บทที่ 1 ตอนที่ 5 พิธีศีล (2/2)
“อย่าอมพะเนินขอรับ”
“อะ-อมพะเนิน…?”
โรเอลถึงกับชะงักไปแทบไม่เป็ แค่ดึงเชิงไม่บอกเหตุผลทันทีโดนหาว่าอมพะเนินซะงั้นเรอะ ช่างไม่เข้าใจวิถีของเทพเ้าซะจริง---ฝ่ายพระเ้าหนุ่มได้แต่ปวดหัวนิดหน่อย ก่อนจะได้แต่ถอนหายใจยาวอย่างอับจนใจต่อสิ่งที่สหายกล่าวหา…
“แล้วตกลงพระองค์ทรงมีธุระอะไรกับกระหม่อมหรือขอรับ?”การหยุดเวลาทั้งห้วงภพมิตินานๆ มันไม่ดีต่อผลพ่วงโชคชะตาของโลกทั้งใบนา…
“…ตอนนี้เ้า 5 ขวบแล้วใช่ไหม?”
“ใช่”เซอซิลตอบสั้นๆ ห้วนๆ ด้วยใบหน้า และน้ำเสียงที่ราบเรียบ
“แล้วเ้าน่ะเป็วีรชนถูกส่งมาเกิดใหม่ ถูกไหม?”
“ก็ถูก…พระองค์จะกล่าวอะไรก็กล่าวมาเถอะ”อย่ามัวแต่ถามแล้วให้ตอบ มันเสียเวลา อีกอย่างนอกจากจะไม่ดีต่อโชคชะตาโลกแล้ว มันจะล่อพวกศัตรูมาเอาด้วย…
“เ้าเนี่ยนะ…เ้าเป็ถึงผู้รวมวีรชนทั้งหมดให้เป็ปรึกแผ่นคนแรกเชียวนะ ไอ้เครื่องเวทมนตร์บนโลกมันจะไปรับไหวได้ที่ไหน! เ้าอยากะเิคนตายทั้งโถงนี้เรอะ?”พอได้ยินเหตุผลแบบนั้นแล้ว
“มันจะะเิรึ…”ของเก่าอายุแค่เจ็ดร้อยปีเองนะ
“จะเหลือเรอะ แล้วก็! เ้าน่ะมีพรวิเศษคุ้มครองจำนวนนับร้อย…เ้าบ้าหรือเปล่าที่จะโชว์ทั้งหมดนั่นน่ะ?”โชว์หมดนั่นก็ไม่ต่างอะไรกับการเผยจุดอ่อนให้ศัตรูเห็นเลยนะเออ
“ดึงความสนใจ”ไม่ได้บ้า แค่จะดึงพวกมารผจญจากน้องสาว…
“ดึงเกินไปมั้ง แล้วเ้าน่ะใช้เวทมนตร์ได้ทุกธาตุศาสตร์แขนง คนปกติบนโลกนี้แค่ 3 ธาตุ ก็เป็ยอดมนุษย์แล้วนะเออ”เปิดตัวไปว่ามีทุกธาตุเดี๋ยวก็กลายเป็สัตว์ประหลาดกันพอดีสิ
“หืม ท่านพ่อใช้ได้ 4 ธาตุ…”งี้พ่อเขาก็สัตว์ประหลาดน่ะสิ
“นั่นมันตัวตนพิเศษ! แต่ถ้าเ้าเผยไต๋หมดนั่น มันจะกลายเป็ตัวแหกสามัญสำนึกน่ะสิ…”ยังมีหน้าไปเอาคนอื่นมาเทียบกับตัวเองอีกนะ
“เื่มากจริง…”
“ยังจะบ่นอีก! นี่จิตใจกลายเป็เด็กตามกายเนื้อด้วยหรือไง…?”โรเอลท้วงขณะที่คิ้วขวากระตุกเล็กน้อย หลังจากโดนฝ่ายตรงข้ามบ่นใส่
“ก็เป็เด็กนี่นา จะขี้บ่นก็ไม่แปลก”การเป็เด็กก็ดีตรงนี้แหละนะ
“สรุปว่าปกติ แต่แอ๊บเด็กว่างั้น…”แปลว่าคิดถูกที่ส่งมันลงเกิดใหม่สินะเนี่ย
“ก็บอกว่าเป็เด็กไงขอรับ ไม่ได้แอ๊บ…”สูงยังไม่ถึงหนึ่งร้อนเซนด้วยซ้ำ ยังเป็เด็กอยู่เลย แอ๊บที่ไหนกันล่ะ บางทีพวกเทพเ้าก็แปลกคน(เทพ)เนาะ
“เอาที่เ้าสบายใจเลย…เอาเป็ว่า ขอแนะนำว่าอย่าเผยไต๋หมดก็แล้วกัน”
“แนะนำ แต่ไม่ได้ห้ามสินะขอรับ”แปลว่ายังดึงความสนใจได้อยู่…
“นี่เ้า…จงใจกวนประสาทกันใช่ไหม?”
