ตอนที่ 43 ส่งของ
หลินเจี้ยนเยี่ยเห็นหลินเซียวถามไม่ตอบ ก็ทำได้แค่หันไปถามสวี่ม่ายซุ่ย “คุณไม่มีเรื่องอะไรให้โทรหาเจี้ยนจวินนี่?”
สวี่ม่ายซุ่ย “มีสิ แค่ไม่บอกคุณเท่านั้นแหละ”
หลินเจี้ยนเยี่ย “เฮอะ คุณนี่มันเจ้าคิดเจ้าแค้นจริง ๆ”
สวี่ม่ายซุ่ย “คุณเพิ่งจะรู้เหรอ?”
หลินเจี้ยนเยี่ยหันไปเหลือบมองเด็กสองคน เห็นพวกเขาเล่นกันอยู่ข้างนอกอย่างตั้งอกตั้งใจ ก็เอาแฟ้มเอกสารที่หนีบใต้วงแขนสาวเท้าไปถึงด้านหลังของสวี่ม่ายซุ่ย วางสองมือลงบนเอวเธอแล้วพูดข่มขู่ “พูดไม่พูด?”
สวี่ม่ายซุ่ยคนนี้กลัวการจักจี้ที่สุด ร่างกายทุกส่วนเกือบจะบ้าจี้ เธอโดนหลินเจี้ยนเยี่ยข่มขู่ขนาดนี้ก็หัวเราะงอหงายทำท่าจะล้มลงบนพื้นทันที โชคดีที่หลินเจี้ยนเยี่ยที่อยู่ด้านหลังดึงเธอไว้เลยไม่ได้ล้มลงพื้น
“คุณมันหน้าไม่อาย”
หลินเจี้ยนเยี่ยเข้าไปใกล้คอสวี่ม่ายซุ่ย ข่มขู่ต่อไป “ถ้าคุณไม่พูด ผมจะทำตัวหน้าไม่อายได้มากกว่านี้อีก”
สวี่ม่ายซุ่ยถูกหลินเจี้ยนเยี่ยไซ้ตามลำคอจนต้องย่นคอลง สุดท้ายหมดหนทางทำได้แค่ตอบกลับ “ฉันพูดแล้ว ๆ”
คราวนี้หลินเจี้ยนเยี่ยถึงปล่อยตัวสวี่ม่ายซุ่ย “พูดมา!”
สวี่ม่ายซุ่ยถลึงตามองเขาอย่างฉุนเฉียว เธอพลิกปลาดาบพลางตอบ “ก่อนหน้านี้ซุ่ยซุ่ยบ้านพี่หลิวไม่ใช่ว่าไปดูตัวมาเหรอ”
หลินเจี้ยนเยี่ย “คู่ดูตัวหล่อนกับเจี้ยนจวินเกี่ยวอะไรกัน”
สวี่ม่ายซุ่ย “คู่ดูตัวคือเจี้ยนจวิน ซุ่ยซุ่ยเกิดรักแรกพบกับเขา แม่ต้าเฉียงไม่เห็นด้วยเลยอยากให้ฉันไปพูดให้หน่อย”
หลินเจี้ยนเยี่ยขมวดคิ้ว “เจี้ยนจวินว่ายังไง?”
สวี่ม่ายซุ่ย “เจี้ยนจวินประทับใจซุ่ยซุ่ยอยู่บ้าง แต่คิดว่าหล่อนอายุน้อยไปหน่อย ฟังฉันพูดจบก็ไม่มีความเห็นอะไร บอกแค่อยากปฏิเสธแม่สื่อไป”
หลินเจี้ยนเยี่ย “ในเมื่อพี่สะใภ้หลิวไม่ยินยอม งั้นก็พอแล้ว ซุ่ยซุ่ยอายุน้อยไปหน่อยจริง ๆ ไม่ค่อยเหมาะกับเจี้ยนจวิน”
สวี่ม่ายซุ่ยฟังจบก็ถามอย่างกังวล “ที่คุณพูดมาฉันรู้หมดแหละ แต่เจี้ยนจวินคิดยังไงเราไม่รู้ คุณว่าเจี้ยนจวินจะคิดว่าเราก้าวก่ายเขาไหม?”
หลินเจี้ยนเยี่ย “คงไม่… พอคุณพูดมาถึงนี่ ผมก็มีเรื่องจะบอกพอดี”
สวี่ม่ายซุ่ย “เรื่องอะไรคะ?”
