“ผู้หญิงเที่ยวอินเดียคนเดียวมันอันตรายนะครับให้ผมไปด้วยนะ” ร่างใหญ่ที่ยังนอนคว่ำทาบทับบนตัวเธอออดอ้อน
“สบายมากค่ะฉันไปเที่ยวคนเดียวมาแทบจะรอบโลกแล้ว” ลลิตาตอบอู้อี้เธอเริ่มรู้สึกอึดอัดเพราะร่างั์ไม่ยอมลงไปจากตัวเธอซะที
“ไม่เอา ผมจะไปด้วย” ฟารีสเริ่มฝั่งจูบไปตามลาดไหล่ขาวนวลสะโพกแกร่งขยับบดเบียดแทรกท่อนเนื้อที่แข็งเกร็งขึ้นอีกครั้งผ่านร่องก้นนวล
“อื้ออออ” ลลิตาครางเบาๆ ด้วยความวาบหวามแอ่นสะโพกงอนขึ้นตามสัญชาตญาณเพื่อเปิดช่องทางรักที่ยังชุ่มฉ่ำจากการเสร็จสมที่ผ่านมาเอวสอบขยับกระแทกท่อนเนื้อยาวสอดใส่เข้ามาจนสุดลำความเสียวซ่านระลอกใหม่แล่นไปทั่วร่าง
ร่างสูงบดเบียดแผ่นอกกว้างแนบชิดหลังขาวเนียนริมฝีปากซุกไซซอกคอหอมกรุ่นอย่างมัวเมาเบื้องล่างบั้นเอวสอบโยกไหวต่อเนื่องแทรกแก่นกายเข้าออกเนินนาบในร่างคนตัวเล็กความเสียวซ่านวาบไหวทำให้ลลิตาครางกระเส่า
“นะครับ ให้ผมไปด้วย”ร่างใหญ่หยุดเคลื่อนไหวกะทันหัน แช่ท่อนเนื้อแข็งนิ่งในช่องทางคับแคบ
“อือออ...อย่าหยุดสิคะ” ลลิตาพูดอย่างขัดใจพยายามร่อนสะโพกเข้าใส่แท่งเนื้อแข็งแต่โดนมือใหญ่รั้งสะโพกไว้แน่น
“ตกลงจะให้ผมไปด้วยไหม หืม?”
“ค่ะ ค่ะ ไปด้วยก็ได้ค่ะ ทำต่อเถอะนะ” ลลิตาหายใจหอบกระเส่าสติหลุดลอยจนไม่รู้พูดอะไรออกไป
“เด็กดี” คนตัวโตยิ้มอย่างสมใจทาบทับร่างใหญ่แนบสนิทกับร่างบางมีเพียงเอวสอบที่เด้งขยับแทรกท่อนเนื้อยาวเข้าออกช่องคับแคบเนิบนาบก่อนเร่งจังหวะกระแทกร้อนแรงร่างบางไหวโยกตามแรงกระแทก เต้าอกอิ่มทั้งสองข้างเบียดบี้ไปพื้นพรมเช่นเดียวกับปุ่มกระสันกลางลำตัวที่แทบแหลกเหลวจากการกระแทกและเบียดถูกับพื้นมือใหญ่ช้อนหน้าหวานประกบจูบเร่าร้อนอีกมือเกาะกุมเต้านมอวบบีบดึงยอดอกจนแข็งเป็ไต บั้นเอวสอบกระแทกรัวไม่หยุดสองเสียงหอบกระเส่าประสานกันอื้ออึงแข็งกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นในความมืดสลัว....
