บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 52 กระบี่หักแล้ว

                “ที่จริงแล้วพระองค์อาจจะทรงไม่เชื่อแต่อย่างไรข้าก็ยังต้องบอกท่านอยู่ดี ข้าแอบได้ยินหมิงเสวียนพูดคุยกับบริวารของเขาซึ่งดูเหมือนเขากำลังมีแผนการร้ายอยู่”

               หมิงอวี่พูดเสียงเข้มว่า “เดิมมีพระองค์คนเดียวเท่านั้นที่รู้วิธีการทำผลึกโลหิตเก้าโคจรแต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเลยยังมีคนอื่นที่รู้วิธีการทำผลึกโลหิตเก้าโคจรเหมือนกัน เพราะเหตุนี้ที่หมิงเสวียนต้องการเดินทางไปยังดินแดนอสูรว่านโซ่วก็เพราะต้องการล่าหัวใจของอสูรร้ายระดับสิบเก้าตัวแต่เขาไม่ได้ต้องการมอบหัวใจอสูรให้กับพระองค์!”

                “เขาต้องการทำผลึกโลหิตเก้าโคจรขึ้นมาเพื่อตอบสนองความทะเยอทะยานของตัวเขาเอง!”

                หมิงอวี่บอกเล่าเรื่องที่น่าตกใจนี้ให้หมิงเฉินเหยียนฟัง เขารู้สึกเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอกไปแล้ว

               “เจ้าหมายความว่า เสวียนเอ๋อร์คิดจะเก็บผลึกโลหิตเก้าโคจรไว้ใช้เองอย่างนั้นหรือ?”สีหน้าของหมิงเฉินเหยียนนั้นเริ่มดูย่ำแย่

               “ถูกต้องแล้ว เขาแค่ต้องการให้พระองค์ ...”

               “เจ้าทำให้ข้าผิดหวังมาก”

               หมิงอวี่กำลังคิดจะพูดอะไรอีกแต่คิดไม่ถึงเลยว่าหมิงเฉินเหยียนกลับส่ายหน้าแล้วถอนหายใจแทรกขึ้นมา

               หมิงอวี่มองไปที่หมิงเฉินเหยียนด้วยความสงสัยเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่หมิงเฉินเหยียนพูดนั้นหมายความว่าอย่างไร

               หมิงเฉินเหยียนพูดด้วยสีหน้าท่าทางที่จริงจังว่า“เจ้าวิ่งมาหาข้ากลางดึกก็เพื่อใส่ร้ายเสวียนเอ๋อร์เนี่ยนะ?”

               “อะไรนะ?” หมิงอวี่มองไปที่หมิงเฉินเหยียนหมิงเฉินเหยียนพูดอะไรนะ บอกว่าเขาใส่ร้ายหมิงเสวียนอย่างนั้นหรือ?

               หมิงอวี่ไม่ลังเลใจเลยที่จะถอดเสื้อตัวนอกและเกราะออกหน้าท้องที่มีรอยเท้าโผล่ออกมาให้ได้เห็น “เสด็จพ่อนี่คือรอยเท้าที่หมิงเสวียนถีบข้าเมื่อครู่นี้ในป่าหลังวังหลวงเขาคิดว่าถีบข้าจนสลบไปแล้ว แต่ที่จริงเปล่าเลยข้าบังเอิญได้ยินสิ่งที่พวกเขาคุยกันทั้งหมด มันเป็นเรื่องจริงทุกอย่าง!”

                ระหว่างที่พูดเขาก็เปิดหัวไหล่ข้างที่มีรอยแผลสายฟ้าสีดำแล้วพูดเสียงเข้มว่า “หมิงเสวียนมีร่างกายแห่งสายฟ้า นี่เป็นบาดแผลที่เขาทำท่านลองมองดูให้ดีสิ”

               เดิมหมิงอวี่คิดว่าหมิงเฉินเหยียนจะคิดได้ แต่สิ่งที่เขาได้กลับมากลับเป็นสายตาที่ผิดหวังมากกว่าเดิมของหมิงเฉินเหยียน

               “เสวียนเอ๋อร์เป็นคนมีพรสวรรค์ความสามารถสูง จะลงมือทำร้ายคนอื่นได้อย่างไรอาการบาดเจ็บที่หน้าท้องของเจ้าผู้กล้าที่อยู่ในสามร้อยอันดับแรกในวังหลวงก็ทำได้กันทั้งนั้น”