หลินเจี้ยนเยี่ย “เจี้ยนจวินอายุก็ไม่น้อยแล้ว คุณแนะนำคู่ดูตัวให้เขาหน่อย”
สวี่ม่ายซุ่ยหันมามองเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจ “ไม่ใช่ว่าแม่เฒ่าแนะนำคู่ดูตัวให้เขาไปแล้วเหรอ ฉันไม่อยากยุ่งหรอกนะ”
หลินเจี้ยนเยี่ย” ถ้าแม่เฒ่าไว้ใจได้ผมคงไม่ปรึกษาคุณหรอก ไม่ใช่ว่าคุณมีตำแหน่งในหมู่บ้านแล้วเหรอ ถึงเวลานั้นก็ได้รู้จักคนเยอะแยะ คุณดูแล้วแนะนำให้สักหน่อยสิ”
สวี่ม่ายซุ่ย “คุณนี่มันเข้าใจหางานให้ฉันจริง ๆ ก็แม่กับน้องคุณเป็นซะแบบนั้น ใครจะกล้าแต่งด้วย!”
หลินเจี้ยนเยี่ย “กังวลอะไร ต้องมีสักคนที่ใจกล้าน่า”
สวี่ม่ายซุ่ย…
“คุณรีบออกไปเถอะค่ะ! ฉันโกรธจนแทบจะทอดปลาดาบไหม้แล้ว”
พอทอดปลาดาบเสร็จแล้ว เธอก็เรียกให้หลินเจี้ยนเยี่ยยกเข้าไปในห้อง จากนั้นก็เอาหมั่นโถวออกมาจากหม้อ เท่านี้อาหารเย็นก็เสร็จแล้ว
“พรุ่งนี้ฉันอยากกลับไปหาแม่สักเที่ยว”
หลินเจี้ยนเยี่ย “แม่เป็นอะไรเหรอ?”
สวี่ม่ายซุ่ย “แม่ไม่ได้เป็นอะไรหรอก ไม่ใช่ว่าช่วงนี้ฉันเก็บของทะเลมาได้ไม่น้อยเหรอ เลยอยากเอาไปให้แม่สักหน่อย แต่ก่อนทำได้แค่กินของพวกแม่ ฉันเลยรู้สึกไม่ดีอยู่บ้าง”
หลินเจี้ยนเยี่ย “คุณอยากกลับก็กลับไป แวะเอาเงินไปให้แม่ยี่สิบหยวนเป็นเงินค่าอาหารครั้งก่อนด้วย”
สวี่ม่ายซุ่ย “ได้”
เช้าวันถัดมา สวี่ม่ายซุ่ยก็หิ้วตะกร้านั่งเรือกลับบ้านแม่ไปแล้ว แน่นอนว่าครั้งนี้ไม่ได้เอาลูกไปด้วย เพราะแค่ไปส่งแล้วก็กลับ เธอจึงกลัวว่าเอาลูกไปแล้วจะลำบาก
ผลคือพอถึงบ้านกลับพบว่าประตูใส่กุญแจ สวี่ม่ายซุ่ยที่จนปัญญาจึงทำได้แค่หิ้วตะกร้าไปหาคนท้องที่ เวลานี้เป็นช่วงฤดูทำไร่พอดี การไปหาคนที่บ้านแล้วไม่เจอจึงเป็นเรื่องปกติ
โชคดีที่เธอรู้ว่าไร่ของกองผลิตอยู่ที่ไหน ไม่นานก็หาพวกเขาเจอที่ไร่
“แม่ แม่ แม่ดูนั่นสิ ใช่อาเล็กหรือเปล่า?” จวินจวินกำลังเล่นอยู่ในไร่ จึงเห็นสวี่ม่ายซุ่ยเดินมาหา
หลิวจาวตี้หยีตา มองแล้วพึมพำว่า “คงใช่แหละ”
“แม่ แม่ น้องหญิงเล็กกลับมาแล้ว” หลิวจาวตี้หันไปตะโกนใส่แม่สวี่ที่กำลังไถถั่วลิสง
แม่สวี่เงยขึ้นมาเช็ดเหงื่อบนใบหน้าพลางตอบ “อยู่ไหนล่ะ?”
หลิวจาวตี้ชี้ไปที่ทางเล็ก ๆ ด้านหน้าพร้อมกับตอบว่า “ไม่ใช่ทางนั้นค่ะ หล่อนกำลังเดินมาทางนี้”
หลิวจาวตี้ชี้ไปขนาดนี้ แม่สวี่ถึงได้เห็น “ทำไมถึงมาตอนนี้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”
หลิวจาวตี้ “ต้องเป็นแม่สามีหล่อนออกฤทธิ์ใส่แน่ แม่ ถ้าไม่งั้นพรุ่งนี้ฉันจะขอหยุดวันหนึ่งไปที่บ้านแม่สามีของน้องสาว ให้พวกหล่อนรู้ว่าพวกเราบ้านสวี่ไม่ได้รังแกกันได้ง่าย ๆ”
แม่สวี่มองสีหน้าคับแค้นใจของหลิวจาวตี้ก็รีบพูด “เธอพอได้แล้ว ตอนนี้เป็นช่วงยุ่ง ๆ เธออย่าไปหาเรื่องให้ฉันเลย รอผ่านช่วงยุ่ง ๆ ไปก่อนค่อยพูด”
หลิวจาวตี้ “ค่ะ”
ไม่นานสวี่ม่ายซุ่ยก็หิ้วตะกร้ามาถึงหน้าพวกเขา “แม่ พี่สะใภ้ใหญ่”
หลิวจาวตี้ “น้องสาว ทำไมเธอมาตอนนี้ แม่สามีแผลงฤทธิ์ไปที่บ้านเธออีกแล้วใช่ไหม?”