“……”เซอซิลไม่ตอบนอกจากเบนสายตาหนี นั่นทำเอาโรเอลยกมือขึ้นมากรายหน้าผากอย่างอับจนใจต่อความเปลี่ยนของเ้าวีรชนผู้เป็สหาย…
“เหลือเกินจริงๆ…จะว่าเมดที่ชื่อ มาเรี-ชิ้ง~!”ไม่ทันที่โรเอลจะกล่าวจบคมดาบซึ่งสร้างขึ้นจากเวทมนตร์นับสิบพลันปรากฎขึ้นจ่อคอของโรเอลเอาไว้
“หากมายุ่งกับคนของกระหม่อม แม้ว่าจะเป็พระองค์…กระหม่อมก็พร้อมจะหันคมดาบเข้าใส่นะขอรับ”พระเ้าสูงสุดผู้ที่เขาสาบานภักดีด้วยน่ะ มีเพียงเธอผู้นั้นองค์เดียวเท่านั้น…
“ดุดันซะจริง…แต่เด็กคนนั้นกำลังตกอยู่ในอันตรายรวมถึงน้องสาวเ้าด้วย”เมื่อได้ยินแบบนั้น ฝ่ายเซอซิลถึงกับคิ้วขมวด…
“ความงามของอิสตรีเปรียบเสมือนดาบสองคม เช่นเดียวกันกับ…ความสามารถอันโดดเด่น”โรเอลกล่าวพร้อมดีดไปที่คมดาบเวทมนตร์ที่จ่อคอของตนเบาๆ จนแตกสลายทั้งหมด…
“กระหม่อมจะปกป้องพวกนางเอง”เขาไม่มีวันปล่อยคนสำคัญของตัวเองต้องเป็อะไรไปอีกแล้ว
“เราไม่ได้ห่วงเื่นั้น เราห่วงเื่พลังของเ้ามากกว่า…”
“พลังของกระหม่อมรึ…?”พระองค์รู้งั้นเหรอ…
“พลังเ้าถดถอยลงไปมาก ในยามนี้ พลังของเ้านั้นเหลือแค่หนึ่งในสิบของทั้งหมดเท่านั้น”ถ้าหากให้เปรียบแล้วล่ะก็ ก็เหลือแค่นั้นจริงๆ…
“ยังอุสารู้นะขอรับ”
“แค่เราดีดทีเดียวคมดาบของเ้าก็แตกสลาย…พลังเ้ามันถดถอยลงไปเยอะกว่าตอนอยู่บน์เสียอีก เป็ใครก็รู้ได้”อาจเป็เพราะการเกิดใหม่จำเป็ต้องปรับพลังให้เข้ากายเนื้อใหม่ พลังที่เหลือจึงสลายออกไปแทน พลังจึงเหลือแค่ที่กายเนื้อรับไหว…
“ช่างอดสูยิ่งนัก…”
เขาไม่อาจสะกดความรู้สึกนี้ไว้ได้จริงๆ ใช่ เขาต้องขอทำใจยอมรับในความจริงเื่นี้ การเกิดใหม่แม้จะรักษา ฟื้นคืนจิติญญาของเขาเอาไว้ได้ แต่มันก็แลกกับการที่เขาต้องสูญเสียพลังศักดิ์สิทธิ์ไปเกือบทั้งหมดที่เอาไว้อยู่…
“อย่าคิดมากไป ใช้ว่าเ้าจะอ่อนแอปานปกป้องใครไม่ได้ขนาดนั้นสักหน่อย”ไม่นึกว่าจะจิตตกขนาดนี้แหะ โรเอลรู้สึกว่าตัวเองเดินหมากผิดไป…มากด้วย
“พระองค์เ้า ในยามที่ข้ากระหม่อมมีพลังพร้อมรบสูงสุด…ยังปกป้องเธอคนนั้นมิได้ แล้วคิดว่าพลังที่เหลือเพียงหนึ่งในสิบจะทำได้หรือขอรับ?”