               “แล้วก็บาดแผลจากสายฟ้าที่หัวไหล่ขวาของเจ้าขอแค่คนที่เรียนรู้ทักษะการต่อสู้ธาตุสายฟ้าก็สามารถทำได้เช่นกัน เท่าที่ข้ารู้ผู้กล้าที่มีทักษะการต่อสู้สายฟ้านั้นมีอย่างน้อยก็สามสิบกว่าคนเจ้าคิดว่าอาศัยหลักฐานแค่นี้ ก็จะยืนยันได้ว่าเป็นเสวียนเอ๋อร์แล้วอย่างนั้นหรือ?”

               หมิงเฉินเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “อีกอย่างเจ้าบอกว่าเจ้าได้ยินเสวียนเอ๋อร์พูดกับชายบริวารอีกคนถ้าอย่างนั้นเจ้าบอกข้ามาหน่อยสิว่า ชายชุดดำคนนั้นเป็นใคร? นอกจากข้าแล้วจะเป็นใครที่รู้เคล็ดลับในการทำผลึกโลหิตเก้าโคจรอีก?”

               หมิงอวี่ถอยหลังไปสองก้าว เขาพยายามบอกตัวเองให้ใจเย็นลงแล้วพูดอย่างอดทนว่า“พระองค์ลองคิดดูให้ดี ในหลายปีที่ผ่านมาหมิงเสวียนเป็นผู้กล้ามีพรสวรรค์ที่ใครหลายคนพูดถึง เขามีพรสวรรค์เหนือกว่าท่าน แต่ว่าทรัพยากรที่เขาได้รับในการฝึกกับอำนาจที่เขามีนั้นกลับเป็นรองท่าน”

               ระหว่างที่พูด หมิงอวี่ก็ส่ายหน้าแล้วพูดว่า“ที่จริงเขาไม่ได้พอใจกับสิ่งที่เขาได้รับเลยความทะเยอทะยานที่เขามีมันมากจนพระองค์ทรงคาดไม่ถึงแน่!”

                “วันนี้ในตำหนักหลงเถิง ทรงจำตอนที่เขาคุกเข่าลงได้ไหม? เขาบอกว่าหากทรงไม่รับปากให้เขาไปดินแดนอสูรว่านโซ่วเขาก็จะไม่ยอมลุกขึ้นเด็ดขาด นั่นมันเป็นการบังคับข่มขู่ให้ทรงกระทำการต่อให้เขาจะแข็งแกร่งมากแค่ไหนก็ยังมีตำแหน่งเป็นแค่ขุนนาง จะให้ขุนนางมามีอำนาจเหนือกษัตริย์ได้อย่างไรกัน?”

               หมิงอวี่พูดอย่างละเอียด เขานำสิ่งที่วิเคราะห์ได้จากการกระทำของหมิงเสวียนพูดออกมาจนหมด

               แต่หมิงเฉินเหยียนกลับตอบกลับมาแค่คำเดียว “เจ้าพูดจบแล้วหรือยัง?”

               “อะไรนะ?” หมิงอวี่อึ้งไป

               “พูดจบแล้ว ก็ไปให้พ้น”

               น้ำเสียงที่เย็นชาดังก้องในหู หมิงอวี่สีหน้าซีดขาวสายตาที่เขามองไปที่หมิงเฉินเหยียน ทำให้เขารู้สึกเหมือนคนแปลกหน้า!

                หมิงอวี่พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ“ข้ามาบอกความจริงเรื่องนี้กับพระองค์ แต่กลับทรงบอกให้ข้า ... ไปให้พ้นอย่างนั้นหรือ?”

               “เจ้ายังไม่ยอมจบอีกใช่ไหม! เจ้าเป็นถึงองค์ชายการปรารถนาในอำนาจมันเป็นเรื่องปกติ แต่ว่าเจ้าไม่ควรจะใส่ร้ายพี่ชายเจ้าแบบนี้!”

