรึกษาเื่การใช้ยาทำแท้ง ซึ่งหมออั้นไม่แนะนำเพราะผิดกฏหมาย บางคนมาปรึกษาเื่การตั้งครรภ์และฝากครรภ์ หมออั้นก็รับไว้ดูแลตามเห็นสมควร
เสียงเคาะประตูห้องตรวจดังขึ้นเมื่อหมออั้นตรวจคนไข้รายสุดท้ายเสร็จ นางพยาบาลเปียกระหืดกระหอบเข้ามาพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว
“หมออั้นคะ มีเคสด่วนค่ะ อาจารย์หมอกวีสั่งให้หมออั้นไปศึกษาเคสด้วยกันค่ะ”
“ได้ครับ เคสอะไรเหรอ ?”
นับว่าเป็เคสหฤโหดสำหรับการขึ้นวอร์ดสูตินารีเวชของหมออั้นเลยก็ว่าได้...
คนไข้มาถึงในสภาพแท้งเพราะไม่ครบ แท้งไม่ครบในที่นี้คือมีบางส่วนของรกหลุดออกมาคาที่ปากมดลูกแล้วแต่ยังออกไม่หมด มิหนำซ้ำเืยังทะลักออกมาราวกับท่อประปาแตก จากการวินิจฉัยเบื้องต้นของอาจารย์หมอกวี คิดว่าต้องรีบนำเข้าห้องผ่าตัดเพื่อที่จะทำการขูดมดลูกเอาเด็กและรกที่เหลืออยู่ออกอย่างรวดเร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นคนไข้อาจจะเสียเืจนเสียชีวิตได้
หมออั้นรีบสวมเสื้อคลุมแล้วไปยืนดูอาจารย์หมอกวีจัดการนำ Curettage3 มาเตรียมขูดมดลูก นางพยาบาลสองสามคนต่างพากันช่วยซับเือยู่นานกว่าแพทย์จะเห็นมดลูก อาจารย์หมอกวีเตรียมที่จะขูดมดลูกที่หลุดคาตรงปากมดลูกออกมา แต่แล้วอาจารย์หมอกวีก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อมีเืมากมายพุ่งออกมาจากช่องคลอดใส่เข้าที่หน้ากากบนใบหน้าของอาจารย์หมอกวี เขาลุกผึงขึ้นจากเก้าอี้แล้วปล่อยCurette ลงพื้นเสียงดังเกร้ง! ท่ามกลางความใของนางพยาบาลและหมออั้นที่อยู่ในเหตุการณ์
“อะไรวะเนี่ย!” อาจารย์หมอกวีร้องขึ้น สีหน้าซีดเผือด เหงื่อไหลย้อยจนเห็นได้ชัด เขาเอามือที่สวมถุงมือยางเช็ดที่ใบหน้าของตัวเอง แต่มันไม่มีเื...ไม่มีเือะไรเลยแม้แต่หยดเดียว!
“อาจารย์เป็อะไรหรือเปล่าคะ?” พยาบาลเอ๋เอ่ยถาม อาจารย์หมอกวีรีบปฏิเสธ เขาถอดถุงมือยางออกแล้วหันมาสั่งหมออั้นด้วยน้ำเสียงร้อนรนจนผิดปกติ
“หมออั้นจัดการแทนอาจารย์ที ขูดมดลูกแล้วเอาเด็กออกมาให้หมด” พูดจบอาจารย์หมอกวีก็เดินหุนหันออกจากห้องผ่าตัดไปทันทีท่ามกลางความงุนงงของทุกคน หมออั้นจึงรีบเข้าประจำที่แล้วหันไปสั่งนางพยาบาล
“ขอCurettage อันใหม่ให้หมอด้วย”
“ค่ะหมอ...นี่ค่ะ” เธอส่ง Curette ให้กับหมออั้น ชายหนุ่มจัดการใช้มันขูดเอามดลูกที่เหลือออกอย่างรวดเร็วเพื่อแข่งกับเวลา เพราะถ้าขืนทิ้งไว้นานคนไข้อาจเสียเืมากจนตาย ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผู้เป็แพทย์อยากให้เกิดขึ้นในเคสที่ตัวเองรับผิดชอบ
หมออั้นขูดมดลูกได้สักครู่ก็มีน้ำใสๆและรกหลุดออกมาเป็ชิ้นเล็กๆ ก่อนจะมีก้อนเืหลุดตามมา หมออั้นใช้คีมคีบออกดู เห็นว่าเป็ร่างของเด็กทารกลำตัวยาวประมาณสามเซ็นติเมตรเห็นจะได้ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยหมออั้นจึงจัดการห้ามเืให้คนไข้แล้วนำตัวออกไปยังห้องพักฟื้น
ชายหนุ่มเดินกลับเข้ามาที่ห้องตรวจ สวนกับอาจารย์หมอกวีที่หอบกระเป๋าเอกสารเดินลุกลี้ลุกลนออกไป โดยที่หมออั้นยังไม่ทันรายงานผลการปฏิบัติงานให้เขาทราบเลย ชายหนุ่มมองอาจารย์หมอกวีด้วยท่าทีสงสัยว่าทำไมเขาถึงมีอาการแปลกๆั้แ่ตอนเข้าห้องผ่าตัด...