“การปกป้องใครสักคน พลังไม่ใช่ปัจจัยเดียวสักหน่อย เ้าเองที่เป็ถึงผู้นำของเหล่าวีรชน(Lord Of Heroes)ก็รู้ดีไม่ใช่หรือ”พลังน่ะ เป็แค่หนึ่งในปัจจัยอย่างหนึ่ง การจะทำการอย่างใดสักอย่างต้องอาศัยหลายองค์ประกอบเข้าด้วยกัน ไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่ง…
“ก็จริง…”ถึงจะไม่ค่อยอยากเห็นด้วย แต่อีกฝ่ายก็มีเหตุผลจริงๆ…
“ในชีวิตใหม่นี้น่ะ ไหนๆ แล้ว…เ้าก็ลองตั้ง ‘คณะผู้กล้า’ ขึ้นมาใหม่สิ”ใบหน้าของเซอซิลพลันกระตุกก่อนจะตวัดสายตาอันคมกริบจ้องไปยังโรเอล
“พระองค์จะให้กระหม่อมจัดตั้งขึ้นมาใหม่เพื่ออะไร…”
“เหล่าจิติญญาวีรชนผู้เสียสละทั้งหลาย ควรได้พักผ่อนบนผืนทะเลิญญาแห่งความเงียบสงบตราบชั่วนิรันดร์ มิใช่ต้องมาเผชิญการต่อสู้อันไร้จุดสิ้นสุดเฉกเช่นพวกเรา”
พวกเราเหล่าวีรชนทุกคนล้วนแล้วแสวงหาในสิ่งเดียวกัน นั่นคือ ‘ความสงบที่แท้จริง’ อุดมคติ และพันธกิจต่างๆ เมื่อครั้งมีชีวิตหากสำเร็จแล้วย่อมไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องมีชีวิตต่อโดยมีเป้าหมายเป็เพียงแค่ต่อสู้ปกป้องโลก
พวกเราผองเหล่าวีรชนน่ะ ไม่ใช่ ‘ตัวตน’ ที่สูงส่งอะไรแบบนั้น พวกเราทุกคนล้วนแล้วมีความโลภ เห็นแก่ตัว และหยิ่งทรนงตน พวกเราต่อสู้เพื่อคนสำคัญ และความเชื่อของตนเองเท่านั้น เพียงแต่ผลลัพธ์นั้นส่งผลเป็วงกว้างจนผู้คนต่างยกให้พวกเราเป็ ‘ผู้กล้า’ ก็เท่านั่น…
โรเอลนั้นััได้ถึงความดุดัน และเกรี๊ยวกราดภายในดวงตา และน้ำเสียงของเซอซิลที่แสดงออกมาให้ได้เห็นััอย่างชัดเจน ซึ่งนั่นนับเป็เื่ดีที่เ้าตัวสามารถแสดงอารมณ์ และความรู้สึกต่างๆ ออกมาได้แบบนี้…
“เซอซิล เราเข้าใจถึงความรู้สึกของเ้า เ้าเองก็อย่าลืมว่าเรามายืนอยู่ตรงนี้ได้เป็เพราะอะไร”เมื่อพระเ้าหนุ่มกล่าวเช่นนั้น ฝ่ายวีรชนหนุ่มในร่างเด็กชายวัย 5 ขวบ ก็ลดท่าทีแข็งกร๊าวลง…
“สรุปว่า…พระองค์ตั้งใจลงมาปั่นป่วนอารมณ์กระหม่อมสินะขอรับ?”
“หยาบคายซะจริง เราลงมาเตือนด้วยความหวังดีต่างหาก…”โรเอลกล่าวพร้อมเผยรอยยิ้มอันเ้าเล่ห์ออกมาครู่หนึ่ง…
“ถ้าเช่นนั้น กระหม่อมก็ขอขอบคุณ…จะขอดำเนินการตามคำแนะนำ”เด็กชายกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง และหันไปวางมือััลงบนแท่นของอุปกรณ์เวทมนตร์อีกครั้ง
“ใจคอจะไล่กันแล้วรึ…”เพิ่งจะลงมาได้ครู่เดียวเองน่ะ
“การหยุดห้วงมิติเวลามันไม่ดีต่อโลก พระองค์ก็ทรงรู้ดีมิใช่หรือ?”