                น้ำเสียงของหมิงเฉินเหยียนนั้นเย็นชาขึ้นเรื่อยๆ “ข้าไม่เห็นว่าเสวียนเอ๋อร์จะบีบบังคับข่มขู่ข้าตรงไหนแต่ข้ากลับเห็นว่าเจ้าไม่ใส่ใจคำพูดของข้ามากกว่าบุกเข้ามาในตำหนักบรรทมของข้าโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วยังกล้าบอกว่าเสวียนเอ๋อร์ทำร้ายจนเจ้ามีสภาพแบบนี้อีกเจ้ามันไม่ต่างกับเครื่องมือใส่ร้ายคนอื่นชัดๆ !”

               เขาชี้หน้าหมิงอวี่แล้วตะคอกใส่ว่า “เพื่อให้ร้ายเสวียนเอ๋อร์เรียกร้องความสนใจจากข้า จนไม่สนใจความเป็นสายเลือดเดียวกันแล้วใช่ไหม? เมื่อไหร่เจ้าจะโตสักที?”

               “เขาคิดจะสังหารพระองค์ แต่ท่านกลับออกหน้าแทนเขา! ทรงกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่!”

               หมิงอวี่ดวงตาแดงก่ำ แทบจะเค้นเสียงออกมาจากลำคอ!

                พูดจบ หมิงเฉินเหยียนก็ยกมือตบหน้าของหมิงอวี่

               เสียงดังสนั่นหวั่นไหวก้องไปทั่งวังหลวงมันมาพร้อมกับเสียงหัวใจที่แตกสลายของชายหนุ่มเลือดร้อน!

                หมิงอวี่ยืนอึ้งไป แล้วมองไปที่หมิงเฉินเหยียน “ท่าน ตบข้า?”

               “ข้าตบให้เจ้าได้สติ ไสหัวไป” พูดจบ หมิงเฉินเหยียนก็สะบัดชายเสื้อคิดจะใช้ลมต้อนไล่หมิงอวี่ออกจากห้องไป

               แต่ครั้งนี้หมิงอวี่โกรธมากเลือดลมภายในร่างกายของเขามันพุ่งไปอยู่ที่หมัด แล้วซัดลมที่กำลังพุ่งมาที่ตัวเขาจนระเบิดออก!

                เขามองไปยังชายแปลกหน้าที่อยู่ตรงหน้า เขายิ้มอย่างขมขื่นจากนั้นก็พูดขึ้นมาเหมือนคนเสียสติว่า “วันนี้ ข้ามาบอกท่านเรื่องนี้ ก็หวังว่าจะทรงกอบกู้ต้าหมิงได้แต่คิดไม่ถึงเลยว่า ทรงไม่เชื่อในสิ่งที่ข้าพูดเลยแม้แต่คำเดียว ในใจของท่านคงไม่เคยเห็นข้าเป็นลูกชายเลยสินะ”

               “นี่คือท่าทางการพูดจากับข้าหรือ?” หมิงเฉินเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

               “ตั้งแต่วันนี้ไป เราไม่ใช่พ่อลูกกันอีก ข้าไม่มีพ่อแบบท่าน”น้ำเสียงของหมิงอวี่ฟังไม่ออกเลยว่ารู้สึกอย่างไร

               ใจของเขาตายไปแล้ว จะไปมีความรู้สึกอะไรได้อย่างไรกัน?

               “เจ้าว่าอย่างไรนะ?”

               หมิงเฉินเหยียนตกตะลึงมาก หมิงอวี่เป็นองค์ชายสิบเจ็ด แค่ฐานะของเขาก็มีคนกว่าหมื่นคนแย่งชิงกันแทบเป็นบ้าแล้วเขาก็ไม่ได้ไม่ยอมรับในตัวของหมิงอวี่ แต่หมิงอวี่กลับไม่รับเขาเป็นพ่ออย่างนั้นหรือ?

               “นี่ชุดคุ้มกันที่ทรงประทานให้ ข้ารับเกียรติยศแบบนี้ไม่ไหวข้าขอคืนให้ท่าน” ระหว่างที่พูด หมิงอวี่ก็ถอดชุดคุ้มกันเกียรติยศประดับทองออกทีละชิ้นลงตรงหน้า

               “แล้วก็ยังมีนี่ กระบี่เฟิงโหวของขวัญวันเกิดอายุครบสิบสองปีที่ทรงประทานให้ ข้าเห็นมันเป็นสมบัติล้ำค่ามาตลอดตอนนี้ ข้าคืนให้ท่าน”

               หมิงเฉินเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “เจ้าวุ่นวายพอแล้วหรือยัง?”

