ฝั่งด้านเจี้ยนเฉิน
จิตใจของเจี้ยนเฉินร้อนรุ่มเป็ห่วงภรรยารีบสั่งการให้หม่าถงตามไปเธอไปอย่างลับๆ จนเวลาผ่านไปพักใหญ่หม่าถงกลับมาที่บ้านตระกูลเฟิ่งพร้อมลูกน้อง
“ท่านนายพลครับตอนนี้คุณนายไปที่หมู่บ้านหลิงหลานครับดูเหมือนจะเข้าพักที่อพาร์ทเม้นท์ใกล้ ๆแถวที่มีโรงงานเปิดอยู่ผมให้ลูกน้องเฝ้าดูแลความปลอดภัยอยู่ใกล้ ๆตามที่นายพลสั่งแล้วครับ”เจี้ยนเฉินพ่นควันบุหรี่ออกจากปากใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เดิมทีหลี่เหมยไม่ใช่คนที่ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวแบบนี้หรือว่าตอนที่เขาไม่อยู่จะเกิดอะไรขึ้นกับเธอจริงๆ เขาจะไม่เชื่อฟังความข้างใดข้างหนึ่งและจะสืบด้วยตนเองส่วนเื่หย่าเขาไม่มีทางยอมหย่าแน่นอน
“นายไปพักเถอะ ต่อจากนี้ฉันจะจัดการเอง”
“ครับ”หม่าถงทำความเคารพเ้านายก่อนจะไปพักเรือนแยกที่ป้าหลินเตรียมไว้ให้
“จะทำอย่างไรกับเธอดีนะหลี่เหมย”เจี้ยนเฉินมองท้องฟ้าเฝ้าครุ่นคิดจะทำอย่างไรให้หลี่เหมยกลับมาเป็คนเดิม
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าหลี่เหมยจะหมดรักฉันเอาไว้พรุ่งนี้เช้าเจอกันที่อำเภอฉันจะขอร้องอ้อนวอนไม่ให้เธอจากไปเอง”พูดจบเจี้ยนเฉินดินเข้าไปในบ้านเฝ้ารอเวลาพรุ่งนี้เช้ามาเยือน
เช้าของอีกวัน
หลี่เหมยนอนหลับสบายทั้งคืนแม้แรก ๆจะไม่คุ้นชินและระแวงเพราะย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ แต่ที่เธอมาอยู่คนที่เช่า อพาร์ทเม้นท์ข้าง ๆต่างคนต่างอยู่กลับมาจากที่ทำงานก็พากันพักผ่อน ทำให้เธอหลับสบายตลอดทั้งคืน
ก้อกๆเสียงประตูห้องดังขึ้นหลี่เหมยกำลังเก็บที่นอนอยู่ต้องขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัยใครกันมาหาเธอั้แ่เช้าตรู่ขนาดนี้หรือว่าจะเป็เจี้ยนเฉินเขาหาที่อยู่เจอแล้วอย่างนั้นหรือแต่คงไม่หรอกหากเขาจะตามคงตามเธอมาั้แ่มื้อวานแล้วร่างเล็กใจเต้นตึกตักรีบเดินไปเปิดประตูดูให้หายข้อข้องใจ เมื่อเปิดประตูออกไปเธอโล่งอกขึ้นมาทันทีเพราะคนที่มาไม่ใช่เจี้ยนเฉินแต่เป็เ้าขอบอพาร์ทเม้นท์ต่างหาก
“หลับสบายมั้ยครับนี่อาหารเช้าครับคุณหลี่เหมยพึ่งจะมาอยู่ใหม่คงไม่มีอะไรทำกินตอนเช้ากินเสร็จแล้วออกมาเจอกันด้านหน้าสักครู่นะครับผมจะให้ลงชื่อในสัญญาเช่าไม่ต้องกลัวนะครับผมไม่ได้ใส่อะไรลงไปในอาหารเห็นสีหน้าคุณไม่สบายใจเลยบอกไว้ก่อน” หลี่เหมยรับมาอย่างเก้ ๆ กัง ๆพร้อมเอ่ยขอบคุณ
