ตอนที่ 117ลานประหารสำหรับเสือน้อย!
วันก่อนเขาเข้าร้านตัดผมสั่งตัดสกินเฮดเบอร์หนึ่งไปเสียเลย ถ้าโกนคิ้วดูอีกหน่อยก็มองดูเหมือนพระพึ่งสึกมาใหม่แน่ ๆ
ด้วยเป็นเพราะตั้งแต่เด็กเขาขี้เกียจไว้ผมยาวพอถึงช่วง ม.ปลาย ก็ถือฤกษ์งามยามดีจับยามสามตา พร้อมโยนเหรียญหัวก้อย ผลที่ได้ก็ออกมาเป็นผมทรงนี้
ตอนถีบจักรยานผ่านโรงเรียนกวดวิชาเทพทันใจเขาก็เงยหน้าไปมองดู ภาพแห่งความภาคภูมิใจของโรงเรียนกวดวิชาที่ขึ้นป้ายแอลอีดีให้เห็นเด่นชัดสะดุดตา พาดหัวใหญ่เขียนว่าของแสดงความยินดีกับนักเรียน ที่สอบติดจปร.
จากนั้นก็เปลี่ยนรูปไปมาทีละชุดๆ
ไม่น่าเชื่อว่าจาก 400คน ที่โรงเรียนกวดวิชาแห่งนี้ ส่งเข้าประกวดจนผ่านการสอบ รอบแรกมากถึง 300คน
และที่สำคัญการสอบรอบที่สองก็คงอัตราเดิมไว้จึงทำให้โรงเรียนโด่งดังเป็นพลุแตกไปทั่วทั้งจังหวัดป้ายไฟที่สี่แยกไฟแดงก็ยังไม่ลืมขึ้นแสดงตัวเลขสถิติ…
สาเหตุหนึ่งเพราะปีนี้รับเยอะมากหลายเหล่าทัพต้องการกำลังพลมากขึ้น ก็นะ…ช่วงนี้ทหารเขาคุมประเทศเสือน้อยก็พอเข้าใจได้!
ชื่อเสียงที่โด่งดังยังไม่จบแค่นี้นักเรียนแพทย์ที่มาเข้าคอร์สติวเข้าสอบแพทย์ ก็ผ่านฉลุยแทบเกือบ80% ทางโรงเรียนเอาสถิติกับรูปขึ้นป้ายอย่างภาคภูมิใจ
จนกระทั่งโรงเรียนเก่าของพวกคนที่สอบติดวิ่งมาขอรูปไปทำป้ายประชาสัมพันธ์หน้าโรงเรียนเช่นกัน
เมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองเห็นสถิติก็พากันแห่แหนเอาลูกเข้ามาสมัครเข้าเรียนกันไม่ขาดสาย โดยเฉพาะเตรียมทหารที่ถึงขั้นต้องจองคิวกันทีเดียวหากรับมากเกินไปประเดี๋ยวจะกลายเป็นกระแสตีกลับ
เสือน้อยที่กำลังนอนฟังพี่แดน-บีมซึ่งได้มารายงานเขาถึงที่ เขาก็ได้เกริ่นบอกทั้งคู่ไปว่า “เตรียมเปิดคอร์สนายสิบไว้ให้พวก ม.6 ด้วยของปีนี้!”
ตลาดเดียวกันแต่คนละกลุ่มอายุไม่ต้องลงทุนเพิ่มมากนัก เพียงแต่แค่บริหารจัดการประสิทธิภาพให้ดีก็พอทั้งสองคนจึงขยันขันแข็งเป็นพิเศษ
เสือน้อยสั่งให้ลุงทบกับพี่พลจะต้องหาพวกครูสอนมาเพิ่มให้จงได้และก็ต้องได้ของดีที่มีศักยภาพด้วย ในส่วนนี้เสือน้อยก็โยนงานไปให้ทั้งคู่ทำ…
ครูสอนพิเศษในโรงเรียนกวดวิชาก็ได้รับเงินขวัญถุงก้อนใหญ่ จากเสือน้อยไปเยอะมาก ตัวเขาคิดคำนวณให้ตามเงินตามสัดส่วนการประเมินโดยเฉพาะลุงทบที่อู้ฟู่เป็นพิเศษ
เขาจึงยืนยิ้มหน้าชื่นตาบานขยันขันแข็งเสือน้อยสั่งมาอย่างไงก็รีบไปทำอย่างงั้น
เสือน้อยมองภาพธุรกิจนี้ในระยะยาวมันเป็นการกินยาว ๆ ทั้งนั้นเลย แต่ก็ต้องคงคุณภาพไว้ เขากล่าวอย่างชัดเจนบนชั้นสามของร้านระฆังทองสาขาแรกเมื่อวานก่อน