“ก็จริงของเ้า…งั้น ไว้พบกันใหม่สหาย”
สิ้นคำกล่าวลาร่างของพระเ้าหนุ่มก็ห่อหุ้มด้วยลำแสงสีทองสุกพราว และพุ่งขึ้นหายไป ใน่พริบตาเดียวก่อนเวลากลับเดินอีกครั้ง เซอซิลเข้าแทรกแซงเปลี่ยนแปลงค่าที่อุปกรณ์เวทมนตร์ต้องแสดงออกไป ซึ่งเมื่อค่าทั้งหมดถูกเซ็ตใหม่แล้ว…เวลาก็กลับมาเดินปกติพอดี
“ระดับพะ-พลังเวท สะ-สองแสนเหมือนกัน!?”แขกคนหนึ่งะโขึ้นอีกรอบ บรรยากาศในห้องพลันเปลี่ยนไปรอบที่สอง และหนักกว่าในตอนแรกมาก
แขกจากต่างแดนทั้งหลายต่างแตกตื่นต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะโอกาสที่จะมีคนถึงสองคน พลังเวทมากถึงหลักแสนในสถานที่เดียวกัน ซ้ำร้าย ยังเป็พี่น้องกันอีกด้วย และเด็กทั้งสองต่างเป็บุตรของเ้าผู้ปกครองดินแดนอีกต่างหาก
แม้ว่าทั้งสองจะเป็ทายาทในลำดับที่ไม่สิทธิ์ในการสืบตำแหน่งผู้นำตระกูล แต่หากนับเป็กำลังรบแล้ว สมดุลทางอำนาจจะถูกทำลายในทันที ซึ่งนั่นมันไม่ดีแน่ ไม่ดีอย่างแรงต่อประเทศบ้านเกิดของพวกเขา และเธอทุกคนในที่นี้…
“ทุกท่าน! เราขอขอบคุณสำหรับการเข้าร่วมพิธีใน่เช้านี้…”
เรสซิลที่เห็นว่าสถานการณ์เริ่มเปราะบางจนมากเกินไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว ก็ต้องเข้ามาแทรกขัดพิธีการอย่างที่ไม่สมควรนัก ต้องยอมรับว่าตัวของเขาเองก็ไม่คาดคิดเลยว่าทั้งบุตรชาย และบุตรสาวจะมีเซอร์ไพรส์ใหญ่แบบนี้
แขกจากต่างแดน และเหล่าฝ่ายบริหารของดินแดนต่างถูกพาออกจากโถงพิธีไปยังห้องรับรอง ขณะที่พี่-น้องตระกูลโครเวลส์ต่างมารวมตัวกันที่ห้องประชุมห้องหนึ่งในพระราชวังใหญ่แห่งนี้ โดยปราศจากซึ่งองครักษ์ หรือผู้ติดตามแม้แต่คนเดียว…
“เซอซิล เฟลิเซีย น้องของพี่ช่างมีอะไรให้ใได้ตลอดจริงนะ!”เด็กสาวผู้มีเส้นผมสีดำ และนัตย์ตาสีม่วงอเมทิตส์กล่าวกับเด็กชาย และเด็กหญิงทั้งสองด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูสนุกสนาน…
“ขนาดนั้นเลยรึครับ ท่านพี่ลิเลีย”เซอซิลเอ่ยตอบผู้เป็พี่สาวขณะที่ลูบหัวเฟลิเซียซึ่งนั่งอยู่บนตัก และซบอกเขาอยู่อย่างเงียบๆ
“ขนาดนั้นเลยแหละจ๊ะ! ผู้แทนจากต่างแดนตื่นตะลึงกันยกใหญ่เชียวน๊า~!”เด็กสาวซึ่งถูกเรียกว่า ‘ท่านพี่ลิเลีย’ กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วถูกใจสุดๆ