“ขอบคุณนะคะสำหรับอาหารเช้า”เขายิ้มกว้างก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องทำงานด้านหน้าห้องพัก
“คนนี้ประหลาดจริง ๆฉันจะกล้ากินของที่เขาเอามาให้มั้ยนะ แต่เขาก็คงเป็คนดีคงไม่มีอะไรหรอกมั่งฉันคิดมากไปเอง”หลี่เหมยมองอาหารในมือก่อนจะเดินเ้าห้องและกินมันเข้าไปอย่างน้อยก็ประหยัดไปอีกมื้อหนึ่งและก็เป็อย่างที่เขาบอกอาหารไม่มีอะไรใส่ไปในนั้นแถมรสชาติก็ยังอร่อยอีกด้วย
หลังจากกินอิ่มหลี่เหมยอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้านำเอกสารสำคัญที่ใช้ในการหย่าใส่กระเป๋าเรียบร้อยเธอเดินถือชามข้าวไปหน้าห้องพักเห็นว่าตอนนี้เ้าของห้องพักกำลังรดน้ำต้นไม้พร้อมร้องเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี
“ขอบคุณสำหรับอาหารนะคะ ฝีมือของคุณอร่อยใช้ได้เลยฉันวางชามเอาไว้ตรงนี้นะคะ แล้วเื่ที่คุณจะคุยด้วยคือเื่อะไรหรือคะ”
“คุณชอบผมก็ดีใจแล้วครับ เื่ที่ผมจะคุยด้วยก็เื่การเช่าห้องพักนั่นแหละครับผมเตรียมเอกสารครบแล้วเพียงแค่คุณกรอกข้อมูลและเขียนชื่อลงตรงนี้ก็เสร็จแล้วครับ วันนี้จะไปไหนแต่เช้าเหรอครับ”เขารีบวางมือจากสิ่งที่ทำอยู่เปิดประดาษให้หลี่เหมยลงชื่อในเอกสารการเช่าที่อยู่
“ฉันมีเื่ที่จะต้องไปจัดการนิดหน่อยค่ะคิดว่าจะออกไปสมัครงานด้วยค่ะ” หลี่เหมยอ่านและลงชื่อนามที่เขา้าพลางเอ่ยปากบอกจางจิ้นฟง
“เช่นนั้นขอให้วันนี้เป็วันที่ดีสำหรับคุณนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ” หลี่เหมยส่งยิ้มให้เขาอย่างมีมารยาทก่อนจะเดินทางไปรอรถประจำทางเพื่อเดินทางไปอำเภอหย่ากับเจี้ยนเฉินให้เสร็จสิ้นเมื่อนั้นเธอจะได้อิสระจากเขา
ฝั่งด้านเฟิ่งเจี้ยนเฉิน
เมื่อคืนนี้เขาครุ่นคิดทั้งคืนจนนอนไม่หลับกระวนกระวายเป็ห่วงหลี่เหมย วันนี้เขาจึงตื่นแต่เช้าตรู่ไปตามที่เธอนัดพบเขาเอาไว้ทว่าเขาไม่จะไม่ยอมทำตามความ้าของเธอเด็ดขาดและต้องรู้เหตุผลให้ได้ทำไมคนที่เคยรักเขามากขนาดนั้นจู่ ๆอยากหย่ากับเขาโดยไร้เหตุผลเช่นนี้ช่างไม่เหมาะกับเธอสักนิด