มันต้องมีเบื้องลึกเื้ัอะไรแน่ๆ
หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจอันหนักอึ้งก็มืดค่ำเสียแล้ว หมออั้นจึงถือโอกาสแวะเข้าที่วอร์ด High Risk4 เพื่อไปป้อนนมเด็ก เด็กหลายคนอยู่ในสภาพน่าเวทนามากกว่าจะเรียกว่าน่ารัก บางคนคลอดก่อนกำหนดตัวก็จะเล็กเพียงนิดเดียว ต้องนอนนิ่งอยู่ในตู้อบ บางคนเกิดมาพิการซ้ำซ้อนแม่ทิ้งไปเฉยๆ ก็มี
เด็กบางคนตัวเหลืองเสียจนน่าใ การเหลืองของเด็กนั้นเกิดจากสารเหลืองหรือที่เรียกทางการแพทย์ว่าbilirubin5 ซึ่งสารนี้ถ้าซึมเข้าสมองอาจทำให้เด็กหูหนวก ไอคิวต่ำ และเกิดอาการชักได้ วิธีแก้ไขก็คือการจับเด็กปิ้งในภาษาปากที่ผู้เป็แพทย์พูดกันในฐานะที่เข้าใจ แต่ถ้าจะเอาศัพท์ทางการแพทย์จริงๆ นั่นคือการนำเด็กเข้าเครื่องส่องไฟที่เรียกว่าon photo6 ในเครื่องradiant wormer7 นั่นเอง
เมื่อเล่นกับเด็กจนถึงเวลาที่นางพยาบาลประจำวอร์ดต้องส่งเข้านอนแล้ว หมออั้นจึงเดินลงจากตึกไปหาอะไรทานที่ร้านอาหารตามสั่งหน้าโรงพยาบาล ที่นั่นหมออั้นได้เจอกับเพื่อนที่ขึ้นวอร์ดอายุรกรรมคนหนึ่งกำลังนั่งทานข้าวอยู่ เขาจึงเดินเข้าไปสมทบ...อย่างน้อยก็ไม่ต้องกินข้าวคนเดียว
“ว่าไง Extern อั้น โทรมเป็ศพมาเชียว” นักศึกษาแพทย์เปรมปิติหรือหมอป๊อบ...ชายหนุ่มหน้าตาตี๋อินเทรนด์เอ่ยทักเพื่อน ไอ้หมอป๊อบคนนี้นับว่าเป็รุ่นพี่นักศึกษาแพทย์รุ่นน้องกรี๊ดนักกรี๊ดหนาจนถูกเพื่อนเขม่น ชายหนุ่มชื่นชอบที่จะเป็หมออายุรกรรมเพราะถนัดในการรักษาคนไข้เกี่ยวกับโรคที่คนส่วนใหญ่เป็ แต่ที่ชอบเป็พิเศษเห็นจะเป็โรคเกี่ยวกับระบบการทำงานของไต
“แหงล่ะ...ขึ้นวอร์ดสูติฯยี่สิบสี่ชั่วโมง ได้งีบไม่กี่นาที นี่กะกินข้าวเสร็จก็จะไปนอนเอาแรงแล้ว ไม่ไหว พรุ่งนี้ต้องขึ้นวอร์ดอีกตอนแปดโมง” หมออั้นนั่งลงแล้วะโสั่งข้าวไข่เจียวหมูสับ เมนูง่ายๆ และรวดเร็วสำหรับเวลาเร่งด่วน...เร่งด่วนที่ว่าคือเวลาที่จะไปนอนนั่นเอง!
