“เ้า…เ้าสำนึกผิดได้ก็ดี” ฉินหนิงจือทำให้ไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินชะงักไป
ฟางซื่อเองก็ถอนหายใจอย่างแรงด้วยความโล่งอก พอเห็นท่าทางน่าสงสารของลูกสาวก็พลันเจ็บแปลบขึ้นมาในหัวใจ...หนิงจือของนางดีขนาดนี้ ทำไมคนอื่นถึงมองไม่ออกนะ
ส่วนเฉินซื่อนั้นประหลาดใจเช่นเดียวกับไท่ไท่ผู้เฒ่าฉิน ถึงกับเผลอหยิกขาตัวเองโดยไม่รู้ตัวเพื่อยืนยันว่าไม่ได้ฝันไป ฉินหนิงจือยอมรับผิดต่อหน้าไท่ไท่ผู้เฒ่าฉิน!?
ผีหลอกแล้ว! นี่ต้องโดนผีหลอกแน่ๆ!
ไม่ใช่แค่ความคิดของเฉินซื่อคนเดียว แต่เป็ความคิดของคนส่วนใหญ่ และยิ่งเป็ความคิดของฉินอวี้จือที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง
ท่าทางที่เปลี่ยนไปของฉินหนิงจือทำให้ทุกคนตกอกใกันหมด ทั้งห้องต่างเงียบงัน
ทว่าจู่ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นเบาๆ ทำลายความเงียบสงบที่แปลกประหลาดนี้
“ท่านย่า ข้าผิดไปแล้ว ความจริง...ความจริงเป็ข้าเองที่ยุแหย่พี่สี่...” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยดังขึ้น เป็เหวินเกอร์นั่นเอง!
คนในห้องต่างมองไปยังเขาด้วยความตกตะลึง
เหวินเกอร์กลับจ้องแผ่นหลังอันบอบบางของฉินหนิงจือที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ ขบริมฝีปากแน่นแล้วรวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้น “ท่านย่าขอรับ ความจริงแล้วในวันนั้น ข้าเป็ฝ่ายไปยุแหย่พี่สี่ ด่านางว่าเป็ผู้หญิงปากร้าย พี่สี่ถึงได้ลงมือ เป็ข้าที่ทำไม่ถูก หากท่านย่าจะลงโทษนาง ได้โปรดลงโทษข้าด้วยคนเถิดขอรับ!” พูดจบเหวินเกอร์ก็วิ่งไปนั่งคุกเข่า
เด็กตัวเล็กเช่นเขาเอ่ยออกมาเช่นนี้ ช่างแตกต่างอย่างสุดขั้วกับตัวเขาที่เถียงอย่างสุดใจใน่ก่อนที่ฉินหนิงจือจะฟื้น ทุกคนต่างพากันตกตะลึง
ที่ไหนได้...คุณหนูสี่ไม่ได้เป็คนเริ่มก่อนหรอกหรือนี่
ทุกคนต่างนึกไม่ถึง ฟางซื่อเองก็เช่นกัน
“เหวินเกอร์...” ฉินหนิงจือเองก็นึกไม่ถึงว่าเหวินเกอร์จะยอมสารภาพผิด ที่นางทำไปเมื่อครู่เพียงเพราะอยากจะให้ท่านย่าบันดาลโทสะออกมาเท่านั้น
เหวินเกอร์มองฉินหนิงจืออย่างไม่เป็ธรรมชาติแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองไท่ไท่ผู้เฒ่าฉิน “ท่านย่าขอรับ”
ไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินปวดหัวกับเื่ที่พลิกไปพลิกมาเช่นนี้นัก มองดูพี่สาวน้องชายที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ท่าทางที่น่าสงสารนี้ค่อนข้างบาดหัวใจ ราวกับว่านางกำลังทารุณพวกเขาก็มิปาน จึงรีบโบกมือแล้วเอ่ย “ช่างเถอะๆ สำนึกผิดได้ถือเป็เื่ดี พวกเ้าทั้งสองยอมรับผิดเองเช่นนี้ก็หมายความว่ายังแก้ไขได้ เหวินเกอร์ถูกลงโทษให้ไปคัดตำราซานจื้อจิงทั้งเล่ม ส่วนหนิงจือถูกลงโทษให้กลับไปคัดคัมภีร์หลุนอวี่[1] ทั้งเล่ม จบเื่แต่เพียงเท่านี้”
