The Writer ยั่วนักนะคุณนักเขียน

    ตอนที่ 15 ตกหลุมรัก (NC18+)

             “ผู้หญิงเที่ยวอินเดียคนเดียวมันอันตรายนะครับให้ผมไปด้วยนะ” ร่างใหญ่ที่ยังนอนคว่ำทาบทับบนตัวเธอออดอ้อน

            “สบายมากค่ะฉันไปเที่ยวคนเดียวมาแทบจะรอบโลกแล้ว” ลลิตาตอบอู้อี้เธอเริ่มรู้สึกอึดอัดเพราะร่าง๶ั๷๺์ไม่ยอมลงไปจากตัวเธอซะที

            “ไม่เอา ผมจะไปด้วย” ฟารีสเริ่มฝั่งจูบไปตามลาดไหล่ขาวนวลสะโพกแกร่งขยับบดเบียดแทรกท่อนเนื้อที่แข็งเกร็งขึ้นอีกครั้งผ่านร่องก้นนวล

            “อื้ออออ” ลลิตาครางเบาๆ ด้วยความวาบหวามแอ่นสะโพกงอนขึ้นตามสัญชาตญาณเพื่อเปิดช่องทางรักที่ยังชุ่มฉ่ำจากการเสร็จสมที่ผ่านมาเอวสอบขยับกระแทกท่อนเนื้อยาวสอดใส่เข้ามาจนสุดลำความเสียวซ่านระลอกใหม่แล่นไปทั่วร่าง

            ร่างสูงบดเบียดแผ่นอกกว้างแนบชิดหลังขาวเนียนริมฝีปากซุกไซซอกคอหอมกรุ่นอย่างมัวเมาเบื้องล่างบั้นเอวสอบโยกไหวต่อเนื่องแทรกแก่นกายเข้าออกเนินนาบในร่างคนตัวเล็กความเสียวซ่านวาบไหวทำให้ลลิตาครางกระเส่า

            “นะครับ ให้ผมไปด้วย”ร่างใหญ่หยุดเคลื่อนไหวกะทันหัน แช่ท่อนเนื้อแข็งนิ่งในช่องทางคับแคบ

            “อือออ...อย่าหยุดสิคะ” ลลิตาพูดอย่างขัดใจพยายามร่อนสะโพกเข้าใส่แท่งเนื้อแข็งแต่โดนมือใหญ่รั้งสะโพกไว้แน่น

            “ตกลงจะให้ผมไปด้วยไหม หืม?”

            “ค่ะ ค่ะ ไปด้วยก็ได้ค่ะ ทำต่อเถอะนะ” ลลิตาหายใจหอบกระเส่าสติหลุดลอยจนไม่รู้พูดอะไรออกไป

            “เด็กดี” คนตัวโตยิ้มอย่างสมใจทาบทับร่างใหญ่แนบสนิทกับร่างบางมีเพียงเอวสอบที่เด้งขยับแทรกท่อนเนื้อยาวเข้าออกช่องคับแคบเนิบนาบก่อนเร่งจังหวะกระแทกร้อนแรงร่างบางไหวโยกตามแรงกระแทก เต้าอกอิ่มทั้งสองข้างเบียดบี้ไปพื้นพรมเช่นเดียวกับปุ่มกระสันกลางลำตัวที่แทบแหลกเหลวจากการกระแทกและเบียดถูกับพื้นมือใหญ่ช้อนหน้าหวานประกบจูบเร่าร้อนอีกมือเกาะกุมเต้านมอวบบีบดึงยอดอกจนแข็งเป็๞ไต บั้นเอวสอบกระแทกรัวไม่หยุดสองเสียงหอบกระเส่าประสานกันอื้ออึงแข็งกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นในความมืดสลัว....

             “จองห้องเดียวนะครับผมอยากนอนกอดคุณจนถึงเช้าบ้าง” ตาคมหวานออดอ้อนอยู่บ้านเรือเขาต้องรีบกลับห้องตอนเช้าตรู่เพราะคุณพ่อบ้านเริ่มมาทำงาน

            “ตามใจคุณเลยค่ะ”มาถึงขั้นนี้แล้วเธอจะห้ามอะไรได้ ลลิตาได้แต่ถอนหายใจ นอนหมดเรี่ยวแรงอยู่บนเตียงปล่อยให้คนตัวสูงวุ่นวายจัดการทริปไปจนดึก

            ภาพเทือกเขาหิมาลัยเริ่มหายลับไปจากสายตาลลิตารู้สึกใจหายตอนนี้เธออยู่บนเครื่องบินที่กำลังมุ่งหน้าจากสนามบินศรีนาการ์ไปเดลีข้างเธอเป็๲หนุ่มแคชเมียร์ตัวสูง ตาคม....คนเดิมที่ยัดเยียดตัวเองเข้ามาในทริปเดลี-อัคราของเธอพร้อมจองโรงแรม เช่ารถ จัดโปรแกรมจ่ายเงินให้เสร็จสรรพ