ทั้งยังสั่งให้หาสถานที่วิ่งใหม่ด้วยถ้าจะสร้างตึกอะไรก็ขอให้บอก อุปกรณ์ต้องทันสมัย บุคลากรต้องดีพอเห็นผลสำเร็จของธุรกิจตัวเอง เขาจึงกล่าวรายละเอียดยาวเหยียด ไม่ยอมปล่อยตกหล่นกับธุรกิจที่ไม่ต้องเสียภาษีแบบนี้
ที่ต้องหาสถานที่วิ่งใหม่เพราะเขาไม่อยากเห็นคนมาวิ่งรอบสวนบ้านตัวเอง รบกวนการพักผ่อนอีกอย่างเขาอยากเปลี่ยนไปทำเป็นบ้านเรือนไทย เป็นร้านอาหารสวย ๆ เสียมากกว่า
จึงจ้างบริษัทมาทุบลู่วิ่งทิ้งไปพร้อมปรับภูมิทัศน์ซึ่งตอนที่ทำลาย มันก็ง่ายกว่าตอนสร้างมากนัก และเพียงวันสองวันก็เสร็จสิ้นแล้ว
……
หลังจากที่มองป้ายไฟแอลอีดีแล้วจึงก้มลงมามองร้านระฆังทอง…
ซึ่งตอนนี้กำลังขยายสาขาไปครอบคลุมทั่วทั้งฟากฝั่งด้านซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วเพราะว่าไม่ค่อยมีคู่แข่งสนใจในย่านนี้มากนัก จึงทำให้เขาสามารถตีตลาดได้ง่าย
เมื่อการขยายงานมากขึ้นตอนนี้สองชั้นข้างบนของสาขาแรก จึงไม่เพียงพอที่จะเป็นสถานที่ทำงานแล้วช่วงนี้จึงได้แต่เช่าตึกทำเป็นสำนักงานไปพลาง ๆ
ส่วนฟิตเนสที่สร้างใหม่แทนค่ายมวยก็กำลังก่อสร้างเป็นไปได้ด้วยดี
เช่นเดียวกันกับ ‘โรงงานริมแม่น้ำ’ ที่ลุงถิ่นรับหน้าที่ก่อสร้างอยู่ทุกวันนี้แกพยายามขยายบริษัทอย่างเต็มกำลังเพื่อรองรับการก่อสร้างในอนาคตที่จะมีงานเข้ามาอีกมากมาย
ส่วนบริษัทระฆังทองที่เสือน้อยวาดฝันไว้ให้สร้างตึกสูงลิบเพื่อให้เป็นหน้าเป็นตาแก่บริษัทและจังหวัดไปในคราวเดียวพร้อมกับโกดังสินค้าขนาดใหญ่ที่ใช้กระจายสินค้าไปทั่วทั้งจังหวัดก็จำต้องยกให้บริษัทอื่นเข้ามารับเหมาก่อสร้างแทน
แน่นอนว่าส่วนใหญ่ตัวเขากำชับกับบริษัทที่มาร่วมงานด้วยว่าควรจ้างแรงงานภายในจังหวัดก่อนถ้าไม่มีค่อยหาคนต่างจังหวัดหรือคนต่างชาติเพิ่มเข้ามา!
……
จากนั้นเขาก็ถีบจักรยานไปต่อจนถึงร้านทองสุขเห็นเจ้าลิป-ออย ยืนต้อนรับแขกเหรื่ออย่างขยันขันแข็ง ช่วงปิดเทอมที่ผ่านมาทั้งคู่ก็ได้งานประจำที่ร้านนี้โดยผ่านการควบคุมของพี่เจมส์-พี่ฉาย
ซึ่งกำลังง่วนอยู่กับบริษัทห้างร้านต่างๆ ที่มาติดต่อขอลงโฆษณา พวกเขาจำต้องรับมือให้ได้ และทำให้ออกมาดีที่สุดด้วยทั้งคู่รู้ตัวดีว่าหากทำไม่ไหวหรือทำพลาดขึ้นมา ทั้งก็คู่คงตกขบวนรถไฟชั้นพิเศษของนายน้อยเป็นแน่!
ทางด้านคูหาด้านข้างที่เจ้าของตึกเคยคุยกับแม่ชบาไว้‘เมื่อสามปีก่อน’ ก็พยายามที่จะหาคนเช่าใหม่ เนื่องจากเพราะครบกำหนดสัญญาพอดี และคนเช่าเดิมก็ทนราคาไม่ไหวจึงย้ายออกไปลุงเจ้าของตึกเลยไปคุยกับแม่ชบาชักชวนให้มาเช่า
พอเอาเข้าที่ประชุมเพื่อเลือกทำเลประจำเดือนแม่ชบาจึงส่งคน ‘ไปเรียนเชิญ’ ท่านประธานเสือน้อยมาให้ความเห็น
ช่วงนั้นเสือน้อยซึมเหม่ออยู่ก็เลือดลมสูบฉีดจึงบอกเอาเลย เปิดชนร้านเซเว่นไปเลย ถือเสียว่าสร้างภาพให้คนจดจำให้ลูกค้ารู้จักเป็นการสร้างแบรนด์!