“เหมือนกันว่ะ คนไข้อายุรกรรมเยอะฉิบเป๋ง ตรวจมือเป็ระวิง ที่แกเห็นเนี่ย...ข้าวกลางวันควบเย็นตอนสองทุ่ม วอร์ดสูติฯ นี่สบายสุดแล้ว นี่ถ้าไม่จำเป็ไม่อยากเปลี่ยนวอร์ดเลยนะเนี่ย” ชายหนุ่มบอกพลางหัวเราะหึหึในลำคอ แล้วตักข้าวกะเพราหมูสับเข้าปาก ในมือยังมีหนังสือทางการแพทย์กางออก รูปอวัยวะภายในของมนุษย์เต็มหน้ากระดาษ หมอป๊อบกวาดตามองแล้วจดจำระบบต่างๆ ของร่างกาย ในขณะที่ปากก็เคี้ยวตุ้ยๆเป็ความเคยชินกับสิ่งเหล่านี้เสียแล้วสำหรับนักศึกษาแพทย์
“แล้วไอ้หมอกอล์ฟเป็ยังไงบ้าง ไม่เจอมันเลยเดี๋ยวนี้”
“ฉันก็ไม่ค่อยได้เจอมันเหมือนกัน อยู่วอร์ด ER แม่งนรกชัดๆ โทรตามจิกทุกชั่วโมงจนไอ้กอล์ฟแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ป่านนี้อาจตายอยู่ที่ห้อง ER แล้ว วันหลังต้องแวะไปเยี่ยมมันสักหน่อย แต่กลัวไปเยี่ยมแล้วจะอดช่วยมันดูคนไข้ไม่ได้น่ะสิ ชอบนักเย็บแผลเนี่ย” หมออั้นหัวเราะชอบใจขณะที่แม่ค้านำข้าวไข่เจียวมาเสิร์ฟพอดี หมอป๊อบหัวเราะตามแล้วตักข้าวเข้าปาก ต่างคนต่างเงียบแล้วจัดการกับอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
เมื่อทานอาหารเรียบร้อย สอง Extern หนุ่มก็เดินคุยกันกลับไปที่หอพักนักศึกษาแพทย์ ห้องพักของหมอป๊อบยู่ชั้นสอง ส่วนหมออั้นอยู่ชั้นสาม หมออั้นจึงเดินขึ้นบันไดจากชั้นสองไปยังชั้นสามแต่เพียงลำพัง
แม้จะอยู่ที่นี่มานานแล้ว แต่ทุกครั้งที่หมออั้นต้องขึ้นบันไดกลับห้องพักเพียงลำพัง เขามักเสียวสันหลังวาบคล้ายมีดวงตาลึกลับจ้องมองเขาผ่านความมืด ชายหนุ่มรีบเดินกึ่งวิ่งขึ้นไปที่ชั้นสามแล้วเดินตรงไปที่ห้องพักของตัวเอง เมื่อถึงก็จัดการล้วงกุญแจในกระเป๋ากางเกงไขเปิดประตูห้องแล้วรีบเข้าไปทันที
มีอะไรตามมาหรือเปล่าไม่รู้...เขารู้แต่ว่ารู้สึกปลอดภัยทันทีที่เข้ามาอยู่ในห้องได้
หมออั้นเอื้อมมือไปเปิดไฟ และทันทีที่ภายในห้องสว่างจ้า เขาก็ถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นร่างของเพื่อนนอนหันหลังอยู่ที่เตียง
“เอ้า...ไอ้หมอกอล์ฟ กลับมาั้แ่เมื่อไหร่วะ”
“สักพักแล้ว ง่วงนอนฉิบหาย แกปิดไฟได้ไหม ไฟมันแยงตา ฉันนอนไม่หลับ” อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อยแล้วบอกด้วยน้ำเสียงงัวเงีย หมออั้นพยักหน้ารับแล้วหันไปเปิดไฟที่โต๊ะเขียนหนังสือแทนก่อนจะปิดไฟดวงใหญ่กลางห้อง