สวี่ม่ายซุ่ยมองสะใภ้ใหญ่ที่เข้ามาพูดกับเธอเบา ๆ ก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน “ไม่ใช่หรอกค่ะ เมื่อวานบนเกาะน้ำลง ฉันเก็บของทะเลมาได้ไม่น้อย เห็นพวกพี่ยุ่งเลยอยากเอาของมาส่งให้สักหน่อย เอาไว้เป็นกับข้าวน่ะ”
หลิวจาวตี้ฟังจบถึงผ่อนลมหายใจ มองผู้คนที่แอบหันมาดูอย่างคึกคักอยู่โดยรอบ ก็ตะโกนเสียงดังทันที “แม่ น้องสาวเอาของมาส่งให้แม่ แม่ไม่ต้องทำแล้ว พักก่อนเถอะ”
เพราะว่าแต่ก่อนเวลาสวี่ม่ายซุ่ยกลับมาก็จะเอาของไปไม่น้อย คนในหมู่บ้านเลยพูดถึงเรื่องนี้กันมาก บอกว่าแม่สวี่สองผัวเมียเลี้ยงหมาป่าตาขาว[1]รู้จักแต่เอาไปข้างนอก ไม่รู้จักเอากลับมา
หลิวจาวตี้ตะโกนขนาดนี้ก็เพื่อแก้ต่างให้สวี่ม่ายซุ่ย สวี่ม่ายซุ่ยฟังจบก็มองหล่อนด้วยสายตาซาบซึ้ง
แม่สวี่เองก็เป็นคนที่ผ่านโลกมามาก ฟังหลิวจาวตี้จบก็ตบขาทันที “มา! ลากฉันไปที ดูซิว่าเอาอะไรมาให้ฉันบ้าง”
หลิวจาวตี้ฟังแล้วก็รีบดึงแม่สวี่ขึ้นจากพื้นทันที
สวี่ม่ายซุ่ย “แม่”
แม่สวี่หันมายิ้มให้สวี่ม่ายซุ่ยอย่างใจดี จากนั้นก็เลิกผ้าบนตะกร้าขึ้น หลิวจาวตี้ที่ยืนอยู่ด้านข้างก็มองดูด้วย
พอเปิดตะกร้าออก สีหน้าของทั้งสองคนก็เปลี่ยนไป
ในตระกร้ามีชามน้ำแกงใบใหญ่ด้านในเต็มไปด้วยของทะเลมากมาย ทั้งปลาทอด กุ้งทอด ปู หอยเป๋าฮื้อ
หลิวจาวตี้เห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจ
แม่สวี่ตำหนิอย่างไม่พอใจ “ดูแกซิ! ทีหลังแกเอามาให้น้อยหน่อย เอามาเยอะขนาดนี้ทำไม!”
ยุคนี้น้ำมันมีค่าดั่งทองคำ การทอดอาหารแบบที่สวี่ม่ายซุ่ยทำมีแค่ช่วงปีใหม่เท่านั้น
สวี่ม่ายซุ่ย “ทอดไว้เยอะก็เลยเอามาเยอะน่ะค่ะ อีกอย่างบ้านเราก็คนเยอะขนาดนั้น เอามาน้อยแล้วใครจะไปพอกิน”
แม่สวี่เห็นท่าทางไม่สนอะไรของสวี่ม่ายซุ่ยก็คิดจะพูดกับเธอ แต่ลูกสะใภ้อยู่ด้านข้างเลยพูดมากไม่ไม่ได้ ทำได้แค่บอกว่า “พอแล้ว แกเอากลับไปให้เด็ก ๆ กินสักหน่อย พวกฉันทำงานเสร็จค่อยกลับไป”
สวี่ม่ายซุ่ย “ค่ะ งั้นให้พวกจวินจวินสองคนดูอยู่ที่บ้านนะคะ ฉันต้องรีบกลับไป”
แม่สวี่ “จะรีบไปทำอะไร กินข้าวแล้วค่อยไปสิ”
สวี่ม่ายซุ่ย “ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันไม่ได้เอาลูกมาด้วย ให้เขาอยู่บ้านกันสองคนฉันไม่วางใจ”
[1] สำนวน แปลว่าคนเนรคุณ
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
เออ ทำตัวให้มันดี ๆ หน่อยพี่เยี่ย จะตัดพี่ออกจากตำแหน่งพระเอกแล้วเนี่ย
เอาของทะเลมาให้บ้านแม่ขนาดนี้ คะแนนนิยมเพิ่มพรวด ๆ แน่ม่ายซุ่ย
ชิวเฟิง