ส่วนตึกชั้นสามชั้นสี่ก็เดี๋ยวจะเอาไว้เปิดบริษัทรับลงป้ายโฆษณาไปพลาง ๆ ไม่ต้องห่วงว่าจะกลายเป็นห้องว่างเปล่า…
ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้างตกแต่งอยู่หากแต่ว่าได้หยุดก่อสร้างในช่วงเช้ากับช่วงเย็นเพราะเดี๋ยวจะเป็นอันตรายกับผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา
เสือน้อยถีบรถจักรยานไปจอดที่หน้าร้านทองสุขตามปกติวันนี้เขาตั้งใจจะเข้าโรงเรียนเช้าเป็นพิเศษ!
หลังจากทักทายคนในร้านเสร็จเขาก็เดินเข้าโรงเรียนไป
……
“อุบ๊ะ!นี่มันเจ้าเสือน้อยจริงหรือนี่ ครูนึกว่าพระสึกใหม่ที่ไหน” เสียงอุทานตกใจทำเอารุ่นน้องที่พึ่งเข้ามาใหม่หันมามองกันตรึม
“แหมครูก็พูดเกินไปทรงใหม่ตัดรับเปิดเทอมไง!”เสือน้อยยิ้มตอบ
“แล้วคิดอย่างไรถึงได้เข้ามาเรียนเช้าปกติต่อแถวพิเศษเป็นประจำนะ?” ครูสมศักดิ์สัพยอก
“โถ่ครู…ผมก็มาเป็นตัวอย่างที่ดีให้รุ่นน้องมันดู!”เสือน้อยยืนระบายยิ้ม
“เอาให้จริงเถอะพ่อเอ๊ย!กลัวก็แต่ไม่พ้นสองวันก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้ว”ครูสมศักดิ์โบกมือเป็นเชิงว่าให้ไปได้แล้ว
เดินเข้ามาได้ถึงหน้าโรงเรียนเสือน้อยยกโทรศัพท์เข้ามาโทรหาเพื่อนทั้งกลุ่มตอนนี้เหลือแค่เข้ม ต่าย สิงหา ซึ่งนั่งรออยู่ในโรงอาหารนานแล้ว
“เฮ้ย!แม่งมาเช้าจริงว่ะ!” พอได้ยินสิงหาพูดขึ้นจึงวิ่งยิ้มหน้าบานไปหาส่วนอีกสองคนก็รีบตามไปกอดคล้องคอเพื่อน พาประคองไปที่โต๊ะ
“กูนี่ก็นึกว่ามึงจะหงอยซึม…ยาวไปจนถึงปีหน้าเสียอีก?”ต่ายแซวขึ้นก่อนพูดปลอบใจ “ไม่เป็นไรเว้ย เดี๋ยวถ้ามันมีเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้นมาอีกหน่อยคงได้คุยเห็นหน้ากัน”
“เออ…กูจะเฝ้ารอเทคโนโลยีนี้!”เสือน้อยยิ้มรับ ความจริงแล้วมันก็มี แต่ก็ได้แค่โฆษณาไปอย่างงั้น เพราะว่าใช้งานจริงไม่ได้เลยด้วยความเร็วอินเตอร์เน็ตกระจอกแบบนี้
พอพูดแบบนี้เสือน้อยก็นึกวิธีพื้นฐานเช่นส่งรูปจากมือถือให้ทางอีเมลหรือ MSN ก็ได้นี่หว่าเขาคิดหาวิธีติดต่อสื่อสารกับเหมือนฝันใหม่ ๆ
……
หลังจากเข้าแถวเคารพธงชาติเสร็จก็ถึงเวลาโฮมรูมเป็นเวลาที่ต้องพบปะเพื่อนใหม่!
เสือน้อยที่มัวแต่คิดโน่นคิดนี่มาหลายวันอีกทั้งช่วงเช้านี้ก็ดันมัวแต่คิดเรื่องติดต่อเหมือนฝันจนกระทั่งลืมเรื่องนี้ไปเสียได้ จึงเดินเข้าโรงเรียนมาพร้อมด้วยความคุ้นเคย
กว่าที่จะรู้ตัวอีกทีก็ถึงตอน…กำลังเดินเข้าลานประหารเสียแล้ว!
ในสมองเขาประมวลผลเร็วจี๋จนเหงื่อผุดออกมาเป็นเม็ด ๆ
ก่อนจะคำรามในใจ“จะแนะนำตัวยังไงดีวะ! ลืมคิดเรื่องนี้ไปเสียได้ ดันจะมาพลาดตกม้าตายเอาแบบนี้ไม่ได้นะโว้ยไอ้เสือน้อย!” เขาลอบพูดให้กำลังใจตัวเอง
‘การแนะนำชื่อตัวเอง’แต่ไหนแต่ไรมาก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากับเสือน้อยมาโดยตลอด…
คล้ายกับว่าเป็นคู่ปรับที่จะต้องก้าวผ่านมันไปให้จงได้เขาจึงได้เลือกใช้กลยุทธ์พื้นฐานอย่าง ‘ใจดีสู้เสือ!’
_______________
ถ้าชอบกดไลก์ หากใช่ก็กดแชร์ หรือว่าจะช่วยบอกต่อ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะครับ
หรือจะส่ง "อั่งเปา" มาให้เป็นกำลังเพิ่มเติมได้นะครับ ขอบคุณครับ : )