Part นัท
“อยู่เป็เพื่อนกูก่อนนะ” ไม่รู้ว่าอะไรดนใจให้ผมเอ่ยปากแบบนั้น ผมแปลกใจมากที่ลูกชายของผมตื่นตอนที่....มันช่วยผม ผมมีปัญหาเื่เซ็กส์มาสักพักไม่ว่าผมจะมีอะไรกับใครรือแม้แต่ช่วยตัวเองผมก็ไม่เคยเสร็จเลย จนกระทั่งมันช่วยผมวันนี้
“อื้อ” มันตอบเท่านั้น แล้วเดินออกไปนอนที่โซฟาด้านนอกห้อง
ผมสับสนเหมือนกันว่าทำไมจึงรู้สึกแปลกๆ กับััของมัน
เช้า
“กูกลับละนะมีเรียนบ่าย มึงอ่ะ”
“บ่ายเหมือนกัน ขอบใจนะ”
“อืมม”
ผ่านไปหลายวันผมกับมันไม่ได้ค่อยได้เจอกันเลย แน่นอนว่าเราเรียนคนละคณะเรา “ไม่ได้รู้จักสนิทสนมกันขนาดนั้น” หลังจากคืนนั้นผมลังเลอยู่ว่าจะโทรหามันดีไหมจากเบอร์ที่มันทิ้งไว้ อย่างที่บอกผมสับสนกับเื่นั้นจริงๆ แต่จะทักไปคุยก็รู้สึกแปลกๆ
หลายสัปดาห์ผ่านไป
ผมกับมันบังเอิญเจอกันแถวร้านอาหารข้างมอ เราต่างยืนอึ้งเล็กน้อยสบตากันด้วยความเงียบ จนมันทักผม
“ไงมึง เป็ไงบ้าง”
“ก็ดี มึงอ่ะมากินข้าวหรอ”
“อื้อ” บทสนทนาแสนสั้นจบลงเท่านั้น
ต้องบอกก่อนว่าเื่คืนนั้นผมไม่สามารถเอามันออกจากหัวได้ ผมไม่เคยรู้แบบนี้มาก่อนโดยเฉพาะกับผู้ชายด้วยกันเอง ที่ผ่านมาผมชอบผู้หญิงมาตลอด จนเื่วันนั้นมันกวนใจผมเหลือเกิน
“นัท เรามีอะไรอยากคุยด้วย” พลอยเพื่อนสนิทในคณะของผมกล่าว
“อื้อ ว่าไงพลอยมีไรปะ”
“เออ คือ...เราว่าเราชอบนัทว่ะ นัทมีคนที่ชอบรึยัง ถ้านัทยังไม่มีใครให้โอกาสเราได้มั้ย”
“เออ ั้แ่ตอนไหนอ่ะพลอย”
“ไม่รู้เหมือนกันอ่ะนัท รู้อีกทีใจเราก็เต้นแปลกๆ ละ”
“เป็โรคหัวใจป้าว นัดอาจารย์หมอให้มั้ย”
“นัทอ่า อย่าล้อเล่นดิเราซีเรียสนะเนี่ย” พลอยเริ่มทำหน้าเครียดจริง
“เรายังไม่มีใคร แต่เราก็ยังไม่ได้ชอบพลอยนะ”
“วาแย่จัง อกหักซะแล้ว” พลอยทำหน้าฝืนยิ้ม
“แต่ลองดูก็ได้นะ ลองศึกษากันดู”
“ห๊ะ!!! จริงดิ ได้เลยเราจะทำให้นัทใจเต้นแรงเพราะเราให้ได้ คุณแฟน” เธอยิ้มอย่างพอใจ จรองอยู่ผมไม่ได้ชอบเธอแต่ก็ไม่ได้เสียหายอะไรถ้าผมจะลองเปิดโอกาสให้เธอเข้ามาทำให้ใจผมเต้นแรง หรือเธออาจจะเป็คนนั้นที่ทำให้ผมหายสับสนกับสิ่งที่อยู่ในหัวผม
ผมกับพลอยตกลงศึกษาดูใจกัน เข้าเอาใจใส่ดูแลผมดีมากทั้งเื่เรียน ความรู้สึกต่างๆ เราต่างซัพพอตกันได้ดีทีเดียวจนมันทำให้ความรู้สึกแปลกๆ ในใจผมค่อยๆ หายไป ผมยอมรับว่าพลอตเป็ผู้หญิงที่น่ารักคนหนึ่งเป็ผู้หญิงที่ดีมากๆ เลยต่างหาก เราดูๆ กันศึกษากันจนเราตกลงคบกันอย่างจริงจัง