            โรงแรมที่พักเป็๞แรมใหญ่กลางกรุงนิวเดลีฟารีสจองเป็๞ห้องสูทขนาดเล็กที่มีห้องนอนและห้องนั่งเล่นแยกเป็๞สัดส่วนพร้อมมุมครัวเล็กๆ

            “พออยู่ได้ไหมครับ”ฟารีสมองคนตัวเล็กที่เดินสำรวจไปทั่วห้อง

            “หรูหราเกินไปด้วยซ้ำค่ะถ้าฉันจองเองคงเป็๞พวกบูทิคโฮเต็ลเล็กๆ”เธอเป็๞สายแบ็คแพ็คลุยเดี่ยวที่ไม่เน้นที่พักหรูหราแต่ต้องเดินทางสะดวก สะอาดปลอดภัย บูทิคโฮเต็ลเล็กๆ กลางใจเมืองราคาเป็๞มิตรจึงตอบโจทก์เธอมากกว่าหญิงสาวเริ่มจัดของและเก็บกระเป๋าเดินทาง ก่อนเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา

            ‘คนผีทะเล...’ เธออุทานในใจเมื่อพบว่าผนังระหว่างห้องน้ำกับห้องนอนเป็๲กระจกใสแจ๋วเธอหันไปส่งค้อนให้คนหน้าคมที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนดึงมู่ลี่ลงมาปิดกระจกใสยังดีนะที่มีมู่ลี่ไว้ให้ ลลิตาถอนหายใจ

            “โห...วิวดีมากเลยค่ะ” เมื่อเธอออกมาจากห้องน้ำฟารีสเปิดม่านหนาหนักที่ตอนเข้ามาปิดสนิทออกหน้าต่างเป็๞กระจกใสจากพื้นจรดเพดานทั้งห้องนอนและห้องนั่งเล่นทิวทัศน์มุมสูงจากชั้น 25 เป็๞ตัวเมืองนิวเดลีที่ประกอบด้วยตึกสูงมากมายไกลออกไปเป็๞แม่น้ำยาวคดเคี้ยว

            “นั่นแม่น้ำอะไรคะ?”

            “แม่น้ำยมุนาครับอยู่ อยู่ใกล้ๆกับป้อมแดง (Red fort)”

            “แม่น้ำที่เขาไปอาบน้ำกันน่ะเหรอคะ?” ลลิตาถามด้วยความตื่นเต้นเธออยากเห็นของจริงมานานแล้วแต่ไม่กล้าไปคนเดียว

            “ใช่ครับเดี๋ยววันที่ไปป้อมแดงผมจะไปเดินเล่นริมแม่น้ำ”

            “หิวหรือยังครับ”ร่างสูงเดินเข้ามาสวมกอดจากด้านหลัง

            “หิวค่ะ”

            “ผมก็หิว”ฟารีสพูดจบก็ช้อนร่างบางอุ้มไว้ในวงแขนสาวเท้าเข้าห้องนอน

            “ไม่ใช่แบบนี้ ฉันหิวข้าวค่ะไม่ได้หิวอย่างอื่น” ลลิตาดิ้นขลุกขลักอยู่ในวงแขนแกร่ง

            “ผมล้อเล่น” คนตัวโตหัวเราะ พลางปล่อยลลิตาลงไปยืนที่พื้นแต่โดยดี

            ทั้งคู่ตกลงจะรับประทานอาหารที่ร้านอาหารของโรงแรมเนื่องจากยังเหนื่อยจากการเดินทางและไม่พร้อมออกไปรับมือกับความจอแจวุ่นวายภายนอกโรงแรม

            “อินเดียเกต (IndiaGate) อยู่ห่างจากโรงแรมประมาณครึ่งกิโล คุณลิตาเดินไหวไหมครับ”ฟารีสถามพลางจิบชาอัสสัมสีดำ เขาไม่อยากขับรถไปเพราะหาที่จอดยาก

            “ได้ค่ะ ถ้าแดดไม่ร้อน”

            ทั้งคู่นั่งอยู่ในห้องอาหารของโรงแรม ลลิตาสั่งอาหารง่ายๆเป็๲คลับแซนวิชกับคาปูชิโน่ ส่วนคนตัวสูงสั่งเป็๲ซาโมซ่าไก่กับชาอัสสัม

            “คนแคชเมียร์นี่นอกจากชาแล้วดื่มเครื่องดื่มอย่างอื่นได้ไหมคะ?”เธอถามขำๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายดื่มชาอีกแล้ว