“นั่นไม่ใช่เื่ดีเลยนะ เลีย”เด็กหนุ่มผู้มีเส้นผมสีดำรัตติกาล และมีนัตย์ตาสีแดงโลหิตเหมือนใครบางคนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเปี่ยมไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“คิดมากไปได้น่า~เร็กซ์! ดูสิ! พวกเราควรดีใจกับน้องชายน้องสาวพวกเราไม่ใช่หรือไง!”ลิเลียเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นพร้อมผายมือไปถึงน้องชายน้องสาวคนเล็ก…
“เออ พี่ลิเลีย…ผมว่าพวกเราควรเป็ห่วงน้องๆ มากกว่านะ”เด็กหนุ่มอีกคนที่อายุน้อยกว่าเด็กหนุ่มที่ชื่อ ‘เร็กซ์’ และเด็กสาวที่ชื่อ ‘ลิเลีย’ เอ่ยขึ้นมาขัดพี่สาวตัวเองเล็กน้อย
“อย่างน้อยก็แสดงความยินดีกับน้องๆ ก่อนสิ! เร็กซ์! โรเบิร์ต!”พอโดนเอ่ยใส่แบบนั้น ทั้งสองคนซึ่งมีศักดิ์เป็พี่ชายของเด็กทั้งสองได้แต่หันไปสบตากันเล็กน้อย
““นั่นสินะ…ยินดีด้วยนะน้องพี่ทั้งสอง / จริงด้วย…ยินดีด้วยนะน้องชายน้องสาวของพี่””
““ขอบคุณครับ / ค่ะ ท่านพี่เร็กซ์ ท่านพี่ลิเลีย ท่านพี่โรเบิร์ต””ทั้งเซอซิล และเฟลิเซียขอบคุณแก่พี่ชาย และพี่สาวคนโต และพี่ชายคนรอง…
สองพี่ชายนั้นพยักหน้า และยิ้มเล็กน้อย ในขณะคนเป็พี่สาวนั้นยิ้มแก้มปริ ก่อนจะเริ่มคุยสัพเพเหระ และไร้แก่นสาระสำคัญในระหว่างที่รอบิดา และมารดาทั้งสองของพวกเขาทั้ง 5 คน แต่ด้วย่อายุที่ห่างกันจึงมีติดขัดนิดหน่อย…
พี่ชายคนโต วัย 19 ปีของเขา เร็กซ์ ฟอน โครเวลส์ มีภาพลักษณ์เป็คนเงียบๆ ออกไปทางสุขุม และเยือกเย็น แต่ในความเป็จริงเ้าตัวแสดงอารมณ์ไม่เก่งนักเหมือนเขานั่นแหละ ส่วนหนึ่งอาจเป็เพราะสายเืราชวงศ์ปิศาจจากบรรพบุรุษของตระกูลพวกเราหลายรุ่นก่อน…ต่อไป
พี่สาว วัย 19 ปีของเขา ลิเลีย ฟอน โครเวลส์ เธอได้รับความเป็ซัคคิวบัสจากท่านแม่มิเรียมาอย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็เขาแกะสีดำบนศีรษะ หูที่เรียวแหลมไม่เท่าไฮ-เอลฟ์ ปีกคล้ายค้างคาว และหางสีดำที่สุดปลายมีรูปร่างคล้ายหัวใจ
ยังไม่นับรวมไปถึงทรวดทรงองเอวอันสุดสะบึมที่สามารถ และสะกดสายตาของบุรุษทุกผู้ที่ซึ่งชายตาผ่านมาได้ทุกรายที่ชายตา แล้วพอรวมเข้าไปกับความร่าเริง สดใส และซุกซน เป็กันเองแล้ว ทำให้ท่านพี่ลิเลียเป็ที่ชื่มชอบ(มาก)…สุดท้าย
พี่ชายคนรอง วัย 16 ปีของเขา โรเบิร์ต ฟอน โครเวลส์ ถ้าหากท่านพี่เร็กซ์มีภาพลักษณ์เงียบขรึม และสุขุมมากด้วยปริศนา ท่านพี่โรเบิร์ตก็เป็คนที่อัธยาศัยดีเข้ากับคนอื่นได้ง่ายมาก ถ้าให้เปรียบล่ะก็ท่านพี่โรเบิร์ต คือ ท่านพี่ลิเลียเวอร์ชั่นผู้ชาย