Part ภาค
เื่คืนนั้นผมยอมรับว่าผมเองก็รู้สึกดีมากๆ ที่ได้ช่วยมัน ผมชอบผู้ชายชอบมาตลอด และมันคือคนที่ตรงสเปคผมทุกอย่างเลยก็ว่าได้ ั้แ่รู้จักกันในกองประกวดผมก็พยายามสืบเื่เกี่ยวกับมันก็พอรู้ว่ามันเองชอบผู้หญิง ไม่ได้ชอบผู้ชายแน่นอนแต่ผมก็ยังไม่ถอย จนเื่คืนนั้นผมแอบเข้าข้างตัวเองว่าอาจจะมีหวังอย่างน้อยผมก็สามารถทำเื่อย่างว่าให้มันพอใจได้ ผมรู้ด้วยว่ามันรู้สึกดีไม่น้อยแต่ก็แอบเห็นความสับสนของมันหลังจากเื่คืนนั้น แม้ผมแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่ามันอาจจะเปลี่ยนใจมาชอบผู้ชายอย่างผมบ้าง อยากรุกเดินหน้าตามตื้อมันแต่อีกใจก็กลัวมันอึดอัดจนผมปล่อยโอกาสนั้นผ่านไป จนเรามาเจอกันที่ร้านอาหารวันนั้น ผมเห็นสีหน้ามันสับสนปนใที่ได้เจอหน้าผม อยู่ๆ เป็อะไรไม่รู้ปากผมดันหนักพูดอะไรไม่ออกนอกจากทักทายสั้นๆ แล้วเดินแยกกันไป
“ทำไงดีวะมึง กูว่ากูติดใจคนๆ นึงแล้วว่ะ” ผมปรึกษาเพื่อนที่มาด้วยกัน
“ใครวะ นัทเดือนแพทย์หรอเล่นของสูงว่ะไอสัส แต่สเปคมึงเลยนิ”
“ไม่รู้สิ กูอยากรู้จักเค้ามากกว่านี้ว่ะ แต่เค้าคงไม่ชอบกูว่ะ”
“ป๊อดดจังวะ มึงถามเค้ายัง คิดเองเออเองมึงอ่ะ”
เพื่อนผมมันรู้ครับว่าผมชอบผู้ชายและที่มันพูดก็ถูกนัทคือสเปคผมเลย และนี่เป็ครั้งแรกที่ผมรู้สึกไม่กล้าวิ่งเข้าหาคนที่ชอบ ปกติผมไม่ใช่คนแบบนี้เลย ชอบใครผมพาไปทำความรู้จักที่ห้องเลย แต่คนนี้ต่างออกไปผมอยากรู้จักเค้าแบบค่อยเป็ค่อยไป นี่ผมเสียสติไปแล้วหรอ
เพราะความขี่ขลาดของผมวันนั้นทำให้ผมเสียโอกาสไปเมื่อผมมารู้ว่า นัทกับพลอยตอนนี้เค้าคบกันในฐานะแฟนไปแล้ว ก่อนหน้านี้ผมก็มองออกว่าพลอยเหมือนจะมีใจให้นัท แต่กับนัทผมไม่แน่ใจเท่าไหร่แม้พลอยจะเป็ผู้หญิงในอุดมคติของผู้ชายหลายคนแต่กับนัทก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีท่าทีชอบพลอยเลยด้วยซ้ำ จนวันนี้วันที่เค้าสองคนคบกันมันชัดเจนแล้วครับว่า นัทมันไม่มีทางเปลี่ยนใจมาชอบผู้ชายอย่างผมแน่นอน พูดมาถึงตอนนี้ผมลืมแนะนำตัวไปเลย