ฟางซื่อดีใจมาก นี่เป็การลงโทษที่เบาที่สุด! ทว่าสีหน้าของเฉินซื่อนั้นกลับหม่นหมอง
เื่นี้ไม่อยู่ในแผนที่นางคิดเอาไว้ พูดได้ว่าหลังจากที่ฉินหนิงจือฟื้นขึ้นมา เื่ทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างเหนือการควบคุม
หมอหลี่ว์บอกว่าฉินหนิงจือเอ่ยชื่อยาที่ตัวเองต้องใช้ได้อย่างแม่นยำ ตอนนั้นนางเชื่อคำแก้ตัวของอีกฝ่ายตามที่หมอหลี่ว์เล่าให้ฟัง มาแต่ตอนนี้คิดๆ ดูแล้ว...หรือจะมีความลับอะไรซ่อนอยู่
เป็ไปไม่ได้! หากจะให้พูดละก็ เพียงแค่ฉินหนิงจืออ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้ว เข้าใจง่ายยิ่งกว่าแม่แท้ๆ ของนางเสียอีก ไม่กี่ปีมานี้ฉินหนิงจือค่อยๆ ถูกตนตะล่อมให้ตกหลุมพรางไปแล้วไม่ใช่หรือ
ตอนนี้ฉินหนิงจือควรจะป่วยหนัก แล้วฟางซื่อจะต้องมัวแต่ยุ่งกับการดูแลนางจนไม่ได้ใส่ใจกับเื่ของหยวนซื่อ ทำไมเื่ถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้!
เฉินซื่อนึกถึงคำพูดที่ฟางซื่อพูดแทนหยวนซื่อเมื่อครู่ สถานการณ์ทั้งหมดเกินกว่าที่นางคาดการณ์ไว้
ฟางซื่อเป็คนที่ยึดมั่นในศีลธรรมจรรยา ทั้งยังให้ความสำคัญแก่ความรู้สึกของฉินอิ๋น พี่ใหญ่ และน้องสามมาก เกรงว่าเื่การไม่ลงรอยกันของทั้งสามจะส่งผลต่ออนาคตของฉินอิ๋น ด้วยเหตุนี้ฟางซื่อเลยวางตัวกับนางและหยวนซื่ออย่างระมัดระวัง เพราะกลัวว่าจะไปล่วงเกินใครคนหนึ่งเข้า
ด้วยเหตุนี้หยวนซื่อเลยเข้าไปตีสนิทกับฟางซื่ออย่างสบายใจ คงนึกว่าจะเป็มิตรกับนางได้จริงๆ สินะ
มีเพียงนางเท่านั้นที่รู้ว่าฟางซื่อที่โตมาอย่างไร้พ่อขาดแม่มาั้แ่เด็กนี้ จะไปนับใครเป็มิตรได้จริงๆ!
ดังนั้นนางเลยคิดเสมอมาว่าฟางซื่อคงจะไม่ใส่ใจเื่ความเป็ความตายของหยวนซื่อแน่ ไม่กี่วันก่อนหยวนซื่อวิ่งร้องไห้ไปหาฟางซื่อ ยังโดนไล่กลับไปไม่ใช่หรือ นางก็เลยรอมาคารวะไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินพร้อมกับฟางซื่อ
มีฟางซื่ออยู่ด้วย อย่างน้อยก็เป็กันชนให้นางได้ หากไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินรู้เข้า ก็จะไม่ได้มีแต่นางที่ไม่อยากเข้าไปช่วย พอถึงตอนนั้น หากบ้านสามจะเป็จะตายก็ไม่เกี่ยวข้องกับบ้านใหญ่อย่างเด็ดขาด!
นางวางแผนทุกอย่างเป็อย่างดี แต่กลับพบว่าผลไม่เป็อย่างที่คิด!
หากรู้แบบนั้นั้แ่แรกละก็ นางคงเอ่ยกับไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินตรงๆ ว่าให้ยกคนเข้ามาในบ้านสามเลย! อย่างไรเสียไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินก็ไม่อยากยุ่งเื่ของบ้านสามอยู่แล้ว แต่เมื่อครู่อีกฝ่ายกลับเชื่อคำพูดของฟางซื่อแล้วให้ตรวจสอบอย่างชัดเจน นี่เท่ากับว่านางหาเหาใส่หัวแท้ๆ!