“เออๆ เดี๋ยวฉันก็จะอาบน้ำแล้วนอนแล้วเหมือนกัน” ว่าแล้วหมออั้นก็คว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะออกมาในชุดนอนน่ารักไม่ได้เข้ากับบุคลิกของนายแพทย์เลยแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มเดินไปนั่งที่โต๊ะอ่านหนังสือ จัดการยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมตั้งปลุกตอน7 โมงเช้าเพื่อไปให้ทันขึ้นวอร์ดตอนแปดโมง แต่แล้วชายหนุ่มก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นหน้าจอโทรศัพท์โชว์เบอร์ไม่ได้รับสองสาย หมออั้นกดดู เห็นขึ้นชื่อว่าเป็มิสคอลจากหมอกอล์ฟทั้งสองสายเมื่อเวลาสามทุ่มสิบนาที หมออั้นรีบเงยหน้าดูนาพิกาตั้งโต๊ะที่อยู่ตรงหน้า ตอนนี้เวลาสามทุ่มยี่สิบแล้วนั่นหมายความว่าในขณะที่โทรศัพท์มีสายเรียกเข้า เขากำลังอาบน้ำอยู่ และเวลานั้นไอ้กอล์ฟก็นอนอยู่บนเตียงแล้ว
มันจะโทรเข้ามาทำไม ?
โทรศัพท์สั่นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยจนหมออั้นสะดุ้ง ปล่อยมือถือลง ดีที่ว่ารับไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงมีหวังได้ไปถอยมือถือใหม่แน่ๆชายหนุ่มดูที่หน้าจอเห็นเป็ชื่อของหมอกอล์ฟโทรเข้า เขาจึงหันไปหาเพื่อนที่นอนอยู่บนเตียงทันที
“ไอ้หมอกอล์ฟเล่นอะไรเนี่ย?”
เงียบ...ไม่มีเสียงตอบของผู้เป็เพื่อน
“ไอ้หมอกอล์ฟ...โทรมาทำไมวะ? ไม่เล่นแล้ว...จะนอน” ว่าแล้วหมอหนุ่มก็กดวางสาย แต่เพียงอึดใจเดียวโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก คราวนี้หมออั้นเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เขาจ้องเขม็งไปยังร่างที่อยู่ใต้ผ้าห่มนวมที่เตียงของหมอกอล์ฟ กลิ่นเหมือนกลิ่นโรงพยาบาลลอยโชยเข้ามาเตะจมูกโดยไม่มีที่มาที่ไป “ไอ้หมอกอล์ฟ ไม่ขำนะโว้ย....”
เงียบ...คนใต้ผ้าห่มนวมยังคงนอนนิ่ง
หมออั้นตัดสินใจกดรับ ยังไม่ทันได้พูดอะไรเสียงของหมอกอล์ฟก็แหกปากลั่นมาจากปลายสาย
“ไอ้หมออั้น ไปไหนมาวะ กว่าจะรับสาย โทรมาจนมือหงิกแล้วเนี่ย”
“เอ่อ...อาบน้ำมา นี่...แกอยู่ไหนไอ้หมอกอล์ฟ” หมอหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆดวงตายังคงจ้องมองที่เตียงของเพื่อนอย่างหวาดระแวง
“อยู่ ER น่ะสิ แม่งมีเคสด่วนอีกแล้ว อีกสักพักคงกลับ ไม่ต้องล็อคกลอนนะโว้ย จะได้ไม่ต้องปลุก เดี๋ยวจะไขประตูเข้าไปเอง ว่าแต่แกจะกินอะไรหรือเปล่า ?”