“เจี้ยนเฉินทำไมลูกใบหน้าหมองคล้ำจนผิดหูผิดตาไปเช่นนี้! อย่าบอกนะว่าคิดถึงนังหลี่เหมย ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้รักลูก ลูกก็เห็นอยู่ว่าเธออยากหย่ากับลูกขนาดไหนไม่เห็นต้องไปเสียดายเลยคนอย่างนั้นไม่เหมาะกับตระกูลของเราสักนิดสู้หนูเสี่ยวลี่ไม่ได้”
“คุณแม่ครับอย่าไปพูดแบบนี้ให้หลี่เหมยได้ยินอีกนะครับรู้มั้ยคำพูดของคุณแม่อาจจะทำให้เธอไม่อยากอยู่ที่นี่ก็ได้ตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณแม่ปฏิบัติกับเธออย่างนี้เรื่อยมาหรือเปล่าครับ ทำให้เธออยากหย่ากับผม”
“ไม่ใช่นะ ไม่ใช่แบบนั้นแม่นะใจดีที่สุดแล้วไม่เชื่อถามป้าหลินดูสิไม่มีแม่สามีที่ไหนใจใหญ่ใจกว้างใจดีได้เท่าแม่อีกแล้ว จริงมั้ยป้าหลิน? " แม่เฟิ่งหันไปขู่ป้าหลินให้เธอช่วยยืนยันว่าสิ่งที่เธอเอ่ยออกมานั้นคือความจริงป้าหลินแม้จะขัดใจแต่ว่าเฟิ่งซินหนานเป็เ้านายของตนเองเธอจึงก้มหน้าลงและบอกกับเฟิ่งเจี้ยนเฉินว่าสิ่งที่เฟิ่งซินหนานเอ่ยออกมาคือความจริง
“เป็ความจริงอย่างที่คุณนายพูดค่ะคุณชาย”
“ถ้าเป็อย่างนั้นก็ดีครับผมอยากให้คุณแม่รักหลี่เหมยเหมือนลูกสาวแท้ ๆของคุณแม่อีกคนเพราะเธอคือคนที่มอบชีวิตใหม่ให้กับผมหากไม่มีเธอป่านนี้ผมคงไม่ได้กลับมานั่งอยู่ตรงนี้”พูดจบเจี้ยนเฉินลุกขึ้นเดินออกไปจากโต๊ะกินข้าวหม่าถงเตรียมรถยนต์รอเขาอยู่ด้านนอก ทันทีที่ออกไปเขาก็ก้าวเท้าขึ้นรถยนต์ชขับเคลื่อนออกไปอำเภอ
“นี่ป้าหลินเธอเป็สาวใช้ของฉันเมื่อครู่ฉันเห็นนะว่าเธออิดออดไม่คิดจะพูดตามฉันนะ ! อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะและเื่ที่ฉันเคยทำตัวยังไงกับนังหลี่เหมยห้ามถึงหูของเจี้ยนเฉินเด็ดขาดเข้าใจที่ฉันพูดมั้ยไม่อย่างนั้นฉันจะตัดเงินเธอ”
“ค่ะคุณผู้หญิง”ผ้าหลินก้มหน้าก้มตาเก็บถ้วยชามเมื่อเ้านายทั้งสองกินเสร็จพลางถอดหายใจเบา ๆเมื่อวานเธอดีใจกับหลี่เหมยจริง ๆที่ตัดสินใจเดินออกไปจากบ้านหลังนี้ไม่ต้องเป็ที่รองอารมณ์ของคุณนายอีกแต่มาวันนี้ก็ต้องมาสงสารหลี่เหมยอีกครั้งเมื่อได้ยินจากคุณชายว่าจะตามตัวเธอกลับมานรกบนดินแห่งนี้อีกครั้ง
'โชคชะตาช่างไม่เข้าข้างจริง ๆชีวิตเกิดมาช่างอาภัพน่าสงสารอุตส่าห์ออกไปได้แล้วต้องย้อนกลับคืนมา เฮ้อ !ฉันขอให้หลี่เหมยมีความสุขจริง ๆกับเขาเสียทีเถอะหากจะดีคือการมีคุณเจี้ยนเฉินอยู่ทีนี่ตลอดไปเช่นนั้นชีวิตของเธอคงไม่ได้เจออย่างที่เคยเจอ'