ผม ภาค ภาคินน์ เกียรติเจริญสกุล นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ ปี1 ส่วนสูง 184 เิเ น้ำหนัก 79 กิโลกรัม ผมเป็ลูกชายคนที่ 2 ของตระกูล บ้านผมทำธุรกิจหลายอย่างเช่น อสังหาริมทรัพย์ ส่งออกรถยนต์ โรงแรม โรงพยายาล และธุรกิจเครื่องดนตรีซึ่งผมชอบมาก ผมรักเสียงเพลง เสียงดนตรี ที่เรียนบริหารธุรกิจก็เป็เพราะบ้านผมมีกิจการหลายอย่างต้องดูแล และผมชอบเล่นดนตรีมากๆ อาจจะชอบมากกว่างานบริหารเสียด้วยซ้ำ ผมเป็คนมองโลกในแง่ดี ยิ้มง่าย ไม่ค่อยเครียดกับอะไร ส่วนเื่ความสัมพันธ์ผมไม่ชอบการผูกมัดกับใครเน้นทั่วถึง จนผมได้มารู้จักมัน มันทำให้ผมอยากหยุดกับใครสักคน แต่มันก็จบลงเมื่อผมรู้ว่าเค้ามีแฟนแล้ว ผมไม่ชอบการแย่งชิงหรือต่อสู้กับใคร ผมขี้ขลาดใช่มั้ยก็อาจใช่แหละเค้า 2 คนดูเหมาะสมกันมากๆ จนผมไม่กล้าเข้าไปแทรกแซงความรักของเค้า
ตลอด 4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัยผมแอบมองมันมาตลอด ทุกครั้งผมก้แอบปวดใจเหมือนเห็นว่าเค้า 2 คนรักกันดีมากๆ บางครั้งผมแอบฝากขนม กาแฟเครื่องดื่ม ชานมไข่มึง ครัวซอง เต้าฮวยนมสดที่มันชอบกินไปให้มันบ่อยๆ ่ที่มันมีเวรดึก ติดสินบนพี่ๆ ใน รพ. บ่อยๆ แต่ไม่ให้มันรู้หรอกนะว่าเป็ผม ทำตัวเหมือนเมียน้อยเค้ามั้ยล่ะ เห้ยมาเมียอะไรผมผัวเท่านั้นครับ ปีนี้คงเป็ปีสุดท้ายสำหรับการเจอกันแล้วล่ะผมต้องมูฟออนสักทีเพราะผมกำลังจะจบในปีการศึกษานี้ ส่วนมันยังต้องเรียนอีก 2 ปี โอกาสเจอกันคงน้อยลงกว่าเดิม ผมไม่รู้ว่าผมยังหวังอะไร แต่อย่างน้อยแค่ได้เห็นหน้ามันทุกๆ ได้แอบส่งของกินที่มันชอบให้บ่อยๆ ผมก็มีความสุขครับ
“น้องนัทคะ มีของกินมาส่งอีกแล้วนะคะพี่วางไว้ในห้องอาหารให้แล้วน้า” พี่พยาบาลบอกผม
“ใครแอบส่งข้าวส่งน้ำให้แฟนเราเนี่ย” พลอยถามอย่างยิ้มๆ
“นั่นน่ะสิ น่าจะเป็คนไข้หรือญาติคนไข้แหละ แอบถามพี่พยาบาลแล้วไม่ยอมบอกเราเลย”
“แต่เค้าส่งให้นัทมา 4 ปีแล้วนะญาติใครกันเนี่ยน่ารักมากมากเลย พลอยอยากได้มั้ง555”
ผมก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่าใครกันที่ส่งของให้ผมตลอดผ่านพี่พยาบาลและเค้ารู้ด้วยว่าผมชอบกินอะไร มันเกิดขึ้นบ่อยแทบจะเป็กิจวัตรทุกวัน บางวันหายไปผมก็แอบสงสัยเช่นกัน แต่รอบนี้เค้ามาแปลก มีของกินพร้อมจดหมายเล็กแนบมาในแก้วเต้าฮวยนมสดที่ผมชอบ
“หลังจากนี้คงไม่ได้ส่งให้แล้วนะ ดูแลตัวเองดีๆ อย่าโหมงานหนัก พักผ่อนบ้าง ถ้ามีโอกาสและจังหวะคงได้เจอกันอีกสักวัน....”