“แกว่าไงนะ กะ...แกอยู่ ER เหรอไอ้กอล์ฟ!” หมออั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทาไม่ต่างจากร่างกาย เขาเดินถอยหลังให้ห่างจากเตียงเตียงนั้นให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ภาวนาขอให้เพื่อนรักบอกว่าล้อเล่น อันที่จริงแล้วมันแอบโทรมาจากใต้ผ้าห่มเพื่อหลอกเขา...แต่ก็ไม่!
“ก็เออสิวะ แค่นี้ก่อนนะไอ้หมออั้น พยายาบาลเรียกแล้ว” ก่อนวางสาย...หมออั้นได้ยินเสียงนางพยาบาลเรียกว่า “หมอกอล์ฟ...คนไข้ BP Drop8 แล้วค่ะ” นั่นมัน...เสียงของนางพยาบาลจริงๆ
ถ้าไอ้กอล์ฟอยู่ ER...แล้วใครกันที่นอนอยู่บนเตียง?
เหมือนคนคนนั้นจะได้ยินคำถามภายในใจของหมออั้น เธอจึงส่งเสียงร้องไห้กระซิกๆ พลางครางด้วยน้ำเสียงเบาๆว่า “ช่วยด้วย...ช่วยฉันด้วย”
หมออั้นตาเหลือก ค่อยๆ เดินถอยหลังไปที่ประตูห้องแล้วเปิดมันออกอย่างช้าๆก่อนจะก้าวเท้าออกไปอย่างมีมารยาททั้งๆ ที่ความจริงแล้วอาการแบบนั้นมันคืออาการก้าวขาไม่ออกของคนเจอ ‘สิ่งเร้นลับในยามวิกาล’ เสียมากกว่า
เมื่อพ้นประตูห้อง ชายหนุ่มก็รีบวิ่งลงจากชั้นสามไปที่ชั้นสอง แล้วตรงดิ่งไปเคาะประตูห้องของหมอป๊อบทันที ผู้เป็เพื่อนที่กำลังงัวเงียหลังจากเพิ่งหลับตาลงได้ไม่ถึงยี่สิบนาทีเปิดประตูออกมาต้อนรับ หมออั้นยืนตัวสั่น ดวงตายังเหลือบมองไปยังทางเดินที่เงียบสงัดอย่างหวาดระแวง
“อะไรวะ...ไอ้หมออั้น”
“ขอฉันนอนด้วยนะ” ชายหนุ่มบอกเพียงแค่นั้นก่อนจะวิ่งพรวดขึ้นเตียงของหมอป๊อบทันทีโดยเ้าของห้องไม่ต้องรับเชิญ
หมอป๊อบเกาหัวงงๆ แล้วปิดประตู แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเนื่องด้วยความง่วง ชายหนุ่มทิ้งตัวลงข้างๆ หมออั้นแล้วหลับลงอย่างง่ายดาย ผิดกับหมออั้นที่ยังนอนลืมตาโพลงยันเช้า...
เสียงเคาะประตูห้องพักของหมออั้นดังขึ้นเมื่อเวลาเช้าตรู่ ชายหนุ่มในสภาพไม่ต่างจากศพเดินได้ยืนหวั่นใจอยู่หน้าห้อง ภาวนาขอให้ไอ้หมอกอล์ฟกลับมาแล้ว เขาไม่พร้อมที่จะเจอกับ ‘อะไร’ ที่เจอเมื่อคืนอีก ไม่ว่ามันจะเป็ความจริง...หรือเกิดการอาการเบลอเนื่องจากพักผ่อนน้อยก็ตาม
เพียงอึดใจเดียว...ประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับร่างของหมอกอล์ฟที่หัวยุ่งตาเบลอจนแทบจะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่ เมื่อผู้เป็เพื่อนเห็นหมออั้นยังยืนตัวแข็งอยู่หน้าห้องจึงขมวดคิ้วเอ่ยถาม
“เอ้า...ยืนอยู่ทำไมไอ้หมออั้น เข้ามาสิวะ แล้วเมื่อคืนแกไปไหนมา ไหนว่าจะนอนที่ห้อง” หมอกอล์ฟพูดขึ้นพลางหาวหวอดๆ แล้วเดินไปนั่งที่เตียงของตัวเอง หมออั้นจ้องเพื่อนตาเขม็งอย่างไม่ไว้ใจ แต่แล้วก็ตัดสินใจเดินเข้ามาในห้องอย่างระวังตัว
“เป็อะไรของแกไอ้หมออั้น...ทำเหมือนเห็นผี”
“ก็เออน่ะสิ...”