               หมิงอวี่ยิ้ม ท่าทางของเขาเย็นชาลงเรื่อยๆเขาชักกระบี่ออกมาด้วยมือซ้ายแล้วใช้นิ้วขวาหนีบตัวกระบี่เฟิงโหวเอาไว้แล้วใช้กำลังที่แรงที่สุดหักไปที่ตัวกระบี่ กระบี่เฟิงโหวหักออกเป็นสองท่อน!

                “กระบี่หักแล้ว ความเคารพสุดท้ายที่ข้ามีให้ท่าน จบลง ... แค่นี้”

               หมิงอวี่หันหลังแล้วเดินออกจากตำหนักเฉินหลงไปทันที แผ่นหลังของเขาช่างเงียบเหงามันหนาวเย็นมาก

               เมื่อเห็นแผ่นหลังของหมิงอวี่เดินจากไปแล้วสายตาของหมิงเฉินเหยียนสับสนมาก เขาคิดไม่ถึงเลยว่าคำพูดของเขาในวันนี้จะมีผลที่ไม่เป็นอย่างที่คิดและมันยังทำให้หมิงอวี่ทำเรื่องแบบนี้ออกมาอีกด้วยดูท่าภายภาคหน้าเขาคงต้องสนใจการเติบโตของลูกมากกว่านี้ไม่อย่างนั้นจะทำให้พวกเขาดื้อรั้น เดินไปในทางผิดได้

               ......

               ห้องบรรทมขององค์ชาย ในตำหนักลั่วฮวา

               ในเวลานี้ฝนด้านนอกยังคงตกหนักอยู่ ฟ้าร้องฟ้าผ่าสลับกันภายในห้องมืดสลัวไม่มีแสงไฟ กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วห้องหมิงอวี่ยกสุรากรอกเข้าปากอย่างต่อเนื่องจนหมด

               หญิงสาวสวมชุดดำหน้าตางดงามนั่งมองหมิงอวี่อยู่ข้างๆ อย่างเงียบๆ นางยังคงสวยงดงามเหมือนเดิมถึงแม้จะอยู่ในความมืดก็ตาม เห็นแค่ครึ่งใบหน้าก็ทำให้รู้สึกอารมณ์ดีมาก

               นางก็คือเฮยจีตอนที่หมิงอวี่เอาเหล้าฤทธิ์รุนแรงมากมาจากในครัวห้าไห เฮยจีก็ออกมาอยู่ข้างๆ เขาแล้วเพราะพลังดวงวิญญาณของนางแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น เฮยจีจึงรับรู้ทุกอย่างที่อยู่ภายนอกได้สิ่งที่เกิดขึ้นกับหมิงอวี่ก่อนหน้านี้ทั้งหมดนางก็รับรู้ได้

               เฮยจีเห็นชายที่อยู่ตรงหน้าของนางเอาแต่เมาไม่พูดไม่จา ในใจของนางก็เจ็บปวดอย่างมากเหมือนกัน

               นางเข้าใจความรู้สึกของหมิงอวี่ดี แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องปลอบใจเขาอย่างไรทำได้แค่มองหมิงอวี่ดื่มเหล้าเมามายอยู่อย่างนี้

               ถ้วยแล้วถ้วยเล่า หมิงอวี่ไม่รู้ว่าตัวเขานั้นดื่มไปมากแค่ไหนแต่คนที่มีร่างกายและสติแข็งแกร่งมากกว่าคนอื่นดื่มยังไงก็ไม่เมาสักที!

                “ข้าก็แค่อยากเมา ทำไมมันถึงได้ยากเย็นขนาดนี้?”

               หมิงอวี่บ่นพึมพำแล้วยกเหล้าขึ้นมาทั้งไหจากนั้นก็กระดกเข้าปากไม่หยุดจนเหล้าหกรดลงมาบนตัวของเขา แต่เขาก็ยังคงดื่มมันอย่างต่อเนื่อง

               กระทั่งดื่มจนหมดไหหมิงอวี่ถึงได้รู้สึกว่าเริ่มเมาแล้วนิดหน่อยเขายิ้มมุมปากแล้วหันไปยิ้มให้กับเฮยจี “สภาพข้าแบบนี้ น่าเกลียดมากเลยใช่ไหม?ถ้าเจ้าไม่ชอบก็อย่ามอง ไปเอาเหล้ามาให้ข้าอีก!”