ข้อความบนกระดาษที่ผมอ่านแล้วแอบใจหาย เหมือนว่าหลังจากนี้ผมจะไม่ได้รับของจากคนแปลกหน้าที่ผมไม่รู้จักอีกแล้ว คิดแล้วก็แอบใจหายเหมือนกันแม้เราไม่เคยเจอกันเลยสักครั้งแต่เหมือนว่าเราสนิทกันยังไงบอกไม่ถูก เค้ารู้ได้ไงว่าผมชอบไม่ชอบอะไร ทำไมเค้าใส่ใจผมขนาดนี้ส่งของให้อย่างเสมอต้นเสมอปลายตลอดเวลา 4 ปี แม้สงสัยผมก็ไม่เคยตามหาเลยสักครั้งว่าคนนี้เค้าเป็ใครกันแน่...จากนี้คงไม่มีอีกแล้วสินะ
10 ปีผ่านไป
หลังจากผมเรียนจบ ตอนนี้ก็ผ่านไปกว่า 5 ปีแล้ว ผมในวัย 32 ปี กับตำแหน่งเ้าของบริษัท KS Groups ดูแลธุรกิจหลายอย่างของตระกูลผม หลายคนสงสัยว่าทำไมผมจึงต้องมาดูแลกิจการเพราะพี่ชายคนโตของผมเรียนหมอ ตอนนี้มันไม่ยุ่งกับธุรกิจอื่นๆ เลยนอกจากการเป็หมอ แต่มันก็ถูกบังคับให้ดูแลกิจการของโรงพยาบาล KS Hospital ส่วนผมเป็รองประธานต่อจากมันอีกที
หลายปีมานี้หลังจากเรียนจบและยุ่งกับการทุรกิจอย่างจริงจัง ทำให้ผมคิดถึงมันน้อยลงกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยอาจเป็เพราะไม่มีเวลาเลยก็ว่าได้ วันๆ ผมทำงาน กลับบ้านกลับคอนโด และเที่ยว คลายเหงาบ้างกับความสัมพันธ์ในรูปแบบเดิมๆ ผมไม่ได้จริงจังกับใครเท่าไหร่เน้นความสัมพันธ์เพียงชั่วคราวเท่านั้น จนป๊ากับม๊าผมเริ่มวางแผนจับคู่ให้ผมแต่งงานกับสาวๆ ตระกูลอื่น มีนัดให้ผมไปดูตัวบ้างแต่ผมก็บอกผู้หญิงทุกคนไปตามตรงว่าผมไม่ได้ชอบเธอ อ้อทางบ้านผมเค้าไม่รู้นะครับว่าผมชอบผู้ชายแม้ผมสนิทกับที่บ้านแต่ผมไม่เคยบอกเค้าว่าผมมีรสนิยมชอบผู้ชาย ผมไม่รู้ว่าเค้าจะรับได้มั้ยอีกอย่างบ้านผมเป็เชื้อสายจีนเค้าอาจจะคาดหวังกับลูกชายอย่างพวกผมเยอะหน่อย พี่ชายผมตอนนี้รอดตัวไปแล้วเพราะมันแต่งงานมีครอบครัว มีลูกสาวที่น่ารักไปแล้ว ความกดดันต่อไปจึงตกมาอยู่ที่ผมลูกชายคนเล็กที่ยังไม่มีครอบครัวใน่อายุที่มากขึ้นที่บ้านผมก็เริ่มกังวลจึงคอยหาสาวๆ นัดให้ผมไปดูตัวกันบ่อยๆ พ่อแม่ผมเค้าอยากได้หลายชายเพิ่มอีกสักคน พี่ชายกับพี่สะใภ้ผมค้าทำงานหนักทั้งธุรกิจและการดูแลคนไข้จึงปิดอู่เพิ่มประชากรไปเรียบร้อย ความหวังเดียวจึงมาอยู่ที่ผมนั่นเอง ตอนแรกผมไม่คิดอะไรมากเมื่อต้องไปเจอสาวๆ ผมก็แอบสงสารพวกเธอเช่นกันต้องมาเสียเวลากับคนอย่างผมแต่ทำไงได้ผมได้ชอบผู้หญิง พักหลังผมเริ่มวางแผนบางอย่างเพื่อให้พ่อแม่ผมเลิกให้ผมไปดูตัวสักที