“หา!! แกว่าอะไรนะไอ้หมออั้น ?” หมอกอล์ฟหันมาจ้องหน้าเพื่อน หมออั้นรู้สึกตัวจึงรีบทำสีหน้ากลบเกลื่อนแล้วปฏิเสธเสียงหลง
“ก็...เอ่อ....ฉันหมายถึงเห็นหน้าแกก็เหมือนเห็นผีไง โทรมอย่างกับศพ”
“อ๋อ...เออ...ก็ใช่สิวะ ER เป็ยังไงแกยังไม่เคยลองแบบเต็มๆเดี๋ยวพอจัดเวร ER Pool9 คราวหน้า แกได้เจอนรกแน่ แล้วนี่เดี๋ยวแกไปขึ้นวอร์ดสูติฯ อีกเหรอ?” หมอกอล์ฟเอ่ยถาม
หมออั้นพยักหน้ารับ ถ้าไม่ต้องขึ้นวอร์ด...ป่านนี้คงยังนอนอยู่ที่ห้องหมอป๊อบ ไม่กลับขึ้นมาที่ห้องนี้หรอก
“งั้นเดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อน ไว้ว่างๆ จะไปเที่ยวเล่น ER บ้าง ชักเบื่อวอร์ดสูติฯ แล้ว”
“เออดีๆ มาช่วยเย็บแผลหน่อย ี้เีเย็บชะมัด เย็บทีนึงตะคริวกินขา ปวดฉิบเป๋ง” ผู้เป็เพื่อนบอกพลางหาวหวอดๆ ก่อนจะขอตัวนอนต่อ หมออั้นรีบคว้าผ้าเช็ดตัววิ่งผ่านน้ำแล้วแต่งชุดExtern ออกไปจากห้องด้วยความรวดเร็ว
หมออั้นยังหวั่นใจ...นี่มันไอ้กอล์ฟตัวจริงหรือตัวปลอมวะเนี่ย?
เสียงเอะอะโวยวายหน้าห้องผ่าทำคลอดดังขึ้นในขณะที่หมออั้นเดินผ่าน และยังไม่ทันที่เขาจะได้หันไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ประตูกระจกก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของอาจารย์หมอกวีในชุดปลอดเชื้อที่เต็มไปด้วยเื แม้จะมีหน้ากากปิดครึ่งหน้าไว้แต่แววตาของอาจารย์หมอกวีบ่งบอกถึงความใอย่างเห็นได้ชัด เขาก้าวเท้ายาวๆ เดินผ่านหน้าของหมออั้นไปโดยไม่หันไปมองแพทย์ร่วมวอร์ดเลยแม้แต่นิดเดียว หมออั้นกำลังจะอ้าปากเอ่ยถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อาจารย์หมอกวีก็เดินหายไปในลิฟต์เสียแล้ว
ประตูห้องทำคลอดถูกเปิดออกอีกครั้ง นางพยาบาลเอ๋ในชุดปลอดเชื้อวิ่งหน้าตื่นออกมาพลางร้องเรียกอาจารย์หมอกวีเสียงดังลั่น
“อาจารย์คะ...อาจารย์!”
แต่แล้วเมื่อนางพยาบาลเอ๋หันมาเห็นหมออั้นยืนเด๋อๆด๋าๆ อยู่บริเวณนั้น จึงรีบลากหมออั้นเข้าไปในห้องทำคลอดที่อาจารย์หมอกวีผ่าตัดค้างไว้
“เกิดอะไรขึ้นครับคุณพยาบาลเอ๋”
“อย่าเพิ่งถามอะไรเลยค่ะหมออั้น รีบเข้าไปจัดการในห้องคลอดก่อน”
หมออั้นจึงกลายเป็แพทย์ทำคลอดไปโดยปริยาย...