                เฮยจีเปิดเหล้าอีกไหที่อยู่ข้างๆ มาวางบนโต๊ะ “ข้าดื่มเป็นเพื่อนเจ้าเอง”จากนั้นนางก็รินเหล้าลงในถ้วยแล้วดื่มเป็นเพื่อนหมิงอวี่

               ก็ไม่รู้ว่าดื่มไปมากแค่ไหน จนกระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วยาม การดื่มอย่างเอาเป็นเอาตายแบบนี้ถึงได้จบลง

               ถึงแม้หมิงอวี่จะรู้สึกว่าเมาแล้วนิดหน่อย แต่สายตาของเขานั้นกลับหยุดอยู่ในห้วงเวลาเดิมๆเขาเอาแต่นึกย้อนถึงภาพสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

               ชักดาบตัดน้ำน้ำยิ่งไหล ใช้สุราแก้กลุ้มยิ่งกลุ้มหนักเขาลืมสิ่งที่เกิดขึ้นพวกนั้นไม่ได้ แต่กลับยังจำมันลึกซึ้งมากขึ้นอีก

               ในฐานะพ่อของเขา ความเย็นชาเฉยเมยที่หมิงเฉินเหยียนมีต่อเขาการตัดสินทุกอย่างผิดพลาดและความทนงตน และคำพูดที่ดูถูกเหยียดหยามของเขา ...

               เจ้าทำให้ข้าผิดหวังมาก!

                เจ้าพูดจบแล้วหรือยัง? พูดจบแล้วก็ไปให้พ้น

               เพื่อให้ร้ายเสวียนเอ๋อร์ เรียกร้องความสนใจจากข้าจนไม่สนใจความเป็นสายเลือดเดียวกันแล้วใช่ไหม? เมื่อไหร่เจ้าจะโตสักที!

                คำพูดพวกนี้เหมือนมีดดาบที่ทิ่มแทงไปในใจของหมิงอวี่และภาพที่ไร้เยื่อใยนั้นมันยิ่งทำให้เขาใจสลาย

               หมิงอวี่ดวงตาแดงก่ำ ปลายตาของเขาเหมือนมีประกายขึ้นมาบ้างแล้ว

               “ ... ยังจะดื่มอีกหรือ?” เฮยจีแก้มแดงนางอยู่ในสภาพร่างแปลงวิญญาณ แต่เหมือนจะสู้ฤทธิ์เหล้าไม่ไหว

               “ไม่แล้วล่ะ ... ”

               หมิงอวี่ส่ายหน้า เขาสะอื้นแล้วพูดว่า “ต่อให้ดื่มมากแค่ไหน ก็ลืมไม่ได้อยู่ดี”

               “แล้วเจ้าจะทำอย่างไรต่อไป? พาท่านป้าออกจากวังหลวงไปจากราชวงศ์ต้าหมิง ไปหาสถานที่ห่างไกลอาศัยกันดีไหม?” เฮยจีเสนอ

               ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มีแค่วิธีนี้เท่านั้นถึงจะปลอดภัยมากที่สุด

               หมิงอวี่พยักหน้า แต่จากนั้นก็ส่ายหน้า “หลังจากนี้อีกครึ่งปี หากหมิงเสวียนได้ผลึกโลหิตเก้าโคจรมาและสามารถทะลวงไปถึงขอบเขตอมฤตได้ใต้หล้านี้ก็จะเกิดความวุ่นวาย หากข้าไปทันทีในตอนนี้ อย่างไรก็รักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ได้แต่ว่าขุนนางทั้งหมดในต้าหมิงจะต้องถูกกวาดล้าง ถึงเวลานั้นก็จะเกิดการนองเลือดข้าจะทนเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นโดยไม่สนใจใยดีได้จริงหรือ?”

               “ข้า ... ทำไม่ได้”

               คิดอยู่อย่างนั้นนานมาก หมิงอวี่พยายามต่อสู้อยู่กับตัวเองแต่สุดท้ายก็ยังได้คำตอบแบบนี้ออกมาเหมือนเดิม

               “เจ้าแน่ใจแล้วใช่ไหม ... ” เฮยจีขมวดคิ้วแล้วเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วง

               หมิงอวี่พยักหน้า “ข้าแน่ใจ ข้าจำเป็นต้องช่วยราชวงศ์ต้าหมิงจะให้ใครมาทำลายมันไม่ได้เด็ดขาด!”