“ไงมึง คืนนี้ว่างมั้ยเจอกันร้านเดิมหน่อยปะ เครียดๆ ว่ะ”
“งานหนักหรอวะ”
“เออ มาเจอกันหน่อยอยากแดกเหล้า มาร้านกูนะ 2 ทุ่มเจอกัน”
ณ ร้าน KS Bar & Restaurant
ร้านอาหารพร้อมบาร์หรูหราใจกลางเมือง ภายในร้านมีทั้งหมด 3 ชั้น ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นสีเข้มทันสมัย ส่วนมากมีเฉพาะเหล่าผู้มีอันจะกินอย่างนักธุรกิจ ดารา คนมีชื่อเสียงเท่านั้นที่จะเข้ามาร้านนี้ได้
“ไง แดกไปเยอะเท่าไหร่แล้วมึง มาแต่หัววันเลยนะไอ้สัส เครียดไรนักหนา”
“ที่บ้านกูอ่ะดิ แม่งหาผู้หญิงให้กูอยู่นั้นกูี้เีไปเจอมึงรู้มั้ย สงสารเค้าด้วยมาเจอคนเหี้ยแบบกู”
“กูบอกมึงละให้คุยกับที่บ้านสักที เค้าไม่ฆ่ามึงหรอกที่มึงชอบผู้ชาย กูว่าเค้าต้องเข้าใจดูป๊ากับม๊าเค้าดูรักมึงมากนะ”
“กูกลัวเค้าผิดหวังว่ะ”
“มึงแค่ชอบผู้ชายภาค มึงไม่ได้ฆ่าใครตาย อีกอย่างมึงทำหน้าที่เป็ลูกที่ดีมาตลอดทั้งงาน กิจการต่างๆ มึงไม่เคยบกพร่อง กับอีแค่มึงชอบผู้ชายทำไมที่บ้านมึงจะรับไม่ได้”
“กูไม่รู้ว่ะ เพราะเค้ารักกูมากไงกูเลยไม่กล้าบอกเค้า”
“งั้นมึงก็เครียดแบบนี้ต่อไปไอสัส พอเลิกดราม่าแดกครับ”
“เออมึงแดกรอ กูไปเข้าห้องน้ำป๊ปเดี๋ยวมา”
“รีบมานะมึงไม่ใช่ไปแอบเอาใครในห้องน้ำนะ”
“ไอ้สัส”
ผมลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ ระหว่างทางร่างผมเผลอชนเข้ากับใครสักคนเหมือนเค้าเมาไม่ได้สติเท่าไหร่
“ขอโทษครับ” เรากล่าวขอโทษพร้อมกัน
ผมเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า ต้องใเมื่อคนตรงหน้าคือ นัท ณัฐวิญญ์ คนที่ไม่ได้เจอมากว่า 10 ปี ผมอึ้งเล็กน้อย
“ขอตัวนะครับ” เขาเดินจากผมไป หลังจากผมเข้าห้องน้ำเรียบร้อยกลับมานั่งที่โต๊ะ จึงสังเกตเห็น นัท นั่งอยู่อีกฝั่งของร้านเค้ามาคนเดียว และเหมือนว่าดื่มหนักเอาเื่อยู่
ผมจ้องเค้าอยู่อย่างนั้นนานจนเพื่อนผมจับได้
ปัจจุบัน
“ทำไมมึงมองตรงนั้นบ่อยจังวะ เค้าเหยียบตีนมึงหรอเอาแต่จ้องเค้าอยู่ได้ หลายครั้งละนะมึงจัดการมันเลยปะ”
“ไอสัสใจเย็นเื่ของกูกูจัดการเอง”
ผมบอกเพื่อนไปอย่างนั้น แต่สายตายังไม่วางจากเค้าเลยแม้แต่เสี้ยววิ
“นั้นมันหมอนัทนิ ไม่เจอกันนานเลยกูนึกว่ามึงเลิกชอบเค้าไปนานละ”
“ฮัลโหลครับที่รัก.... จ้าๆๆ กำลังจะกลับแล้วแวะมากินเหล้ากับไอ้ภาคที่ร้าน....โอเคผมกำลังจะกลับละเจอกันครับ”
“เมียตาม???”