เมื่อทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี คุณแม่คลอดเด็กสมบูรณ์แข็งแรง หมออั้นประเมินผลคะแนนแอพการ์10 เรียบร้อยแล้วก็เดินออกมาเปลี่ยนชุดนอกห้อง อาการใกับเหตุการณ์ฉุกละหุกเมื่อสักครู่ยังค้างคาอยู่ในใจ ทำไมอาจารย์หมอกวีถึงทิ้งเคสไปซะเฉยๆแล้วสายตาตื่นตระหนกนั่นล่ะ...หมายถึงอะไรกันแน่ ?
พอได้จังหวะเหมาะ...หมออั้นจึงเรียกตัวพยาบาลเอ๋มาสอบถามที่มุมมุมหนึ่งในวอร์ดสูติฯด้วยความสงสัย
“ทำไมอาจารย์หมอกวีถึงทิ้งเคสไปเสียเฉยๆเกิดอะไรขึ้นในห้องคลอดก่อนที่หมอจะมา ?”
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะหมออั้น ตอนแรกอาจารย์หมอกวีแกก็ดีๆ อยู่ๆแต่พอเริ่ม episiotomy11 คนไข้อาจารย์หมอกวีแกก็ร้องโวยวายว่าผี...ผี แล้ววิ่งออกไปจากห้องคลอดเลยค่ะ พวกดิฉันก็พลอยใไปด้วย โชคดีที่หมออั้นมาถึงพอดี ไม่อย่างนั้นมีหวังคนไข้แย่แน่ ไม่ใช่แต่คนไข้แย่นะคะ...” พยาบาลเอ๋เล่าต่อยืดยาวด้วยความตื่นเต้นโดยที่หมออั้นไม่ได้สนใจจะฟังต่อ ตอนนี้เขาสนใจแต่เพียงว่าทำไมอาจารย์หมอกวีถึงพูดว่า “ผี” หรือว่าอาจารย์หมอกวีจะเห็นผี ? บ้าน่า...อาจารย์แกอยู่ที่นี่มาเป็สิบปี ทำไมเพิ่งจะมากลัวผีเอาตอนนี้
ยังเป็ปริศนาที่น่าค้นหา...หากเอาชีวิตรอดได้จากการต้องขึ้นเวรอันแสนหฤโหดอีกค่ำคืน!
เชิงอรรถ
(1) เสื้อกาวน์ คือ เสื้อคลุมของแพทย์
(2) Reutine work ในที่นี้หมายถึงงานที่ทำซ้ำๆ ซากๆ เป็ประจำ
(3) Curettage คือ ที่ขูดมดลูก
(4) High Risk คือ เด็กแรกเกิดที่มีปัญหา อาการไม่ปกติ
(5) bilirubinคือ สารเหลืองที่ทำให้เด็กแรกเกิดมีอาการตัวเหลืองอาจส่งผลต่อร่างกาย โดยปกติเด็กแรกเกิดหนึ่งวันไม่ควรมีค่าเกิน12 ถ้ามากกว่านั้นต้องรีบทำการรักษา
(6) on photo คือ การส่องไฟเด็ก
(7) radiant wormer คือ เครื่องให้ความอบอุ่นแก่เด็ก
(8) BP Drop ความดันตก
(9) ER Pool คือ เวรห้องฉุกเฉินนอกเวลาราชการที่จะจับExtern ทุกคนมาแชร์เวรกัน
(10) คะแนนแอพการ์ คือ คะแนนที่ใช้วัดสุขภาพของเด็กเมื่อแรกคลอด ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะเริ่มนับั้แ่นาทีแรก และตรวจวัดอีกครั้งหลังการคลอด 5 นาที โดยจะมีการให้คะแนนในแต่ละหัวข้อและนำมารวมกัน เพื่อหาคะแนนรวมจากคะแนนเต็ม 10 ซึ่งถ้าทารกได้คะแนนต่ำกว่านั้น ต้องให้ดมอ็อกซิเจนหรือทำวิธีใดก็ได้ให้ได้คะแนนเท่ากับ10
(11) Episiotomy คือ การผ่าตัดเพื่อขยายช่องคลอดในการคลอดบุตรหรือตัดฝีเย็บ