เช่นนี้สรุปแล้วปัญหามันเกิดจากตรงไหนกันแน่ ทำไมไม่เหมือนกับที่นางคิดไว้ล่ะ
“แต่พี่สี่หลอกเอาจี้หยกของพี่รองไปนะเ้าคะ เมื่อครู่ก็ขอรังนกเืของท่านป้า การลงโทษแค่นี้เบาเกินไปนะเ้าคะ!”
จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นขณะที่ห้องกำลังเงียบ ทำเอาแสบแก้วหูเป็อย่างมาก ผู้คนต่างพากันหันไปทางคนพูด ซึ่งก็คือคุณหนูห้าฉินซิ่วจือนั่นเอง
ฉินซิ่วจือโดนจับจ้องจนเริ่มกลัว ก้าวถอยหลังไปทันที นางรู้สึกว่าฉินอวี้จือที่อยู่ข้างตัวจับมือนางไว้ถึงได้อุ่นใจขึ้นมา ก่อนจะรวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้น “ข้าไม่ได้พูดผิดเสียหน่อย หยกมงคลนั่นยังห้อยอยู่ที่คอเหวินเกอร์อยู่เลย!” พูดจบก็ชี้นิ้วบอก
แล้วทุกคนก็หันไปทางเหวินเกอร์ ใช่แล้ว! หยกชั้นดีที่ทำเป็จี้มงคลคือของขวัญที่ไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินมอบให้นางในวันอายุครบรอบสิบปี
แล้วทำไมถึงไปอยู่ที่คอคุณชายน้อยได้ล่ะ นี่คุณหนูสี่หลอกจริงๆ หรือ!
เหวินเกอร์รีบเอามือมาปิดคอทันที เสียดายที่หลักฐานโดนถูกเผยแล้ว
“ใช่! พี่รองยอมให้ข้าเอง” เหวินเกอร์อธิบายเสียงแข็ง
‘ก็ถือว่าคุณหนูสี่หลอกให้นั่นละ!’ ทุกคนต่างสรุปความเห็น
“รังนกเืนั่น เป็ข้าที่จะให้เอง” เฉินซื่อเริ่มรู้สึกว่าหมากเริ่มพลิกกลับมาแล้ว จึงรีบเอ่ยเสริมทันที
‘เป็การบอกว่าคุณหนูสี่หลอกเอาหยกของคุณหนูรอง!’ ทุกคนสรุปความเห็นอีกรอบ
มิน่าล่ะ ทำไมเมื่อครู่คุณหนูสี่ถึงได้ยอมรับอย่างหน้าตาชื่นบานเช่นนั้น หากไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินรู้เื่ที่คุณหนูสี่หลอกเอาทรัพย์สินของบ้านใหญ่ละก็ นางคงไม่หายโกรธเป็แน่ หากไม่ได้กักบริเวณคุณหนูสี่สักครึ่งปี
นายท่านแห่งบ้านรองเป็คนมีวินัย นางเป็หญิงในเรือน ไปหลอกเอาทรัพย์สินของบ้านใหญ่แล้วยังมีหน้ามาพูดอีกหรือ ถึงตอนนั้นนายท่านรองก็ปกป้องคุณหนูสี่ไม่ได้!
คุณหนูสี่เกเรเกินไปแล้ว!
ผู้คนต่างชำเลืองมองฉินหนิงจือแวบหนึ่งแล้วถอยออกห่างจากนาง ด้วยกลัวว่าจะอาละวาดทุบตี
เมื่อก่อนฉินหนิงจือทำแบบนั้นจริงๆ หากนางถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด ไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆ นิสัยของนางคือลงมืออย่างเดียว ทุบตีคนที่โยนความผิดให้นางจนไปนอนกลิ้งอยู่ที่พื้น
นางกลับไม่รู้เลยว่าสิ่งนี้ยิ่งทำให้ตนเองมัวหมอง ไม่ได้ทำให้บริสุทธิ์ผุดผ่องขึ้นแต่อย่างใด
ฟางซื่อนั้นโกรธจนพูดไม่ออก มองสายตาคนที่ไม่เป็มิตรแล้วก็คิดว่าลูกสาวของตนกำลังถูกผู้อื่นทำให้อับอาย
เกินไปแล้ว...เกินไปแล้ว!