“จองห้องเดียวนะครับผมอยากนอนกอดคุณจนถึงเช้าบ้าง” ตาคมหวานออดอ้อนอยู่บ้านเรือเขาต้องรีบกลับห้องตอนเช้าตรู่เพราะคุณพ่อบ้านเริ่มมาทำงาน
“ตามใจคุณเลยค่ะ”มาถึงขั้นนี้แล้วเธอจะห้ามอะไรได้ ลลิตาได้แต่ถอนหายใจ นอนหมดเรี่ยวแรงอยู่บนเตียงปล่อยให้คนตัวสูงวุ่นวายจัดการทริปไปจนดึก
ภาพเทือกเขาหิมาลัยเริ่มหายลับไปจากสายตาลลิตารู้สึกใจหายตอนนี้เธออยู่บนเครื่องบินที่กำลังมุ่งหน้าจากสนามบินศรีนาการ์ไปเดลีข้างเธอเป็หนุ่มแคชเมียร์ตัวสูง ตาคม....คนเดิมที่ยัดเยียดตัวเองเข้ามาในทริปเดลี-อัคราของเธอพร้อมจองโรงแรม เช่ารถ จัดโปรแกรมจ่ายเงินให้เสร็จสรรพ
โรงแรมที่พักเป็แรมใหญ่กลางกรุงนิวเดลีฟารีสจองเป็ห้องสูทขนาดเล็กที่มีห้องนอนและห้องนั่งเล่นแยกเป็สัดส่วนพร้อมมุมครัวเล็กๆ
“พออยู่ได้ไหมครับ”ฟารีสมองคนตัวเล็กที่เดินสำรวจไปทั่วห้อง
“หรูหราเกินไปด้วยซ้ำค่ะถ้าฉันจองเองคงเป็พวกบูทิคโฮเต็ลเล็กๆ”เธอเป็สายแบ็คแพ็คลุยเดี่ยวที่ไม่เน้นที่พักหรูหราแต่ต้องเดินทางสะดวก สะอาดปลอดภัย บูทิคโฮเต็ลเล็กๆ กลางใจเมืองราคาเป็มิตรจึงตอบโจทก์เธอมากกว่าหญิงสาวเริ่มจัดของและเก็บกระเป๋าเดินทาง ก่อนเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา
‘คนผีทะเล...’ เธออุทานในใจเมื่อพบว่าผนังระหว่างห้องน้ำกับห้องนอนเป็กระจกใสแจ๋วเธอหันไปส่งค้อนให้คนหน้าคมที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนดึงมู่ลี่ลงมาปิดกระจกใสยังดีนะที่มีมู่ลี่ไว้ให้ ลลิตาถอนหายใจ
“โห...วิวดีมากเลยค่ะ” เมื่อเธอออกมาจากห้องน้ำฟารีสเปิดม่านหนาหนักที่ตอนเข้ามาปิดสนิทออกหน้าต่างเป็กระจกใสจากพื้นจรดเพดานทั้งห้องนอนและห้องนั่งเล่นทิวทัศน์มุมสูงจากชั้น 25 เป็ตัวเมืองนิวเดลีที่ประกอบด้วยตึกสูงมากมายไกลออกไปเป็แม่น้ำยาวคดเคี้ยว
“นั่นแม่น้ำอะไรคะ?”
“แม่น้ำยมุนาครับอยู่ อยู่ใกล้ๆกับป้อมแดง (Red fort)”
“แม่น้ำที่เขาไปอาบน้ำกันน่ะเหรอคะ?” ลลิตาถามด้วยความตื่นเต้นเธออยากเห็นของจริงมานานแล้วแต่ไม่กล้าไปคนเดียว
“ใช่ครับเดี๋ยววันที่ไปป้อมแดงผมจะไปเดินเล่นริมแม่น้ำ”
“หิวหรือยังครับ”ร่างสูงเดินเข้ามาสวมกอดจากด้านหลัง
“หิวค่ะ”
“ผมก็หิว”ฟารีสพูดจบก็ช้อนร่างบางอุ้มไว้ในวงแขนสาวเท้าเข้าห้องนอน
“ไม่ใช่แบบนี้ ฉันหิวข้าวค่ะไม่ได้หิวอย่างอื่น” ลลิตาดิ้นขลุกขลักอยู่ในวงแขนแกร่ง
“ผมล้อเล่น” คนตัวโตหัวเราะ พลางปล่อยลลิตาลงไปยืนที่พื้นแต่โดยดี
ทั้งคู่ตกลงจะรับประทานอาหารที่ร้านอาหารของโรงแรมเนื่องจากยังเหนื่อยจากการเดินทางและไม่พร้อมออกไปรับมือกับความจอแจวุ่นวายภายนอกโรงแรม
“อินเดียเกต (IndiaGate) อยู่ห่างจากโรงแรมประมาณครึ่งกิโล คุณลิตาเดินไหวไหมครับ”ฟารีสถามพลางจิบชาอัสสัมสีดำ เขาไม่อยากขับรถไปเพราะหาที่จอดยาก
“ได้ค่ะ ถ้าแดดไม่ร้อน”
ทั้งคู่นั่งอยู่ในห้องอาหารของโรงแรม ลลิตาสั่งอาหารง่ายๆเป็คลับแซนวิชกับคาปูชิโน่ ส่วนคนตัวสูงสั่งเป็ซาโมซ่าไก่กับชาอัสสัม