“เออกลับละมึง ไว้เจอกันวันหลัง อย่าดื่มเยอะนะมึงอ่ะ ไปละเจอกัน”
หลังจากเพื่อนผมกลับไปผมยังนั่งจ้องนัท เ้าของร่างที่สภาพตอนนี้ดูไม่จืด แทบจะนอนราบไปกับโต๊ะ สักพักผมเห็นเค้าลุกจากโต๊ะ และเดินชนกับผู้ชายร่างหนาสักคน
“ขอโทษครับ” นัทกล่าว
“เมาแล้วเดินดีๆ ดิวะ ดูทางซะมั้ง”
“ก็ขอโทษแล้วไงงงง ไม่ได้ตั้งใจจจปะ”
“เมาแล้วอยากมีเื่หรอมึงอ่ะ”
“ทำไม รึมึงจะเอา”
“ไอ้นี่วอนตีนซะละ”
ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ไม่ดีขึ้นผมจึงเดินเข้าไป
“ขอโทษทีพี่ เพื่อนผมมันเมาขอโทษจริงครับ ผมเป็เ้าของร้านครับ งั้นคืนนี้ผมให้พี่ทานฟรีแทนคำขอโทษละกันครับ”
“คราวหน้าดูแลเพื่อนให้ดีด้วย”
“มึงเป็ใครเนี่ย” นัทถามผม
“จำกูไม่ได้สินะ มึงมายังไงเดี๋ยวกูไปส่ง”
“ไม่ต้องมายุ่งงง ปล่อยบยยย”
“เมาขนาดนี้ละยังจะปากดีนะมึง”
ผมหิ้วร่างไร้สติมาที่ลานจอดรถ
“ตกลงรถมึงคันไหน”
“กูกลับเองได้ ไม่ต้องมายุ่ง”
“สภาพมึงตอนนี้แม่ง....เหมือนวันนั้นไม่มีผิด กลับกับกูก่อนรถมึงทิ้งไว้นี้แหละ”
ผมพามันขึ้นรถตัวเองเพื่อพามันไปยังคอนโดผม ไม่ได้ฉวยโอกาสนะครับคนไม่ได้สติแบบนี้ปล่อยให้กลับเองไม่ได้ อีกอย่างผมไม่รู้จักคอนโดมันด้วย งั้นคืนนี้ค้างห้องผมก่อนคงไม่เป็ไรมั้ง
ภายในรถปกคลุมด้วยความเงียบ หลังจากจัดท่าให้มันนั่งดีๆ แล้วขับมุ่งหน้ามาที่คอนโดผม
“ทำไมวะพลอย ทำไมเรารักกันไม่ใช่หรอ” มันเพ้อถึงพลอย คนรักของมันนั่นเอง
“เราดูแลพลอยไม่ดีตรงไหน บอกเรามาดิ บอกมา เรารักพลอยนะ.....”
ประโยคบอกรักที่ออกจากปากมัน แม้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนผมพยายามทำใจ แต่เมื่อได้ยินแบบนี้ผมก็ยังรู้สึกเจ็บที่หัวใจอยู่ดี
“ให้โอกาสเราอีกครั้งได้ไหม เรารักพลอยมากนะ ไหนพลอยบอกรักเราไง” มันยังเพ้อถึงคนรัก แต่เหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างมันกับพลอยน่าจะไม่ดีเท่าไหร่ หรือเพราะสาเหตุนี้ที่ทำให้มันตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ผมอยากรู้เหลือเกินว่าโอกาสของผมตอนนี้ยังพอมีอยู่มั้ย ครั้งนี้ผมจะไม่ถอยอีกแล้ว....
TBC......
เค้ากลับมาเจอกันแล้วทุกคน...หายไปนาน 10 ปีเลย พี่นัทกับพลอยมีเื่อะไรกันเนี่ย ตาภาคแกจะมีโอกาสจีบพี่นัทมั้ยนะ เอาใจช่วยตาภาคกันหน่อยยยย...ก่อนอื่นพี่ภาคต้องไปบอกที่บ้านก่อนนน!!!