ไม่ได้หมายถึงว่า ท่านพี่เขาเป็อินคิวบัสนะ แค่เ้าตัวค่อนข้างจะเข้าหาคนอื่นได้เก่งโดยเฉพาะกับเพศตรงข้าม จึงค่อนข้างที่จะ…ถูกเปรียบเป็ท่านพี่ลิเลียเวอร์ชั่นผู้ชาย แต่เผ่าของท่านพี่โรเบิร์ตที่จริงแล้วก็ปิศาจเหมือนกับท่านพี่เร็กซ์นั่นแหละ
“แต่ว่าน๊า~จากนี้น้องรักของพี่คงจะเนื้อหอมแน่ๆ~!”ลิเลียเอียงคอพร้อมยิ้มออกมาอย่างไม่ค่อยรู้สึกกังวลสักเท่าไหร่
“อย่างที่เลียพูด…โดยเฉพาะเฟลิเซีย น้องอย่าไปไหนกับคนแปลกหน้า เข้าใจนะ?”เร็กซ์หันไปกล่าวกับน้องสาวของตนซึ่ง…หลับตาพริ้มซบอกน้องชายของเขาอยู่
“หนูไม่ไปไหนหรอก~!”เด็กหญิงตัวน้อยตอบพลางซบอกพี่ชายตัวเองแน่นขึ้น
“ไม่ไปไหนจริงๆ เซอซิล…น้องเองก็ต้องระวังเข้าใจนะ”เพราะหากเ้าตัวพลาดพลั้งน้องเฟลิเซียก็ต้องพลอยโดนไปด้วยเป็แน่…
“จะระวัง…เต็มที่ครับ ท่านพี่เร็กซ์”เซอซิลรับปากพี่ชายคนโตพร้อมกับกอดน้องสาวของตัวเองแน่นอย่างหวงแหน…
“ดี ในฐานะพี่ชายน้องต้องดูแลปกป้องเฟลิเซียให้ดี”เพราะนั่นเป็หน้าที่ของผู้เป็พี่ชาย
“แน่นอนครับ”ถึงไม่ต้องบอก หรือย้ำเขาก็จะปกป้องน้องสาวของตัวเองด้วยชีวิตนี้อยู่แล้ว
“มาเรียน่าฝากปกป้องน้องชาย และน้องสาวคนเล็กของเราด้วย”เร็กซ์กล่าวพร้อมเงยหน้ามองเมดสาวที่ยืนอยู่ข้างหลังโซฟาซึ่งน้องๆ ทั้งสองของเขานั่งอยู่…
“น้อมรับบัญชาเ้าค่ะ ท่านเร็กซ์”มาเรียน่าซึ่งอยู่ด้านหลังกล่าวด้วยใบหน้า และท่าทางที่สงบนิ่งเยือกเย็นปราศจากซึ่งความประหม่าแต่อย่างใด
“มาเรียน่าเองก็เป็ผู้หญิงเหมือนกัน~ยังไงก็ต้องระวังตัวด้วยนะ”ลิเลียเอ่ยด้วยความเป็ห่วง เพราะเมดสาวตรงหน้าก็เปรียบเสมือนน้องสาวของเธอเช่นกัน
“ใช่ ใช่ แต่ฝ่ายศัตรูคงไม่กล้าลงมืออุอาจหรอกมั้ง?”โรเบิร์ตที่เงียบมานานกล่าวสนับสนุน และถามออกไปอย่างไม่แน่ใจสักเท่าไหร่
“ก็ไม่แน่…แต่ยังไงก็ต้องระวังไว้ก่อน”เร็กซ์ตอบขณะมีสีหน้าครุ่นคิดพิจารณาถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งเป็อันตรายต่อน้องๆ ของเขาทุกคน
“ยังไงก็ตาม พวกเรายังไม่ควรเรียกฝั่งนั้นว่าศัตรูนะโรเบิร์ต…”
“โถ่ พี่เร็กซ์แค่สายตาทุกคนในงานก็ยืนยันได้แล้วนะ”ว่าใครเป็มิตรใครเป็ศัตรู การแบ่งแยกมิตรศัตรูไว้เลยตอนนี้แหละดี