“คนแคชเมียร์นี่นอกจากชาแล้วดื่มเครื่องดื่มอย่างอื่นได้ไหมคะ?”เธอถามขำๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายดื่มชาอีกแล้ว
“ถ้าไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ดื่มได้หมดแหล่ะครับแต่ส่วนมากจะติดดื่มชากัน” เขาตอบยิ้มๆพลางส่งสายตาคาดโทษให้คนตรงหน้าที่มาแอบล้อเลียน
“ดูสะอาดเรียบร้อยกว่าที่คิดไว้นะคะ” ลลิตาเปรยขณะเดินไปตามถนนมุ่งหน้าสู่อินเดียเกต
ถนนหนทางในนิวเดลีนั้นร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ดูสะอาดเป็ระเบียบเรียบร้อยผิดจากที่ลลิตาจินตนาการไว้
“นิวเดลีเป็เมืองใหม่ครับเป็เขตศูนย์ราชการด้วย โซนนี้จะเป็พวกโรงแรมหรู ศูนย์การค้า และร้านกาแฟเก๋ๆพูดง่ายๆ เป็เขตผู้มีอันจะกินอยู่ ส่วนโซนอื่นก็ไม่ต่างจากที่คุณลิตาคิดไว้หรอกครับ”ฟารีสอธิบาย
นิวเดลีต้นเดือนพฤศจิกายนอากาศเย็นสบายเดินไม่นานนักก็ถึงจุดหมายสิ่งก่อสร้างคล้ายประตูชัยตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าไม่ไกลแต่ผู้คนมากมายมหาศาลตรงหน้าทำให้ลลิตาชะงักฝีเท้า
“ทำใจให้สบายครับแค่ระวังกระเป๋าไว้ก็พอ” ร่างสูงพูดพร้อมกับจับมือเธอพาเดินเข้าไปภายในลานกว้างระหว่างทางมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้า มาเสนอขายสินค้าและเสนอตัวช่วยถ่ายภาพให้ไม่ขาดสาย
“หามุมถ่ายรูปยากนิดนึงนะครับ”
“เอาแบบนี้เลยก็ได้ค่ะได้บรรยากาศดีเหมือนกัน” ลลิตาบอก เธอไม่ได้ซีเรียสหากรูปติดฝูงชนแต่มองว่ามันมีชีวิตชีวาดีไปอีกแบบ
“ที่สลักไว้นี่ชื่อคนหรือเปล่าคะ?” ลลิตาถามพลางแหงนมองตัวอักษรเป็พรืดที่สลักไว้เต็มพื้นที่ประตูชัย
“ใช่ครับเป็รายชื่อทหารที่พลีชีพในาโลกครั้งที่ 1”
“อินเดียเกตเป็อนุสรณ์สถานาครับเพียงแต่สร้างในรูปแบบประตูชัย รอบๆ ซุ้มประตูเป็หลุมศพของทหารนิรนามครับ” ฟารีสอธิบาย
“ตายกันเยอะเลยนะคะ รายชื่อเต็มประตูเลย”
“สลักไว้ 13,300 ชื่อครับแต่ความจริงคงจะมากกว่านั้น” ฟารีสตอบเสียงหม่น
บรรยากาศยามเย็นโดยรอบถึงแม้จะจอแจแต่ก็ดูมีชีวิตชีวาทั้งนักท่องเที่ยวและคนอินเดียเองที่อุ้มลูกจูงหลานมาเที่ยวพักผ่อน ลลิตายืนซึมซับบรรยากาศเงียบๆข้างร่างสูงที่ยังคงจับมือเธอแน่นไว้ไม่ยอมปล่อย ไออุ่นจากมือใหญ่ทำให้เธอใจเต้นเหลือบขึ้นมองคนตัวสูงก็เห็นยืนทำหน้านิ่งหากแต่ใบหูนั้นแดงก่ำเธอเผลอหัวเราะคิกอย่างอดไม่ได้
“มีอะไรเหรอครับ?” ฟารีสถามเมื่อเห็นคนตัวเล็กแอบหัวเราะ
“คุณเขินเหรอคะ หูแดงเชียว?”
“คุณก็หน้าแดงเชียวเขินเหมือนกันใช่ไหมล่ะครับ?” คนตัวสูงไม่ยอมแพ้ มือใหญ่แอบลูบใบหูตัวเองเบาๆ
“แต่ที่เราทำกันก่อนหน้านี้มันไปไกลกว่าจับมือเยอะเลยนะคะมาเขินอะไรเอาตอนนี้เนี่ย”
“นั่นสินะครับ” ฟารีสหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
ไม่มีใครพูดอะไรอีกมีเพียงมือบางที่ขยับกุมกระชับมือใหญ่แน่นขึ้น เสียงสรรพสิ่งรอบข้างดูเงียบงันทั้งคู่ได้ยินเพียงเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นแรงเหมือนจะทะลุออกมาจากอก