            “ถ้าไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ดื่มได้หมดแหล่ะครับแต่ส่วนมากจะติดดื่มชากัน” เขาตอบยิ้มๆพลางส่งสายตาคาดโทษให้คนตรงหน้าที่มาแอบล้อเลียน

            “ดูสะอาดเรียบร้อยกว่าที่คิดไว้นะคะ” ลลิตาเปรยขณะเดินไปตามถนนมุ่งหน้าสู่อินเดียเกต

            ถนนหนทางในนิวเดลีนั้นร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ดูสะอาดเป็๲ระเบียบเรียบร้อยผิดจากที่ลลิตาจินตนาการไว้

             “นิวเดลีเป็๞เมืองใหม่ครับเป็๞เขตศูนย์ราชการด้วย โซนนี้จะเป็๞พวกโรงแรมหรู ศูนย์การค้า และร้านกาแฟเก๋ๆพูดง่ายๆ เป็๞เขตผู้มีอันจะกินอยู่ ส่วนโซนอื่นก็ไม่ต่างจากที่คุณลิตาคิดไว้หรอกครับ”ฟารีสอธิบาย

            นิวเดลีต้นเดือนพฤศจิกายนอากาศเย็นสบายเดินไม่นานนักก็ถึงจุดหมายสิ่งก่อสร้างคล้ายประตูชัยตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าไม่ไกลแต่ผู้คนมากมายมหาศาลตรงหน้าทำให้ลลิตาชะงักฝีเท้า

            “ทำใจให้สบายครับแค่ระวังกระเป๋าไว้ก็พอ” ร่างสูงพูดพร้อมกับจับมือเธอพาเดินเข้าไปภายในลานกว้างระหว่างทางมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้า มาเสนอขายสินค้าและเสนอตัวช่วยถ่ายภาพให้ไม่ขาดสาย

            “หามุมถ่ายรูปยากนิดนึงนะครับ”

            “เอาแบบนี้เลยก็ได้ค่ะได้บรรยากาศดีเหมือนกัน” ลลิตาบอก เธอไม่ได้ซีเรียสหากรูปติดฝูงชนแต่มองว่ามันมีชีวิตชีวาดีไปอีกแบบ

            “ที่สลักไว้นี่ชื่อคนหรือเปล่าคะ?” ลลิตาถามพลางแหงนมองตัวอักษรเป็๲พรืดที่สลักไว้เต็มพื้นที่ประตูชัย

            “ใช่ครับเป็๞รายชื่อทหารที่พลีชีพใน๱๫๳๹า๣โลกครั้งที่ 1”

            “อินเดียเกตเป็๲อนุสรณ์สถาน๼๹๦๱า๬ครับเพียงแต่สร้างในรูปแบบประตูชัย รอบๆ ซุ้มประตูเป็๲หลุมศพของทหารนิรนามครับ” ฟารีสอธิบาย

            “ตายกันเยอะเลยนะคะ รายชื่อเต็มประตูเลย”

            “สลักไว้ 13,300 ชื่อครับแต่ความจริงคงจะมากกว่านั้น” ฟารีสตอบเสียงหม่น

            บรรยากาศยามเย็นโดยรอบถึงแม้จะจอแจแต่ก็ดูมีชีวิตชีวาทั้งนักท่องเที่ยวและคนอินเดียเองที่อุ้มลูกจูงหลานมาเที่ยวพักผ่อน ลลิตายืนซึมซับบรรยากาศเงียบๆข้างร่างสูงที่ยังคงจับมือเธอแน่นไว้ไม่ยอมปล่อย ไออุ่นจากมือใหญ่ทำให้เธอใจเต้นเหลือบขึ้นมองคนตัวสูงก็เห็นยืนทำหน้านิ่งหากแต่ใบหูนั้นแดงก่ำเธอเผลอหัวเราะคิกอย่างอดไม่ได้

            “มีอะไรเหรอครับ?” ฟารีสถามเมื่อเห็นคนตัวเล็กแอบหัวเราะ

            “คุณเขินเหรอคะ หูแดงเชียว?”

            “คุณก็หน้าแดงเชียวเขินเหมือนกันใช่ไหมล่ะครับ?” คนตัวสูงไม่ยอมแพ้ มือใหญ่แอบลูบใบหูตัวเองเบาๆ

            “แต่ที่เราทำกันก่อนหน้านี้มันไปไกลกว่าจับมือเยอะเลยนะคะมาเขินอะไรเอาตอนนี้เนี่ย”

            “นั่นสินะครับ” ฟารีสหัวเราะเบาๆ ในลำคอ

    ไม่มีใครพูดอะไรอีกมีเพียงมือบางที่ขยับกุมกระชับมือใหญ่แน่นขึ้น เสียงสรรพสิ่งรอบข้างดูเงียบงันทั้งคู่ได้ยินเพียงเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นแรงเหมือนจะทะลุออกมาจากอก