                หลังจากที่เสียใจอย่างถึงที่สุดไปแล้ว หมิงอวี่ก็เกิดไฟลุกโชนขึ้นมาในใจด้วยความปรารถนาในความสามารถมีเพียงความสามารถเท่านั้นถึงจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างนี้ได้เขาถึงจะมีสิทธิปกป้องคนข้างกายของเขาได้!

                หมิงเฉินเหยียนหน้ามืดตามัวถ้าเช่นนั้นทุกสิ่งทุกอย่างนี้เขาจะเป็นคนเปลี่ยนแปลงมันเอง!

                บนตารางอันดับนักรบสามร้อยอันดับแรกล้วนมีแต่ยอดฝีมือแต่ละคนมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าหมิงอวี่ทั้งนั้น สิบองครักษ์หน้าพระที่นั่งผู้อาวุโสในตระกูล ผู้นำตระกูลใหญ่ต่างๆ แต่ละคนล้วนแต่ประมาทไม่ได้เลยในวังหลวงต้าหมิง องค์หญิงเจ็ดหมิงเยวี่ย องค์ชายสามหมิงอู่ ก็ล้วนแต่เป็นยอดฝีมือ

               ขุนพลสร้างแผ่นดินสามคนก็ล้วนไม่ใช่คนธรรมดาแต่ละคนล้วนแต่เป็นทหารผ่านศึกเลือดทั้งนั้น!

                และคนที่มีพรสวรรค์ที่สุดก็คือหมิงเสวียนเขามีพลังเทียบเท่าราชสีห์เก้าพันแปดร้อยห้าสิบตัว มีร่างแห่งสายฟ้าเป็นเทพแห่งกระบี่ มีเกียรติยศมากมาย!

                อัจฉริยะปีศาจแบบนี้นี่แหละที่ต้องการปลิดชีวิตเขาในอีกครึ่งปีข้างหน้าเช่นกัน! แล้วเขาจะนั่งรอความตายแบบนี้ได้อย่างไร!

                คนพวกนี้เมื่อรวมกันแล้วก็เหมือนกับมีภูเขาน้ำหนักกว่าร้อยล้านตันตั้งอยู่ตรงหน้าทำให้เขาไม่สามารถข้ามผ่านมันไปได้

               แต่หมิงอวี่ก็มั่นใจในความสามารถและพรสวรรค์ของตัวเองมากเหมือนกันเพียงแต่เขาไม่มีเวลาให้ได้เติบโต เขาเพิ่งจะฝึก “เคล็ดวิชาหยินหยางขั้นสูง”ไปได้แค่หกกระบวนท่าเท่านั้นเอง แล้วยังไม่มีใครรู้เลยว่าสามกระบวนท่าสุดท้ายของ“เคล็ดวิชาหยินหยางขั้นสูง” นั้นมันแข็งแกร่งและน่ากลัวมากแค่ไหน!

                “ในเมื่อข้าไม่อาจนิ่งดูดายได้ถ้าอย่างนั้นข้าก็จำเป็นจะต้องไปฝึกฝนในดินแดนอสูรว่านโซ่ว ถึงแม้มันจะอันตรายมากแต่ข้าจำเป็นจะต้องไล่ตามหมิงเสวียนให้ทัน ... เลือดหัวใจอสูรเก้าตัวนั่นข้าไม่มีทางให้หมิงเสวียนได้มันไปครบแน่!”

                เมื่อเห็นความมุ่นมั่นตั้งใจแน่วแน่ของชายหนุ่มเฮยจีทำได้แค่ยิ้มอย่างจนใจ

               แต่ในเวลานี้เอง แสงสีฟ้าอ่อนๆ ก็ส่องประกายขึ้นมาในมือของหมิงอวี่อุณหภูมิในห้องลดลงทันที บัวหิมะน้ำแข็งสีน้ำเงินดอกหนึ่งก็ปรากฏขึ้นและหมุนวนอยู่และหลังจากนั้นบัวหิมะน้ำแข็งสีน้ำเงินอีกดอกก็ปรากฏขึ้นมาในมือเช่นกัน!

     

    คล้ายกับเรื่องบันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    มังกรพลิกสวรรค์

    มังกรพลิกสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    161K 121
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258