“ก็จริง…”ขอเห็นในเื่นั้น แต่ว่า…
“เราควรระวังเื่ที่จะพูดว่าใครเป็ศัตรู…”กำแพงมีหู ประตูมีตา ต่อให้อยู่ในสถานที่ส่วนตัวในบ้านของตัวเองก็จริง แต่ใช่ว่าผู้ติดตาม และข้ารับใช้ทุกคนจะภักดีอย่างถวายหัวทุกคน
“ครับ ครับ~จะว่าไปแล้ว หลังจากนี้ใครจะเหมาะเป็อาจารย์สอนน้องๆ พวกเราล่ะเนี่ย”โรเบิร์ตตอบรับส่งๆ ก่อนจะถามไปยังพี่น้องทุกคน…
“ฮืม~ไม่เห็นยากเลย~พวกเราสามคนก็ผลัดกันสอนสิ~!”ลิเลียได้เสนอสิ่งที่ไม่น่าเชื่อออกไป ทำเอาพี่ชายคนโต และน้องชายคนโตตาแทบถลน
“เลีย พวกเราต้องทำงานนะ…”
“ใช่ ใช่ อย่างพี่เร็กซ์ว่าเลย…พวกเราจะแบ่งเวลาตอนไหนมาสอน เฟลิเซียกับเซอซิลไม่ได้เรียนแค่ดาบกับเวทมนตร์นะพี่ลิเลีย”อย่าว่าจะให้เป็อาจารย์สอนเลย! แค่ได้มาร่วมพิธีศีลของน้องๆ ก็ดีแค่ไหนแล้ว! เดี๋ยวพอเสร็จงานเลี้ยงตอนเย็นก็ต้องออกเดินทางตรวจตราดินแดนต่อแล้วเนี่ย!
“ฮืม…”ฝ่ายพี่สาวได้แต่โอดครวญเบาๆ ก่อนจะเบนสายตาไปที่ใครบางคน…
“ถ้าจำได้ไม่ผิด…มาเรียเองก็ได้เรียนวิชาใช่ไหม~?”
“ก็ได้ร่ำเรียน…นิดหน่อยเ้าค่ะ”เมดสาวเริ่มััได้ถึงอะไรบางอย่าง
“นิดหน่อยสินะ แล้วเวทมนตร์ล่ะ?”ลิเลียยังไม่หยุด เธอถามต่อพร้อมวางแผนการบางอย่างในใจ
“ก็พอใช้ได้เ้าค่ะ”เธอใช้ได้ไม่เก่งกาจระดับเดียวกับนายน้อยเซอซิลเลยสักนิด ฝึกมา 2 ปี เธอใช้เวทมนตร์ระดับสูงได้แค่สี่บทเอง…
“งืม…งั้นให้มาเรียเป็อาจารย์สอนเฟลิเซียกับเซอซิลแล้วกัน”
“ดะ-ดิฉันเหรอ!?”อยากบอกว่าเธอได้คนที่จะให้สอนเนี่ยแหละสอนมานะ! แล้วให้ไปสอนคนๆ นั้น เธอจะสอนอะไรกันล่ะ!?
“ที่เลียเสนอก็เข้าท่าดี…งั้นเราขอฝากน้องชายน้องสาวของพวกเราไว้ในการดูแลของเ้าด้วย”เมื่อเร็กซ์ลองครุ่นคิดพิจารณาดูแล้ว มันเข้าท่ามากๆ
“ไม่มีใครเหมาะไปกว่ามาเรียน่าจริงๆ ด้วยน่ะนะ…อย่างที่พี่เร็กซ์ พี่ลิเลียว่า ขอฝากน้องชายน้องสาวของพวกเราด้วยนะ”ไม่เว้นแม้แต่โรเบิร์ตก็ยกหน้าที่ดูแลการเรียนการสอนแก่เมดสาว
“ตะ-แต่นายท่านกับนะ-นายหญิงทั้งสองยัง…!”มาเรียน่าพยายามจะแย้ง
“““ไม่ต้องห่วง!!!”””
แต่ก็ถูกปัดตกไปด้วยคำว่า ‘ไม่ต้องห่วง’ จากสองเด็กหนุ่ม และเด็กสาวซึ่งอายุมากกว่าเธอทั้งนั้น ที่สุดแล้ว ถึงเธอจะดีใจที่ได้ใกล้ชิดกับนายน้อยมากขึ้น…แต่เธอจะสอนอะไรให้กับคนที่สอนทุกอย่างให้เธอกันล่ะ มันไม่เหลืออะไรให้เธอสอนเลยสักอย่างนะ…