นางกำลังแกล้งไม่ให้หนิงจือได้อธิบาย! นั่นเป็สิ่งที่ฉินอวี้จือยอมยกให้เองต่างหาก!
“หนิงจือของเราไม่ใช่คนชอบเอาของผู้อื่น! มีอะไรที่บ้านรองของเราไม่มีบ้าง! ั้แ่เล็กจนโต หยกแบบไหนที่ไม่เคยเห็นบ้าง ทำไมจะต้องไปหลอกเอาหยกชิ้นนั้นของอวี้จือด้วยล่ะ จำเป็ตรงไหนกัน!”
ฟางซื่อโกรธจัดจนลืมตัว นางรู้เื่การมอบหยกของฉินอวี้จือแล้ว ตอนนั้นชิงเหยาเล่าอย่างละเอียด เห็นอยู่ว่าฉินอวี้จือรักหน้าตามาก แล้วทำไมถึงมาโทษหนิงจือว่าอยากได้ของขวัญชิ้นนั้นกันล่ะ
ก็เหมือนกับเื่ที่พี่สะใภ้ใหญ่เอ่ยตอนอยู่นอกห้องไท่ไท่ผู้เฒ่าฉิน นางเป็คนพูดเองว่าจะให้รังนกเื หากหนิงจือรับก็ถือเป็ความผิดเช่นนั้นหรือ
ท่าทางของฟางซื่อเหมือนกับแม่ที่กำลังสติแตก เมื่อทนเห็นลูกทำผิดไม่ได้...น่าสงสารเสียจริง
ฉินอวี้จือที่มีท่าทางน่าสงสารก้าวไปเบื้องหน้าแล้วค่อยๆ เอ่ยขึ้น “ท่านย่าเ้าขา อย่าโทษน้องสี่เลยเ้าค่ะ เป็อวี้จือเองที่อยากมอบให้เหวินเกอร์”
“พี่รองดีเกินไปแล้วเ้าค่ะ!” ฉินซิ่วจือทนดูต่อไปไม่ไหว รีบเอ่ยออกมาทันที
ผู้คนต่างพยักหน้าว่าคุณหนูรองนั้นเป็คนดีเกินไป!
“พี่รองอยู่ห่างจากนางหน่อยนะเ้าคะ หากนางอาละวาดขึ้นมาจะทำอย่างไร” ฉินซิ่วจือเอ่ยขึ้นอีก
ผู้คนต่างพยักหน้าอีกครั้ง ‘ใช่แล้ว คุณหนูรองรีบถอยออกห่างจากคุณหนูสี่เถิด ตอนนี้คุณหนูสี่นิ่งเงียบไม่โต้ตอบอันใด น่าจะเป็ความสงบก่อนพายุจะมานะเ้าคะ!’
ฉินอวี้จือเม้มปากยิ้ม ทว่าไม่เอ่ยอันใด
เห็นคนนั้นเอ่ยทีคนนี้เอ่ยที ไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินกับฉินหนิงจือกลับไม่พูดอะไรสักคำ ไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินนั้นอยากจะรู้ว่าเื่ทั้งหมดเป็มาเช่นไร จะได้ไม่กล่าวโทษใครตามอำเภอใจเหมือนกับเื่ที่ฉินหนิงจือจมน้ำ
ฉินหนิงจือไม่เปิดปากเพราะนางรู้สึกว่าฉินอวี้จือกับเฉินซื่อกำลังแสร้งทำตัวน่าสงสาร
น่าขำนัก! น่าขำจนนางรู้สึกว่าไม่จำเป็ต้องเสียแรงไปตอบโต้ นางยังต้องไปสืบเื่อาสะใภ้สามต่ออีก!
รีบรบรีบจบเถอะ!
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/e8c39af2eb995c5d8c97da730cbb055e
[1] คัมภีร์พื้นฐานของสำนักปราชญ์ข่งจื่อ รวบรวมบทสนทนาที่เหล่าลูกศิษย์สำนักข่งจื่อได้รวบรวมขึ้นหลังการมรณกรรมของเขา